ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2042 พูดถึงเหตุผล ความแตกต่างในการเป็นคน
- Home
- ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 2042 พูดถึงเหตุผล ความแตกต่างในการเป็นคน
บทที่ 2042 พูดถึงเหตุผล ความแตกต่างในการเป็นคน
“ซีเหมินฉางชิ่ง” จ้าวอู่เจียงถามอย่างระแวดระวัง
“A1 สั่งให้คุณรอผมเหรอ?”
“A1 แค่บอกผมว่าคุณจะกลับมา” ซีเหมินฉางชิ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนผู้ติดเชื้อ พวกผู้ติดเชื้อเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่สนใจการมีอยู่ของเขา พวกมันเพียงแค่พุ่งเข้าหาจ้าวอู่เจียงอย่างบ้าคลั่ง แต่ถูกพลังสนามรอบตัวของจ้าวอู่เจียงกั้นไว้
ซีเหมินฉางชิ่งดีดนิ้วสร้างผ้าเช็ดหน้าไหมสีขาวขึ้นมา เดินเข้าไปหาจ้าวอู่เจียงทีละก้าว จากนั้นค่อย ๆ ย่อตัวลง เช็ดรอยเลือดที่เท้าของจ้าวอู่เจียงอย่างนุ่มนวล โดยไม่สนใจเลยว่าจ้าวอู่เจียงจะลงมือโจมตีอย่างกะทันหันหรือไม่ หรือการกระทำของตัวเองจะดูประหลาดแค่ไหน
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผมก็ไม่ได้รอคุณหรอก ผมรอให้แหล่งกบดานผู้รอดชีวิตแห่งนี้ถูกทำลายต่างหาก”
จ้าวอู่เจียงรู้ว่าแก่นแนวคิดของหย่งเซิงเทคโนโลยีคือการมุ่งสู่ความเป็นอมตะ ตอนนี้การกระทำของซีเหมินฉางชิ่งไม่เหมือนศัตรู เขาเพียงแค่ระวังตัวไว้ไม่ได้ลงมือ
“ความเป็นอมตะสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ? ยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อสิ่งนี้?”
“การมีชีวิตอยู่ไม่ดีหรือไง?” ซีเหมินฉางชิ่งเช็ดรอยเลือดอย่างเชื่องช้า หลีกเลี่ยงไม่ให้เลือดไหลไปยังที่พักพิง หากมีเพียงหยดเดียวรั่วไหล แหล่งกบดานผู้รอดชีวิตจะเผชิญกับการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว
เขาพูดอย่างเรียบ ๆ
“การมีชีวิตอยู่ทำให้เราสัมผัสความงามในโลกได้มากขึ้น ทำให้เราไปได้ไกลขึ้น ทำให้เราควบคุมได้มากขึ้น และทำให้ชะตาชีวิตของเราไม่ถูกผู้อื่นครอบงำ
ทุกอย่างเพื่อการมีชีวิตอยู่ การมีชีวิตอยู่ในตัวมันเอง คือสิ่งที่มีความหมายที่สุด”
จ้าวอู่เจียงเอ่ยเสียงเย็น
“คุณเป็นหนึ่งในเพชฌฆาตนั่นแหละ สิ่งดีงามในโลกกำลังถูกพวกคุณทำลาย แล้วคุณจะเอาอะไรมารู้สึกล่ะ?”
“ไวรัสไม่ได้ถูกพัฒนาโดยผม” ซีเหมินฉางชิ่งยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงฟังดูไร้เดียงสา
“และผมก็ไม่ได้เป็นคนแพร่กระจายมัน ยิ่งไม่ใช่คนที่นั่งดูเฉย ๆ ในฐานะเจ้าหน้าที่ด้วย ความงดงามถูกทำลายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?”
“คุณรู้ไหมว่ากลุ่มอิทธิพลใหญ่ ๆ ได้เผยแพร่ยาป้องกันชนิดหนึ่ง?”
“YS108856 ยานี้ผมเป็นคนพัฒนาขึ้นมา”
“คนที่ผมช่วยไว้ อาจจะไม่ถึงแสนหรือล้าน แต่ก็มีอย่างน้อยหมื่นคนใช่ไหมล่ะ?”
“แล้วทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์สัมผัสถึงความงดงามของโลกใบนี้กัน?”
“ตอนเด็ก ๆ พ่อแม่ทอดทิ้งผม พยายามพรากโอกาสที่ผมจะได้สัมผัสความงดงาม เมื่อโตขึ้น สังคมบดขยี้ผม วงการบันเทิงที่เน่าเฟะกัดกร่อนผม ก็พยายามจะพรากโอกาสที่ผมจะได้สัมผัสความงดงาม…”
“ทำไมแม้แต่คุณ ผู้ที่อ้างว่ายืนอยู่ฝั่งความยุติธรรม ก็พยายามจะพรากโอกาสของผมด้วยล่ะ?”
“คุณเอามาตรฐานของคุณมาบังคับผมเหรอ?”
“ก็เพราะอย่างนี้ไงล่ะ พวกเราถึงต้องสร้างระเบียบโลกใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงความหน้าซื่อใจคด”
“เหตุผลคุณก็ถูกอยู่นะ” จ้าวอู่เจียงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แต่ทุกสิ่งที่สร้างขึ้นบนความเจ็บปวดของผู้อื่น ล้วนไม่ถูกต้อง”
“ความเจ็บปวดของคนอื่น มันเกี่ยวอะไรกับผมด้วย?” ซีเหมินฉางชิ่งค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับจ้าวอู่เจียง คนวัยเดียวกันสองคนในตอนนี้ไม่ได้เป็นศัตรูกันในเรื่องอำนาจ แต่เป็นศัตรูกันในความเป็นมนุษย์มากกว่า
ซีเหมินฉางชิ่งพูดเนิบช้าว่า
“คุณจะสนใจหรือไม่ ถ้าใครสักคนในมุมไหนสักแห่งบนโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณเลยต้องตายไปกะทันหัน?”
“จะรู้สึกเจ็บปวดเพราะเรื่องนั้นไหม? …ไม่มีทาง!”
“คุณจะสนใจเหรอว่าสิ่งแวดล้อมจะพังพินาศ หรือสิ่งมีชีวิตจำนวนมากจะสูญพันธุ์หรือไม่?”
“เมื่อครู่คุณเหยียบผู้ติดเชื้อคนหนึ่งจนแหลกละเอียด คุณสนใจความสมบูรณ์ของศพเขาหรือเปล่า?”
“ความเจ็บปวดคืออะไร? ในเมื่อผมยังไม่รู้สึกเจ็บ แล้วผมจะเจ็บปวดไปทำไม?”
“ผมเติบโตในสถานสงเคราะห์มาตั้งแต่เด็ก เด็กในสถานสงเคราะห์ต้องเผชิญกับสายตาเย็นชาและความทุกข์ทรมานมากมายตั้งแต่เล็ก มีใครสนใจบ้างไหม? การบริจาคเงินไม่ได้หมายความว่าเข้าใจความรู้สึก ก็แค่ทำเพื่อสร้างภาพ หรือไม่ก็แค่ไถ่บาปให้ตัวเองเท่านั้นแหละ”
“ไม่มีใครจะสนใจว่า คนที่ตัวเองไม่ได้ไม่สนใจกำลังจะเจ็บปวดแทบตายหรือเปล่า!”
“ผมเป็นแบบนี้ และคุณ จ้าวอู่เจียง ก็เป็นแบบเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมาทำท่าโอ้อวดหรอก”
“และที่สำคัญอย่างที่ผมบอกไป ในสงครามทางพันธุกรรมครั้งนี้ จำนวนคนที่ผมช่วยไว้มีมากกว่าคนที่คุณช่วยเหลือเสียอีก!”
“ใช่” จ้าวอู่เจียงพยักหน้าช้า ๆ
“แต่ผมไม่หาข้อแก้ตัวเพื่อปกปิดความไม่สบายใจของตัวเอง”
“และผมก็จะไม่มีวันป่าวประกาศความชอบธรรม หลังจากที่เพิ่งจะยัดเยียดความทรมานให้แก่ผู้อื่น”
“ไม่ว่าเจ้าจะยกอ้างเหตุผลอะไรมาพูด คุณก็ยังคงเป็นหนึ่งในเพชฌฆาต ไม่มีทางเปลี่ยนความจริงที่ว่ามือของคุณเปื้อนเลือดได้หรอก”
“หึหึ…” ซีเหมินฉางชิ่งถอยหลังไปก้าวหนึ่งพร้อมกับพยักหน้า
“คุณยอมรับมุมมองของผมในระดับหนึ่ง และผมเองก็จะไม่ปฏิเสธสิ่งที่คุณพูดเหมือนกัน”
“ใช่… ผมได้ทำให้คนอื่นเจ็บปวดจริง ๆ แต่แล้วมันเป็นยังไงล่ะ?”
“อยากให้ผมสำนึกผิดงั้นเหรอ? อยากให้ผมรู้สึกผิดกับตัวเองเหรอ?”
“ผมรู้แค่ว่า… ในเมื่อโลกนี้มอบจูบอันเจ็บปวดให้ผม ผมก็ไม่มีวันที่จะตอบแทนมันด้วยเสียงเพลงอย่างเด็ดขาด”
“ผมจะไม่ยื่นมือออกไปไกลจนเกินตัว เพื่อไปวุ่นวายกับความเป็นตายของคนอื่นด้วย”
“ผมไม่ใช่คุณ จ้าวอู่เจียง ผมไม่ได้มีความดีงามที่ล้าสมัยเหมือนนาย สิ่งที่ผมเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กมีแค่อย่างเดียว ธรรมชาติของมนุษย์คือความชั่วร้าย!”
“เพราะแบบนี้ไง กฎของจักรวาลถึงได้มีกฎแห่งการทำลายล้างทุกสรรพสิ่งอยู่”
“ผมรู้ว่านายกำลังหาอะไร มรรคาตะวันออก หนทางของผู้บำเพ็ญโบราณนั่นแหละ”
“การเติมเต็มส่วนที่ขาด การฝืนชะตาแย่งชิงพลังจากสวรรค์!”
“แต่นายเคยคิดไหมว่า สำหรับจักรวาลแล้ว พวกนายต่างหากที่เป็นมดปลวก?”
“จักรวาลต้องการเรียกคืนพลังของตัวเอง พื่อให้ทุกอย่างกลับสู่ศูนย์และเริ่มต้นใหม่… มันผิดตรงไหน?”
“พวกผมก็แค่… ทำลายทุกอย่างก่อนที่จักรวาลจะทำลายมันเอง เพื่อสร้างระเบียบใหม่และค้นหาความเป็นอมตะจากสิ่งนั้น”
“คุณจะไปโทษใครไม่ได้หรอก ในเมื่อคุณเลือกที่จะสู้เพื่อกลุ่มคนที่มัน ‘สมควรตาย’ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!”