Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 501 อัครเสนาบดีอวี๋และหัวหน้ามือปราบหลัว

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 501 อัครเสนาบดีอวี๋และหัวหน้ามือปราบหลัว
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 501 อัครเสนาบดีอวี๋และหัวหน้ามือปราบหลัว

………………..

ซ่งโหยวพำนักอยู่ที่นี่ต่ออีกสิบวัน

ส่วนแม่นางสามสีก็ตกปลาต่อเนื่องมาสิบวันแล้วเช่นกัน

จวบจนวันที่แปด พลันมีขุนนางจากนรกภูมิเดินทางมายังเขาเป่ยฉิน ขั้นแรกพวกเขาประสานมือคารวะเซียนงูอย่างนอบน้อมเพื่อแจ้งเจตจำนง จากนั้นจึงรับดวงวิญญาณของท่านหมอเทวดาไช่มุ่งหน้าไปยังเมืองผีเฟิงโจว

ซ่งโหยวยังคงอยู่ที่นี่ต่ออีกสองวัน

เดิมทีหลังจากคัมภีร์แพทย์ไช่เขียนเสร็จแล้ว ยอดศิษย์ทั้งสองของท่านหมอต่างก็ตรากตรำคัดลอกเพิ่มได้สามชุดแล้ว ยามที่ซ่งโหยวมาถึงพวกเขากำลังคัดลอกชุดที่สี่ ซ่งโหยวรอจนกระทั่งพวกเขาคัดลอกเสร็จ จึงได้รับมอบต้นฉบับลายมือเขียนที่สมบูรณ์หนึ่งชุด ชุดคัดลอกสี่ชุด และคัมภีร์ครึ่งเล่มเดิมที่เขาพกติดตัวมาแต่แรก ก่อนจะกล่าวลาเซียนงูและเดินลงจากเขาไป

ยามนี้หิมะบนเขาเป่ยฉินเริ่มโปรยป่วนลงมาแล้ว

หิมะยังทับถมไม่หนานัก ยามก้าวเดินจึงปรากฏรอยเท้าชัดเจน

เด็กหญิงตัวน้อยเหลียวหลังกลับไปมองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความอาลัยอาวรณ์

“เลิกมองได้แล้วแม่นางสามสี ข้างหน้ายังมีแม่น้ำลำธารอีกหลายแห่ง ที่ตีนเขาหยินหยางก็มีลำธารสายหนึ่ง หากเจ้าชอบล่ะก็ วันหน้าเราจะขุดสระบัวในอารามก็ได้นะ”

“อื้อ!”

เด็กหญิงหันกลับมามองเขา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังห่อสัมภาระใบใหญ่ที่เขาสะพายอยู่บนหลัง

“หนักไหม”

“ไม่หนักหรอก”

“กลับถึงฉางจิงแล้ว เราต้องไปที่โรงพิมพ์หรือไม่” เด็กหญิงเอียงคอถาม “เหมือนกับบันทึกการเดินทางที่แม่นางสามสีเขียนน่ะ!”

“แม่นางสามสีนับวันยิ่งฉลาดขึ้นนะ”

ดูท่าสิบวันที่ผ่านมา แม่นางสามสีคงไม่ได้เอาแต่จดจ่อกับการตกปลาเพียงอย่างเดียว แต่ยังคอยสังเกตเขาอยู่ด้วย

ความจริงก็เป็นเช่นนั้นเอง

เขาตั้งใจจะจัดพิมพ์คัมภีร์แพทย์ไช่ เผยแพร่ไปไกลทั่วหล้า

ทว่าบันทึกการเดินทางของแม่นางสามสีเป็นหนังสือเบ็ดเตล็ด เขียนโดยแมวที่ไม่มีใครรู้จัก หากจะพิมพ์เป็นเล่มย่อมต้องพึ่งพาโรงพิมพ์เอกชนและลงแรงเองมากหน่อย เปรียบเสมือนตีพิมพ์ด้วยตนเอง

ทว่าคัมภีร์แพทย์ไช่นั้นต่างออกไป

ท่านหมอเทวดาไช่มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่มีใครในใต้หล้าไม่รู้จักเขา ทั้งยังเป็นดั่งเทพเจ้าในดวงใจของหมอทั่วแคว้นต้าเยี่ยน คัมภีร์แพทย์ไช่ที่กลั่นกรองมาจากหยาดเหงื่อแรงกายทั้งชีวิตย่อมเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่า ต่อให้ไปหาโรงพิมพ์เอกชน พวกเขาก็ย่อมถวิลหา อยากพิมพ์จนใจจะขาด

ทว่าซ่งโหยวมีทางเลือกที่ดีและทรงพลังกว่านั้น

นั่นคือให้ทางการเป็นผู้จัดพิมพ์

เศรษฐกิจของต้าเยี่ยนรุ่งเรือง วัฒนธรรมเฟื่องฟู ราชสำนักมีหน่วยงานจัดพิมพ์หนังสือของตนเอง และที่ทำการปกครองในแต่ละท้องที่มักจะมีโรงพิมพ์ของตนเช่นกัน หน่วยงานเหล่านี้มีความเป็นมืออาชีพและคุณภาพดีกว่าโรงพิมพ์ราษฎร ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือคัดเลือกต้นฉบับอย่างพิถีพิถันยิ่งนัก ทว่าความพิถีพิถันนั้นเองที่เปรียบเสมือนตราประทับแห่งความศักดิ์สิทธิ์และเชื่อถือได้

และหน่วยงานจัดพิมพ์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นสำนักกั๋วจื่อเจี้ยน

ซ่งโหยวจำเป็นต้องไปหาคนรู้จักสักคนหนึ่ง

ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาอีกสองวันเดินเท้าจากเขาเป่ยฉินกลับสู่นครฉางจิง เมื่อกลับถึงเรือนเล็กได้ไม่นาน ซ่งโหยวก็เขียนจดหมายสั้นๆ ด้วยลายมือตนเอง ม้วนเป็นแผ่นเล็กๆ ส่งให้เจ้านกนางแอ่น

“การไปเคาะประตูบ้านโดยมิบอกกล่าวล่วงหน้าดูจะเสียมารยาทเกินไป รบกวนเจ้าช่วยไปที่ที่ทำการของชุยหนานซีที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก มอบกระดาษแผ่นนี้ให้เขา ข้าเขียนทุกอย่างไว้ในนี้แล้ว เจ้ามิต้องพูดสิ่งใด เพียงมอบให้เขาก็พอ”

“รับทราบ!”

เจ้านกนางแอ่นคาบม้วนกระดาษแล้วบินปรื๋อออกไปทันที

ในกระดาษเขียนทักทายสั้นๆ และแจ้งเจตจำนงชัดเจนว่า ซ่งโหยวจะไปเยี่ยมเยียนในบ่ายวันพรุ่งนี้ ทว่านึกไม่ถึงว่าเพียงเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ชุยหนานซีกลับขี่ลาหิ้วของกำนัลมาหาเขาก่อนเสียเอง

“ท่านชุย นี่ท่าน…”

“ช่วงนี้ข้ามัวแต่ยุ่งกับการเรียบเรียงสารานุกรม จนมิทราบเลยว่าท่านเซียนกลับถึงเมืองหลวงแล้ว นับเป็นความบกพร่องของข้า แล้วจะกล้าให้ท่านลำบากไปหาข้าถึงที่ได้อย่างไร เมื่อวานตัวข้ามอมแมมมิกล้ามาพบท่าน หลังจากอาบน้ำชำระกายแล้ว เช้านี้จึงรีบมาเยี่ยมเยียน โปรดท่านเซียนเห็นใจด้วยเถิด”

ชุยหนานซีประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

ซ่งโหยวจึงจำต้องเชิญเขาเข้าบ้าน ต้มน้ำชงชาต้อนรับ

“มิได้พบกันนาน ท่านชุยสบายดีหรือไม่” ซ่งโหยวยื่นจอกชาให้ชุยหนานซี

“ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่ เพียงแต่แก่ชราลงไปบ้าง” ชุยหนานซีรับจอกชาด้วยสองมือ “ผิดกับท่านเซียน ที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากยามที่พบกันครั้งแรกบนเขาอวิ๋นติ่งเลย”

“ก็แค่ร่องรอยแห่งความชรายังไม่ปรากฏบนผิวหน้าเท่านั้นเอง”

“ท่านเป็นเทพเซียน จะแก่ชราได้อย่างไรเล่า”

“…”

ซ่งโหยวโบกมือผ่านเรื่องนั้นไป ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “มิทราบว่างานเรียบเรียงสารานุกรมที่ท่านชุยดูแลอยู่นั้นคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”

“อาศัยบารมีของราชสำนักที่สนับสนุนอย่างเต็มที่ การดำเนินงานจึงราบรื่นมาตลอด หลายปีมานี้ภายในราชสำนักวุ่นวายหนัก แม้จะมีคนออกมาคัดค้านบ้างแต่ก็แทบไม่มีใครสนใจ งานจึงเดินหน้าต่อไปได้” ชุยหนานซีตอบตามความจริง “ทว่าการเรียบเรียงสารานุกรมมิใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยบัณฑิตผู้มีความรู้จำนวนมากร่วมแรงร่วมใจกัน ตรวจสอบหลักฐานจากหลายฝ่าย หากใช้เวลานานไป เบี้ยหวัดและเงินงบประมาณอาจเป็นเรื่องรอง ทว่าเวลาของเหล่าบัณฑิตที่ทุ่มเทลงไปนั้นมหาศาลนัก มิทราบว่างานจะถูกสั่งหยุดเมื่อใด พวกเราจึงได้แต่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเร่งรวบรวมเพื่อจัดทำเป็นรูปเล่มให้เร็วที่สุด”

“มิน่าเล่า ท่านชุยถึงได้ดูซูบเซียวไปไม่น้อย”

“หากข้าเรียบเรียงไม่สำเร็จ คงเสียแรงที่ท่านเซียนอุตส่าห์ชี้แนะไว้”

“ข้าเองก็หวังจะได้เห็นมันในเร็ววัน”

ซ่งโหยวยิ้มแล้วเข้าเรื่องทันที “ความจริงข้าตั้งใจจะไปหาท่านในบ่ายวันนี้ เพราะมีเรื่องอยากจะรบกวนให้ท่านช่วยสืบเสาะสักหน่อย”

“หืม”

ชุยหนานซีชะงักไปครู่หนึ่ง เบิกตากว้าง ก่อนจะประสานมือคารวะ “มิทราบว่ามีเรื่องใดที่ข้าพอจะรับใช้ท่านเซียนได้บ้าง”

“ท่านชุยรู้จักท่านหมอเทวดาไช่หรือไม่”

“ท่านหมอไช่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศดุจเทวะ ช่วยเหลือราษฎรจนมีชื่เสียงเลื่องลือ มีใครบ้างไม่รู้จัก ข้าเองในตอนเรียบเรียงสารานุกรมก็ได้รวบรวมตำรับยาของท่านหมอไช่ไว้ไม่น้อยเลย” ชุยหนานซีกล่าว “เพียงแต่ช่วงหลายปีหลังมานี้ มิทราบว่าท่านหมอจาริกไปรักษาผู้คนอยู่ที่ใด จึงแทบมิได้ข่าวคราวของท่านผู้เฒ่าเลย”

“หลายปีมานี้ ท่านหมอไช่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก กลั่นกรองความรู้ทั้งชีวิตเขียนยอดคัมภีร์แพทย์ออกมา เรียกกันว่าคัมภีร์แพทย์ไช่’”

“ยอดคัมภีร์แพทย์รึ”

“คัมภีร์เล่มนี้มิได้สอนเพียงวิชา แต่สอนถึงมรรคา สอนกระมั่งแก่นแท้ของโรคและเภสัชวิทยา ตลอดจนกระบวนการคิดของแพทย์ หากคัมภีร์นี้ได้เผยแพร่ออกไป ย่อมเป็นคุณูปการอันใหญ่หลวงแก่ราษฎร” ซ่งโหยวหยุดเล็กน้อย “ทว่าคัมภีร์นี้ถูกเบื้องบนริษยา ทุกครั้งที่เขียนใกล้เสร็จ มักเกิดเหตุบังเอิญจนต้องชะงักไป บัดนี้คัมภีร์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าจึงอยากขอให้ราชสำนักช่วยจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ไปทั่วหล้า เพื่อช่วยเหลือปุถุชนทั้งปวง”

“ข้าได้ยินมาว่ายามนี้โลกมนุษย์แปรปรวน มักมีภูตผีปีศาจและโรคระบาดถือกำเนิดขึ้น คอยสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว หากมีคัมภีร์แพทย์นี้ ย่อมช่วยชีวิตผู้คนได้มากมายมหาศาล!”

ชุยหนานซีเบิกตากว้าง รีบลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะอย่างกระตือรือร้น

“นี่มิใช่เรื่องที่ท่านเซียนต้องการให้ผู้แซ่ชุยช่วยเหลือหรอก แต่เป็นท่านเซียนกับท่านหมอเทวดาไช่ต่างหากที่กำลังช่วยเหลือคนทั้งใต้หล้า!”

“หากท่านชุยยินดีช่วยเหลือ ข้าคงต้องรบกวนให้ตามตัวเหล่าอาลักษณ์ผู้ชำนาญอักษรข่ายมาคัดลอกคัมภีร์ที่หอเล็กของข้า หากไปคัดลอกที่อื่นเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้”

“หืม”

ชุยหนานซีชะงักไปอีกครา

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดซ่งโหยวจึงกล่าวเช่นนั้น แต่ก็มิได้ซักไซ้ให้มากความ ในใจเพียงคิดไปว่ายามนี้โลกมนุษย์มีภูตผีปีศาจนำพาโรคระบาดมาสู่ผู้คน หากพวกมันรู้ว่าคัมภีร์แพทย์จะอุบัติขึ้นย่อมต้องมาขัดขวางเป็นธรรมดา เขาจึงรีบรับปากเป็นมั่นเหมาะ

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็สนทนาพาทีรำลึกความหลังกันอีกครู่ใหญ่ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ในราชสำนักและอนาคตของบ้านเมือง ก่อนที่ชุยหนานซีจะขอตัวลา ขี่ลากลับไปพร้อมทิ้งเหล้าไว้หนึ่งไหและน้ำตาลทรายแดงอีกหนึ่งห่อ

พวกเขามารอตั้งแต่เช้าตรู่และกลับไปยามย่ำค่ำ

ทุกครั้งที่คัดลอกเสร็จหนึ่งบท ก็จะรีบส่งไปยังโรงพิมพ์เพื่อสลักลงแม่พิมพ์ไม้ทันที

ยามนั้น ชั้นล่างของหอเล็กเต็มไปด้วยโต๊ะม้านั่งและอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหมึก

แม่นางสามสีในร่างแมวมักจะเดินวนเวียนไปมาตามโต๊ะเหล่านั้น บางครั้งก็หยุดดูฝีมือการเขียนหวัดเขียนบรรจงของแต่ละคน บางทีก็จ้องมองสีหน้าท่าทางของผู้คัดลอก หรือไม่ก็นอนอาบแดดอยู่ตรงธรณีประตู แรกเริ่มเดิมทีเหล่าอาลักษณ์ต่างกังวลว่าแมวจะทำกระดาษเลอะเทอะหรือฉีกขาด แต่พอนานวันเข้าก็เริ่มชินกับตัวตนของนาง บางคนถึงขั้นชวนนางสนทนาพาทีเสียด้วยซ้ำ

เจ้าแมวสามสีก็ได้แต่แสร้งทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง

ทว่าพอพ้นสายตาคนขยับขึ้นไปยังชั้นบน นางก็คืนร่างจำแลงเป็นเด็กหญิง กระซิบกระซาบเล่าเรื่องราวที่พบเห็นข้างล่างให้ซ่งโหยวฟังอย่างสนุกปาก ว่าคนไหนเขียนเร็ว คนไหนเขียนช้า คนไหนชอบชวนนางคุย หรือคนไหนที่เท้าเหม็นนัก จากนั้นก็นัดแนะกับเจ้านกนางแอ่น หยิบกิ่งหลิวขึ้นมาฝึกวิชาเคลื่อนย้ายสิ่งของกลางอากาศต่อ จากเดิมที่ใช้เมล็ดข้าวสารเม็ดจ้อย ก็เริ่มขยับมาเป็นก้อนกรวด และพัฒนามาเป็นถ้วยชาม

เหมันตฤดูเริ่มหยั่งรากลึกขึ้นทุกวัน

ความอ้างว้างของฤดูหนาวมิได้ปรากฏเพียงในผืนป่าขุนเขา ทว่าวิถีชีวิตของราษฎรในเมืองก็เริ่มซบเซาลงเช่นกัน

เมื่ออากาศหนาวเหน็บ การทำมาหากินย่อมยากลำบากขึ้น

ท้องถนนดูจะวุ่นวายขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน

เหล่านักเลงเจ้าถิ่นที่คอยคุมตลาด พวกหัวขโมย ตลอดจนพวกดักปล้นคนสัญจรตามตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวร้างเริ่มมีจำนวนมากขึ้น เมื่อความวุ่นวายอุบัติขึ้นหนึ่งอย่าง ย่อมนำไปสู่ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้ความโกลาหลอื่นๆ ตามมามิขาดสาย

แม้แต่เสมียนจากสำนักกั๋วจื่อเจี้ยนที่ถือต้นฉบับมุ่งหน้าไปยังโรงพิมพ์ เพราะท่าทางที่ระแวดระวังเกินไป กลับถูกผู้คนเข้าใจผิดว่าพกพาของล้ำค่าล้ำเลิศ จนมีชาวยุทธ์สะกดรอยตามไปช่วงหนึ่ง ยังดีที่เขาสวมเครื่องแบบทางการอยู่ คนเหล่านั้นจึงยังมิกล้าบุ่มบ่ามถึงขั้นอุกอาจลงมือ

ข่าวลือในหมู่ราษฎรก็หนาหูนัก

บ้างก็ว่ากบฏซุ่นอ๋องทำให้จิตใจผู้คนในฉางจิงเสื่อมทรามลง บ้างก็ว่ารัชทายาทปลอมแปลงราชโองการจนทำให้ดวงเมืองต้าเยี่ยนเสียหาย บ้างก็ว่าเพราะฮ่องเต้หายตัวไปและรัชทายาทก็ไม่ยอมขึ้นครองราชย์เสียที ทำให้บ้านเมืองขาดเสาหลักจนใจคนระส่ำระสาย

จนกระทั่งถึงวันเหมายัน ในที่สุดคัมภีร์แพทย์ก็ถูกคัดลอกจนเสร็จสิ้นแล้ว เหล่าอาลักษณ์ต่างพากันมาลากล่าวอำลาซ่งโหยว

“พวกข้าขอตัวลาก่อนท่านเซียน”

“ขอบพระคุณสำหรับน้ำชาที่ท่านเมตตาเลี้ยงดูพวกเรามาตลอด”

“ขอบพระคุณท่านเซียนมาก”

“ส่วนเรื่องการแกะสลักแม่พิมพ์ก็มีช่างฝีมือรับผิดชอบอยู่ ตอนนี้ยังไม่มีความวุ่นวายใดๆ หากทุกอย่างราบรื่น ก่อนจะสิ้นปีนี้ คัมภีร์แพทย์ไช่เล่มแรกต้องเสร็จสมบูรณ์แน่นอน”

“ลำบากพวกท่านแล้ว”

ซ่งโหยวคิดว่าโอกาสที่จะเกิดความวุ่นวายจนงานเสียนั้นมีน้อยมาก เพราะเขายังมีต้นฉบับสำรองอยู่อีกหลายชุดที่นี่ ต่อให้แม่พิมพ์สลักไม้จะมีปัญหา ก็แค่เสียเวลาไปบ้างเท่านั้น

“ช่วงนี้ฉางจิงวุ่นวายนัก ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและระมัดระวังตัวด้วย”

“พวกข้ารับทราบแล้ว”

“ขอลา!”

“เฮ้อ ปีนี้เกิดอะไรขึ้นกับนครฉางจิงกันแน่…”

“แต่ข้าแอบได้ยินมาว่า ท่านอัครเสนาบดีอวี๋นั้นทนดูความวุ่นวายในฉางจิงมานานแล้ว และตั้งใจจะลงมือจัดการให้เด็ดขาดเสียที ติดที่ว่าใต้บังคับบัญชายังขาดคนเก่งกล้าสามารถ ตัวท่านเองเป็นถึงมหาเสนาบดีจะลงมาจัดการทุกเรื่องด้วยตนเองก็คงมิได้ เห็นว่าเมื่อสองวันก่อน ท่านได้เรียกตัว ‘หัวหน้ามือปราบตระกูลหลัว’ จากแคว้นอี้โจวที่ท่านเคยไปประจำการมาที่นี่ ดูท่าจะเป็นคนมีฝีมือไม่เบาเลยเชียวล่ะ บางทีอาจจะช่วยกำราบความวุ่นวายบนถนนในฉางจิงลงได้บ้าง”

“เรียกมือปราบมาจากอี้โจวเนี่ยนะ จะไหวรึ”

“เรื่องนี้มีบรรทัดฐานอยู่นะ…”

“อ้อ! ท่านอัครเสนาบดีอวี๋กำลังดำเนินรอยตามท่านกู่โซ่วและท่านโจวคังปั๋ว ยอดเสนาบดีเมื่อสองร้อยปีก่อนอย่างนั้นรึ”

“ถูกต้องแล้ว!”

กลุ่มบัณฑิตยากจนทั้งหนุ่มและแก่ต่างสนทนาถกเถียงกันพลางเดินจากไปเป็นกลุ่ม

ซ่งโหยวแว่วได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นชัดเจน พลันบังเกิดความสนใจขึ้นมาไม่น้อย

ตำนานเรื่องนี้เล่าขานกันไปทั่วต้าเยี่ยน

ในช่วงปลายรัชสมัยของปฐมจักรพรรดิ ความมั่นคงในฉางจิงระส่ำระสาย มีพวกอันธพาลใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงผู้คน ยามนั้นอัครเสนาบดีกู่โซ่วซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองผิงโจว ทนเห็นความวุ่นวายในฉางจิงขณะที่เหล่ามือปราบเพิกเฉยมิได้ และทราบดีว่ามือปราบแห่งเมืองผิงตูอย่างโจวคังปั๋ว เป็นผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความเที่ยงธรรม จึงได้เรียกตัวเขามาประจำการที่ฉางจิง

ในภายหลัง โจวคังปั๋วก็ได้แสดงความองอาจเที่ยงธรรม ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลมืด จัดการทั้งเหล่าผู้ดีจอมปลอมที่ระรานชาวบ้าน และจับกุมทั้งภูตผีปีศาจร้าย จนในที่สุดความสงบสุขก็กลับคืนสู่ฉางจิง

ราษฎรต่างซาบซึ้งในความดีความชอบและความเที่ยงธรรมของเขา

จนในที่สุดเขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพสายฟ้า นามว่าโจวเหลยกงนั่นเอง

และหัวหน้ามือปราบตระกูลหลัวผู้นี้…ก็เป็นสหายเก่าของซ่งโหยวเช่นกัน

………………..

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 501 อัครเสนาบดีอวี๋และหัวหน้ามือปราบหลัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย