ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2040 เงื่อนงำมากมาย
บทที่ 2040 เงื่อนงำมากมาย
ดาวเสี่ยวชางไม่ได้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อหมู่ดาวชั้นเลิศอันดับหนึ่ง ปัจจุบันหมู่ดาวรอบข้างในระดับชั้นเลิศอันดับหนึ่งอย่างเช่นดาวเทียนซื่อยังพอยันกำลังป้องกันไว้ได้ แต่ดาวเสี่ยวชางกลับเป็นดวงดาวเพียงไม่กี่ดวงในย่านนี้ที่ต้องเผชิญกับจุดจบแห่งความล่มสลาย
ข้อมูลจากพิกัดดวงดาวระบุไว้ว่า ดาวเสี่ยวชางเกิดเหตุไวรัสระบาดขึ้นจากภายใน ทั้งจากทางหน่วยงานราชการและจากฝั่งประชาชนที่ลุกลามขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ทางการตั้งตัวไม่ติด ทำได้เพียงประกาศปิดล็อกดวงดาวได้เพียงครู่เดียว หลังจากนั้นดวงดาวทั้งดวงก็ตกอยู่ใต้เงื้อมมือไวรัสอย่างรวดเร็ว
ยังถือว่ามีวาสนาที่ไวรัสเหล่านั้นไม่ได้แพร่กระจายออกมาสู่ภายนอก เพราะหากมีใครลักลอบขึ้นเรือเดินทางดวงดาราหลบหนีออกมาได้ ไวรัสก็จะถูกนำไปติดเชื้อสู่ดวงดาวดวงอื่น ๆ เป็นทอด ๆ
ในย่านกลุ่มดาวแห่งนี้ หมู่ดาวชั้นเลิศอันดับหนึ่งดวงที่ล่มสลายไปก่อนหน้านี้ก็คือดาวเทียนหลาง แถมข้อมูลยังชี้ชัดว่าอัตราการล่มสลายของดาวเทียนหลางนั้น รวดเร็วยิ่งกว่าดาวเสี่ยวชางเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนั้นดาวเทียนหลางไม่ได้ประกาศปิดกั้นดวงดาวตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่งผลให้ผู้คนพากันอพยพหลบหนีออกไปอย่างวุ่นวาย ยิ่งเมื่อดาวชั้นเลิศใกล้เคียงปฏิเสธที่จะเปิดรับนักเดินทางเหล่านั้น พวกเขาจึงต้องมุ่งหน้าไปสู่ดวงดาวที่ห่างไกลออกไป ซึ่งนั่นก็นำพาความหายนะไปสู่ดวงดาวที่มีระบบป้องกันความปลอดภัยเบาบางดวงอื่น ๆ ต่อไปอีกมากมาย
หลังจากมาร์กพิกัดของดาวเสี่ยวชางไว้แล้ว จ้าวอู่เจียงก็เปลี่ยนตัวเองเป็นเส้นลำแสงพุ่งตรงไปตามการชี้ทางทันที
บนดาวเสี่ยวชางนั้น เขามีคนคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือหลิวเหม่ยเอ๋อร์ที่เคยโดน A1 ลักพาตัวไปก่อนหน้านี้ ยามนี้เคราะห์ดีแฝงในโชคร้าย การที่เธอถูกลักพาตัวไปอาจจะทำให้เธอยอมรับรอดพ้นจากการติดเชื้อก็เป็นได้
เมื่อนึกถึง A1 จนถึงป่านนี้จ้าวอู่เจียงก็ยังไม่อาจยืนยันได้แน่นอนว่า A1 ต้องการอะไรจากเขากันแน่? จะใช้เขาเป็นเพียง ‘ภาชนะ’ เพื่อใช้เพืื่อสับเปลี่ยนวิญญาณมาลงที่เขา?
‘หรือว่ามุ่งหวังจะชิงสิ่งอื่นใดจากตัวฉันกันแน่?’
ความสงสัยมากมายยังคงพันธนาการตัวเขาไว้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หากพยายามจัดการไปทีละขั้นตอน ทุกอย่างก็จะลุล่วงด้วยดี จงเดินหน้าตามแผนปัจจุบันที่ละก้าวเสียก่อน
ท่ามกลางฉากหลังสีดำสนิทของจักรวาล ลำแสงเส้นหนึ่งแหวกผ่านความมืดมิดด้วยขนาดที่ดูเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ของอวกาศ จ้าวอู่เจียงพุ่งเข้าใกล้ดาวเสี่ยวชางขึ้นเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ จักรวาลไม่มีวันหรือคืน ด้วยความรวดเร็วประดุจเทพเจ้าของจ้าวอู่เจียง เขาได้มาหยัดยืนอยู่เหนือดาวเสี่ยวชาง ในจังหวะที่ราตรีในฝั่งหนึ่งของดาวกำลังจะเคลื่อนมาถึง
นี่คือครั้งแรกที่เขาสังเกตดวงดาวที่ชื่อเสี่ยวชางดวงนี้อย่างละเอียด
ดาวเสี่ยวชางเป็นดวงดาวสีฟ้าใสประดุจผืนน้ำ ดูคล้ายคลึงจนทำให้เขาย้อนนึกถึง ‘บ้าน’ บนโลกหัวเซี่ยโลกจริงขึ้นมา
ที่ดาวเสี่ยวชางดวงนี้ ยังมีวงแหวนดาราสีม่วงอ่อนประดับล้อมรอบตัวดาว ดูสงบและงดงามท่ามกลางอวกาศ
การมองในระยะประชิดแบบนี้ พื้นที่อันยิ่งใหญ่อลังการส่งผลกระทบต่อการมองเห็นจนเขาแอบรู้สึกถึงความจ้อยร่อยของตนเอง และยังส่งผลให้โรคกลัววัตถุขนาดใหญ่ของเขากำเริบขึ้นมานิด ๆ เขาได้แต่หัวเราะให้ตัวเอง
‘ก็ไม่ใช่การเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเก่าแล้วมีความขัดเขินประหม่าเสียหน่อย แต่ทำไมในหัวใจกลับมีความสั่นระรัวเช่นนี้ได้?’
ทว่าในวินาทีถัดมา ภาพในหัวของเขากลับมีอะไรบางอย่างแฟลชย้อนคืนมา มันเป็นดั่งภาพดอกไม้ไฟที่มอดไหม้ปะทุระเบิดออกกลางห้วงความคิดของเขา
ดวงดาวสีฟ้าใส? วงแหวนดาราสีม่วงอ่อน?
‘เราเคยเห็นภาพความงดงามของหมู่ดาวที่หน้าตาเหมือนเปี๊ยบแบบนี้มาก่อนที่ไหนกัน!’
จ้าวอู่เจียงพลันหวนระลึกถึงอดีต ยามที่เขาและจิ้งเอ๋อร์เคยใช้อานุภาพแห่งรักเพื่อเปิดการใช้งานกระจกทองสัมฤทธิ์ใบนั้นในราชวงศ์เซียนต้าโจว ในยามนั้นกระแสจิตของเขาได้แทรกซึมผ่านกระจก และมองเห็นหมู่ดาวที่เดียวดายเปลี่ยวเหงาเหล่านั้น
ท่ามกลางหมู่ดาวเหล่านั้น มีดาวที่ร้างไร้ผู้คนดวงหนึ่ง ซึ่งมีสีฟ้าใสประดุจผืนน้ำและล้อมรอบด้วยวงแหวนดาราสีม่วงอ่อน แม้แต่ทัศนียภาพทางภูมิศาสตร์ของดาวเสี่ยวชางที่เขาสังเกตเห็นจากภายนอกในขณะนี้ ก็แทบจะถอดแบบมาจากสิ่งที่เขาเคยเห็นในกระจกใบนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
นั่นหมายความว่า จักรวาลอันแห้งแล้งไร้ชีวิตที่เขาเห็นผ่านกระจกทองสัมฤทธิ์เมื่อนานมาแล้ว แท้จริงคือที่แห่งนี้ หรือหากจะพูดให้ถูกก็คือ มันอาจจะเป็นสภาพก่อนหน้าที่อารยธรรมบนดาวเสี่ยวชางจะถือกำเนิดขึ้น หรือไม่มันก็คือภาพจำลอง ‘อนาคต’ ของดาวเสี่ยวชางที่กำลังล่มสลายลงดวงนี้นี่เอง
จ้าวอู่เจียงมีอารมณ์ที่ปั่นป่วนว้าวุ่น เขาถะยานร่างมุ่งหน้าเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสี่ยวชางทันที
เขาร่อนกายลงจากห้วงนภามุ่งสู่พื้นเบื้องล่าง เมื่อมองจากมุมสูง ดาวเสี่ยวชางในตอนนี้ยังไม่ได้อยู่ในสภาพพินาศย่อยยับจนสิ้นซากไปเสียหมด เพียงแต่ตึกราบ้านช่องจำนวนมากได้รับความเสียหายจนไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ตามท้องถนนและริมชายน้ำปรากฏจุดดำปริศนาจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวอยู่อย่างเชื่องช้า
จุดดำที่ล่องลอยอยู่นั้น หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็ย่อมเป็นเหล่าผู้ติดเชื้อน้ำยาวิวัฒนาการนั่นเอง
สายตาของเขาไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของผู้ติดเชื้อเหล่านั้น แต่เขากำลังมองหาอาคารในความทรงจำ
ในเวลาไม่นาน เขาก็ค้นพบตึกหนึ่งลอยตัวอยู่ท่ามกลางอากาศ มันมีลักษณะคล้ายตึกทรงรูบิคโปร่งแสง
หากพิจารณาตามพิกัดภูมิศาสตร์แล้ว ตึกทรงรูบิคหลังนี้ควรจะตั้งอยู่ในเมืองเปียนอวิ๋น ซึ่งก็คือสถานที่ที่เขาเคยพักพิงอยู่ในช่วงหนึ่ง แต่ทว่าในตอนนั้นเขามัวแต่วุ่นวายกับการดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงชีพ จึงไม่เคยได้หยุดเดินเพื่อสังเกตบรรยากาศรอบตัว ทำให้ไม่ได้เอะใจถึงความมีอยู่ของตึกแห่งนี้เลย
มาในตอนนี้ เมื่อได้เห็นกับตาก็พบว่าตึกหลังนี้ช่างเหมือนกับสิ่งที่เห็นในความทรงจำราวกับพิมพ์เดียวกัน
เขาเร่งความเร็วพุ่งตัวออกไปจนฝ่าบานหน้าต่างของตึกทรงรูบิคเข้าไปยังพื้นที่ภายใน
เสียงกระจกที่แตกละเอียดจนร่วงลงสู่พื้นดังกึกก้อง ส่งผลให้กลุ่มผู้ติดเชื้อที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ ต่างพากันหันเหตามเสียงมายังทิศนี้อย่างรวดเร็ว
เขาหยัดยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบในตัวอาคาร สภาพการตกแต่งและข้าวของเครื่องใช้ภายในช่างดูคุ้นตายิ่งนัก มันซ้อนทับเข้ากับภาพในความทรงจำเดิมอย่างสมบูรณ์แบบ
พื้นที่สำนักงานถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ในแต่ละห้องมีหน้าจอน้อยใหญ่มากมาย และบนหน้าจอเหล่านั้นต่างพากันส่งสัญญาณเตือนภัยเป็นข่าวประกาศซ้ำไปซ้ำมา เพื่อแจ้งเตือนให้เหล่าประชาชนงดเว้นการออกมาด้านนอก พร้อมทั้งกำชับให้จัดเตรียมสำรองเสบียงและน้ำกินน้ำใช้ให้พร้อมเพื่อรอคอยความช่วยเหลือ
อาคารหลังนี้… น่าจะเป็นศูนย์บัญชาการของอะไรสักอย่างแน่นอน
ทว่ามันก็มีความต่างจากสิ่งที่จ้าวอู่เจียงเห็นผ่านกระจกทองสัมฤทธิ์อยู่ไม่น้อย ในยามนั้นเขามองเห็นภาพหน้าจอที่ดับมืดไร้ซึ่งแสงสว่าง ภายในห้องไร้เงาผู้ดูแลมานานจนมีละอองขี้เถ้าและฝุ่นหนาปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นเครื่องใช้ไม้สอย หรือแม้แต่อากาศ
‘ถ้าอย่างนั้น ภาพหมู่ดาวอันแห้งแล้งไร้ชีวิตที่เห็นผ่านกระจกในคราวนั้น มันย่อมไม่ใช่เรื่องราวของอารยธรรมที่ล่มสลายในอดีต แต่มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างนั้นหรือ?’
‘กระจกทองสัมฤทธิ์ใบนั้น กำลังพยากรณ์อนาคตให้เขารู้งั้นเหรอ?’