ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 361 ภัยคุกคามจากไต้เหมาอวี่
“หานชิงอวี่ อย่าห่วงไปเลย เรื่องข้างนอกนี่ฉันจะจัดการเอง นายรีบกลับไปเถอะ!” ไป๋ปิงมองหานชิงอวี่ที่มีสีหน้าวิตกกังวล เธอจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย บังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ ก่อนจะให้คำมั่นสัญญากับเขา
“เธออย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ถ้าเจอปัญหาอะไรให้รีบแจ้งฉันทันที!”
“ถ้ามีโอกาสฉันจะรีบไปหาเธอแน่นอน!”
หานชิงอวี่เห็นไป๋ปิงพยักหน้าเบา ๆ ก็วางใจลง
เขาเรียกรถแท็กซี่ แล้วโบกมือลาไป๋ปิงก่อนจะขึ้นรถออกไป
ไม่ถึงยี่สิบนาที หานชิงอวี่ก็มาถึงโรงพยาบาล
เขารีบตรงไปที่ห้องทำงานของฉินซานไห่ ทันทีที่ไปถึงเขาก็เห็นว่ามีที่คนรู้จักอยู่ที่นั่นด้วย
พูดให้ถูกก็คือ คนที่เขาเคยเห็นหน้าจากบัตรพนักงานที่หวงปินให้เขาดู
ไต้เหมาอวี่ ผู้ที่เขาเดินตามหาทั้งวันจนรองเท้าขาดก็ยังหาไม่เจอ
ไม่คิดว่าไอ้สารเลวนี่จะอยู่ที่นี่!
“ทุกคนครับ เขานั่นแหละคือคนที่สั่งให้ผมทำแบบนี้!”
ไต้เหมาอวี่ก็เช่นกัน เขาไม่เคยเห็นหานชิงอวี่ แต่คนที่สามารถเข้าห้องคณบดีได้แบบนี้ นอกจากเขาแล้วจะเป็นใครอีก!
การชี้นิ้วของเขาทำให้ทุกคนในที่นั้นหันมามองกันวุ่นวาย
ฉินซานไห่ขมวดคิ้วมองดูหานชิงอวี่ แล้วหันไปมองไต้เหมาอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ
หลินหม่านซางก้าวออกมาพูดแทนหานชิงอวี่ว่า “ไต้เหมาอวี่ นายไม่มีหลักฐานสักหน่อย อย่ามาพูดจาเหลวไหลที่นี่!”
แน่นอนว่าคนที่ตกใจที่สุดในสถานการณ์นี้ก็คือหานชิงอวี่
ไอ้บ้าเอ๊ย!
“ผมไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าเขา แล้วจะไปสั่งเขาได้อย่างไร”
“ไต้เหมาอวี่ ฉันไม่รู้จักนายด้วยซ้ำ! ใครเป็นคนบอกให้นายใส่ร้ายฉัน!”
หานชิงอวี่ไม่คิดจะทนกับนิสัยเสีย ๆ ของเขา พอถูกพูดใส่แบบนี้ เขาก็แทบควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่
“แผ่นเหล็กดามกระดูกของเราได้รับการออกแบบอย่างดี ประณีต และผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ไม่เคยมีปัญหานี้มาก่อน!”
“แต่หลังจากที่ท่านประธานให้คุณเข้ามาดูแลบริษัท คุณกลับลดต้นทุน! เปลี่ยนวัสดุของเรา! จนทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ของเรามีปัญหา!”
“ยิ่งไปกว่านั้น คุณรู้ทั้งรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีข้อบกพร่อง แต่คุณกลับจงใจปกปิด! แล้วยังขายให้กับโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องแทนที่จะทำลายทิ้ง!”
ไต้เหมาอวี่มองไปที่หานชิงอวี่ พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำทุกคำ
ไม่เปิดโอกาสให้หานชิงอวี่แม้แต่จะโต้แย้ง จนทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว
“อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกัน โรงงานของครอบครัวฉัน ฉันยังไม่เคยไปเยี่ยมเลยด้วยซ้ำ แล้วจะไปรู้เรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐานพวกนี้ได้ยังไง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของไต้เหมาอวี่ หานชิงอวี่ก็ชี้หน้าด่าอย่างอดรนทนไม่ไหว
“คุณชาย ผิดก็คือผิด อย่าแก้ตัวเลย ผมละอายแทนคุณจริง ๆ!”
ไต้เหมาอวี่มองหานชิงอวี่อย่างจนใจ ก่อนจะพูดต่อว่า “คุณชาย ผมทนไม่ไหวแล้ว จึงมาเปิดโปง เราจะทำร้ายตัวเองและผู้อื่นไม่ได้!”
“หานชิงอวี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
คณบดีฉินซานไห่ที่อยู่ข้าง ๆ มองไปยังหานชิงอวี่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
เขาเองก็ไม่เชื่อว่าหานชิงอวี่จะเป็นคนแบบนี้ได้
แต่ตอนนี้ ไต้เหมาอวี่ได้ออกมาชี้หน้ากล่าวหา พวกเขาจึงต้องให้ความสำคัญ
“ท่านคณบดี อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลยครับ ผมจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างเอง!”
หลังจากที่หานชิงอวี่ฟังคำพูดของคณบดีแล้ว เขาจึงอธิบายสั้น ๆ ก่อนจะหันไปมองไต้เหมาอวี่ “นายเอาแต่พูดว่าฉันเป็นคนสั่งนาย งั้นนายก็บอกฉันมาสิ ว่าฉันสั่งนายยังไง! ฉันเริ่มสั่งนายทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบสั่งซื้อวัสดุสิ้นเปลืองอยู่ที่ไหน ใบเรียกเก็บเงินที่ฉันเซ็นชื่ออยู่ไหน! นายเอาหลักฐานออกมาให้ทุกคนดูสิ!”
“หึ หลักฐานพวกนั้นคุณถืออยู่ทั้งหมด ผมเป็นแค่พนักงาน จะมีสิทธิ์ได้แตะต้องของพวกนั้นได้ยังไง?”
เมื่อไต้เหมาอวี่เผชิญหน้ากับคำถามของหานชิงอวี่ เขาไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมพร้อมรับมือกับคำถามนี้มานานแล้ว
เมื่อหานชิงอวี่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย เขาก็พอจะคาดเดาได้
เรื่องนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่ ๆ
ทุกคำตอบของเขาดูเหมือนไม่ได้ผ่านการไตร่ตรอง แต่ในความเป็นจริง ทุกอย่างล้วนผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว
“เชิญตามสบายเลย! ผมจะไปแฉคุณที่สถานีโทรทัศน์! ให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ของครอบครัวคุณ!”
“รอดูแล้วกันว่าต่อไปจะมีใครหน้าไหนปกป้องคุณได้อีก!”
ไต้เหมาอวี่มองไปที่หานชิงอวี่ และหันไปมองฉินซานไห่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ท่านคณบดี ผมว่าท่านควรไล่เขาออกเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า! ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่ ถึงตอนนั้นจะพูดอะไรก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก นักข่าวสมัยนี้ชอบนักข่าวเรื่องแบบนี้ที่สุด”
“นายกำลังข่มขู่พวกเรางั้นเหรอ? ฉันเชื่อว่าเขาไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่ นายอย่าหวังว่าจะใช้เรื่องนี้มาข่มขู่พวกเราได้!”
หลินหม่านซางได้ยินคำพูดของไต้เหมาอวี่ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงพลางพูดด้วยความโกรธว่า “เรื่องทุกอย่างย่อมต้องมีถูกมีผิด นายอย่าหวังที่จะบิดเบือนความจริง! อย่าหวังว่าจะมาพูดขาวให้เป็นดำที่นี่!”
หานชิงอวี่มองดูไต้เหมาอวี่ที่กำลังใส่ร้ายตนเองอย่างไม่หยุดหย่อน ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาทันที
ดูท่าเรื่องนี้ต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ในฐานะที่ไต้เหมาอวี่เป็นเพียงพนักงานของบริษัท จะกล้าใส่ร้ายตนเองได้อย่างไร
ใครกันที่จ้องจะทำลายชื่อเสียงของเขา!
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดภายในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์ของฉินซานไห่ก็ดังขึ้น
เขารับสายพร้อมกับได้ยินเสียงพยาบาลดังมา
“คณบดีคะ คุณนายหวังเหมยอวิ๋นฟื้นแล้วค่ะ เธออยากพบแพทย์ที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ค่ะ!”
ทันทีที่พยาบาลเอ่ยจบ ฉินซานไห่ก็ผุดความคิดขึ้นมาทันที
“ครับ บอกเธอด้วยว่าผมกำลังจะไป”
หลังจากพูดจบ ฉินซานไห่ก็วางสาย และมองหานชิงอวี่ด้วยรอยยิ้ม
“หมอหาน นายรู้ไหมว่าคุณนายหวังเหมยอวิ๋นเป็นใคร?”
ตอนนี้หานชิงอวี่กำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับบริษัทของตนเอง เขาจึงไม่เหลือพลังงานที่จะมาเล่นทายปัญหากับอีกฝ่าย “ผมไม่รู้ครับ”
“ฮึ่ม! เธอเป็นภรรยาของผู้อำนวยการกระทรวงตรวจสอบแห่งเมืองจินไง!”
ฉินซานไห้มองหานชิงอวี่ด้วยดวงตาล้ำลึก รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา “นายเป็นคนช่วยชีวิตเธอเอาไว้!”
“ท่านคณบดี ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถอะครับ”
หลังจากได้ยินสิ่งที่ฉินซานไห่พูด หานชิงอวี่ก็รีบลุกขึ้นและเดินออกไปทันที
“ไปกัน!”
แพทย์อาวุโสไม่ได้ให้ความสนใจแก่ไต้เหมาอวี่อีกต่อไป และเดินจากไปพร้อมกับหานชิงอวี่
หลังจากที่ทั้งสองเดินจากไป หลินหม่านซางก็มองไปยังไต้เหมาอวี่ด้วยสีหน้าขบขัน ในขณะที่ใบหน้าของไต้เหมาอวี่เริ่มค่อย ๆ หม่นหมองลง
“นี่แหละหนา สวรรค์มีตาเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีใครหนีพ้น ใครก็ตามที่ทำผิดก็ย่อมได้รับผลกรรม คงกลับเองได้โดยไม่ต้องให้ไปส่งนะ ลาก่อน!”
หลินหม่านซางพูดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
ขณะเดียวกัน หานชิงอวี่เดินตามฉินซานไห่มาจนถึงห้องพักผู้ป่วยของหวังเหมยอวิ๋น
หวังเหมยอวิ๋นกำลังนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง เห็นว่าชายในชุดกาวน์สองคนเดินเข้ามาในห้อง เธอรู้ว่าคนหนึ่งคือคณบดีฉินซานไห่ แต่ไม่รู้ว่าอีกคนคือใคร
“คุณนายหวังครับ นี่คือคุณหมอที่ผ่าตัดให้คุณ”
ฉินซานไห่แนะนำทันทีที่เข้ามาในห้อง
“สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ”
“ขอบคุณสำหรับการแนะนำของคุณ ฉินซานไห่” หวังเหมยอวิ๋นกล่าวกับฉินซานไห่ ก่อนจะหันไปมองหานชิงอวี่ด้วยแววตาซาบซึ้ง
ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียว เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีแรงมากนัก
“ไม่เป็นไรครับคุณนายหวัง ระวังแผลด้วยนะครับ” หานชิงอวี่เห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปประคองหวังเหมยอวิ๋น
ผู้ป่วยคนนี้ดูตื่นเต้นมากที่ได้เจอหมอ…