ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 2038 พวกเขากำลังจับตาดูเจ้าอยู่!
บทที่ 2038 พวกเขากำลังจับตาดูเจ้าอยู่!
จ้าวอู่เจียงกวาดสายตาไปรอบห้อง แต่เขากลับไม่พบวี่แววของกลิ่นอายพลังใด ๆ เลย เขาไม่อยากให้หลี่ปิ่งวั่งตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ จึงส่งยิ้มที่ดูอ่อนโยนไปให้
“พวกเขารูปร่างหน้าตาเป็นยังไงหรือครับ?”
“ไม่กล้า… ผมไม่กล้ามอง…” หลี่ปิ่งวั่งก้มหน้าจนชิดอก ร่างกายเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “พวกเขาส่งเสียงเรียกชื่อคุณ… จ้าวอู่เจียง…”
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย “มีอะไรอีกไหมครับ?”
“พวกเขาบอกว่า… อย่า… อย่ากลัว… พวกเขา… พวกเขา…” หลี่ปิ่งวั่งตัวสั่นอย่างรุนแรงราวกับเจ้าเข้า ท่าทางเหมือนจะช็อกจนสลบไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ดวงตาของเขาเริ่มเหลือกจนเห็นตาขาว
ทันใดนั้น หลี่ปิ่งวั่งก็ผุดลุกขึ้นยืน มือทั้งสองข้างตะปบลงบนหัวไหล่ของจ้าวอู่เจียงอย่างแรง ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่นว่า
“อู่เจียง รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว!”
ตื่นเถอะ! อย่ามัวจมปลักอยู่อีกเลย อย่าได้หลงทางอยู่ในโลกมายาแบบนี้!
สิ่งพวกนี้มันคือของปลอม! ปลอมทั้งนั้น! ปลอม!
จ้าวอู่เจียง ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
‘ตึง!’ เมื่อหลี่ปิ่งวั่งตะโกนจบ เขาก็ล้มฟุบลงไปนั่งที่เตียงคนไข้ก่อนจะแน่นิ่งไปในสภาพตัวกระตุก
จ้าวอู่เจียงที่นั่งอยู่บนม้านั่งมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในส่วนลึกของดวงตา ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น เขาขยับเข้าไปใกล้และยื่นมือไปตรวจสอบอาการของหลี่ปิ่งวั่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่สลบไปเพราะอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุดและไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิต เขาจึงวางใจ
หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปโดยไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก ใบหน้าของเขาไม่ปรากฏแววความสับสนหรือหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว
ก่อนหน้านี้ เขาเคยหวังยิ่งกว่าใครว่า การที่เขาต้องเดินทางจากดวงดาวที่ไม่รู้จักมาสู่พื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่าอย่างอาณาเขตพันดารา เป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น
บางทีเมื่อฝันสลาย เขาอาจจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในจวนอิ้นอ๋องแห่งราชวงศ์เซียนต้าโจว โดยมีตู๋กูหมิงเยว่และเสี่ยวเนี่ยนเซี่ยคอยเคียงข้าง หรือมีจิ้งเอ๋อร์และชิงเอ๋อร์อยู่ไม่ไกล…
จากนั้นแผนการที่เขาวางไว้ก็ประสบความสำเร็จ ทุกคนก้าวเดินไปบนแม่น้ำแห่งกาลเวลาและย้อนกลับไปยังยุคสมัยที่เก้าด้วยกัน
หรือบางทีเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาอาจจะพบว่าตนเองนอนอยู่ในห้องนอนของตำหนักหย่างซินแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย วันนี้ไม่มีการออกว่าราชการช่วงเช้า และจิ้งเอ๋อร์ยังคงนอนขดตัวอยู่ข้างกายเขาอย่างสงบสุข พลางบิดขี้เกียจหรือละเมอออกมาเบา ๆ
แต่ในส่วนลึกของหัวใจนั้นเขารู้ดีว่าตนไม่ได้ฝันไป เขาเพียงแค่รู้สึกหดหู่เพราะคนสนิทจากไปจนหมดสิ้น และต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งญาติมิตร ความอ้างว้างทำให้เขารู้สึกเศร้าใจ จนชีวิตไม่ได้ดูเจิดจ้าเหมือนแต่ก่อน
ต่อให้ชีวิตจะดูบิดเบี้ยวหรือวุ่นวายเพียงใด แต่มันคือ ‘ความจริง’
ทว่าในตอนนี้ ความสงสัยที่ฝังรากลึกในหัวใจกลับพุ่งพวยขึ้นมาอีกครั้ง ชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ทุกอย่างที่เขาพบเจอ มันคือความจริงแน่หรือ?
หลิวเหม่ยเอ๋อร์ สตรีที่เขาเห็นว่าเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตากลับมาปรากฏตัวที่นี่ผ่านมิติเวลาที่วุ่นวาย
เสี่ยวไป๋ที่เคยแก่ชราจนเดินเข้ากองพายุหิมะ ก็มาอยู่ที่นี่
จูกัดเซี่ยวไป๋กลับมาในตอนปัจจุบัน
ซูฮัวอีเองก็กลับมาในตอนปัจจุบันเช่นกัน
เรื่องราวและผู้คนที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา จ้าวอู่เจียง เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นระเบียบแต่กลับมีช่องโหว่ทางตรรกะมากมาย เรื่องเหล่านี้มันจริงแท้อย่างนั้นหรือ?
เขานึกถึงตอนที่อยู่ภายในร่างของชื่อมู่จื่อ ซึ่งอีกฝ่ายเคยถามเขาคำถามหนึ่งว่า ‘เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เจ้าเจอไม่ใช่ภาพหลอนก่อนตายน่ะ?’
แล้วเขาก็พาลนึกไปถึงตอนที่พยายามปลุกต่งต่ง ทายาทของตระกูลจู้หรง เขาเห็นข้อความนั้นที่เขียนไว้ว่า…
‘เมื่อคุณได้อ่านข้อความนี้… นั่นหมายความว่าคุณหมดสติไปหลายปีแล้ว
เราได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกคุณให้ตื่นขึ้น
เราไม่รู้ว่าเมื่อไร ที่ไหน… หรือด้วยวิธีไหนที่คุณจะได้เห็นข้อมูลที่เราฝากเอาไว้นี้
มันอาจจะเป็นในหนังสือที่ทำจากกระดาษ
อาจจะเป็นภาพยนตร์
อาจจะเป็นคลิปสั้น ๆ
อาจจะมีใครสักคนมาพูดต่อหน้าคุณ
อาจจะถูกสลักไว้บนของบางอย่าง
หรืออาจจะอยู่ใน ‘นิยาย’ ที่คุณกำลังอ่านอยู่ตอนนี้… พวกเราเพียงแค่หวังอย่างสุดซึ้งว่าคุณจะได้เห็นมัน
ได้โปรดรีบตื่นขึ้นมาเสียที! ต้องตื่นมาให้ได้นะ!’
‘เราถูกขังอยู่ในความฝันจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?’ จ้าวอู่เจียงหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง บางทีนี่อาจจะเป็นแค่ภาพหลอนหรือเสียงแว่วที่หลี่ปิ่งวั่งสร้างขึ้นเองก็ได้!
เขาไม่มีทางเชื่อหรอกว่าเขาถูกกักขังอยู่ในความฝันที่ตื่นขึ้นมาไม่ได้
ทุกสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ต่อให้มันจะเลวร้ายแค่ไหนมันก็คือความจริง หากเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน นั่นก็เป็นแค่พฤติกรรมของการหลบหนีความจริง และเป็นการหลอกลวงตัวเองเท่านั้น!
เขาจะไม่เชื่อ!
เขาเชื่อว่า… มีใครบางคนกำลัง ‘จงใจ’ นำทางเขาไปผิดทาง!
ใครบางคนกำลังวางกับดักเพื่อรอให้เขากระโจนลงไปเอง!
คำพูดของหลี่ปิ่งวั่งนั้นมีช่องโหว่เต็มไปหมด ต่อให้หลี่ปิ่งวั่งจะผ่านโลกมายาและเห็นภาพในอดีตมาจริง แต่คนอย่างจิ้งเอ๋อร์ไม่มีทางหลอกลวงเขาเด็ดขาด!
ที่หลี่ปิ่งวั่งบอกว่าจิ้งเอ๋อร์จะหลอกเขา นั่นก็เป็นจุดที่บอกชัดเจนว่าพูดผิดแล้วไม่ใช่หรือไง?
ดังนั้น โลกมายาของหลี่ปิ่งวั่งก็คือโลกมายาเพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับเขาแต่อย่างใด
มันเป็นเพียงแค่เรื่องประจวบเหมาะบางอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายฝันเห็นเขาเท่านั้น
เฉกเช่นที่ว่า… หุ่นยนต์ชีวภาพจะฝันเห็นแกะไฟฟ้าหรือเปล่านั้นน่ะหรือ?
ความบังเอิญก็คือความบังเอิญ ไม่ใช่ความจริง!
จ้าวอู่เจียงปิดประตูห้องลงพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ ปรับอารมณ์ของตนเองให้คงที่
เขาต้องรีบไปจัดการเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย และเขานี่แหละที่จะเป็นคนตามหา ‘คำตอบ’ นั้นให้เจอเอง
ไม่มีใครหน้าไหนสามารถปิดหูปิดตาเขาได้ เขาคาดหวัง และเชื่อมั่นเช่นนั้นจริง ๆ