Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 490 จุดจบของฮ่องเต้

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 490 จุดจบของฮ่องเต้
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 490 จุดจบของฮ่องเต้

………………..

ท้องฟ้าครามเมฆาขาว ทุ่งข้าวนางแอ่นเขียวขจี แมงมุมชักใยไต่ระโยง…นี่คือกลิ่นอายฤดูร้อนในความทรงจำของซ่งโหยว

นักพรตหนุ่มยันไม้เท้าไผ่ ก้าวเดินขึ้นไปตามเส้นทางขุนเขา

เขาทีละก้าวๆ จนถึงจุดสูงสุดของถนนทางการ

แม้มิใช่ยอดเขา ทว่าก็สูงพอจะมองเห็นทัศนียภาพเบื้องล่าง สายน้ำสายหนึ่งไหลรินไปตามร่องเขา ขุนเขาตั้งตระหง่านท้าทายผืนนภากว้าง กระแสน้ำเชี่ยวพัดพากระทบแก่งหินจนเกิดฟองสีขาวโพลนดูไม่จางหาย ราวกับกองหิมะนับพันชั้น

ซ่งโหยวอดมิได้ที่จะหยุดฝีเท้าแล้วหันไปมอง

แสงอาทิตย์เจิดจรัส สะท้อนภาพทิวทัศน์อันงดงามยิ่งนัก

ทว่าในความเงียบงันนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างโดยสัญชาตญาณ จึงเบนสายตากลับมามองยังเบื้องหน้า

“หือ”

นักพรตหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย

“หืม”

เจ้านกนางแอ่นที่เกาะอยู่บนหลังม้าเห็นอาการนั้นก็มองตามไปบ้าง มันนึกสงสัยทว่ามิได้เอ่ยถามสิ่งใด พลันสยายปีกบินทะยานขึ้นสู่หมู่เมฆ มุ่งหน้าไปสำรวจเส้นทางข้างหน้าทันที

ครืน…ครืน…

พสุธาสั่นสะเทือนไหววูบอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นมิได้ดังกึกก้อง

ทว่าในหุบเขากลับเริ่มมีเสียงตะโกนก้องแว่วมาตามลม

พรึ่บ…

นกนางแอ่นบินร่อนกลับมา มันกระพือปีกต้านลมหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศพลางเอ่ยว่า “คุณชาย ข้างหน้ามีคนสองกลุ่มกำลังไล่ล่ากันอยู่ ดูแล้วล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น ยามนี้กำลังมุ่งหน้ามาทางเราแล้วครับ”

“รู้แล้วล่ะ…”

“จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ”

ซ่งโหยวสัมผัสได้ถึงบางอย่างลางๆ

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจูงม้าหลบเข้าข้างทาง หยุดยืนเฝ้ารอดูเหตุการณ์

เสียงกู่ร้องและเสียงฝีเท้าม้าเริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

“ยอมจำนนเสียเถิด แล้วพวกเราจะไม่สังหาร!”

“หนีไม่พ้นแล้ว!”

“รถม้าหรือจะวิ่งสู้ม้าศึกได้ อย่าได้รั้นต่อไปเลย รีบลงมามอบตัวเสียดีๆ แล้วพวกข้าจะส่งพวกเจ้ากลับบ้านเกิด!”

“พวกเจ้าบังอาจคิดปลงพระชนม์ฮ่องเต้รึ ช่างทรยศต่อแผ่นดินยิ่งนัก!”

“ยิงม้าตัวนั้นซะ!”

ซ่งโหยวถึงกับได้ยินเสียงศาสตรากระทบกันเคร้งคร้าง

ภาพของกลุ่มคนเบื้องหน้าปรากฏสู่สายตาเป็นลำดับแรก

ที่นำหน้ามาคือรถม้าดูธรรมดาสามัญคันหนึ่ง ทว่าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าม้าที่เทียมรถอยู่นั้นมิใช่ธรรมดา เบื้องหลังรถม้ามีทหารติดตามเหลือเพียงไม่กี่สิบคน ทว่าแต่ละคนล้วนสวมเกราะครบสำรับ ร่างกายกำยำแข็งแกร่ง คนเป็นยอดทหาร ม้าก็เป็นม้าพันลี้ที่คัดสรรมาอย่างดี พวกเขาหันไปตั้งรับศัตรูและยิงธนูสวนกลับเป็นระยะ

องครักษ์เก่งกล้าสามารถ ฝ่ายไล่ล่าเองก็มิใช่ย่อย

กองทัพแคว้นต้าเยี่ยนแม้มีจำนวนไม่มาก ทว่าล้วนเป็นทหารกล้าที่ผ่านการเคี่ยวกรำ

ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศมาจากทางด้านหลังเป็นระลอก แม้องครักษ์จะสวมเกราะ ทว่าก็มิอาจต้านทานแรงส่งจากธนูแข็งแกร่งได้ ร่างของพวกเขาถูกปักจนพรุนราวกับเม่น ก่อนจะทยอยร่วงหล่นจากหลังม้าไปทีละคนสองคน

สิ่งที่ฝ่ายไล่ล่าพูดนั้นถูกต้อง…รถม้ามิต่อกรกับม้าศึกได้นานนัก

ฝ่ายตามล่ากระชั้นชิดเข้ามาทุกที ขณะที่องครักษ์เหลือน้อยลงเรื่อยๆ

ในเวลาเดียวกัน รถม้าคันนั้นก็แล่นเข้ามาใกล้กลุ่มของซ่งโหยวเข้าไปทุกขณะ

เอี๊ยด!

ครืน…

ถนนหลวงมักมีหลุมบ่อและเศษหิน รถม้าที่ควบตะบึงมาด้วยความเร็วจึงโคลงเคลงอย่างหนัก ลมพัดพาเอาผ้าม่านหน้าต่างเปิดขึ้น เผยให้เห็นร่างของชายชราที่ดูโรยแรงเต็มทีนั่งอยู่ภายใน

“…”

ซ่งโหยวยืนอยู่ริมทาง นิ่งเงียบไม่กล่าววาจา

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะได้พบกับฮ่องเต้ที่นี่ ในสภาพที่เรียบง่ายปานนี้

ในขณะนั้น เขาอดคิดมิได้ว่า…ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จักรพรรดิมากมายที่พ่ายแพ้ศึกหรือลี้ภัยจนสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยนั้น ในยามที่กำลังหลบหนีหัวซุกหัวซุน พวกเขาเคยเดินสวนทางกับผู้คนที่แสนธรรมดาเช่นนี้บ้างหรือไม่ และในยามนั้น ผู้คนธรรมดาเหล่านั้นจะตระหนักบ้างไหมว่า คนที่เพิ่งเดินสวนกันไปคือผู้ที่เคยกุมอำนาจเหนือใต้หล้าทั้งปวง สิ่งที่ตนเองเห็นโดยมิได้ตั้งใจนี้ อาจเป็นร่องรอยการหายตัวไปของจักรพรรดิที่คนรุ่นหลังไม่มีวันจินตนาการถึง

“หยุดรถเสีย…”

ฮ่องเต้เฒ่าที่อยู่ภายในรถเค้นกำลังเฮือกสุดท้ายตะโกนสั่ง

“หยุด…”

นายทหารผู้บังคับรถม้ารีบดึงสายเหียนหยุดรถทันที เขาหันกลับมาเลิกม่านมองดูองค์เหนือหัว

ทว่ากลับเห็นฮ่องเต้ชะโงกหน้าออกมาทางหน้าต่าง

“คุณชาย…ช่วยข้าด้วย…”

สุ้มเสียงของพระองค์นั้นแหบพร่าและอ่อนแรงยิ่งนัก

ในยามนี้ พระองค์คงนึกขอบพระทัยสวรรค์ที่ตนเองยังมีสติแจ่มใส มิได้จมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราดังเช่นที่ผ่านมา

ซ่งโหยวยืนนิ่งริมทาง สบสายตากับพระองค์

เหล่าทหารติดตามที่เหลือรอดเพียงยี่สิบกว่าคนต่างรีบควบม้าเข้ามาล้อมรถม้าไว้ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงสั่งหยุดรถ ทว่าก็ทำหน้าที่อารักขาอย่างแข็งขัน สายตาจ้องมองทั้งซ่งโหยวและฝ่ายไล่ล่าที่กำลังตามมาติดๆ

ทหารฝ่ายไล่ล่าตามมาถึงในพริบตา จำนวนนับร้อยนับพันหลั่งไหลมามิขาดสาย ล้อมรถม้าและองครักษ์ไว้แน่นหนา

รวมถึงนักพรตหนุ่มและพรรคพวกที่ถูกล้อมอยู่กึ่งกลางวงล้อมนั้นด้วย

“พวกเจ้าตัดสินใจจะยอมจำนนแล้วรึ”

“สามหาว! พวกเจ้าบังอาจไล่ล่าสังหารองค์เหนือหัวเชียวรึ!”

“ฝ่าบาทอันใด หยุดวาจาเหลวไหลเสีย! คนทั้งใต้หล้าล้วนรู้กันทั่วว่าฝ่าบาทถูกเจ้ากบฏรัชทายาทตัวปลอมคุมตัวไปอี้โจวแล้ว ในรถม้านี่ก็แค่ขุนนางโฉดผู้หนึ่งที่บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง ช่างอัปรีย์จัญไรสิ้นดี!”

“หุบปากสุนัขของเจ้าซะ! ถอยไปเดี๋ยวนี้! แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”

“วางอาวุธลง! พวกข้าก็จะไม่ฆ่าพวกเจ้าเช่นกัน!”

ทั้งสองฝ่ายต่างตะเบ็งเซ็งแซ่จนลำคอแทบแตกพร่า

ทว่าฮ่องเต้กลับคล้ายมิได้ยินเสียงเหล่านั้น ทรงยื่นพระหัตถ์สั่นเทาออกมาจากหน้าต่างรถม้า แววตาที่ไร้ประกายจับจ้องนิ่งไปยังนักพรตหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องนอกเพียงผู้เดียว

“คุณชาย…ช่วยข้าด้วย…มีเพียงท่านที่ปกปักษ์ใต้หล้ามิให้ตกอยู่ในความโกลาหลได้…”

กลุ่มคนที่คุมเชิงกันอยู่ต่างชะงักงันไปชั่วครู่

ก่อนจะพากันหันขวับไปมองนักพรตหนุ่มในชุดโด่พ่านเก่าคร่ำคร่าผู้นั้น รวมถึงม้าสีแดงเข้มที่ไร้เชือกจูง นกนางแอ่นบนหลังม้า และเจ้าแมวสามสีที่ยืนสองขาชะโงกหน้ามองสบตากับฮ่องเต้เฒ่าอยู่ด้านล่าง

ทหารรักษาพระองค์บางคนที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในวังหลวง เริ่มขุดคุ้ยความทรงจำอันลางเลือนจนปรากฏร่างของนักพรตผู้นี้ขึ้นมา ขณะที่เหล่านายกองบางส่วนที่ชื่นชอบการฟังนิทานปรัมปรา ต่างก็รู้สึกว่าอาคันตุกะกลุ่มนี้ช่างประหลาดล้ำและคุ้นตาอย่างยิ่ง

“เจ้าเป็นใคร” ทหารฝ่ายไล่ล่าคนหนึ่งตะคอกถาม

“อย่าเสียมารยาท!”

แม่ทัพร่างกำยำผู้หนึ่งก้าวออกมาปรามทหารของตนทันควัน เขาจ้องมองซ่งโหยวด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะตวัดสายตาไปยังรถม้า

“คุณชาย! พวกข้าทำตามรับสั่งขององค์ชาย และได้รับราชโองการลับจากองค์ชายและฝ่าบาทให้มาจับกุมขุนนางชั่วที่คิดคดต่อแผ่นดิน! ท่านเป็นผู้บำเพ็ญตบะอยู่นอกทางโลก ต่อให้มีฤทธิ์เดชปานใด ก็ขอโปรดอย่าสอดเรื่องทางโลกเลย ช่วยหลีกทางให้พวกข้าด้วยเถิด!”

“อย่าไปฟังมัน! ฝ่าบาทประทับอยู่ในรถม้านี้! หากท่านเซียนมีฤทธิ์จริง โปรดช่วยราษฎรจากกองเพลิง ช่วยค้ำจุนแผ่นดินที่กำลังจะพังทลายด้วยเถิด!”

บรรยากาศพลันตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับคันศรที่ดึงจนตึงเปรี๊ยะ

ฮ่องเต้เฒ่าในรถม้าดูเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรงจะเปล่งเสียงแล้ว ทำได้เพียงจ้องมองนักพรตหนุ่มด้วยดวงตาที่ฝ้ามัวไร้แวว เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดรุ่ย เมื่อเทียบกับยามที่พบกันครั้งแรก ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

นักพรตหนุ่มนิ่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะยันไม้เท้าก้าวเดินไปข้างหน้า

ม้าสีแดงเข้มก้าวตามเขาไปอย่างสงบ

ทหารฝ่ายไล่ล่าต่างเคร่งเครียด มือกระชับดาบและทวนแน่น บางคนถึงกับง้างธนูเตรียมยิง ทว่าถูกแม่ทัพผู้นั้นตวาดห้ามไว้ทันเวลา

ท่ามกลางขุนเขากลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและสุ้มเสียงอันราบเรียบของนักพรตหนุ่มที่ดังขึ้น

“ฝ่าบาททรงชราลงไปมากเหลือเกิน”

น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง ประหนึ่งกำลังสนทนากับสหายเก่า

“คุณชาย…ช่วยข้า…”

“ฝ่าบาท…”

ซ่งโหยวครุ่นคิดอยู่นาน คำพูดมากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัว ทว่าเมื่อเห็นสภาพอันโรยราและอ่อนแรงของจักรพรรดิเบื้องหน้า เขาก็มิอาจเอ่ยคำตำหนิใดออกมา ได้แต่เพียงกล่าวว่า “ฝ่าบาทช่างทะนงตนยิ่งนัก…”

“ช่วยข้า…ยุครุ่งเรืองของต้าเยี่ยนจะสิ้นสุดลงที่นี่มิได้…”

“ฝ่าบาทตรัสผิดแล้ว ยุครุ่งเรืองของต้าเยี่ยนถูกกำหนดมาให้จบสิ้นลงที่นี่เอง” ซ่งโหยวกล่าวอย่างสงบ “แผ่นดินต้าเยี่ยนเองก็ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เพียงแต่ยามนี้ยังมิใช่เวลาเท่านั้น”

“คุณชาย…ช่วยข้า…”

“เพราะเหตุใดเล่า มิใช่ว่าฝ่าบาททรงเลือกเส้นทางนี้เองหรอกหรือ”

“จะปล่อยให้พวกมันได้ใจมิได้…”

“หืม”

“ข้าคือผู้ครองใต้หล้า…จะมาตายอนาถอยู่นอกวังเช่นนี้มิได้…”

“…”

ซ่งโหยวจ้องมองฮ่องเต้เฒ่านิ่งงันอยู่นานโดยมิเอ่ยคำใด ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ข้างกายม้า

สายตาทุกคู่จับจ้องการกระทำของเขาอย่างไม่กะพริบตา

ไม่มีใครที่ไม่ตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ

ประหนึ่งว่าในสายตาของพวกเขา นักพรตมือเปล่าผู้นี้คือผู้ที่จะตัดสินผลแพ้ชนะในศึกครั้งนี้

ทว่านักพรตหนุ่มกลับยื่นมือเข้าไปในย่าม หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา สีหน้ายังคงราบเรียบขณะหันกลับไปเผชิญหน้ากับฮ่องเต้อีกครั้ง

“ฝ่าบาททรงจำสิ่งนี้ได้หรือไม่”

“สิ่งใด…”

“ดาบสะบั้นวารี…ดาบสะบั้นวารีของตระกูลเจิ้ง”

“…”

ฮ่องเต้เฒ่าพลันหรี่ตาลงอย่างอ่อนแรง

ครู่ต่อมาพระองค์จึงลืมตาขึ้น ริมพระโอษฐ์ขยับเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุงขยับปีก ประหนึ่งเปลวเทียนที่จวนเจียนจะดับวูบลงท่ามกลางสายลม

“ข้ามีคำถามบางประการ…อยากจะขอคำชี้แนะจากคุณชาย…”

“เชิญตรัส”

“หลังจากข้าตายไป…ข้ายังจะได้ชื่อว่าเป็นมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอยู่หรือไม่”

“…”

ซ่งโหยวส่ายหน้าเบาๆ นึกไม่ถึงว่าในวาระสุดท้าย สิ่งที่พระองค์ทรงห่วงหาที่สุดกลับเป็นชื่อเสียงหลังความตาย ทว่าเขาก็ยังตอบอย่างอดทน

“ตามความเห็นส่วนตัวของผู้น้อย มหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลนั้นเกรงว่าจะมิอาจเป็นได้ ฝ่าบาทมิมีคุณสมบัติพอจะเทียบเคียงกับองค์ปฐมกษัตริย์ได้เลย ทว่าในยามที่ฝ่าบาทครองราชย์ ต้าเยี่ยนรุ่งเรืองถึงเพียงนี้ เชื่อว่าในใจของคนรุ่นหลัง ฝ่าบาทจะทรงถูกจดจำในฐานะจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง”

“หลังจากข้าตายไป…จะเป็นอย่างไรต่อ”

“ความมั่งคั่งลาภยศยามมีชีวิตอยู่ ฝ่าบาทยังเสวยสุขมิพออีกหรือ”

“เฮ้อ…”

“มีสิ่งใดอีกหรือไม่”

“ต้าเยี่ยน…ยังจะมั่นคงอยู่ได้หรือไม่”

“ผู้น้อยเป็นเพียงนักพรต มิใช่ฮ่องเต้ มิอาจล่วงรู้ราชกิจหรือความเป็นไปของใต้หล้า”

ซ่งโหยวสบตากับพระองค์

ต้าเยี่ยนจะมั่นคงหรือไม่เขาไม่รู้ แต่เขาปรารถนาให้ต้าเยี่ยนสงบสุขไปพลางก่อน

หากจะเข้าสู่กลียุค ก็ขอให้รอจนกว่าเขาจะจัดการธุระเรื่อง ‘วิมานสวรรค์’ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ยามนั้นจึงจะดีที่สุด

ฮ่องเต้ได้ฟังดังนั้นก็หรี่พระเนตรลงอีกครั้ง ประหนึ่งว่าเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายได้ถูกสูบหายไปเกือบหมดสิ้น ก่อนจะลืมตาขึ้นถามด้วยความหวังสุดท้ายที่ยังมิมอดดับ

“คุณชายจะยืนมองดูอยู่เฉยๆ จริงหรือ”

“…”

ซ่งโหยวจ้องมองพระองค์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า

“ฝ่าบาททรงถามผู้น้อยมามากมาย ผู้น้อยเองก็มีคำถามหนึ่งข้อ…อยากจะถามฝ่าบาทเช่นกัน”

“เรื่องใด”

“ฝ่าบาททรงจำได้หรือไม่…ยามที่ฝ่าบาททรงเลือกพระรัชทายาท นายทหารองครักษ์แห่งกรมอู๋เต๋อผู้ที่ถูกซุ่นอ๋องชักกระบี่บั่นศีรษะผู้นั้น”

“เจ้าต้องการจะสื่อสิ่งใด…”

“อยากถามฝ่าบาทว่า ในยามนี้…ชีวิตพระองค์ยังมีค่าอยู่อีกหรือไม่”

“…”

“อีกประการหนึ่ง ฝ่าบาทตรัสล้อเล่นเสียแล้ว ฝ่าบาททรงเปี่ยมด้วยบารมี ซุ่นอ๋องเองก็เป็นโอรสในอุทรของท่าน เหล่าทหารกล้าที่มาคุมตัวท่านกลับไปนี้ มิเห็นว่าจะมีผู้ใดกล้าปลงพระชนม์ชีพจักรพรรดิหรอก” ซ่งโหยวละสายตากลับมา สีหน้ายังคงราบเรียบ “เพียงแต่ด้วยวรกายของฝ่าบาทในยามนี้ เกรงว่าจะมิทันได้กลับไปถึงวังหลวงที่ฉางจิงเสียมากกว่า”

“…”

ฮ่องเต้เฒ่าทำได้เพียงจ้องมองเขา ทว่ามิอาจเอ่ยคำใดออกมาได้

“ยอดวีรชนย่อมแสดงเนื้อแท้ ยอดเมธีผู้องอาจย่อมสง่างามตามครรลอง…หากฝ่าบาททรงเชื่อมั่นว่าตนคือมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลจริง ยามนี้บทสรุปถูกกำหนดไว้แล้ว ไยต้องกล่าววาจาให้มากความอีก” นักพรตหนุ่มกล่าวพลางยันไม้เท้าหันหลังกลับ “จงออกพระราชโองการให้เหล่าทหารหยุดรบรากันเสียเถิด นับจากนี้ผู้ใดจะได้ครองบัลลังก์ทอง ราชกิจบ้านเมืองล้วนมิเกี่ยวข้องกับท่านอีกแล้ว ช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านก็มิอาจรักษาไว้ได้ อย่าได้ผลาญชีวิตผู้คนไปมากกว่านี้เลย”

สายตานับร้อยนับพันคู่ต่างจับจ้องไปที่เขา

มีคนซุบซิบกระซิบถามกันว่าเขาเป็นใคร

หลายคนเคยได้ยินเรื่องเล่าจากกองทัพทางเหนือ หรือนิทานปรัมปราจากท้องที่อื่นมาบ้าง พอจะคาดเดาตัวตนได้เลือนลาง แต่ก็ทำได้เพียงกระซิบกระซาบกันแผ่วเบา

ซ่งโหยวหาได้ใส่ใจไม่ เขาเดินยันไม้เท้ามุ่งหน้าต่อไป

ม้าสีแดงเข้มและแม่นางสามสีต่างก้าวตามไปติดๆ

เหล่าทหารหาญต่างพากันแหวกทางให้เขา

เบื้องหลังแว่วเสียงความวุ่นวายลอยมา

ช่างน่าเสียดายเหล่ายอดฝีมืออารักขาวังหลวงเหล่านี้นัก ล้วนเป็นยอดนักรบที่ถูกเฟ้นหามาอย่างดี ทั้งยังจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ยิ่งชีพ แม้จะตกอยู่ในวงล้อมเพียงนี้ ก็ยังเตรียมใจสู้ตายถวายหัว มิยินยอมจำนน

นี่คงเป็นบทสรุปสุดท้ายของจักรพรรดิพระองค์นี้แล้ว

ซ่งโหยวรู้สึกว่าตนเองก็ได้ช่วยเหลือฮ่องเต้พระองค์นี้ไปโดยมิได้ตั้งใจ

มิอาจรู้ได้ว่าเดิมทีซุ่นอ๋องสั่งการมาอย่างไร จะรับตัวฮ่องเต้กลับไปหรือไม่ แต่ต่อให้เขาไม่อยากให้ฮ่องเต้กลับถึงฉางจิง เขาก็ไม่อาจปลงพระชนม์ชีพพระบิดาอย่างเปิดเผยได้ จักรพรรดิย่อมมีวิถีแห่งความตายของจักรพรรดิ ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์มิใช่เพียงพระบิดา แต่ยังเป็นมหาจักรพรรดิผู้สร้างยุครุ่งเรืองให้แก่แคว้นต้าเยี่ยนด้วยมือของพระองค์เอง เปรียบได้กับทหารฝ่ายไล่ล่าที่แม้จะตามมาติดๆ ทว่าก็ไม่มีใครกล้ายอมรับออกมาตรงๆ ว่าคนที่ตนไล่ล่าอยู่นั้นคือองค์ฮ่องเต้

หากจะปลงพระชนม์ ก็ต้องมีม่านบังตาไว้ปิดบังความอัปยศ

ทว่ายามนี้ซ่งโหยวได้สนทนากับฮ่องเต้ต่อหน้าฝูงชน ทหารฝ่ายไล่ล่าในที่แห่งนี้ย่อมประจักษ์แก่ใจแล้วว่าผู้นี้คือฮ่องเต้ตัวจริง แม่ทัพใหญ่จึงมิกล้าลงมือโดยพลการ

อย่างไรเสีย ฮ่องเต้องค์นี้ก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ถือเสียว่าเป็นการรักษาเกียรติยศสุดท้ายให้แก่พระองค์

นับเป็นการตอบแทนมิตรภาพในฐานะคนรู้จักในอดีต

………………..

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 490 จุดจบของฮ่องเต้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย