ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 387 หนูข้ามถนน*[1]
จางอวี้หัวได้ยินคำพูดของอิ๋นซู่เหลียนแล้วก็นึกเย้ยหยัน
เขาหันไปมองกังจื่อที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นก็หันมามองเช็คในมือ และเริ่มเผยท่าทีลังเลขึ้นมา
อิ๋นซู่เหลียนเห็นดังนั้น ในใจก็รู้สึกเหยียดหยาม และไม่ลืมที่จะโน้มน้าวต่อไปว่า “รับไปเถอะ ทำตามที่ฉันบอก ยังมีเงินอีกมากมายรออยู่เชียวนะ!”
“เอาเงินเหม็น ๆ ของเธอกลับไปซะ!”
จางอวี้หัวสายตาคมกริบ เขาปาเช็คใส่หน้าอิ๋นซู่เหลียน จากนั้นหันไปพูดกับกังจื่อว่า “รีบโทรเรียกนักข่าวมาเถอะ!”
“ได้เลย!” กังจื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่ลังเล เริ่มต่อสายหานักข่าวทันที
“นี่เธอคิดว่าชีวิตเขามีค่าแค่เงินเท่านี้งั้นเหรอ อย่ามาทำให้ฉันขยะแขยงหน่อยเลย คราวนี้แหละฉันจะทำให้พวกแกต้องจบเห่!”
“รถที่จอดอยู่ข้างล่างของฉันมันยังมีค่ามากกว่าเงินพวกนี้อีก คิดว่าเงินน้อย ๆ แค่นี้จะซื้อเราได้งั้นเหรอ?”
เดิมทีจางอวี้หัวยังพูดกับเธออย่างสุภาพ แต่พอเธอทำแบบนี้ก็เหมือนกับไปกระตุ้นจุดเดือดของเขาเข้าทันที
สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือการโดนคนดูถูก
และยิ่งเกลียดที่สุดก็คือการที่มีคนเอาเงินมาวัดความสัมพันธ์ระหว่างมิตรภาพของพวกเขา
“ฉัน…ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเลยนะ!”
ยามนี้อิ๋นซู่เหลียนรู้ตัวแล้วว่า ครั้งนี้เธอได้เจอของแข็งเข้าให้แล้ว ทว่ารู้ตัวตอนนี้มันก็สายเกินไป
ตอนนี้จางอวี้หัวและกังจื่อแค่รอให้นักข่าวมาทำเรื่องให้ใหญ่โต ตรงตามภาษิตที่ว่า ‘ข่าวดีไม่ออกนอกบ้าน ข่าวร้ายกลับแพร่ไปพันลี้’*[2]
สุดท้ายเรื่องนี้ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ภายในตึกสำนักงานคณบดี
พยาบาลคนหนึ่งรีบวิ่งไปที่ห้องสำนักงานของฉินซานไห่
ในขณะนั้น หานชิงอวี่กำลังพาชาวต่างชาติสองคนมาที่นี่เพื่อเซ็นสัญญากับฉินซานไห่
นี่เป็นสัญญาสามฝ่าย ทุกคนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและเซ็นสัญญากันทุกคน
“คุณหาน จากนี้ไปเราจะร่วมมือกับบริษัทของคุณแล้ว!”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะ ใช้เวลาแค่สองวัน คุณก็หาโรงพยาบาลทดลองให้เราได้!”
ชาวต่างชาติที่ชื่อชาร์ลส์มองหานชิงอวี่ด้วยสายตาชื่นชม “ขอใช้คำพูดแบบชาวจีนแล้วกันนะ คุณนี่เป็นคนหนุ่มที่มีพรสวรรค์จริง ๆ!”
“ชมกันเกินไปแล้วครับคุณชาร์ลส์ พวกเราชาวจีนเป็นคนที่รักษาคำพูดเสมอครับ”
หานชิงอวี่กล่าวอย่างถ่อมตนด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ผายมือให้อีกฝ่าย “เชิญครับ พวกเรามาถึงแล้ว!”
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังจะพาชาวต่างชาติทั้งสองคนไปยังห้องสำนักงานของฉินซานไห่ เหลือระยะทางไม่ถึงสิบเมตรเท่านั้น เขาก็เห็นฉินซานไห่รีบร้อนวิ่งตามพยาบาลออกไป โดยมุ่งหน้าไปทางแผนกผู้ป่วยใน
หานชิงอวี่มองภาพนั้นแล้วก็รู้สึกงงงวย
แต่เมื่อพาคนมาแล้ว เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้แขกรอนานได้ จึงหันไปพูดกับชาวต่างชาติทั้งสองคนว่า “ท่านคณบดีฉินเพิ่งจะออกไปเมื่อครู่นี้เองครับ เราไปดูกันเถอะครับว่ามีเรื่องอะไร!”
“ได้เลย ไม่มีปัญหา เรามีเวลาเต็มที่!”
ชาร์ลส์ตอบรับ จากนั้นก็เดินตามหานชิงอวี่ไปยังแผนกผู้ป่วยใน
…
แผนกผู้ป่วยใน
อิ๋นซู่เหลียนกำลังถูกนักข่าวกลุ่มหนึ่งล้อมไว้เพื่อถามสารพัดคำถาม ทำให้เธอรู้สึกทั้งกลัวและทำอะไรไม่ถูก
ส่วนจางอวี้หัวกับกังจื่อกำลังเติมเชื้อไฟให้นักข่าวเหล่านั้น และบางครั้งก็ถือเช็คที่อิ๋นซู่เหลียนให้มาโชว์ให้นักข่าวดูเพื่อปลุกปั่น
ทันใดนั้น ฉินซานไห่ก็มาถึงที่นี่
อิ๋นซู่เหลียนเห็นฉินซานไห่แล้วก็ราวกับได้พบแสงสว่าง จึงรีบตะโกนขึ้นทันทีว่า “คณบดีฉินคะ! ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยของคุณไล่พวกเขาออกไปให้หมดทีค่ะ!”
เธอหมายถึงจางอวี้หัวกับเพื่อน รวมถึงนักข่าวพวกนี้ด้วย
เธอรู้สึกว่าถ้าต้องฟังพวกเขาจี้ถามเธออีกครั้ง เธอคงจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
อิ๋นซู่เหลียนคิดว่าฉินซานไห่จะฟังเธอ แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อเขาไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย
ฉินซานไห่หันไปพูดกับนักข่าวเพื่อชี้แจงว่า “ทุกท่านครับ เคสนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลที่สอง คนไข้รายนี้ถูกย้ายจากโรงพยาบาลที่สองมายังโรงพยาบาลที่หนึ่งของเรา! ดังนั้นเวลารายงานข่าว อย่าได้เขียนชื่อโรงพยาบาลผิดนะครับ ถ้าทำให้โรงพยาบาลที่หนึ่งของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ แน่!”
“อย่างนี้นี่เอง! โรงพยาบาลที่หนึ่งยังคงมีมาตรฐานที่สูงจริง ๆ ด้วย!”
“ไม่ต้องห่วงครับท่านคณบดีฉิน เราจะไม่รายงานผิดแน่นอน!”
“พวกเราเข้าใจแล้วค่ะ จะระมัดระวังให้ดีเลยเชียว!”
“……”
นักข่าวทั้งหลายเริ่มพูดคุยกับฉินซานไห่อย่างเป็นกันเอง
สถานการณ์ในขณะนั้นแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างเห็นได้ชัด
ทางหนึ่งร้อนรุ่มดุจไฟแผดเผา ทางหนึ่งกลับสุขสบายไร้กังวล
“ทุกท่านมาไกลขนาดนี้คงต้องลำบากกันมากแน่ ๆ ที่บาร์น้ำของเรามีเครื่องดื่มร้อนพร้อมเสิร์ฟนะครับ”
ฉินซานไห่พูดพลางแนะนำบริการของทางโรงพยาบาล
“ฉินซานไห่! คุณไม่ฟังฉันสินะ! ถ้าอย่างนั้นอุปกรณ์ของคุณในปีนี้ อย่าหวังว่าจะได้จากเราอีกเลย!”
ในที่สุดอิ๋นซู่เหลียนก็ทนไม่ไหว เริ่มตะโกนเสียงดังลั่น
ทันใดนั้น หานชิงอวี่ก็พาชาวต่างชาติสองคนมาหาฉินซานไห่
และอิ๋นซู่เหลียนเห็นเหตุการณ์นี้พอดี เธอจึงรีบใช้ภาษาอังกฤษด้วยความชำนาญ พูดระบายความทุกข์กับชาวต่างชาติทั้งสองคน
เธอต้องการบิดเบือนความจริงเพื่อให้พวกเขานำเรื่องนี้ไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ต่างประเทศ สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ใหญ่โตยิ่งขึ้น
“พวกคุณคะ พวกคุณไม่ควรร่วมมือกับตระกูลหานนะคะ พวกเขามีปัญหามาก!”
“พวกเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะร่วมมือกับคุณเลย!”
อิ๋นซู่เหลียนเห็นชาวต่างชาติเริ่มสอบถามข้อมูลจากฉินซานไห่ เธอก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที
“โรงพยาบาลนี้กำลังหาผลประโยชน์จากชีวิตคน คุณไม่ควรร่วมมือกับพวกเขานะคะ!”
อิ๋นซู่เหลียนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
“คุณอิ๋น! คุณบอกว่าพวกเขาไม่ดี แล้วทำไมอุปกรณ์ของคุณพวกนั้นถึงสามารถใช้รักษากับที่นี่ได้?”
“อุปกรณ์ดี ๆ แต่ทำไมเคสนั้นถึงได้เกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์เสียใหญ่โต?”
ชาวต่างชาติสองคนเริ่มสนทนากับอิ๋นซู่เหลียนด้วยภาษาจีนที่คล่องแคล่ว
อิ๋นซู่เหลียนฟังแล้วก็เผยสีหน้าตกตะลึงและเต็มไปด้วยความสับสน
“พวกคุณคะ พวกคุณไม่ควรร่วมมือกับพวกเขานะคะ กระบวนการทุกอย่างต้องทำอย่างมีลำดับขั้นนะคะ!”
อิ๋นซู่เหลียนได้ยินจากคำพูดของพวกเขาว่า พวกเขากำลังจะข้ามขั้นตอนผ่านหานชิงอวี่เพื่อมาคุยเรื่องการร่วมมือกับฉินซานไห่
“หมอหาน สัญญาของเราสามารถเซ็นได้ทุกเมื่อเลยนะ พวกเราตัดสินใจจะเซ็นสัญญาระยะยาวกับคุณ!” ชาร์ลส์หันมาพูดกับหานชิงอวี่ด้วยรอยยิ้ม
อิ๋นซู่เหลียนได้ยินคำพูดของชาร์ลส์แล้วก็ถึงกับเผยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด
“ไม่ใช่ว่าพวกเราเซ็นสัญญากันไปแล้วเหรอคะ?” อิ๋นซู่เหลียนมองไปยังชาวต่างชาติทั้งสองคนด้วยความร้อนใจ
“สัญญานั่นมันเป็นแค่การแสดงเจตจำนงร่วมมือ! ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่วมมือกับเรา เรายังไม่ได้กำหนดรายละเอียดเลย!” ชาร์ลส์มองอิ๋นซู่เหลียนแล้วก็ยักไหล่
หานชิงอวี่เดินเข้ามาแล้วพูดขึ้นว่า “เอาละ ทุกท่านครับ แยกย้ายกันกลับเถอะ ทั้งหมดนี้มันก็แค่เรื่องตลกน่ะ”
“ทุกท่าน ขอบคุณมากที่มาทำข่าว โปรดรายงานอย่างตรงไปตรงมานะครับ!”
ฉินซานไห่ยังคงไม่สบายใจ จึงย้ำเตือนอีกครั้งว่า “ขอขอบคุณทุกท่านที่ทำงานหนัก โปรดรายงานตามความจริง!”
อิ๋นซู่เหลียนเห็นว่าความจริงถูกเปิดเผยแล้ว การอยู่ต่อก็มีแต่จะทำให้เธอต้องขายหน้ามากไปกว่านี้ เธอจึงค่อย ๆ หลบออกไปอย่างเงียบ ๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังวุ่นวาย
[1] หนูข้ามถนน (过街老鼠) หมายถึง หนูสกปรกโสโครกบนถนนที่ใครมาพบเห็นก็รังเกียจ ไล่ตีให้ตายหรือไม่ก็กระโดดหนี
[2] ข่าวดีมักจะไม่แพร่ออกไปไกลหรือรวดเร็วเท่ากับข่าวร้าย แต่ข่าวร้ายมักจะแพร่ไปไวและกระจายไปในวงกว้างกว่าข่าวดี