ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 325 หนังสือรับผิดชอบ
บทที่ 325 หนังสือรับผิดชอบ
ยังไม่ทันที่คำพูดของจินจื่อเฟิงจะจบ คนที่อยู่ด้านข้างก็หนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
หานชิงอวี่ไม่ทันได้พูดคุยกับทุกคน ก็วิ่งไปยังที่ที่เจียงหวู่อยู่ทันที
เห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของเจียงหวู่แดงก่ำ ดูแล้วเป็นผลมาจากการถูกแขวนให้เลือดไหลลงหัวนานเกินไป
หานชิงอวี่รีบเข้าไปแก้เชือกป่านที่มัดเจียงหวู่ออกทันที
หัวเฉียวก็มาช่วย เมื่อทุกคนช่วยกันวางเจียงหวู่ลงบนพื้นราบ ในที่สุดชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ฟื้นสติขึ้นมา
เมื่อครู่เขาเกือบจะถูกวิธีการของพวกนั้นทำให้สลบไปแล้ว
แต่ตอนนี้ ถึงแม้ว่าเจียงหวู่จะฟื้นสติขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่ายังคงมีความแตกต่างจากสภาพปกติของคนทั่วไปอยู่ไม่น้อย
“อื้อ…อา…”
ดูเหมือนเจียงหวู่จะพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเปิดปากก็พ่นเลือดสดออกมาเต็มมาก ทำให้หานชิงอวี่ตกใจสุดขีด
หลังจากนั้น แพทย์หนุ่มก็เปิดใช้การวินิจฉัยเบื้องต้นของตัวเอง
“อวัยวะภายในได้รับความเสียหายและมีเลือดออกภายในเล็กน้อย”
ตอนที่พูดประโยคนี้ หานชิงอวี่รู้สึกตำหนิตัวเองอยู่ในใจเล็กน้อย
นั่นเพราะว่าเจียงหวู่ได้รับผลแบบนี้เนื่องจากตัวเขาเอง
ถ้าเขาไม่ให้เจียงหวู่ไปสืบความเคลื่อนไหวของเจี๋ยเป่า…
ดูเหมือนลั่วจือซินจะอ่านความคิดของหานชิงอวี่ออก จึงเดินมาข้าง ๆ และตบไหล่เขา
“อย่าโทษตัวเองเลย”
“คุณก็คงไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่แล้ว”
“ความรับผิดชอบหลักของเรื่องนี้ อยู่ที่จินจื่อเฟิงและเจี๋ยเป่าต่างหาก”
“ถ้าพวกเขาไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ พวกเขาก็คงไม่ต้องหลบซ่อน และเจียงหวู่ก็คงไม่เป็นแบบนี้”
ได้ฟังคำปลอบใจจากลั่วจือซินแล้ว หานชิงอวี่ก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
แต่ถ้าจะให้พยายามทำเป็นไม่สนใจเลยก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย
หัวเฉียวตรวจดูอาการบาดเจ็บของเจียงหวู่อย่างคร่าว ๆ แล้วสบถเบา ๆ ว่า
“บ้าเอ๊ย ลงมือได้โหดชะมัด”
“ไอ้พวกนั้นตั้งใจจะตีน้องชายคนนี้จนตายชัด ๆ”
“ทั้งตัวมีกระดูกหักหลายที่ กลัวว่าในช่วงเวลาที่พวกเรากำลังรีบมาที่นี่ น้องชายคนนี้คงกำลังถูกทรมานอย่างทารุณอยู่”
พูดจบประโยคนี้แล้ว เขาก็เอามือจับที่ชีพจรของเจียงหวู่ สักพักก็เอ่ยขึ้นว่า
“คนไข้ชีพจรเบามาก ตอนนี้ควรจะรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตโดยด่วน”
ลั่วจือซินมองหัวเฉียวเล็กน้อย พวกเขาทั้งสองคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกันและกันมาก่อนแล้ว แต่พอเธอเห็นว่าหัวเฉียวเป็นแพทย์แผนจีน ก็อดตกใจไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หัวเฉียวกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย สั่งคนที่อยู่ข้าง ๆ โดยตรงว่า
“ที่นี่ถือว่าค่อนข้างใกล้กับโรงพยาบาลเมืองจิน การเรียกรถพยาบาลไปกลับคงยุ่งยากเกินไป”
“พื้นที่ด้านหลังรถของพวกเรากว้างพอสมควร พวกเราไปโรงพยาบาลเมืองจินกันเองเถอะ”
หลังจากจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้สักพัก หานชิงอวี่ ลั่วจือซิน และหัวเฉียวก็พาเจียงหวู่ขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเมืองจิน
อีกไม่นาน เจียงหวู่ก็ถูกส่งตัวไปยังห้องฉุกเฉิน
ขณะที่ทุกคนกำลังวิ่งเข็นเปลในทางเดินของโรงพยาบาล ก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเขา
ใบหน้าอันแก่ชราของหลินหม่านซางมองไปยังคนตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“นี่เป็นใคร?”
“โรงพยาบาลของพวกเราไม่ได้รับแจ้งเรื่องการรับตัวคนไข้นี่นา!”
หลังจากนั้น หลินหม่านซางก็เดินมาที่ด้านหน้าของเจียงหวู่ แล้วยกเสื้อของเขาขึ้น
เมื่อเห็นว่ามีบางจุดบนหน้าอกของเจียงหวู่ยุบลงไปหลายที่ ก็รู้ทันทีว่านี่น่าจะเกิดจากกระดูกซี่โครงหัก
หลินหม่านซางทำหน้าที่หัวหน้าแผนกศัลยกรรมทรวงอกมาหลายปี แม้แต่เขาเองเมื่อต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บเช่นนี้ก็ยังรู้สึกตกใจ
“นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ทันทีที่เขาเปิดปาก หานชิงอวี่ก็นึกถึงเจี๋ยเป่าศิษย์เอกของหลินหม่านซางผู้ที่ร่วมมือกับจินจื่อเฟิงก่อเหตุการทารุณโหดร้ายนี้
ถึงแม้เขาจะรู้ว่า ด้วยนิสัยของเจี๋ยเป่า อีกฝ่ายคงไม่กล้าลงมือจริง ๆ
แต่เมื่อคิดถึงตอนที่เจี๋ยเป่ากำลังหนีไปกับจินจื่อเฟิง แม้แต่หานชิงอวี่ที่ปกติสุขุมใจเย็นก็ยังขบฟันพูดกับหลินหม่านซางตรงหน้าว่า
“จัดการผ่าตัด!”
หลินหม่านซางเป็นหัวหน้าแผนกมาหลายปี ไม่เคยมีใครสั่งเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้มานานแล้ว
เขามองไปที่หานชิงอวี่ด้วยความไม่พอใจ สายตาเต็มไปด้วยความดูถูก
“หานชิงอวี่ ฉันขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่านายอย่าได้เหิมเกริมมากนัก”
“กะกลางคืนวันนี้ ฉันเป็นคนรับผิดชอบจัดการ นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!”
ลั่วจือซินมองหลินหม่านซางตรงหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา
“ดีที่ผู้อำนวยการหลิน ยังรู้ว่าตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบคืนนี้ หวังว่าคุณจะจำไว้ด้วย”
“นี่หมายความว่า ถ้าคืนนี้เกิดปัญหาอะไรขึ้นกับคนไข้ ก็จะเกี่ยวพันกับคุณไม่มากก็น้อย!”
หลินหม่านซางไม่กลัวหานชิงอวี่ แต่เขาเคยตรวจสอบภูมิหลังของลั่วจือซินมาแล้ว
ดังนั้น น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงในทันที
“เอ่อ…”
“พวกเราไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า และตอนนี้กว่าหมอที่อยู่เวรจะมาถึง คงต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง”
“หลังจากครึ่งชั่วโมง ทุกคนยังต้องประชุมเพื่อกำหนดแผนการรักษาอีก”
หานชิงอวี่จึงตัดสินใจทันทีและพูดว่า
“ไม่มีเวลารอนานขนาดนั้นแล้ว พวกเราต้องถ่ายภาพคนไข้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องแผนการผ่าตัดกันที่นั่น”
“ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรวดเร็ว!”
หลินหม่านซางรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่หานชิงอวี่ข้ามหน้าข้ามตาตนเองอีกครั้ง จึงพูดว่า
“หานชิงอวี่ นายกำลัง…”
ยังไม่ทันพูดจบ หานชิงอวี่ก็มองหลินหม่านซางด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นเยียบ
“ทำตามที่ผมบอกซะ!”
“จะบอกอะไรให้นะ ถ้าคนไข้คนนี้เกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาจริง ๆ คุณกับเจี๋ยเป่าไม่รอดแน่!”
แม้แต่หลินหม่านซางที่ทำงานในวงการแพทย์มาหลายปี ยังตกใจจนสั่นเทิ้มกับสายตาของหานชิงอวี่
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจว่า คนไข้คนนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขาและเจี๋ยเป่า
แต่จากประสบการณ์ของเขา ชายชราสามารถเดาได้คร่าว ๆ ว่าศิษย์เอกของตัวเองน่าจะทำอะไรผิดพลาดอีกแล้ว
และคนไข้คนนี้ น่าจะเป็นฝีมือของเจี๋ยเป่า
คิดถึงตรงนี้ หลินหม่านซางก็เหงื่อแตกพลั่กทันที
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ลืมที่จะพูดกับหานชิงอวี่
“รอก่อน!”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะฟังนายก็ได้ แต่ใบรับผิดชอบนี้ นายต้องเซ็นก่อน!”
พูดจบ หลินหม่านซางก็หันหลังกลับเข้าห้อง แล้วหยิบเอกสารที่ยังไม่ได้เซ็นออกมา
หานชิงอวี่ไม่แม้แต่จะมอง และเซ็นชื่อลงไปบนเอกสารทันที
หลินหม่านซางมองท่าทางแน่วแน่ของหานชิงอวี่ ในใจรู้สึกว่าอีกฝ่ายบ้าไปแล้วชัด ๆ
การผ่าตัดระดับนี้ ต่อให้แพทย์คนอื่นมาก็คงต้องขมวดคิ้ว
แต่หานชิงอวี่ กลับเซ็นใบรับผิดชอบนี้ทันที!
ต้องรู้ไว้ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัดจริง ๆ หานชิงอวี่คงทำอาชีพแพทย์ไม่ได้อีกตลอดชีวิต!