Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 480 สะสางไปหนึ่งเรื่อง

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 480 สะสางไปหนึ่งเรื่อง
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 480 สะสางไปหนึ่งเรื่อง

……………

เมื่อเห็นดังนั้น คนแคระบางส่วนก็ลุกขึ้นต่อต้าน บางส่วนทำอะไรไม่ถูก บางส่วนยังคงก่นด่าไม่เลิกรา และยังมีบางส่วนที่ร้องขอชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทว่ายามนี้แมวสามสีกลับทำตัวราวกับฟังคำพูดเหล่านั้นไม่รู้ความ นางเพียงนั่งขวางประตูเล็กริมกำแพงไว้ ใบหน้าประดับด้วยแววตาซุกซนอย่างที่แมวพึงมี บางครั้งก็ก้มลงจ้องมองพวกเขพลางย่นจมูกสูดดม บางครั้งก็ยื่นอุ้งเท้าออกมาแตะเนื้อต้องตัวพวกเขาอย่างระมัดระวัง และบางครั้งก็เบือนหน้าไปทางอื่น แสร้งทำเป็นมองที่ไหนสักแห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาวิ่งหนีไปยังประตูเล็กอีกบานหนึ่ง

“แม่นางสามสี อย่าได้หยอกเย้าพวกเขาเกินไปนัก พวกเขาไม่ใช่หนู” ซ่งโหยวยังคงนั่งอยู่บนเตียง ก้มมองเจ้าตัวจ้อยเหล่านั้น “หากพวกท่านยอมตอบคำถามข้าสองข้อ ข้าจะปล่อยพวกท่านกลับไป”

“ฝันไปเถิด! เจ้าปีศาจร้าย! เจ้าสังหารพี่น้องเราไปมากมายเพียงนี้ พวกเราจะขอจองเวรกับเจ้าไม่จบสิ้น! คอยดูเถอะ!”

“คำ…คำถามอะไร”

“พวกเราจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร”

“หากตอบแล้วจะปล่อยพวกเราไปจริงๆ หรือ”

“พวกท่านมิใช่สิ่งที่ถูกเสกสรรขึ้นมาจากความว่างเปล่าหรอกหรือ จะมีชีวิตที่ไหน หรือจะมีการเข่นฆ่าที่ไหนกันเล่า” ซ่งโหยวปรายตาไปทางคนแคระผู้เกรี้ยวกราดที่พูดคนแรก ก่อนจะละสายตามากล่าวต่อ “ข้าเพียงอยากถามว่าพวกท่านมาจากที่ใด และเหตุใดจึงมาที่นี่”

“นี่นับเป็นคำถามเดียวหรือสองคำถามกันแน่”

“…”

“เหตุใดเจ้าไม่ตอบ ช่างไร้มารยาทนัก!”

“สองข้อ”

ซ่งโหยวนึกระอาอยู่ในใจ

บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าสมองของพวกภูตผีปีศาจเหล่านี้ทำด้วยอะไร และกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

โชคดีที่เขามีความอดทนเสมอมา

“พวกเรา…พวกเราก็ลืมไปแล้วว่ามาจากที่ไหน ดูเหมือนจะมาจากทางตะวันออก หรือไม่ก็มาจากทางตะวันตกนั่นแล สรุปคือเดินเซ่อซ่ามาจนถึงที่นี่ เห็นว่าอยู่ที่นี่แล้วสบายกายสบายใจดี ก็เลยไม่อยากไปไหนอีก”

“น่าเวทนาพวกเราที่มีเจตนาดี อยากจะชวนคนตระกูลสวี่นั่นมาเล่นสนุกด้วยกัน ช่วยคลายความเหงายามค่ำคืนให้พวกเขา แต่พวกเขานอกจากจะไม่รับน้ำใจแล้ว ยังเชิญคนมาจัดการพวกเราอีก!”

“เจ้าเองก็คงเป็นคนที่พวกเขาเชิญมาจัดการพวกเราสินะ”

“เจ้านี่มันเก่งกาจจริงๆ!”

“…”

ซ่งโหยวขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับพวกเขา จึงโบกมือไล่ “รีบกลับไปเถิด มิเช่นนั้นแม่นางสามสีอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ บางครั้งคำพูดของข้าก็ใช้ไม่ได้ผลเสมอไปหรอกนะ”

แมวสามสีขยับตัวถอยห่างไปสองสามก้าวเพื่อเปิดทางให้

เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าตัวจ้อยเหล่านั้นก็รีบวิ่งกรูกันเข้าไปในรูไม้ทันที

ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น คนที่ใจกล้าและเกรี้ยวกราดที่สุดยังอุตส่าห์หันมาชี้นิ้วใส่ซ่งโหยวพลางตะโกนก้องขณะที่กำลังวิ่งหนี “เจ้าคนชั่ว อย่าได้ลำพองใจไปนัก พวกเราไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ แล้วเราจะกลับมาอีก!”

พอแมวสามสีหันขวับไปจ้องเขม็งเข้าให้

คนแคระผู้นั้นก็มุดหายเข้าไปในรูกำแพงทันควัน

“…”

ซ่งโหยวมองตามไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง

แมวสามสีคลานตามขึ้นมาที่เตียง นางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าขาดๆ ผืนนั้นเช็ดอุ้งเท้าจนสะอาด จึงค่อยกระโดดขึ้นมานอนบนเตียงพลางถามอย่างไม่เข้าใจว่า “เหตุใดถึงปล่อยพวกมันไปเล่า พวกมันบอกว่าจะทิ่มตาของเจ้าเชียวนะ!”

“แม่นางสามสีไม่ทันสังเกตหรือ ว่าพอพวกนั้นถูกตีตายก็ล้วนสลายกลายเป็นควันขาวทั้งนั้น”

“จริงด้วย!”

“ใช่แล้ว”

“ที่แท้ก็เป็นของปลอม!”

ในที่สุดซ่งโหยวก็นอนลงเสียที

คืนนี้จึงได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ครั้นตื่นลุกขึ้นมาในเช้าวันถัดไป

ซ่งโหยวลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่เขามองคือรูเล็กๆ ริมกำแพงเหล่านั้น

เมื่อคืนนี้ รูเหล่านั้นแม้จะเล็กแต่กลับดูเหมือนประตูไม้ลงรักสีแดงชาดที่มีหมุดทองแดงและห่วงจับรูปหัวสัตว์ดูน่าเกรงขาม ทว่ายามนี้กลับเป็นเพียงรูหนูซอมซ่อ หรือเป็นเพียงรอยแตกเล็กๆ บนผนังเท่านั้น

เจ้าแมวนอนหมอบอยู่ข้างเตียง หันหน้าไปทางนั้น

ดูท่าทางนางจะคอยเฝ้าระวังอยู่ค่อนคืน

ซ่งโหยวปลุกแม่นางสามสีให้คืนร่างเป็นมนุษย์ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกจากห้อง

บ่าวรับใช้ของตระกูลสวี่มารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นทั้งสองเดินออกมา ก็นำทางไปยังห้องอาหาร ซึ่งคนในตระกูลสวี่ต่างมารอกันพร้อมหน้าครู่ใหญ่แล้ว

“คุณชายมาแล้วหรือ เชิญนั่ง เชิญนั่งเถิด”

“ขอบพระคุณท่านประมุข”

ซ่งโหยวกล่าวขอบใจก่อนจะนั่งลง

“เมื่อคืนคุณชายหลับสบายดีหรือไม่”

“มีพวกตัวเล็กมารบกวนหรือไม่”

“เมื่อคืนดูเหมือนในห้องของคุณชายจะมีเสียงวุ่นวายอยู่บ้าง…”

ทุกคนต่างพากันรุมล้อมซ่งโหยว เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“ข้าได้พบกับคนแคระที่ทุกท่านกล่าวถึงแล้วจริงๆ ค่อนข้างหนวกหูและไร้มารยาทสามหาวอยู่บ้าง” ซ่งโหยวตอบ “แต่ศิษย์น้อยของข้าเก่งกาจนัก เพียงครู่เดียวก็ไล่พวกมันไปได้หมด”

“คุณชายมิได้ถูกรบกวนจนนอนไม่หลับทั้งคืนหรอกหรือ”

“หามิได้ รบกวนเพียงครู่สั้นๆ เท่านั้น” ซ่งโหยวตอบเสร็จก็หันไปถามทุกคนกลับ “แล้วยามปกติที่พวกมันมารบกวน ทุกท่านรับมืออย่างไรหรือ”

“แรกเริ่มที่พบพวกมัน แม้จะหวาดกลัวแต่เห็นว่าตัวเล็กแรงน้อย พวกเราจึงใช้สิ่งของขับไล่ไปบ้าง แต่เจ้าพวกนี้ไม่ยอมฟังคำใคร ต่อให้ไล่ไปเดี๋ยวก็กลับมาอีก พอกลับมาคราวนี้ขนคนมาเพิ่มมากกว่าเดิม ยืนชี้นิ้วด่าทอพวกเราไม่หยุด บางทีก็เอาดาบมาทิ่มแทงเรา ช่างวางอำนาจบาตรใหญ่นัก” บุตรชายคนโตของตระกูลสวี่ตอบ “หากพวกเราใจแข็ง ใช้ไม้หรือพัดตบตีจนพวกมันตาย ร่างของพวกมันก็จะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไป แต่พวกมันฆ่าอย่างไรก็ไม่หมดสิ้น อย่างเร็วที่สุดก็กลางดึกวันนั้น อย่างช้าที่สุดก็วันรุ่งขึ้น ตอนที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา พวกมันก็จะกลับมาหาอีก คราวนี้ใช้มีดเล็กๆ หรือเหล็กแหลมมาทิ่มเราจนตื่น ช่างน่ารำคาญจนไม่มีใครกล้าตอแยด้วยแล้ว”

“หากพวกเราเพิกเฉยไม่สนใจ พวกมันก็จะรวมกลุ่มกันมาร้องรำทำเพลงอยู่ข้างหมอน บีบบังคับให้เรานอนไม่ได้ ต่อให้หลับไปแล้วก็ยังจะปลุกขึ้นมาให้ดูพวกมันเต้นรำ แต่ถ้าเทียบกับการถูกพวกมันแก้แค้นตอนถูกตีตายแล้ว แบบนี้ก็นับว่ายังดีกว่าบ้าง” บุตรชายรองกล่าวเสริม

“คุณชายขับไล่พวกมันไปได้อย่างไรหรือ มีวิธีจัดการให้สิ้นซากไปเลยหรือไม่”

ชายชรามองมาที่ซ่งโหยวอย่างมีความหวัง

“ไม่ยากเลย”

ซ่งโหยวประคองชามข้าวต้มกุ้งแห้งพลางกล่าวกับทุกคน “คนแคระเหล่านี้ แท้จริงแล้วคือจิ้งจกสี่เท้าที่กลายเป็นปีศาจ…”

พอเขากล่าวจบ ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตกตะลึง

ซ่งโหยวอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา จากนั้นจึงวางชามลง

“มิใช่ว่าในจวนมีจิ้งจกมากมายขนาดนั้นหรอกนะ ที่กลายเป็นปีศาจน่าจะมีเพียงตัวเดียว หรืออาจจะมีตัวใหญ่ตัวหนึ่งและตัวเล็กอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนภาพคนแคระที่ทุกท่านเห็นในตอนกลางคืนนั้น เป็นเพียงวิชามายาของมันเท่านั้น ส่วนเป้าหมายของมันนั้นข้าก็บอกไม่แน่ชัด พวกปีศาจมักมีความคิดอ่านที่ต่างจากมนุษย์ บางอย่างในสายตามนุษย์ก็ดูเหมือนคนวิปลาสเสียด้วยซ้ำ”

ซ่งโหยวเหลือบเห็นเด็กรับใช้ของตนจ้องมองมาทางเขา จึงรีบส่งสายตาไปสื่อความหมายว่า “ข้าไม่ได้ว่าเจ้านะ” ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ต้องขอบคุณศิษย์น้อยของข้าที่มีตบะแก่กล้า เมื่อคืนนางได้สืบทราบจนแน่ชัดแล้วว่าปีศาจจิ้งจกตัวนี้ซ่อนตัวอยู่ที่ใดในจวน หากทุกท่านต้องการกำจัดมัน อาศัยช่วงเวลากลางวันเช่นนี้ขุดมันออกมา ก็เป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก”

“เอ๋ แล้วมันซ่อนอยู่ที่ไหนหรือ”

“อยู่ใต้ภูเขาจำลองในลานบ้าน ซ่อนตัวอยู่ลึกทีเดียว”

“หรือว่าพวกเราต้องขุดมันออกมาจริงๆ”

“แล้วหลังจากขุดมันออกมาแล้วเล่า”

“ก็สุดแท้แต่ทุกท่านจะจัดการเถิด”

“หา”

ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ตกใจอีกครั้ง “พวกเราจัดการเองหรือ”

“ย่อมต้องเป็นพวกท่านจัดการ” ซ่งโหยวจ้องมองพวกเขา “ทุกท่านอย่าได้หวาดกลัว ปีศาจภูตผีไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนั้น ขอเพียงพวกท่านมีความกล้าเพิ่มขึ้นอีกนิด พวกมันส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว แต่หากมนุษย์อ่อนแอ ปีศาจก็จะยิ่งได้ใจ ยิ่งลำพองจองหองและข่มเหงรังแกมนุษย์ไม่เลิกรา”

“แล้ว…แล้วมันจะตีให้ตายได้จริงหรือ”

“ในโลกนี้จะมีจิ้งจกที่ตีไม่ตายได้อย่างไรกัน”

“…”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงค่อยเบาใจลง

หลังจากมื้อเช้าสิ้นสุดลง ชายชราก็เริ่มสั่งการทันที บุตรชายคนโตออกไปติดประกาศให้รางวัลเพื่อเสาะหายอดฝีมือผู้กล้าหาญในเมือง ส่วนบุตรชายรองรับหน้าที่นำบ่าวไพร่และข้ารับใช้ในจวนช่วยกันย้ายภูเขาจำลองและขุดดินลงไปให้ลึก

ทันทีที่ย้ายภูเขาจำลองออกไป ทุกคนก็ต้องตกตะลึง

ภายใต้ภูเขาลูกนั้น เดิมทีควรเป็นดินที่ถูกทับจนแน่นทึบ ทว่ายามนี้กลับปรากฏรูโพรงขนาดเท่าปากชามนับไม่ถ้วน มีโพรงสลับทับซ้อนกันไปมา รูบางส่วนยังเชื่อมต่อกับตัวภูเขาจำลอง สามารถเดินลอดจากโพรงดินขึ้นสู่ซอกหลืบบนภูเขาได้โดยตรง

นึกไม่ถึงเลยว่า ยามปกติที่พวกเขาเดินเหินหรือสนทนากันอยู่ในลานบ้าน จะมีคนแคระสักกี่คนที่คอยจดจ้องพวกเขาอยู่จากในภูเขานั้น

ทุกคนต่างรู้สึกหวาดผวา

ทว่าชายชรายังคงนั่งคุมเชิงอยู่ บุตรชายรองจึงต้องกัดฟันสู้ นำพวกบ่าวไพร่และคนหนุ่มๆ ขุดดินลงไปอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งขุดลึกลงไป รูโพรงก็ยิ่งมากขึ้น พาดผ่านไปมาทุกทิศทาง

ในบรรดาโพรงเหล่านั้นยังมีห้องโถงดินที่ดูคล้ายเรือนที่พัก ภายในมีจิ้งจกสี่เท้านอนขดอยู่เต็มไปหมด เพียงแต่ยามนี้พวกมันแน่นิ่งประหนึ่งกำลังจำศีล พวกบ่าวจึงใช้ที่คีบเหล็กคีบพวกมันขึ้นมาใส่ตะกร้าใบใหญ่ได้ถึงสองตะกร้าเต็มๆ

จากนั้นพวกเขาก็ขุดลึกลงไปอีกเจ็ดแปดฉื่อ เปลี่ยนคนขุดไปหลายกะ ในที่สุดก็ขุดไปถึงก้นบึ้ง

ที่นั่นมีโถงถ้ำดินขนาดใหญ่เท่าโอ่งน้ำ

ภายในถ้ำมีจิ้งจกยักษ์ตัวหนึ่งนอนขดอยู่ ขนาดของมันยาวถึงครึ่งตัวคน เกล็ดสีดำมะเมื่อมสะท้อนแสงวาววับ สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือภายในโถงถ้ำนั้นมีโต๊ะ เก้าอี้ และม้านั่งขนาดจิ๋วที่แกะสลักจากไม้ ราวกับว่าเจ้าจิ้งจกตัวนี้ใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์อยู่ภายในนั้นจริงๆ

ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนตระหนกตกใจอย่างยิ่ง

จิ้งจกยักษ์ตัวนี้มิได้หลับลึกเหมือนบริวารของมัน เมื่อถูกขุดพบก็ลืมตาโพลงพยายามจะดิ้นรนหลบหนี ทว่ายามนี้มันอ่อนแรงยิ่งนัก ประกอบกับเป็นเวลากลางวัน มันจึงแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อน

ผู้คนในที่นั้นแม้จะทั้งหวาดทั้งกลัว แต่ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาครึ่งปีก็ทำให้พวกเขาใจกล้า ต่างคนต่างเงื้อจอบเสียมกระหน่ำตีลงไปเพื่อระบายโทสะ เพียงไม่กี่ครั้งมันก็ถูกตีจนตายคาที

หลังจากนั้น ชายชราจึงสั่งให้ลากพวกมันทั้งหมดออกไปเผาไฟทิ้งเสีย

ชาวบ้านและเพื่อนบ้านในเมืองฝูเหยาต่างพากันมามุงดูเป็นจำนวนมาก

เที่ยงวันนั้น จวนสวี่ได้จัดเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่เพื่อขอบคุณซ่งโหยวและแม่นางสามสี ยามนี้ทุกคนในจวนต่างประจักษ์แจ้งแล้วว่าทั้งคู่มีวิชาอาคมที่แท้จริง ความนับถือจึงทวีคูณขึ้นไปอีก ความคลางแคลงใจทั้งหลายก็มลายหายไปสิ้น

ตอนนี้เหลือเพียงรอให้บุตรชายคนโตเชิญคนใจกล้าที่กล้าลงไปยังบ่อน้ำแห้งในยามวิกาล เพื่อไปช่วยบุตรหลานที่ไม่ได้ความเหล่านั้นออกมา แล้วจึงจะทำการถมบ่อน้ำนั้นเสียให้สิ้นเรื่อง

รอแล้วรอเล่า จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ช่วงบ่าย

บุตรชายคนโตก็กลับมาถึงจวน

ทว่าเขาหาได้พาจอมยุทธ์จากสำนักใดกลับมาด้วย แต่กลับพาบัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งที่แต่งกายเรียบง่ายมาแทน ทุกคนต่างไม่รู้จักบัณฑิตผู้นี้ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“เรียนท่านพ่อ วันนี้ลูกออกไปติดประกาศให้รางวัล มีชาวยุทธ์ใจกล้ามาสอบถามไม่น้อยเลย แต่พอได้ยินว่าเป็นงานปราบปีศาจให้จวนสวี่ หลายคนก็ไม่กล้ารับงาน พอพวกที่ใจกล้าหน่อยได้ยินว่าต้องลงไปในบ่อน้ำแห้งมืดมิดมองไม่เห็นก้นบึ้งในยามค่ำคืน พวกเขาก็ถอยหนีกันหมด” บุตรชายคนโตรายงานชายชราด้วยท่าทีนอบน้อมราวกับปฏิบัติกับผู้บังคับบัญชา “ขณะที่ลูกกำลังหมดหวัง หลานชายนามชิวเย่ว์กลับเสนอตัวเข้ามา บอกว่ายินดีจะถือไม้เท้าลงไปในบ่อน้ำ เพื่อพาพี่น้องไม่ได้เรื่องพวกนั้นกลับขึ้นมา”

ซึ่งบัณฑิตผู้นี้ ก็คือคนที่เคยชี้ทางให้กับซ่งโหยวก่อนหน้านี้นั่นเอง

……………

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 480 สะสางไปหนึ่งเรื่อง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย