Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 476 เรื่องพิสดารของตระกูลสวี่

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 476 เรื่องพิสดารของตระกูลสวี่
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 476 เรื่องพิสดารของตระกูลสวี่

……………

เป็นจริงดังที่บัณฑิตแซ่สวี่ผู้นั้นกล่าวไว้ เมื่อซ่งโหยวเดินทางมาถึงตัวเมืองอำเภอฝูเหยา เพียงสุ่มหาพิกัดร้านค้าสักแห่งเพื่อสอบถาม อย่าว่าแต่จะรู้จักตระกูลสวี่เลย เพราะร้านค้าแห่งนั้นก็คือหนึ่งในกิจการของตระกูลสวี่เช่นกัน

เมื่อได้ยินว่าซ่งโหยวมาเพื่อปราบมารขจัดภัย เถ้าแก่ผู้ดูแลร้านก็ลอบสำรวจเขา และรู้สึกว่านักพรตผู้นี้ดูมีสง่าราศีไม่ธรรมดา จึงอาสาเดินนำทางพาลัดเลาะตรอกซอกซอยมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลสวี่ด้วยตนเอง

ยามนี้เป็นเวลาโพล้เพล้ ตะวันรอนแสงจนฟ้าเริ่มสลัว

ซ่งโหยวและเด็กหญิงยืนอยู่หน้าประตูจวนตระกูลสวี่ กวาดสายตามองข้ามกำแพงสำรวจคฤหาสน์หลังนี้

แม้ฝูเหยาจะไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เล็กกระจ้อยร่อย จวนตระกูลสวี่แม้ไม่ได้สร้างให้ดูโอ่อ่าจนเกินงาม แต่กลับมีความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด กำแพงสูงล้อมรอบลึกเข้าไปภายใน สามารถป้องกันอัคคีภัย ทั้งยังปิดกั้นสายตาคนสอดรู้และโจรขโมยได้เป็นอย่างดี ทุกมุมหลังคามีลวดลายประดับชดช้อย บนผนังสีขาวใต้ชายคายังมีภาพวาดประดับ สะท้อนถึงรากเหง้าที่สูงส่งไม่ธรรมดา

ทว่าภายใต้กำแพงสูงนั้น กลับมีกลิ่นอายอัปมงคลเร้นลับแผ่ออกมาจางๆ

“คุณชายอย่าเห็นว่ายามนี้ตระกูลหลักจะดูซบเซาลงไปบ้างนะขอรับ เดิมทีบรรพบุรุษของพวกเขาเคยรับราชการเป็นถึงขุนนางขั้นสองในราชสำนักเชียวละ ต่อให้ตกต่ำลงมาในยามนี้ ก็ยังถือเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของฝูเหยาอยู่ดี”

เถ้าแก่กล่าวพลางก้าวเข้าไปเคาะประตู

ปัง ปัง ปัง…

ขุนนางขั้นสอง นับว่ายิ่งใหญ่มากจริงๆ

โดยเฉพาะในยุคสมัยของราชวงศ์ต้าเยี่ยน

เนื่องด้วยเหตุผลทางการเมืองในช่วงก่อตั้งราชวงศ์ ตำแหน่งขุนนางของต้าเยี่ยนมักจะถูกกดลำดับชั้นไว้ค่อนข้างต่ำ ขุนนางขั้นสองจึงถือเป็นตำแหน่งสูงสุด ส่วนขุนนางขั้นหนึ่งนั้นไม่เพียงแต่ต้องมีคุณสมบัติสูงส่งอย่างยิ่ง แต่มักจะเป็นตำแหน่งที่ได้รับพระราชทานยศย้อนหลังหลังจากเสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เถ้าแก่ผู้นี้ไม่ได้ระบุชัดว่าบรรพบุรุษที่ว่านั้นเป็นขุนนางขั้นสองในรัชสมัยของต้าเยี่ยนหรือไม่ แผ่นดินนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายชั่วอายุคน ตระกูลที่สืบทอดมายาวนานย่อมมีประวัติความเป็นมาที่หาได้ยากยิ่ง ในช่วงเวลาหลายพันปีนี้ หลายบ้านหลายตระกูลล้วนเคยมีบรรพบุรุษที่มีประวัติรุ่งเรืองเฟื่องฟูมาด้วยกันทั้งนั้น

ซ่งโหยวครุ่นคิดพลางกวาดสายตาสำรวจต่อไป

เด็กหญิงเลียนแบบท่าทางของเขา เธอแหงนหน้ามองโน่นมองนี่ไปทั่ว

ไม่นานนักก็มีคนมาเปิดประตู

เมื่อทราบว่าเป็นเถ้าแก่หยางจากร้านข้าวสารในเมือง พาผู้เชี่ยวชาญการปราบปีศาจจากแดนไกลมาพบ คนรับใช้ก็รีบให้พวกเขารอประเดี๋ยวแล้วเข้าไปรายงาน เพียงครู่เดียวก็มีคนออกมาต้อนรับ

ผู้นำกลุ่มคือชายชราผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือประมุขตระกูลสวี่นั่นเอง

ดูได้จากท่าทางที่เร่งรีบและให้ความสำคัญขนาดนี้ แสดงว่าสถานการณ์ในจวนคงคับขันถึงขีดสุดแล้ว

“มิทราบว่าคุณชายมีนามว่าอย่างไร เดินทางมาจากที่ใด และกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ใดหรือ”

“ข้าน้อยแซ่ซ่งนามโหยว เป็นชาวอี้โจว ลงจากเขาออกเดินทางมาได้เก้าปีแล้ว ก่อนหน้านี้เพิ่งผ่านหยางโจวและปั๋วโจวมา บังเอิญผ่านมาถึงที่นี่ เดิมทีตั้งใจจะมาขอแลกเสบียงอาหารไว้พกพา แต่ได้ยินว่าในเมืองมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องในจวนของท่านที่ดูจะหนาหูที่สุด จึงอยากจะแวะมาดูเพื่อคลายความสงสัย” ซ่งโหยวกล่าวตามความจริง “หากสามารถขจัดสิ่งอัปมงคลให้จวนของท่านได้ ก็ขอเพียงให้ท่านช่วยมอบเสบียงกรังหรือข้าวปลาให้ข้าน้อยสักหน่อย เพื่อไว้ใช้ประทังชีพระหว่างเดินทางก็พอ”

“โอ้! เสบียงอาหารน่ะหรือ ต่อให้คุณชายปราบปีศาจไม่ได้แล้วจะเป็นไรไป ท่านเป็นผู้ทรงศีลจากขุนเขา ต่อให้ไร้วิชาปราบปีศาจ เพียงแค่มาเยือนถึงประตูจวนตระกูลสวี่ เสบียงอาหารย่อมมีให้จนเหลือเฟือแน่นอน อีกทั้งท่านยังมีแก่ใจมาช่วยเหลือ ตระกูลสวี่ของเราก็ซาบซึ้งใจยิ่งนักแล้ว” ชายชรากล่าวละล่ำละลัก แทบจะเข้าไปจับไม้จับมือนักพรต “เชิญเถิด รีบเชิญเข้าข้างในก่อน”

กล่าวจบเขาก็หันไปขอบคุณเถ้าแก่หยาง และกำชับให้รีบกลับไปก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท จากนั้นจึงเชิญคณะของซ่งโหยวเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไป

“คุณชายรับประทานมื้อค่ำมาหรือยัง”

“ยังเลย ยังหิวอยู่”

“เร็วเข้า! ไปสั่งห้องครัว จัดเตรียมสุราเลิศรสและอาหารชั้นดีมาเดี๋ยวนี้!”

“ขอบคุณท่านประมุขมาก…”

“แล้วม้าของท่านเล่า”

“ม้าตัวนี้แสนรู้ ยิ่งนัก ฟังภาษามนุษย์ออก ท่านประมุขเพียงหาที่ทางให้มันพักผ่อน จัดหาหญ้าและน้ำให้ก็พอ มันจะไม่วิ่งเพ่นพ่าน และไม่ทำร้ายใครแน่นอน”

“คุณชายช่างเป็นผู้มีวิชาสูงส่งจริงๆ!”

ชายชราจัดแจงเชิญเขาเข้าไปนั่งบนตำแหน่งประธานในห้องโถง โดยมีชายวัยกลางคนอีกสองสามคนคอยอยู่รับรองข้างๆ และยังมีบรรดาสตรีในบ้านแอบซุ่มฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่ห้องข้างๆ ด้วย

“คุณชายซ่งเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยล้า เชิญจิบน้ำชาสักจอก แล้วรับมื้อค่ำก่อนเถิดค่อยว่ากัน เรื่องปีศาจในจวนนี้มันดื้อรั้นนัก ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ในวันเดียว คุณชายค่อยๆ พิจารณาเถิด ไม่ต้องรีบร้อนเกินไป”

“ไร้ผลงานมิกล้ารับรางวัล อาหารยังไม่ขึ้นโต๊ะ น้ำชาก็ไม่ได้ขัดขวางการเจรจา ท่านผู้เฒ่าสวี่โปรดเล่าเรื่องประหลาดในจวนให้ข้าน้อยฟังก่อนเถิด” ซ่งโหยวกล่าวกับเขา “พวกเราจะได้เริ่มตรึกตรองดู มิเช่นนั้นน้ำชาจอกนี้ข้าน้อยคงดื่มได้ไม่สะดวกใจ และอาหารมื้อนี้ก็คงกินได้ไม่ลงท้อง”

“พวกเราเก่งมากนะ!” เด็กหญิงเสริมขึ้น

“แน่นอน แน่นอน…”

ม้าขนแดงและเด็กหญิงตัวน้อย ล้วนเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะของซ่งโหยวยามสัญจรไปมา ผู้มีสายตาแหลมคมย่อมมองออกว่าทั้งสองล้วนไม่ธรรมดา และย่อมส่งผลให้พวกเขารู้สึกว่าตัวซ่งโหยวเองก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน

ชายชราและบุตรชายหลายคนต่างหันมาสบตากัน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เริ่มบอกเล่าเรื่องราว

“ตั้งแต่ต้นปีมานี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ในจวนจึงมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นติดต่อกัน มิใช่เพียงเรื่องเดียว พวกเราเชิญผู้มีวิชามาช่วยไม่น้อย แต่ละท่านก็มีเคล็ดวิชาและความถนัดต่างกันไป เรื่องใดที่ตรงกับความสามารถของพวกเขาก็แก้ไขได้ง่ายดาย เรื่องใดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนก็ได้แต่เสี่ยงดวงเอา ที่ผ่านมาขจัดไปได้หลายเรื่องแล้ว ทว่ายามนี้ในจวนยังเหลือเรื่องประหลาดอยู่อีกสองสามเรื่องที่ทำให้คนในบ้านอยู่กันไม่เป็นสุขเลยจริงๆ”

“ลองเล่ามาให้ฟังเถิด”

“เล่ามาเลย!” เด็กหญิงสำทับ

ภายในห้องเริ่มจุดเทียนให้ความสว่าง เมื่อคนในบ้านแว่วข่าวว่าประมุขตระกูลเชิญผู้มีวิชามาปราบปีศาจอีกครั้ง เหล่าคนหนุ่มสาวก็พากันทยอยแอบเข้ามา นั่งฟังอยู่ตามมุมมืดที่ไกลออกไป

เมื่อทุกคนเห็นท่าทีอันสงบนิ่งของซ่งโหยว และเห็นเด็กหญิงที่ดูราวกับเทพธิดาน้อยตัวจิ๋ว ทั้งคู่ต่างแผ่ความมั่นใจออกมาอย่างเปี่ยมล้น แม้ที่ผ่านมาจะเคยผิดหวังจากผู้มากวิชามาหลายคน แต่ในใจของพวกเขาก็อดที่จะบังเกิดความหวังขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

“เรื่องอาถรรพ์เรื่องแรก คือหญิงชรารักษาโรคผู้หนึ่ง” ชายชราเอ่ย “ในตระกูลของข้ามีโรคปวดหน้าอกเป็นโรคประจำตัวตกทอดมาหลายชั่วอายุคน พอมาถึงรุ่นนี้ บุตรชายคนโตและคนรองของข้าก็เป็น ยามปกติไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อใดที่กำเริบจะปวดใจเจียนตาย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตอนพวกเรากำลังหลับใหล จู่ๆ ก็เห็นหญิงชราผู้หนึ่งยืนอยู่ที่หัวเตียง นางบอกว่าสามารถรักษาโรคปวดหน้าอกนี้ได้ โดยขอให้พวกเราตั้งป้ายวิญญาณบูชานาง เดิมทีข้าไม่เชื่อถือเรื่องผีสางเทวดาจึงไม่ได้ใส่ใจ ทว่าวันต่อมาโรคปวดหน้าอกของบุตรคนโตก็กำเริบขึ้นมาอีก ด้วยความสงสารลูก ข้าจึงลองทำตามดู”

ชายชรากล่าวพลางชี้ไปยังชายสองคนข้างล่าง

ชายวัยกลางคนสองคนที่นั่งอยู่ตำแหน่งบนสุดทางซ้ายและขวา น่าจะเป็นบุตรชายคนโตและคนรองที่เขาพูดถึง

“หลังจากตั้งป้ายวิญญาณและจัดโต๊ะเครื่องเซ่นแล้ว คืนนั้นข้าก็กึ่งหลับกึ่งตื่นเห็นหญิงชราผู้นั้นที่หัวเตียงอีกครั้ง นางบอกว่าโรคปวดหน้าอกของพวกเขาถูกนางรักษาจนหายขาดแล้ว และสั่งให้พวกเราเซ่นไหว้ด้วยสัตว์ทั้งหกชนิด เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางใช้พลังรักษาให้ และหลังจากนั้นหลายวันติดต่อกัน อาการของพวกเขาทั้งสองก็ไม่กำเริบขึ้นมาจริงๆ”

“สัตว์มงคลหกชนิดนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร”

“พวกเราทำตามที่นางสั่งทุกประการ”

“ทว่าไม่นานนัก นางก็มาปรากฏกายที่ข้างเตียงอีก และเรียกเอาสัตว์มงคลทั้งหกอีกครั้ง”

“การที่นางรักษาโรคประจำตัวให้บุตรชายทั้งสองของข้าถือเป็นพระคุณใหญ่หลวง ข้าไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว จึงจัดเตรียมสัตว์เซ่นไหว้ให้นางอีกชุด”

“แต่หลังจากนั้น นางไม่เพียงแต่ปรากฏตัวบ่อยขึ้นเพื่อทวงของเซ่นไหว้ แต่นางยังอ้างว่านางมีบุตรชายบุตรสาว จะให้พวกเราหาเจ้าบ่าวให้ลูกสาวนาง และหาเจ้าสาวให้ลูกชายนาง ท่านว่าเรื่องแบบนี้จะทำได้อย่างไร มิหนำซ้ำนางยังจะให้พวกเราไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของนาง ซึ่งในงานนั้นเกินครึ่งล้วนมีแต่ผีสาง หลังจากนั้นนางก็เริ่มวนเวียนอยู่ในบ้านยามค่ำคืนบ่อยครั้ง จนผู้คนหวาดกลัวกันไปหมด…”

ชายชราเบี่ยงตัวมองไปทางซ่งโหยว

ซ่งโหยวฟังพลางพยักหน้า “บุญคุณนั้นแม้หนักหนา แต่ควรเร่งจัดการให้จบสิ้นไปจึงจะดี อีกประการ มนุษย์กับภูตผีเดินคนละเส้นทาง การที่นางทำตัวไร้ขอบเขตเช่นนี้ ก็นับว่าละโมบโลภมากและสร้างความลำบากใจเกินไปจริงๆ”

“คุณชายกล่าวได้ถูกต้องที่สุด!”

“ลำบากใจเหลือเกินจริงๆ…”

“ซ้ำแล้วยังน่ากลัวมากด้วย!”

ทุกคนในห้องโถงต่างส่งเสียงจ้อกแจ้กเห็นพ้องกับคำพูดของซ่งโหยว

“แล้วอย่างไรต่อเล่า” ซ่งโหยวถามต่อ

“ต่อมามีอยู่ครั้งหนึ่ง…”

ชายชรากล่าวพลางก้มหน้าลง คล้ายสะเทือนใจจนไม่อยากจะเล่าต่อ

“คืนหนึ่ง หญิงชราผู้นั้นมาหาท่านพ่ออีก บอกว่านางเลือกเจ้าบ่าวให้ลูกสาวได้แล้ว และนางก็ถูกใจจวนบรรพบุรุษของเรา นางบอกให้พวกเราย้ายออกไปจากที่นี่เป็นเวลาสี่สิบเก้าวัน และก่อนจะย้ายออก ต้องจัดตกแต่งบ้านให้กลายเป็นห้องหอเพื่อใช้จัดงานแต่งงานให้ลูกสาวนางด้วย” บุตรชายคนโตกล่าวเสริม “ท่านพ่อทนไม่ไหวจึงตะคอกไล่นางไป หญิงชราผู้นั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วทิ้งคำพูดไว้ว่าอย่าเสียใจภายหลัง ก่อนที่ร่างจะสลายร่างไปกับอากาศ หลังจากนั้นไม่เพียงแต่ข้ากับน้องรองที่โรคเก่ากำเริบ แม้แต่ลูกคนที่สามและคนที่สี่ รวมถึงภรรยาของข้าที่ไม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน ก็เริ่มมีอาการปวดหน้าอกกันหมดทุกคน”

“เป็นเช่นนี้เองหรือ…”

ซ่งโหยวแหงนหน้าสำรวจจวนหลังนี้อีกครั้ง

จวนนี้สร้างได้ดีจริงๆ หน้าหนาวอบอุ่น หน้าร้อนเย็นสบาย

“หลังจากนั้นหญิงชราผู้นั้นยังมาหาอีกหรือไม่”

“มาครับ มาทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำ” ชายวัยกลางคนหันมาบอกซ่งโหยว “ทว่าท่านพ่อไม่เคยสนใจนางอีกเลย”

“แล้วนางมาทำอะไรอีกเล่า”

“ถ้าไม่ข่มขู่ ก็เยาะเย้ย” ชายวัยกลางคนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “หากยังหาทางแก้ไขไม่ได้ พวกเราคงต้องย้ายออกจากจวนบรรพบุรุษแห่งนี้ น่าเสียดายที่นี่คือมรดกที่บรรพชนทิ้งไว้ให้”

“คืนสิบห้าค่ำ…”

ซ่งโหยวแหงนมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นดวงจันทร์เกือบเต็มดวงลอยเด่นอยู่บนกิ่งไม้

ดูท่าอีกไม่กี่วันก็คงจะเป็นคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำแล้ว

“ยังมีเรื่องประหลาดอื่นอีกหรือไม่”

“ไม่ได้มีแค่เรื่องเดียวหรอกขอรับ” บุตรชายคนที่สองของตระกูลสวี่เอ่ยขึ้น “ที่ร้ายแรงที่สุด ยิ่งกว่าเรื่องหญิงชราผู้นั้นเสียอีก คือบ่อน้ำร้างกลางสวนขอรับ”

“เป็นอย่างไรหรือ”

“บ่อน้ำร้างนั่นบรรพบุรุษเป็นผู้ขุดไว้ ถึงขั้นสลักบทกวีไว้ที่ขอบบ่อ ต่อมาแม้น้ำจะแห้งเหือดไปแล้ว พวกเราก็ไม่ได้ถมทิ้ง เพียงแต่ใช้เก็บของบ้างเป็นครั้งคราว” บุตรชายคนที่สองเล่า “หลังจากเข้าช่วงต้นปีมาได้ไม่นาน คืนหนึ่งขณะที่พวกเราเดินผ่านบ่อน้ำร้าง ก็ได้ยินเสียงร้องรำทำเพลงแว่วออกมาจากข้างใน ไพเราะจับใจยิ่งนัก น้องสี่หมอบลงไปชะโงกดู แล้วจู่ๆ เขาก็พลัดตกลงไป”

ทุกคนหันไปมองชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบางที่นั่งอยู่ด้านหลัง ชายผู้นั้นไว้หนวดบาง เบ้าตาโหลลึก ดูท่าทางซูบเซียวอิดโรยอย่างยิ่ง

“พวกเราตกใจกันมาก แต่บ่อนั้นกลับดูลึกจนมองไม่เห็นก้น ได้ยินเพียงเสียงร้องรำทำเพลงและเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง บางครั้งก็เห็นแสงไฟรำไร แต่กลับไม่เห็นตัวคน และไม่มีวิธีช่วยเขาขึ้นมาเลย หลังจากที่พวกเรากระวนกระวายกันมาทั้งคืน พอเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ปีนกลับออกมาเอง หลังจากนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เขาไม่ฟังคำทัดทานของท่านพ่อ แอบโดดลงไปเล่นในบ่อทุกคืน ทั้งยังพาคนในจวนอีกหลายคนกระโดดตามลงไปด้วย จนกระทั่งร่างกายเริ่มซูบผอมอิดโรย เมื่อให้หมอและผู้มีวิชามาตรวจดู ต่างก็บอกว่าอายุขัยของเขาสั้นลงไปสามสิบปีแล้ว เขาจึงเพิ่งคิดได้และเลิกลงไป” บุตรชายคนที่สองขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหที่น้องชายไม่เอาถ่าน “แต่เขายังดีที่ขึ้นมาได้ ทว่าเยาวชนในตระกูลสวี่ของเราที่เดิมทีมีอนาคตไกล กลับต้องมาพังพินาศเพราะเรื่องนี้ มิหนำซ้ำยังมีหลานชายอีกสองสามคนกระโดดลงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ป่านนี้ยังไม่กลับออกมาเลย ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร”

“ในบ่อนั้นมีอะไรกันแน่”

ซ่งโหยวถามบุตรชายคนที่สองด้วยความสงสัย

“เขาไม่ยอมพูด คนอื่นๆ ก็ไม่ยอมพูด ไม่ว่าจะคาดคั้นอย่างไรก็ไม่ปริปาก” บุตรชายคนโตกล่าวอย่างขัดใจ “ไม่รู้ว่าข้างในนั้นมีอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้พวกเขาลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้”

ซ่งโหยวหันไปมองชายวัยกลางคนที่ซูบเซียวผู้นั้น

คนอื่นๆ ก็มองตามเขาไปเช่นกัน

ทว่าชายผู้นั้นยังคงส่ายหน้า ไม่ยอมบอกตรงๆ เพียงแต่เปรยออกมาอย่างเลื่อนลอยว่า “ในบ่อนั้นมีสุขาวดีแสนสำราญ…มิอาจเอ่ยถึงได้ ทว่าหากไม่ใช่เพราะข้ายังมีลูกเมียอยู่ที่นี่ และลูกสาวก็เพิ่งจะลืมตาดูโลก ข้าเองก็อยากจะเป็นเหมือนเด็กน้อยล่องเมฆาทั้งสามคนนั้นเหลือเกิน…เข้าไปอยู่ในนั้นแล้วไม่กลับออกมาอีกเลย ตายอยู่ในนั้นก็ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!”

……………

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 476 เรื่องพิสดารของตระกูลสวี่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย