ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 385 นักแสดงมือฉมัง
“หานชิงอวี่!”
ยังไม่ทันที่หานชิงอวี่จะเปิดปากพูดอะไร อิ๋นซู่เหลียนก็พูดขึ้นมาก่อน
ดวงตาคู่หนึ่งแฝงความอาฆาตจ้องมองมา เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวว่า “หานชิงอวี่! ถ่อมาถึงนี่ จากนี้ไปคงไม่มีโอกาสแล้วนะ งั้นก็อย่ามาเสียใจทีหลัง!”
หานชิงอวี่ได้ฟังถ้อยคำเหล่านั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เข้าใจทันทีว่าเธอต้องการสื่ออะไร
เธอคงไม่รู้สินะว่าตอนนี้เขาได้ล่วงรู้ถึงเล่ห์เหลี่ยมของเธอมานานแล้ว
“ผมจะอยู่ที่ไหน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ?” หานชิงอวี่ไม่แยแสแม้แต่น้อย เมื่อเจอผู้หญิงแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาสุภาพอะไรด้วยทั้งสิ้น
นี่คือผู้หญิงที่กินคนไม่เลือก
แม้แต่ผู้อาวุโสของตัวเองก็ยังไม่เว้น จะเรียกว่าหญิงใจเหี้ยมก็คงไม่ผิด
“ที่พูดมามันก็ถูก แต่มันใช้ไม่ได้กับที่นี่ ไสหัวออกไปซะ! เดี๋ยวนี้เลย!” อิ๋นซู่เหลียนชี้หน้าหานชิงอวี่พลางตะโกนลั่น
เมื่อมาถึงขั้นนี้ ก็ดูเหมือนว่าเกือบจะถึงขั้นลงไม้ลงมือกันแล้ว
หานชิงอวี่ไม่ใส่ใจคำพูดเหล่านั้น ยังคงคิดจะบุกเข้าไป
“พ่อบ้าน! ยืนบื้ออยู่ทำไม ไม่เห็นหรือไงว่ามีคนที่ฉันไม่ได้เชิญบุกเข้ามา!”
อิ๋นซู่เหลียนเห็นดังนั้นก็รีบสั่งพ่อบ้านที่ยืนอยู่ตรงประตูว่า “ไล่เขาออกไปเดี๋ยวนี้!”
พ่อบ้านมีสีหน้าลำบากใจ เขาเคยเห็นหานชิงอวี่มาก่อน และรู้ดีว่าอีกฝ่ายมาทำอะไรที่นี่
แต่ตอนนี้ อิ๋นซู่เหลียนให้เขาไล่คนออกไป ทำให้พ่อบ้านถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก…
“พี่ครับ! นี่คือหมอที่คุณปู่เชิญมารักษา อย่าทำให้ท่านเสียหน้าเลย”
ในขณะนั้นเอง ถังเจียซวินเดินเข้ามาจากข้าง ๆ ยิ้มให้หานชิงอวี่ “หมอหาน เชิญเข้ามาข้างในเลยครับ”
“คุณชายถัง ขอบคุณมากครับ” หานชิงอวี่โค้งคำนับให้ถังเจียซวิน และยิ้มให้อิ๋นซู่เหลียนก่อนจะพูดกับเธอว่า “ขอโทษด้วยนะ ผมขอตัวเข้าไปก่อน”
“เจียซวิน นี่มันหมอกระจอก อย่าไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของเขานะ!”
“เขาไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ระวังจะทำให้คุณปู่มีปัญหานะ” อิ๋นซู่เหลียนเห็นหานชิงอวี่ถูกน้องชายพาเข้าไปในบ้านก็รีบพูดอย่างร้อนรน
“พี่ครับ ฝีมือของเขาเป็นแบบไหน เราเองก็เคยใช้บริการเขามาแล้ว วางใจเถอะ!”
ถังเจียซวินหันไปมองอิ๋นซู่เหลียน ทำท่าทางเหมือนไม่รู้สึกอะไร
ทว่าแท้จริงแล้ว ในใจกลับนึกดูถูกพี่สาวคนนี้มาก
พ่อของเขาไม่ยอมให้เขาเปิดเผยความจริง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะทำให้เธอต้องชดใช้แล้ว
หานชิงอวี่ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับอิ๋นซู่เหลียนอีก เขาเรียกถังเจียซวินแล้วเอ่ยอย่างหนักแน่น “เราไปกันเถอะครับ”
“งั้นเชิญหมอหานเลยครับ!”
ถังเจียซวินไม่สนใจอิ๋นซู่เหลียนอีกต่อไป เขาเชิญหานชิงอวี่ด้วยความสุภาพ แล้วพากันเดินเข้าไปด้านใน
หานชิงอวี่เดินตามถังเจียซวินเข้ามาในห้องรับแขก เห็นคุณปู่ถังนั่งพิงโซฟาหลับตาพักผ่อน
เขาเดินเข้าไปทักทายชายชรา “คุณปู่ครับ ช่วงนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”
ท่าทีเช่นนี้ทำให้อิ๋นซู่เหลียนเห็นแล้วรู้สึกว่าพวกเขาดูคุ้นเคยกันมาก
เธอเริ่มกังวลขึ้นมา
ต้องจับตาดูหมอนี่ให้ดี อย่าให้เขามาทำลายแผนการของเธอได้!
คุณปู่ถังลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “หมอหาน ลำบากเธอแล้ว”
“คุณปู่ครับ ผมจะขอตรวจชีพจรให้นะครับ”
หานชิงอวี่พูดพลางนั่งลงข้าง ๆ ชายชรา จากนั้นก็เริ่มตรวจชีพจรให้
เขาตรวจชีพจรให้อีกฝ่ายด้วยความตั้งใจ จงใจขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งเครียดท่ามกลางสายตาของอิ๋นซู่เหลียนที่กำลังจับจ้อง
“เป็นยังไงบ้าง?” ถังเจียซวินเดินเข้ามาใกล้แล้วถามด้วยความกังวล
“ชีพจรของคุณปู่ค่อนข้างอ่อนแอ” หานชิงอวี่ตอบถังเจียซวิน แล้วหันมาพูดกับชายชรา “คุณปู่ครับ! ผมจะสั่งยาบำรุงเลือดให้ พอคุณปู่ดื่มแล้วจะต้องดีขึ้นแน่นอนครับ!”
“ดี ๆ งั้นก็คงต้องรบกวนเธอแล้ว” ชายชราพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม
การวินิจฉัยของหานชิงอวี่ทำให้อิ๋นซู่เหลียนที่อยู่ข้าง ๆ อดขำไม่ได้
ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันจริง ๆ โธ่เอ๊ย ก็นึกว่าจะเก่งสักแค่ไหน!
“ขอบคุณหมอหานมากนะครับ! ขอบคุณจริง ๆ”
ถังเจียซวินเอ่ยขอบคุณหานชิงอวี่อยู่หลายครั้ง
“หึ ช่างเป็นหมอที่ไร้ฝีมือจริง ๆ! โรคที่เรื้อรังมาตั้งหลายปี กับอีแค่ยาบำรุงเลือดแค่ชุดเดียวจะไปรักษาได้หรือไง! เจียซวิน! สุขภาพของคุณปู่น่ะไม่ควรฝากไว้กับคนแบบนี้นะ!”
อิ๋นซู่เหลียนมองถังเจียซวินแล้วกล่าวเสียงเข้ม “หมอกระจอก ๆ แบบนี้น่ะ หาจากไหนก็ได้ทั้งนั้น!”
“คุณอิ๋น ผมรู้ว่าคุณสงสัยในตัวผม แต่โปรดเชื่อในความสามารถของผมเถอะ ผมจะพยายามรักษาคุณปู่ถังอย่างเต็มที่ ไม่ได้มาเพื่อหลอกลวงใครแน่นอน!”
หานชิงอวี่มองไปที่อิ๋นซู่เหลียนด้วยสายตามุ่งมั่น
ถังเจียซวินเองก็ออกมายืนข้าง ๆ แล้วพูดกับอิ๋นซู่เหลียนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “พี่ครับ ไม่ต้องห่วงนะ ผมเชื่อในความสามารถของหมอหาน”
อิ๋นซู่เหลียนจ้องถังเจียซวินด้วยสายตาไม่พอใจ จากนั้นเธอก็เห็นหานชิงอวี่เริ่มสั่งยาให้ชายชรา
ตอนนี้เธอรู้สึกสะใจ แต่ใบหน้ากลับแสดงออกถึงความโกรธเกรี้ยว หลังจากที่ถอนหายใจใส่ด้วยความหงุดหงิดแล้ว เธอก็เดินจากไปด้วยความโกรธ
“พ่อครับ! หลานสาวคนโตของพ่อไปแล้ว!”
ถังเจียซวินเห็นอิ๋นซู่เหลียนเดินจากไปสักพัก จึงตะโกนขึ้นไปด้านบน
ทันใดนั้น ถังถานก็เดินลงมาจากชั้นบน เขาตั้งใจที่จะหลบเลี่ยงอิ๋นซู่เหลียนมาตลอด
“คุณถัง มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากถาม”
หานชิงอวี่เห็นถังถานเดินลงมา จึงกระแอมเบา ๆ แล้วถามว่า “เรื่องอุปกรณ์ที่ส่งไปยังโรงพยาบาลที่สองมีปัญหา คุณทราบไหมครับ?”
“ก็ได้ยินมาแล้วละ ตอนแรกผมก็ส่งคนไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบอะไรเลย” ถังถานส่ายหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เรื่องนี้ต้องมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ!”
“แปลกจริง ๆ พวกคุณไม่ได้ร่วมมือกัน แล้วทำไมโรงพยาบาลนั้นถึงมีอุปกรณ์ของพวกคุณ…”
แท้จริงแล้วหานชิงอวี่พอจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด เขาจึงไม่สามารถพูดอะไรไปมากกว่านี้ได้ ดังคำกล่าวที่ว่า ‘พูดมากไปย่อมผิดพลาด เคราะห์ภัยมาจากปาก’
มีคนในตระกูลถังมากมายที่กำลังสืบสวนเรื่องนี้ และคงจะมีเบาะแสมาบ้างแล้ว
“หมอหาน อาการป่วยของพ่อผม คุณต้องช่วยปิดบังไว้ก่อน รอจนกระทั่งความจริงเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ตอนนั้นแหละพวกเราค่อยเปิดเผยต่อสาธารณชน” ถังถานมองไปที่หานชิงอวี่และกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“เข้าใจแล้วครับ! คุณถังวางใจได้ ผมจะไม่พูดอะไรออกไป” หานชิงอวี่รับคำอย่างเคร่งขรึมพลางพยักหน้าตอบ
เขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ
เขาเดาว่าตอนนี้ถังถานต้องมีข้อมูลที่สำคัญอยู่ในมือแน่นอน เพียงแค่อีกฝ่ายยังไม่เปิดเผยออกมาเท่านั้นเอง
“หมอหาน อาการป่วยของพ่อผมในครั้งนี้ คงต้องฝากให้คุณช่วยดูแลแล้ว”
“ถ้าสามารถรักษาอาการป่วยของพ่อผมได้ คุณก็เหมือนผู้มีพระคุณอย่างยิ่งของตระกูลถังเรา!”
ถังถานมองหานชิงอวี่ด้วยสีหน้าจริงจัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
นี่แหละคือความแตกต่างของผู้นำ
“คุณถังวางใจได้ อาการป่วยของคุณปู่ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด ถ้าทำตามวิธีการของผม ไม่เกินสองเดือน ท่านก็จะสามารถลุกขึ้นได้แล้วครับ!”
หานชิงอวี่กล่าวอย่างสุภาพด้วยจิตใจอันเมตตาของคนเป็นแพทย์ ทำให้ถังถานมองเขาด้วยความชื่นชม
“ขอบคุณมากจริง ๆ หมอหาน!”
ถังถานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง