Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 516 รอคอยวันครีษมายัน

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 516 รอคอยวันครีษมายัน
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 516 รอคอยวันครีษมายัน

“คุณชาย แม่นางสามสีบอกว่านางกำลังดูดาวอยู่บนต้นไม้ อีกประเดี๋ยวค่อยลงมาขอรับ”

“อย่างนั้นหรือ”

“แม่นางสามสีว่าอย่างนั้นขอรับ”

“แม่นางสามสี”

ซ่งโหยวแหงนหน้าขึ้น มองไล่ตามต้นชิงถงขึ้นไป ทว่าสายตาก็ถูกม่านหมอกหนาทึบบดบังไว้ในทันที เขาจึงเอ่ยถามออกไปว่า “ดวงดาวข้างบนนั้นงามหรือไม่”

“…”

แว่วเสียงพึมพำตอบกลับมา

ทว่าเบื้องบนนั้นสูงส่งจนลมหนาวกรรโชก พัดพาเอาสุ้มเสียงให้ขาดหายและแผ่วเบา

“ไม่ได้ยินเลย”

นักพรตหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก

“สวย… มาก…”

เสียงตะโกนตอบกลับมาดังกว่าเดิมพร้อมลากเสียงยาว เสียงนั้นยังคงล้อไปกับสายลม ทว่าคราวนี้กลับได้ยินอย่างชัดเจน

“เช่นนั้นแม่นางสามสีจะลงมาเมื่อไหร่เล่า”

“อีกประเดี๋ยว!”

เสียงของแมวสามสีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับมาอย่างประหม่าว่า “ดวงดาวข้างบนนี้สวยมากเลยนะ เจ้าอยากขึ้นมาดูด้วยกันหรือไม่”

“แม่นางสามสีกระโดดลงมาเถิด ข้าจะรับเจ้าไว้เอง”

“…”

แว่วเสียงลมพัดผ่านเบาๆ มาจากเหนือศีรษะ

แมวสามสีตัวหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากม่านเมฆหมอกในทันใด

นักพรตหนุ่มยกไม้เท้าไผ่ขึ้นจุดคราหนึ่ง พลันเกิดกระแสลมพัดเอื่อยขึ้นเบื้องหน้า ก่อตัวเป็นเบาะลมล่องหน เจ้าแมวร่วงลงมาในท่าสี่เท้าถึงพื้นพอดิบพอดีโดยมีลมช่วยพยุงไว้ นางนิ่งสงบราวกับถูกหิ้วคอ ก่อนจะค่อยๆ ถูกวางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวลท่ามกลางสายลมเอื่อย ถึงตอนนี้นางจึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ดวงตาของเจ้าแมวกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว กำลังครุ่นคิดว่าจะหาคำอธิบายอย่างไรดี ทว่าในจังหวะที่นางเงยหน้าขึ้นสบตานักพรตของตน กลับเห็นเขายื่นธงผืนเล็กของนางมาให้ตรงหน้า

“ธงของเจ้า ข้านำมาคืนแล้ว”

“อื้อ…”

พรึ่บ!

เจ้าแมวพลันคืนร่างเป็นมนุษย์ นางก้มหน้ารับธงมาจากมือนักพรตหนุ่ม ก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย “เจ้าผผนึกอะไรเข้าไปอีกเยอะเลยหรือ”

“ก็เพราะแม่นางสามสีมีพรสวรรค์สูงส่ง ตบะบารมีรุดหน้าเร็วยิ่งนัก พวกปีศาจเสือและฝูงหมาป่าเดิมทีแม้จะร้ายกาจ แต่ก็เริ่มจะช่วยอะไรแม่นางสามสีได้น้อยลงทุกทีแล้ว” ซ่งโหยวเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ข้าจึงต้องเสาะหาปีศาจที่ร้ายกาจและเหมาะสมมาให้เพิ่ม”

“ใส่มาหลายตนเชียว!”

“ล้วนแต่เป็นปีศาจโฉดชั่วทั้งสิ้น ถือเสียว่าเป็นของขวัญมอบให้แม่นางสามสีก็แล้วกัน” ซ่งโหยวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เพียงแต่ปีศาจเหล่านี้มีตบะแก่กล้ากว่าพวกปีศาจเสือในธงมากนัก แม่นางสามสีต้องทำเหมือนตอนที่เรียกปีศาจเสือแม่น้ำจินเหอออกมา คือเริ่มจากอ่อนไปหาแก่กล้า ค่อยๆ ปราบไปทีละตน อย่าได้ใจร้อนวู่วาม สติปัญญาของพวกมันก็สูงกว่าปีศาจเสือและพวกหมาป่ามากนัก แม่นางสามสีต้องระวังให้ดีเวลาจะเรียกใช้ ต้องใช้สอยพวกมันอย่างชาญฉลาด”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าคล้ายมีบางอย่างขัดแย้งกับคำพูดตัวเอง หรือไม่ก็นึกรำพึงกับตนเองว่า “แม่นางสามสีเฉลียวฉลาดรอบคอบ ทั้งยังเยือกเย็นสุขุม รู้จักหลักการค่อยเป็นค่อยไปมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เรื่องพวกนี้ข้ายังต้องเตือนอยู่ดี”

“ถูกต้อง!”

เด็กหญิงพยักหน้าอย่างขรึมขลังโดยไม่ลังเล

นางถือธงไว้แล้วลองสัมผัสดู

สัมผัสจากธงนั้นแตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง

นั่นเป็นเพราะเดิมทีธงเรียกหมาป่าผืนนี้เป็นเพียงอาวุธวิเศษประจำกายของราชันหมาป่า ซึ่งมีตบะจำกัด หากเทียบกับพวกปีศาจในโถงเมื่อครู่ ก็อาจจะอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงเท่านั้น ดังนั้นธงผืนนี้เดิมทีบรรจุฝูงหมาป่าได้ไม่มีปัญหา บรรจุปีศาจเสือสักสิบกว่าตัวก็ยังพอไหว แต่หากจะให้บรรจุปีศาจจำนวนมากที่มีตบะไม่ด้อยไปกว่าราชาหมาป่า ย่อมเป็นไปไม่ได้

นักพรตหนุ่มจึงได้ประสิทธิ์ประสาทพลังทิพย์เพิ่มเข้าไป เพื่อให้อาวุธวิเศษชิ้นนี้ร้ายกาจยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน ภายในธงยังมีปีศาจเพิ่มขึ้นมาเกือบสามสิบตน

ทว่ายามนี้ปีศาจเหล่านั้นดำรงอยู่ในรูปแบบของไอวิญญาณสถิต ซึ่งเป็นร่างต้นของพวกมัน ต่อให้เรียกออกมาก็มิอาจมีสติปัญญาหรือวิชาอาคมครบถ้วนดั่งเดิม แต่นั่นก็ช่วยให้แม่นางสามสีตรวจสอบและเลือกเฟ้นได้สะดวกขึ้น

เพียงแค่ปรายตาแรก นางก็มองเห็นเป้าหมายแรกที่อยากจะเรียกออกมา

นั่นคือกระเรียนขาวร่างสูงตนหนึ่ง

น่าเสียดายที่ตบะของนกกระเรียนขาวตนนี้ดูเหมือนจะสูงเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาปีศาจที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งแม่นางสามสีในตอนนี้ยังเทียบชั้นไม่ได้สักตน นางยังคงต้องบำเพ็ญตบะอีกสักระยะ ถึงจะสามารถลองปราบและเรียกมันออกมาได้

และตนแรกนั้นก็ต้องไม่ใช่นกกระเรียนขาวตนนี้…

แม่นางสามสีเฉลียวฉลาดรอบคอบ ทั้งยังเยือกเย็นสุขุม

เด็กหญิงตัวน้อยคิดไปพลางเก็บธงเข้าที่ให้เรียบร้อย

ส่วนซ่งโหยวก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบวัตถุชิ้นเล็กที่ขนาดใหญ่กว่าเล็บมือไม่เท่าไหร่ขึ้นมา มันมีสีขาวบริสุทธิ์ หากพิจารณาให้ดีจะพบว่ามีรูปร่างคล้ายพัด แต่กลับมีขนาดเล็กจิ๋วอย่างน่าประหลาด

“ข้ากลับพบของที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งจากปีศาจต้นหลิวตนนั้น” ซ่งโหยวมอบสิ่งนั้นให้นกนางแอ่น “สิ่งนี้มีนามว่า ‘นภาร่วงหล่น’ เป็นพัดเล่มหนึ่ง คาดว่าจะเป็นอาวุธวิเศษชั้นยอดจากยุคโบราณ ต่อให้เป็นมนุษย์ธรรมดาถือพัดเล่มนี้แล้วโบกเพียงแผ่วเบา แม้แต่เทพเซียนก็มิอาจเหินฟ้า ต้องร่วงหล่นลงมาอย่างสิ้นท่า”

“วันที่พวกเราบินไม่ขึ้น และที่คุณชายเหินลมแล้วร่วงลงสู่พื้นก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพราะพัดเล่มนี้หรือขอรับ”

“ถูกต้องแล้ว”

“คุณชาย นี่คือ…”

นกนางแอ่นมองดูพัดที่นักพรตหนุ่มคีบไว้ ซึ่งขนาดไม่ได้ใหญ่ไปกว่าขนนกของเขาเท่าใดนัก ยามที่มันเคลื่อนเข้ามาใกล้ เขาก็ได้แต่ตะลึงงัน ทำตัวไม่ถูก

“เจ้ามิได้ฝักใฝ่ในวิถีแห่งการต่อสู้ สิ่งนี้จึงขอมอบให้เจ้า หากวันหน้าพบเจออันตราย เพียงโบกพัดคราเดียว ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่อาจบินตามได้ เจ้าจะได้ปลีกตัวจากไปอย่างง่ายดาย” ซ่งโหยวเว้นจังหวะครู่หนึ่ง “ประจวบเหมาะที่สิ่งนี้สามารถปรับขนาดได้ตามใจชอบ เจ้าพกพาติดตัวไปย่อมสะดวกนัก”

“นี่…นี่มัน…ล้ำค่าเกินไปแล้วขอรับ”

“ก็แค่ของนอกกาย” ซ่งโหยวกล่าวเพียงสั้นๆ “จะหยิบใช้หรือจะพึ่งพาก็สุดแท้แต่ใจเถิด”

“ขอบพระคุณคุณชาย…”

นกนางแอ่นได้ยินดังนั้นก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป

เขากระพือปีกบินเข้ามา ใช้ปากคาบพัดที่มีขนาดเท่าขนนกเล่มนั้นไป

เพียงไม่นาน ในป่าชิงถงก็มีกองไฟลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เป็นเพียงกองฟืนเล็กๆ กองหนึ่ง

นักพรตหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่หน้ากองไฟนั้นอย่างสงบเงียบ

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสามสีนั่งลงข้างกายเขา ข้างกายมีกองฟืนแห้งที่นางเพิ่งไปเก็บมา นางคอยหยิบฟืนใส่กองไฟไปพลาง ถือธงผืนเล็กขึ้นมาพินิจดูใกล้ๆ แสงไฟไปพลาง แสงเพลิงสะท้อนใบหน้าของนางให้ดูสว่างวูบวาบสลับมืดมิด เห็นแก้มเนียนใสแดงระเรื่อ

ทันใดนั้นนางเหมือนก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามว่า “นักพรต เจ้ากำจัดปีศาจตนนั้นไปแล้วหรือยัง”

“ยังเลย”

นักพรตหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่ลืมตาขึ้น ตอบอย่างเรียบง่าย

“เยี่ยนอันบอกว่าเจ้าเผามันจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วนี่นา”

“นั่นเพียงแค่เอาชนะมันได้ และเผาร่างหลักของมันไปเท่านั้น” ซ่งโหยวอธิบายอย่างใจเย็น “ร่างแยกของมันแผ่กระจายไปทั่วป่าชิงถงแห่งนี้ ส่วนรากก็ชอนไชไปไกลหลายร้อยลี้ พันเกี่ยวเข้ากับรากของต้นชิงถงจนแยกไม่ออก การจะกำจัดมันให้สิ้นซากไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“นี่คือเหตุผลที่ปีศาจต้นหลิวตนนั้น ทั้งที่รู้ว่าสู้คุณชายไม่ได้ แต่ก็ยังกล้าเปิดศึกประลองเวทย์ตรงๆ หรือขอรับ” นกนางแอ่นที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ข้างๆ เอ่ยถาม

ซ่งโหยวเอนกายยืนหยัดในท่าขัดสมาธินิ่ง สายตาจับจ้องไปที่กองไฟ

มวลพฤกษาที่บำเพ็ญจนเป็นปีศาจนั้นกำจัดได้ยากที่สุด เหมือนอย่างปีศาจต้นไผ่ในเมืองฉางจิง ความทนทานของต้นหลิวก็นับว่าโดดเด่นในบรรดารุกขชาติ ยิ่งมันมีตบะนับพันปีจนเรียกได้ว่าเป็นชั้นยอดของแดนปุถุชน ทั้งยังคาดการณ์ถึงวันนี้และเตรียมการบนผืนดินนี้มานานหลายปี สิ่งที่มันคำนวณไว้มีเพียงสองประการ

หนึ่งคือ ไม่ว่าจะเป็นนักพรตฝ่ายมนุษย์หรือเทพเจ้าบนสวรรค์ ก็ยากจะล่วงรู้ถึงแผนการและที่ซ่อนของมัน

สองคือ ต่อให้ค้นพบแล้ว ก็มักจะทำอะไรมันไม่ได้

ยามนี้ชะตาบ้านเมืองของแคว้นต้าเยี่ยนเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว แผ่นดินเริ่มปรากฏเค้าลางแห่งกลียุค ราวกับว่าความวุ่นวายครั้งใหญ่เป็นสิ่งที่มิอาจเลี่ยง เมื่อใดที่ใต้หล้าโกลาหล วิถีปุถุชนอ่อนแอ ย่อมเป็นโอกาสทองของเหล่าปีศาจที่จะผุดขึ้นมา ผนวกกับความขัดแย้งระหว่างราชสำนักส่วนกลางและขุนศึกตระกูลเฉินทางเหนือที่อาจนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ เมื่อใดที่ศพเกลื่อนพสุธา โลหิตชโลมแผ่นดิน เมื่อนั้นย่อมเป็นปุ๋ยชั้นดีให้ปีศาจต้นหลิวตนนี้บำเพ็ญตบะ

ดังนั้นมันจึงปักรากอยู่ที่นี่ รอวันบรรลุถึงขั้นยอดตบะแห่งโบราณกาล

“แล้วเราจะทำอย่างไรดีเล่า”

แม่นางสามสีขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ไม่ต้องรีบร้อน”

ซ่งโยวปรายตามองเนื้อย่างเสียบไม้ข้างๆ พลางโรยเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยอย่างช้าๆ ว่า “ข้าได้วางค่ายกลใหญ่ปิดล้อมป่าชิงถงแห่งนี้ไว้แล้ว วันนี้มีปีศาจหนีออกมาไม่น้อย คงต้องรบกวนแม่นางสามสีและเยี่ยนอันอีกหลายวัน ค่อยๆ ตามหาพวกมันให้เจอ ตนใดที่มีไอโลหิตหรือกลิ่นอายชั่วร้ายติดตัว ก็กำจัดเสียให้หมด”

“แล้วเจ้าจะกำจัดต้นหลิวได้อย่างไร”

“รอคอยคราวฟ้าอำนวย”

ซ่งโหยวกล่าวจบก็หยิบเนื้อย่างขึ้นมากิน

เมื่ออิ่มท้อง ดื่มน้ำ บ้วนปากเรียบร้อย ก็นอนลงกับพื้นดิน

การกลับมาที่ป่าชิงถงครานี้ ช่างแตกต่างจากคราก่อนอย่างสิ้นเชิง

คราวที่แล้วมาเยือนในเหมันตฤดู หิมะโปรยปรายเย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูก ทว่าครานี้เป็นช่วงต้นคิมหันต์ แม้ในป่าชิงถงจะไม่ร้อนและยังคงเย็นสบาย หรือแม้กระทั่งยามม่านหมอกปกคลุม ลมที่พัดผ่านจะหอบเอาความเย็นเยียบมาด้วย แต่มันก็อบอุ่นพอที่จะนอนค้างอ้างแรมบนพื้นดินได้แล้ว

กลางดึกคืนนั้น มีบัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งมาเยี่ยมเยือน

บัณฑิตหนุ่มผู้นี้ก็คือภูตกวางที่เคยช่วยเหลือนักเล่าเรื่องแซ่ต่ง และเคยเตือนซ่งโหยวว่าเมืองเย่ว์โจวมีสิ่งผิดปกติ

ภูตกวางผู้นั้นนอบน้อมมีสัมมาคารวะ เขานั่งสนทนายามวิกาลกับซ่งโหยวที่ตื่นขึ้นมา โดยมีกองไฟที่จวนจะมอดคั่นกลาง เล่าว่าตนเป็นกวางในป่าชิงถง บรรลุเป็นภูตได้อาศัยพลังวิญญาณอันล้ำลึกของป่า จึงใช้คำว่า ‘ลู่’ เป็นแซ่ ทว่าหลายปีก่อนปีศาจต้นหลิวแอบมาที่นี่ ไม่เพียงแต่จะทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มัวหมอง ยังล่อลวงปีศาจจำนวนมากให้ตกต่ำ พาไปไว้ในอาณาจักรปีศาจเพื่อหล่อหลอมให้กลายเป็นมารร้าย ภูตกวางมีจิตใจเมตตา ทนเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้ ประจวบเหมาะกับตอนนั้นเห็นซ่งโหยวดูมีท่าทางเก่งกาจ จึงได้แอบเตือนเขาไว้

บัดนี้เมื่อเห็นเขาทำลายอาณาจักรปีศาจต้นหลิว จึงมาเพื่อแสดงความขอบคุณ

ซ่งโหยวส่ายหน้า บอกกับเขาว่าปีศาจต้นหลิวยังไม่สิ้นซาก และสนทนากับเขาอีกเนิ่นนาน ก่อนจากไปซ่งโหยวได้บอกให้เขาไปเก็บข้าวของและรีบออกจากป่าเขาแห่งนี้เสียโดยเร็ว

ยามนี้ใกล้รุ่งสางแล้ว

เพียงสะบัดมือคราเดียว ม่านหมอกก็พลันสลายไป

ดวงดาวพราวระยับเต็มฟากฟ้า

นักพรตหนุ่มเอนกายลงนอนอีกครั้ง

หลายวันต่อจากนั้น แม่นางสามสีมักจะขี่เสือขี่หมาป่าพานกนางแอ่นควบทะยานไปทั่วป่าชิงถง เพื่อตามหาปีศาจชั่วร้ายและกำจัดทิ้ง

ส่วนซ่งโหยวเฝ้าอยู่ที่เดิม รอคอยอย่างสงบเงียบ

วันเวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านจากต้นฤดูร้อนเข้าสู่กลางฤดูร้อน

แม่นางสามสีกลับมาหาเขาเป็นครั้งสุดท้ายและเอ่ยว่า “เยี่ยนอันหาปีศาจไม่เจอมาสามวันแล้ว ปีศาจที่เจอมีแต่พวกดีๆ พวกเราให้พวกมันออกไปรอที่ชายป่าชิงถงตามที่เจ้าบอกแล้ว พอถึงเวลาจะได้รีบออกไป ส่วนพวกปีศาจชั่วช้า ถ้าไม่โดนตีตาย ก็คงหลบซ่อนตัวไปหมดแล้วล่ะ”

“ไม่เป็นไร” ซ่งโหยวเอ่ยกับพวกนาง “หลังจากวันนี้ก็ไม่ต้องไปแล้ว ถึงจะมีปลาหลุดรอดจากแหไปบ้าง ก็คงมีไม่มากนัก ไม่น่าจะก่อเรื่องใหญ่โตอะไรได้”

“ตกลง!”

“ลำบากพวกเจ้าแล้ว”

“ไม่ลำบากเลย!”

ม่านราตรีค่อยๆ คืบคลานเข้ามาอีกครา

ช่วงนี้ป่าชิงถงโปร่งใสสะอาดตา ไม่มีม่านหมอกแม้แต่น้อย ช่างคล้ายคลึงกับคืนวันเหมายันในปีนั้นยิ่งนัก

ทว่าวันนี้คือวันครีษมายัน

ง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 516 รอคอยวันครีษมายัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย