ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 335 หนึ่งแสนห้าหมื่น
บทที่ 335 หนึ่งแสนห้าหมื่น
ได้ยินคำพูดของเจี๋ยเป่า สีหน้าของหลัวอี้ก็พลันแข็งค้างไปชั่วครู่
แต่ไม่นาน เขาก็กลับมาเป็นปกติและเอ่ยถามเจี๋ยเป่าว่า “ไม่ต้องพูดอะไรมากความหรอก บอกฉันมาตรง ๆ ว่าฉันต้องทำยังไง!”
สำหรับปฏิกิริยาของหลัวอี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นทั้งสิ่งที่เจี๋ยเป่าคาดการณ์ไว้และอยู่นอกเหนือความคาดหมาย
เขารู้ดีว่าหลัวอี้เป็นคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบ
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ ท่าทีของหลัวอี้จะเด็ดเดี่ยวขนาดนี้
เขาจึงมองหลัวอี้ พลางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “คุณชายหลัวช่างตรงไปตรงมาจริง ๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง”
หลังจากพูดจบ เจี๋ยเป่าก็ดึงหลัวอี้ให้นั่งลงบนม้านั่งยาวตัวหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ
เขาอธิบายแผนการของตัวเองอย่างละเอียดให้หลัวอี้ฟัง
แม้จะใช้เวลานานถึงสิบนาที แต่ใจความสำคัญก็คือ ต้องทำสองข้อนี้ให้สำเร็จ
ประการแรก ให้หานชิงอวี่เป็นคนผ่าตัดหัวใจให้พ่อของหลัวอี้
ส่วนประการที่สอง คือ ก่อนการผ่าตัด ต้องให้หลัวอี้ป้อนน้ำเกลือให้พ่อของตัวเองดื่มหนึ่งขวด
ไม่ใช่ฉีด แต่ให้ดื่มเข้าไปทางปาก
สำหรับการผ่าตัดระดับนี้ ก่อนผ่าตัดจะต้องงดอาหารและน้ำ
แม้แต่น้ำเปล่ายังดื่มมากไม่ได้ ยิ่งเป็นน้ำเกลือยิ่งแล้วใหญ่!
ถึงตอนนั้น ต่อให้เทคนิคของหานชิงอวี่จะดีเลิศแค่ไหน ก็คงตั้งรับไม่ทัน!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจี๋ยเป่าก็ค่อย ๆ ยิ้มออกมา
จากนั้น เขาก็พูดกับหลัวอี้ว่า “ตอนนี้ห้องพักฟื้นที่พวกนายอยู่ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีใครรู้หรอกว่าคุณแอบป้อนน้ำเกลือให้คนไข้ ดังนั้น คุณไม่ต้องกังวลว่าเรื่องนี้จะสาวมาถึงตัวคุณแน่นอน!”
หลังจากฟัง หลัวอี้ก็พยักหน้าครุ่นคิด “หมอเจี๋ย แผนของคุณนี่ดีจริง ๆ เพียงแต่ว่า… แล้วเรื่องเงิน…”
เจี๋ยเป่าหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินคำพูดของหลัวอี้
เขาตบบ่าหลัวอี้ “เรื่องเงินคุณไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ผมจะให้คุณก้อนหนึ่ง รับรองว่าใช้จ่ายสบายไปพักใหญ่เลยล่ะ!”
อันที่จริงแล้ว ที่เจี๋ยเป่าพูดนั้นไม่ใช่การคุยโวแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ จินจื่อเฟิงได้เน้นย้ำกับเขาเมื่อตอนที่คุยเรื่องยาแล้ว
เงินก้อนนั้นแค่ส่วนหนึ่ง ถ้าขายยาให้โรงพยาบาลได้จริง ๆ เงินก้อนหลังเยอะกว่านั้นอีก
เจี๋ยเป่ารู้ดีว่ายานี้กำไรมหาศาล จึงตัดสินใจไปนานแล้ว
แต่เนื่องจากเงินที่จินจื่อเฟิงให้ยังไม่แน่นอน เขาจึงไม่สามารถรับปากกับหลัวอี้เรื่องจำนวนเงินที่ชัดเจนได้
แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่า คำพูดนั้นในสายตาหลัวอี้ กลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตา
หลัวอี้มองหน้าเจี๋ยเป่าพลางยิ้มมุมปาก “เข้าใจแล้ว หมอเจี๋ย งั้นผมกลับก่อนนะครับ รอผมยืนยันวันผ่าตัดแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกที”
เจี๋ยเป่าไม่คาดคิดว่าหลัวอี้จะตอบตกลงง่ายดายเช่นนี้
ในชั่วพริบตาเดียว เขาก็รู้สึกยินดีอย่างมาก
ดูเหมือนว่าตัวเองกำลังจะรุ่งโรจน์แล้ว!
เขาไม่รู้เลยว่า หลัวอี้ที่กำลังจากไปตอนนี้ไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเขาอีกต่อไปแล้ว แต่กลับล้มเลิกการสนับสนุนเขา และเตรียมที่จะเข้าข้างหานชิงอวี่อย่างเต็มที่!
วันรุ่งขึ้น
ที่โรงพยาบาลเมืองจิน
วันนี้หานชิงอวี่มาตรวจเยี่ยมคนไข้ตามปกติ เมื่อมาถึงห้องพักของผู้เฒ่าหลัว พี่น้องตระกูลหลัวก็ดูสงบเสงี่ยมขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัวต้าเฉิงที่เคยเป็นปรปักษ์กับหานชิงอวี่ ตอนนี้เมื่อเจอหน้าแพทย์หนุ่ม เขาก็เผยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา
ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ ก็ดูเหมือนจะเข้าใจหานชิงอวี่ขึ้นมาก
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังรู้สึกสงสัยอยู่นั้น หลัวอี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็โบกมือเรียกเขา “หมอหาน ผมมีเรื่องอยากจะรายงานคุณหน่อย ไม่ทราบว่าคุณสะดวกหรือเปล่า?”
หลังจากฟังจบ หานชิงอวี่ก็ขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยความประหลาดใจว่า “รายงาน?”
ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าหลัวอี้หมายความว่าอย่างไร
เมื่อเห็นสายตาเคลือบแคลงสงสัยของหานชิงอวี่ หลัวอี้จึงได้แต่ทำท่าทางลุกลี้ลุกลนพร้อมกับเอ่ยปากว่า “เฮ้ หมอหาน ยังไงซะเดี๋ยวพอตรวจพ่อผมเสร็จแล้ว คุณช่วยออกมาข้างนอกหน่อยแล้วกัน รับรองว่าต้องเป็นข่าวดีสำหรับคุณแน่!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว หานชิงอวี่ก็พอจะเดาความหมายของหลัวอี้ได้
ข่าวดีสำหรับเขา ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะเกี่ยวกับเจี๋ยเป่า
เมื่อคิดได้แบบนั้น เขาก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มตรวจร่างกายให้ผู้เฒ่าหลัว
อาการของผู้เฒ่าหลัวยังคงเป็นปกติดี แต่ก็เป็นอย่างที่พวกเขาบอกไว้ก่อนหน้านี้ หากไม่ผ่าตัด อีกไม่นานหัวใจของผู้เฒ่าหลัวคงจะเกิดปัญหาใหญ่
ตอนที่หานชิงอวี่กำลังจะเอ่ยปากเรื่องนี้อีกครั้ง หลัวอี้ก็ไม่ได้รีบปฏิเสธ แถมยังพูดกับเขาว่า “อ้อ จริงสิ หมอหาน ที่พวกเรามาวันนี้ก็ตั้งใจจะมาคุยเรื่องนี้แหละ!”
พูดจบ เขาก็ก้าวเข้าไปดึงตัวหานชิงอวี่เดินออกไปนอกห้อง
จริง ๆ แล้วในห้องพักมีแค่ผู้เฒ่าหลัวกับหลัวต้าเฉิงสองคน หากจะคุยกันเรื่องอาการป่วย จะคุยกันในห้องก็คงไม่มีปัญหาอะไร
ดังนั้น ตอนที่ถูกหลัวอี้ดึงตัวออกมา หานชิงอวี่ก็รู้แล้วว่าต้องมีอะไรบางอย่าง
หลัวอี้คงมีเรื่องอื่นที่อยากจะพูด จึงได้หลบเลี่ยงออกมาจากหลัวต้าเฉิง
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หลัวอี้ดึงตัวหานชิงอวี่ออกมาจากห้องพักคนไข้ เดินมาจนถึงมุมเงียบ ๆ แห่งหนึ่งของทางเดิน พอเห็นว่าไม่มีใครแล้ว เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “หมอหาน คุณมีเรื่องยุ่งยากแล้ว!”
แพทย์หนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอะไรมากนัก เพียงแต่เอ่ยปากถามอย่างช้า ๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ พูดให้ผมฟังหน่อย”
หานชิงอวี่รู้ดีว่าการที่คนอย่างหลัวอี้มาหาเขาถึงที่แบบนี้ แสดงว่าต้องการจะทำข้อตกลงกับเขา
ดังนั้น หานชิงอวี่จึงไม่กังวลว่าหลัวอี้จะไม่ยอมบอกรายละเอียดกับตนเอง
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หลัวอี้ไม่ลังเลเลยที่จะเล่าแผนการทั้งหมดของเจี๋ยเป่าให้หานชิงอวี่ฟัง
หลัวอี้เห็นว่าเขาทำท่าครุ่นคิด จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วพูดว่า “หมอหาน พูดตามตรง เมื่อวานนี้ผมอัดวิดีโอเอาไว้ ถ้าคุณช่วยพ่อผม แล้วให้เงินตอบแทนผม ผมยินดีมอบคลิปนี้ให้!”
แน่นอนว่าหานชิงอวี่รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน จากพฤติกรรมที่ผ่าน ๆ มาของหลัวอี้ เขาไม่คิดจะเอาเงินก้อนนี้ไปช่วยพ่อของเขาอย่างแน่นอน
“งั้นเอาแบบนี้” เขาพูดกับหลัวอี้ “อัปโหลดวิดีโอให้ผมก่อน จากนั้นก็ทำตามที่ผมบอก”
หลัวอี้มองหน้าหานชิงอวี่ด้วยสีหน้าลำบากใจ “แต่เรื่องนั้น…”
เขาพูดพลางทำท่าทางนับเงินด้วยมือ
“หนึ่งแสนห้า” หานชิงอวี่เอ่ย
ได้ยินแบบนั้น หลัวอี้ก็ลำบากใจขึ้นมาทันที
เพราะหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนนั้น ต่ำกว่าราคาที่เขาคาดหวังไว้พอสมควร
เดิมทีเขาวางแผนว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปใช้ชีวิตอิสระอยู่พักหนึ่ง
แต่ว่า หนึ่งแสนห้านี่…
หลัวอี้ครุ่นคิดถึงตัวเลขนี้ จมอยู่ในห้วงความคิดอย่างเงียบงัน