ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 369 ตั๊กแตนต่อยจักจั่น
“คราวนี้ คุณหมอหลินคงจะวางใจได้แล้ว! ลูกชายที่ไม่เชื่อฟังคนนี้รอดชีวิตแล้ว”
หัวหน้าแผนกเส้นประสาท มองดูคนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงแล้วกล่าวชื่นชม
หานชิงอวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา พอได้ยินเช่นนั้นก็สนใจขึ้นมาทันที “หัวหน้า หมายความว่าเขาเป็น…ลูกชายของหัวหน้าหลินของเราหรือครับ?”
“ถูกต้อง! ไม่งั้นเขาจะต้องรีบร้อนขนาดนั้นทำไมถ้าไม่ใช่ลูกของเขา มือทั้งสองข้างนี้อาจจะพิการไปแล้วก็ได้”
“ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เขาถึงกับออกตัวผ่าตัดเองเลย!”
หัวหน้าแผนกเส้นประสาทรีบตอบ
“อ๋อ เข้าใจแล้ว”
หานชิงอวี่พยักหน้า แสดงสีหน้าโล่งอก
“เด็กคนนี้ไม่ฟังคำพ่อ อายุยังน้อยก็วิ่งไปเรียนเทคโนโลยีไร้ประโยชน์ที่ต่างประเทศ กลับมาตั้งใจจะเปิดโรงงานที่นี่ เพิ่งขนอุปกรณ์กลับมา ตอนปรับแต่งเองก็ทำให้ตัวเองบาดเจ็บขนาดนี้”
หัวหน้าแผนกส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ ก่อนจะพูดต่อว่า “น่าสงสารหัวหน้าหลินจริง ๆ”
“มิน่าล่ะ ข้อมูลแต่ละอย่างถึงจะไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ก็ยังถูกดันให้เข้ามาได้ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
หานชิงอวี่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ถือว่าได้ช่วยเขาไปหนึ่งครั้ง เชื่อว่าหลังจากที่เขาอาการดีขึ้นแล้ว เขาคงจะเข้าใจอะไรมากขึ้น”
พูดจบ เขาก็มองไปที่คนเจ็บ
พอมองดูดี ๆ แล้ว ก็รู้สึกว่าคนเจ็บหน้าตาคล้ายกับหลินหม่านชางอยู่เหมือนกัน
ที่นี่มีคนรอให้ยาชาหมดฤทธิ์อยู่หลายคน
เพราะยังไงเสีย คนเจ็บก็เป็นลูกชายของหัวหน้าหลิน พวกเขาจึงดูแลเป็นพิเศษ
แม้ว่าการผ่าตัดจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก็ไม่มีใครคิดจะกลับ ต่างก็รออยู่ที่นี่เพื่อรอให้ยาชาหมดฤทธิ์
…
ส่วนด้านนอกห้องผ่าตัด ทุกคนต่างก็ยังคงอยู่ในอาการร้อนใจ
ได้ยินข่าวว่าลูกชายของหมอหลินหม่านชางล้มป่วยหมดสติ ฉินซานไห่จึงรีบมาที่โรงพยาบาลทันที
เมื่อมาถึงหน้าห้องพักฟื้น เขาก็ได้ยินเสียงของหมอหลินดังลั่นออกมา
“หลีกไป ให้ฉันไปผ่าตัดให้เขา!”
“ถ้าไม่รีบไปผ่าตัด เขาต้องไม่รอดแน่!”
“…”
“คุณหมอหลินคะ ตอนนี้คุณยังไม่พร้อมจะผ่าตัดนะคะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ”
“ใช่ค่ะ เชื่อใจพวกเราเถอะค่ะ พวกเขาทำได้แน่นอน”
“…”
เหล่าพยาบาลต่างช่วยกันเกลี้ยกล่อมหมอหลินที่กำลังร้อนใจ
ฉินซานไห่ได้ยินดังนั้นจึงหันไปบอกกับผู้ช่วยข้าง ๆ “นายไปตามหลีเหมิงมา บอกให้เขามาผ่าตัดแทน”
“ท่านคณบดี เขาอยู่ในห้องพักครับ” ผู้ช่วยตอบพลางชี้นิ้วไปที่ห้องพัก
ฉินซานไห่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปข้างใน
เขาพบว่าหลีเหมิงอยู่ในห้องจริง ๆ
“หลีเหมิง! นายไปผ่าตัดแทนอาจารย์นาย ไปเเต่ตอนนี้เลย!” ฉินซานไห่มองหลีเหมิงที่ยืนอยู่ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม
“ครับ ท่านคณบดี ผมจะไปเดี๋ยวนี้!” หลีเหมิงตื่นเต้นดีใจอย่างมาก
เขากำลังหนักใจว่าจะทำอย่างไรให้อาจารย์ยอมให้เขาไปเยี่ยมบ้านของครอบครัวคนไข้
แบบนี้แล้ว ฉันก็จะได้กลับไปเป็นคนโปรดของอาจารย์อีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะได้ขยี้หานชิงอวี่ให้ราบคาบ
ให้เขามาคอยสอพลอฉันบ้าง!
“ยังยืนอยู่ทำไม รีบไปสิ!”
ฉินซานไห่เห็นดังนั้นจึงรีบเร่ง
“ครับ! ครับ! ผมจะไปเดี๋ยวนี้! อาจารย์! ท่านคณบดี! รอฟังข่าวดีจากผมได้เลย!”
หลีเหมิงตอบรับคำแล้วรีบร้อนออกไป
แต่เมื่อเขารีบร้อนมาถึงห้องผ่าตัดและผลักประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เขาตกตะลึง
“คุณหมอหาน ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณหมอที่อุตส่าห์ช่วยผ่าตัด คุณหมอหลินรู้เข้าต้องซาบซึ้งแน่!”
หัวหน้าแผนกจิตเวชพูดชมหานชิงอวี่ไม่หยุดปาก
“ในทีมของหมอหลินนั้น มีสมาชิกที่ความสามารถล้นเหลืออย่างคุณ คงจะน่าอิจฉาไม่น้อย!”
“…”
หลังจากหลีเหมิงเข้ามาในห้อง สิ่งที่เขาได้ยินก็คือคำสรรเสริญเยินยอหานชิงอวี่
เขาจึงรีบตรงเข้าไปเพื่อตรวจดูอาการของผู้ป่วย
เขาพบว่าผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว และฤทธิ์ยาชาก็หมดไปแล้ว
นอกจากสีหน้าที่ยังซีดเซียว ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติแล้ว
สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็มีเพียงการพักฟื้นร่างกายให้ดีเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้หลีเหมิงซึ่งเดิมทีตั้งใจจะใช้โอกาสนี้พลิกสถานการณ์พลันรู้สึกจนปัญญาขึ้นมา
“หลีเหมิง อาจารย์ของนายฟื้นรึยัง?”
หัวหน้าแผนกศัลยกรรมเส้นประสาทเห็นหลีเหมิงเดินเข้ามาจึงเอ่ยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ตื่น…ตื่นแล้ว…” หลีเหมิงพูดตะกุกตะกักสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขายังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่
“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ พาเขาไปที่ห้องพักฟื้น เราจะได้ตรวจอาการกันอย่างละเอียดอีกครั้ง” หัวหน้าแผนกจิตเวชเห็นว่าคนเจ็บรู้สึกตัวแล้ว จึงเอ่ยปากกับทุกคน
“ตกลง!”
“ไปกันเถอะ!”
“ในที่สุดก็สำเร็จ!”
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณหมอหานจริง ๆ!”
“…”
ตอนนี้ทุกคนเริ่มเก็บข้าวของ บ้างก็กำลังเปิดประตูออกไป
หานชิงอวี่ล่ำลาทุกคนแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของตน
ระหว่างทาง เขาสังเกตเห็นเสี้ยวจ้านอีกำลังโอบกอดสาวสวยสุดเซ็กซี่เดินตรงไปยังสวนสาธารณะของโรงพยาบาล
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของหานชิงอวี่ก็เป็นประกาย เขาลอบตามออกไปเงียบ ๆ
เขาคิดในใจว่าจะหาทางทำให้หลินเหม่ยเสวี่ยรู้ว่าเสี้ยวจ้านอีนั้นเจ้าชู้หลายใจ
โอกาสทองแบบนี้ เขาไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปแน่
ฝ่ายเสี้ยวจ้านอีที่ถูกสะกดรอยตาม เพราะมัวแต่หยอกล้อกับสาวสวยจึงไม่ได้ทันสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย
“เมื่อไหร่คุณจะเลิกกับยัยผู้หญิงชั้นต่ำนั่นสักที”
ระหว่างทาง สาวสวยซบไหล่เสี้ยวจ้านอีและพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ตอนนี้เธอยังมีประโยชน์อยู่ ผมจะรอให้เธอช่วยผมเปิดตลาดร้านเสริมสวย พอทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็จะเขี่ยหลินเหม่ยเสวี่ยทิ้ง”
เสี้ยวจ้านอีค่อย ๆ บีบแก้มสาวสวยเบา ๆ พลางพูดเสียงอ่อนโยนว่า
“ฮึ่ม คุณพูดแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็โกหกทั้งนั้น!”
สาวสวยจ้องมองเสี้ยวจ้านอีอย่างขุ่นเคือง แกล้งทำท่าโกรธใส่เขา
เสี้ยวจ้านอีเห็นแล้วก็ชอบใจ รีบอธิบายเสียงนุ่มนวลว่า “ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสที่เหมาะสม รอให้ผมหาโอกาสเจอ ผมจะเตะเธอทิ้งทันที”
บทสนทนาของทั้งสองคนนับว่าไร้ยางอายอย่างที่สุด
หานชิงอวี่ยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห จึงแอบบันทึกภาพของพวกเขาไว้
“เหอะ คุณจะกล้าทิ้งเธอเหรอ? เธอเป็นถึงคุณหนูลูกเศรษฐีนะ ฉันจะไปเทียบกับเธอได้ยังไง!”
“คุณคงไม่ได้รักเธอจริง ๆ หรอกนะ! ไอ้คนไร้น้ำใจ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันแนะนำ พวกคุณจะได้รู้จักกันเหรอ!”
สาวสวยยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ ใบหน้างามเต็มไปด้วยความน้อยใจ
หานชิงอวี่ที่อยู่ด้านหลังมองดูแล้วแทบจะอาเจียน
แต่เสี้ยวจ้านอีไม่เพียงแต่ไม่อาเจียน แต่กลับจูบเธอเบา ๆ
“ที่รัก อย่าพูดแบบนั้นสิ ผมทำทุกอย่างเพื่อพวกเราทั้งนั้น พอผมมีเงิน มันก็เป็นของคุณไม่ใช่หรือ?”
เสี้ยวจ้านอีกอดสาวสวยแน่น แล้วพูดต่อว่า “ผู้หญิงโง่คนนั้น ผมเห็นแล้วยังรำคาญเลย จะไปชอบเธอได้ยังไง!”
“แล้วใครจะรู้ล่ะว่าคุณกำลังหลอกฉันหรือเปล่า!”
สาวสวยครางอย่างไม่พอใจ
ทั้งสองคนพูดจาหยอกล้อกันไปมาอย่างหวานซึ้ง
โดยไม่รู้ตัวว่าด้านหลัง หานชิงอวี่กำลังบันทึกทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาไว้อย่างสมใจ
เขาเห็นทั้งสองคนเดินห่างออกไป
จึงไม่ได้ตามต่อ แต่หยุดลงและเปิดหน้าต่างแชทของหลินเหม่ยเสวี่ย