Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ข้าหาได้คิดเป็นเซียน - บทที่ 412 แล้วแมวอย่างข้าเล่า

  1. Home
  2. ข้าหาได้คิดเป็นเซียน
  3. บทที่ 412 แล้วแมวอย่างข้าเล่า
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 412 แล้วแมวอย่างข้าเล่า

……………

“เมี๊ยว~~”

“คุณชาย แมวของท่านร้องแล้ว มันหิวน้ำหรือว่ามีก้างปลาติดคอหรือไม่” ผู้พิพากษาหลู่ดื่มสุราไปครึ่งไหจนใบหน้าแดงก่ำ เขาโน้มตัวลงมองเจ้าแมวด้วยความห่วงใย “ข้าตักน้ำมะพร้าวให้มันดื่มแก้กระหายสักครึ่งชามดีหรือไม่”

“นางบอกว่า ขอบคุณท่านที่ให้การต้อนรับ นางอิ่มมากแล้ว ระหว่างทางที่เดินเข้ามา นางสังเกตเห็นว่าในจวนของท่านมีหนูชุกชุมนัก เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ นางจะช่วยกำจัดพวกมันให้ท่านเอง”

“โอ้ จริงหรือนี่”

“แน่นอน”

“เสียงร้องสั้นๆ กลับมีความหมายยาวเหยียดถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

“ภาษาของหมาแมวนั้นต่างจากมนุษย์ ร้องออกมาสั้นๆ ก็ถือเป็นการแสดงเจตนาหนึ่งอย่าง เมื่อแปลเป็นภาษามนุษย์จึงกลายเป็นร่ายความยาวเหยียด”

“เป็นเช่นนั้นเอง…”

ผู้พิพากษาหลู่หัวเราะร่าพลางกล่าวกับซ่งโหยวว่า “คุณชายช่างมีความคิดอันสูงส่งนัก ผู้ที่มีความคิดสูงส่ง ย่อมเป็นยอดคนโดยแท้”

สิ้นคำของเขา เงาสามสีสายหนึ่งพลันกระโจนลงสู่พื้นแล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ครั้นผู้พิพากษาหลู่มองตามออกไป ก็เห็นว่าเจ้าแมวสามสีของนักพรตวิ่งหายลับสายตาไปแล้ว

“อำเภอหลานอันเป็นระบบระเบียบด้วยฝีมือของท่าน นับว่าเป็นอำเภอมั่งคั่งไม่เป็นสองรองใครในแถบชายฝั่งล่างโจวแห่งนี้”

“เฮ้อ… ไม่ปิดบังคุณชาย ข้าได้ตำแหน่งนี้มาหาใช่เพราะถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แม้ล่างโจวจะห่างไกลและทุรกันดาร แต่ก็การได้มารับตำแหน่งที่นี่ก็ตอบสนองความปรารถนาของข้าที่ได้แล้ว ตอนนั้นข้าคิดว่าที่นี่ทุรกันดารก็ถือเป็นเรื่องดี จะได้มิมีคนดูถูกดูแคลนมากนัก ทว่านึกไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงที่นี่ แม้ชนพื้นเมืองจะไม่รู้เรื่องการแต่งตั้งขุนนางนัก แต่เหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยทั้งหลายกลับชิงชังข้า ชนพื้นเมืองจึงพลอยดูแคลนข้าตามพวกคนพูดจายุยงเหล่านั้นไปด้วย” ผู้พิพากษาหลู่เริ่มมีอาการเมามาย ศีรษะของเขาเริ่มโคลงไปมา “ผู้แซ่หลู่ไม่มีหนทางอื่น จึงได้แต่ตั้งใจสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเข้า”

“ดูท่าท่านจะทำสำเร็จแล้ว”

“ฮ่าๆ ข้าก็ทำมาตั้งหลายปีนี่นะ ถือว่าไม่เสียแรงเปล่า พอจะกู้ชื่อเสียงกลับมาได้บ้าง”

“จะแต่งตั้งด้วยวิธีใด หากทำเพื่อราษฎร ย่อมถือว่าเป็นขุนนางที่ดี”

“คำนี้ข้าต้องขอคารวะคุณชายสักจอก”

ผู้พิพากษาหลู่ยกจอกสุราขึ้นชนกับเขาในทันที เคี้ยวหางหมูย่างเป็นกับแกล้มไปพลาง ก่อนจะกล่าวต่อ “เสียดายนักที่อากาศที่นี่ร้อนเกินไป แม้จะมีที่ดินว่างเปล่ามหาศาล และมีท้องทะเลอันเป็นดั่งคลังสมบัติไร้ก้นบึ้ง หลายปีมานี้ข้าต้องยอมลดตัวลงต่ำเพื่อเชิญเหล่าขบวนพ่อค้าคาระวานมาเยือน ทว่าผู้คนในอำเภอหลานอันนี้กลับมีน้อยนิดเหลือเกิน มีที่ดิน มีนโยบาย แต่กลับไร้ผู้คนมาขับเคลื่อน…”

ผู้พิพากษาหลู่ส่ายหน้าด้วยความเสียดายยิ่ง

“ท่านช่างมีปณิธานอันกว้างไกล”

“มีปณิธานแล้วอย่างไรเล่า ตำแหน่งขุนนางนี้ ข้าจะรักษาไว้ได้มั่นคงต่อไปหรือไม่ก็ยังมิอาจรู้” ผู้พิพากษาหลู่กล่าวพลางลดเสียงต่ำลงเพื่อขอคำชี้แนะ คล้ายกับเขาแว่วข่าวมาว่าทางราชสำนักมีความคิดจะถอดตำแหน่งขุนนางเช่นเขาทิ้ง จึงอยากลองสอบถามสถานการณ์

ทว่าซ่งโหยวจะไปรู้ได้อย่างไร

ในปีนั้นที่พวกชาวแดนเหนือยกทัพมารุกราน สงครามยืดเยื้ออยู่นานหลายปี หลายแคว้นทางตอนเหนือถูกบุกโจมตีจนยับเยิน ราชสำนักไม่ยอมสงบศึกแต่เลือกที่จะสู้ เพื่อรวบรวมทุนรอนในการสงคราม จึงได้ขายตำแหน่งขุนนางที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาด้วยวิธีการพิเศษออกไปมิน้อย หากราชครูยังอยู่คงไม่กระทำเรื่องที่กลับคำเช่นนี้แน่ ทว่ายามนี้ราชครูจากไปแล้วแล้ว ฮ่องเต้ก็ใกล้ถึงฝั่งเต็มที บัลลังก์มังกรจะตกอยู่ในมือทายาทองค์ต่อไปในไม่ช้า ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายก็ถือเป็นเรื่องปกติ

หากยังอยู่ในฉางจิงเขาก็พอจะสืบข่าวให้ได้บ้าง ทว่ายามนี้อยู่ไกลออกมาหลายพันลี้ ย่อมเรียกได้ว่ามืดแปดด้านจริงๆ

มื้ออาหารดำเนินมาถึงช่วงท้าย เริ่มมีเสียงหนูร้องอันน่าเวทนาดังแว่วมาจากด้านนอก ทำเอาผู้พิพากษาหลู่ต้องชะเง้อคอออกไปดู เห็นว่าท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ความมืดสลัวเข้าปกคลุมทั้งลานบ้าน เห็นเพียงเงาสามสีพุ่งทะยานไปมาท่ามกลางแสงจันทร์ ขณะเดียวกันบนพื้นก็เริ่มมีเงาดำๆ ปรากฏขึ้น ทั้งยังเรียงตัวกันเป็นระเบียบ

ผู้พิพากษาหลู่จึงได้ประจักษ์แจ้งว่า คำแปลภาษาแมวที่นักพรตผู้นี้กล่าวมาเมื่อครู่เป็นความจริงทุกประการ

กลางวันร้อนระอุ จะมีก็เพียงยามนี้ที่พอจะเย็นสบาย ทั้งคู่จึงสนทนากันต่อไปอย่างออกรส

จนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดลง สุราถูกดื่มจนหยดสุดท้าย และความเคลื่อนไหวด้านนอกสงบลง เจ้าแมวก็กลับมานั่งลงข้างนักพรตอย่างเรียบร้อยพลางเลียอุ้งเท้าไปมา ผู้พิพากษาหลู่ถามไถ่ด้วยความห่วงใย นักพรตเพียงตอบสั้นๆ ว่าหนูในจวนถูกกำจัดหมดแล้ว เมื่อเขาถือตะเกียงจะไปส่งนักพรตที่ห้องพัก ยามเดินผ่านลานบ้าน แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

บนพื้นมีหนูทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยนับสิบตัว

“คุณชายเลี้ยงเทพแมวไว้นี่นา!”

ผู้พิพากษาหลู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

นักพรตสงวนท่าทีมาตลอด บัดนี้กลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับคำชมของเขา “ย่อมเป็นเช่นนั้น”

จากนั้นก็ตามเข้าไปพักผ่อนในห้อง

อุณหภูมิริมฝั่งทะเลนั้นแตกต่างกันมาก กลางวันร้อนจัดแต่กลางคืนกลับเย็นสบายยิ่งนัก ซ่งโหยวเพียงให้แม่นางสามสีนอนทับ ไม่ต้องห่มผ้าหนา แม้นอนบนเสื่อกกก็หลับฝันดีตลอดทั้งคืน

ผู้พิพากษาหลู่ผู้นี้เป็นขุนนางที่ขยันขันแข็ง เช้าตรู่เขาก็พาเสมียนท้องถิ่นมาหาซ่งโหยวถึงที่ รายได้ของอำเภอหลานอันส่วนใหญ่มาจากการประมง ผู้พิพากษาหลู่เลียนแบบระบบการปกครองของอำเภอใหญ่ๆ ในดินแดนจงหยวน จัดตั้งห้องจัดเก็บภาษีเรือประมงขึ้นเป็นการเฉพาะ เสมียนผู้นี้จึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องราคาซื้อขายเรือเป็นอย่างดี เมื่อพบหน้าเขาก็ถามซ่งโยวทันทีว่าต้องการเรือขนาดใหญ่เพียงใด

เดิมทีซ่งโหยวคิดจะซื้อเรือที่ใหญ่ขึ้นมาสักหน่อย ขนาดประมาณเรือที่เขาเคยนั่งในแม่น้ำอิ่นเจียงหรือหลิ่วเจียง เพื่อความสะดวกในการพาม้าขึ้นไปด้วย

ทว่าเมื่อมาคิดดูอีกที ประการแรกเขาเกิดที่อี้โจว ไม่เคยพายเรือมาก่อน หากเรือใหญ่เกินไปแล้วไม่อาจใช้คาถาอาคมก็เกรงว่าจะควบคุมไม่อยู่ ประการที่สอง คลื่นลมในทะเลนั้นรุนแรงกว่าในแม่น้ำมากนัก แม้เจ้าม้าแดงจะไม่เหมือนม้าทั่วไป แต่จะให้มันไปยืนบนเรือเล็กที่พอดีตัวท่ามกลางคลื่นลมทะเลนั้น ก็คิดว่าคงลำบากใจมันไม่น้อยเลย เขาจึงเปลี่ยนใจขอซื้อเรือลำเล็กพอดีตัวเขาก็พอ

“ได้เลย!”

เสมียนท้องถิ่นกล่าวด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่ฟังค่อนข้างยาก “แถวนี้มีเรือเล็กขายอยู่เต็มไปหมดเลย อย่าว่าแต่เรือเก่าเลย ซื้อเรือใหม่ก็มิแพงนัก หาซื้อง่ายมากจริงๆ ขอรับ”

“ข้าขอซื้อเรือเก่าๆ สักลำก็พอ”

“เช่นนั้นก็ยิ่งง่ายเลย!”

“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก”

“แหะๆ…”

เสมียนคนนั้นไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร จึงได้แต่ฉีกยิ้มกว้างออกมา

ผู้พิพากษาหลู่เดินมาส่งพวกเขาถึงหน้าศาลากลาง พร้อมกับมอบคันเบ็ดที่ตนเคยใช้ให้เป็นของกำนัล อีกทั้งยังหยิบเหรียญทองแดงออกมาหวังจะมอบให้เป็นค่าเดินทาง ทว่ายามนี้ซ่งโหยวหาได้ขัดสนเรื่องเงินทอง จึงกล่าวขอบคุณแล้วปฏิเสธเงินนั้นไปอย่างนุ่มนวล แต่ยอมรับคันเบ็ดไม้ไผ่พร้อมกับสายและขอเบ็ดไว้แทน ถือเป็นของที่ระลึกจากมิตรสหายที่คุยถูกคอ

จากนั้น ซ่งโหยวจึงพาม้าขนแดงและแมวสามสี เดินตามเสมียนท้องถิ่นออกนอกเมือง มุ่งหน้าสู่ชายทะเล

เมื่อมองจากบนเขาจะเห็นทะเลเป็นเพียงเส้นสายลางๆ ทว่าเมื่อต้องเดินเท้าจริงๆ กลับต้องใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วยามกว่าจะถึงหมู่บ้านชาวประมงที่ค่อนข้างคึกคักแห่งหนึ่ง

“ภาษาถิ่นเรียกหมู่บ้านนี้ว่า ‘ก้งเอ๋อร์ตัว’ หลังจากใต้เท้าหลู่มาประจำการที่นี่ก็นายอำเภอมาถึงที่นี่ ก็ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ‘หมู่บ้านเรือ’ และให้ผู้ที่ต้องการซื้อขายเรือมาตกลงกันที่นี่ ยามนี้ที่นี่จึงมีแต่คนต่อเรือและคนขายเรือ ส่วนหมู่บ้านข้างๆ นั้นจะเป็นแหล่งขายอาหารทะเล” เสมียนท้องถิ่นชี้ไปทางด้านหน้า “มีคนของทางการคอยประจำอยู่ที่นี่ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโกง”

“ท่านหลู่ช่างเก่งกาจนัก”

“ข้าจะพาท่านไปเอง”

ซ่งโหยวจึงเดินตามเขาไปสำรวจรอบหนึ่ง

ที่นี่มีเรือวางขายอยู่มากมาย แม้มิได้หรูหราอลังการเหมือนดั่งตำนานแถบโพ้นทะเลแคว้นหยางโจว ทว่าก็มีเรือหลากขนาดให้เลือกสรร แต่ที่มากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเรือประมงขนาดเล็กที่ชาวบ้านใช้สอยกันทั่วไป

เสมียนช่วยซ่งโหยวเลือกเรือไม้เก่าสภาพแข็งแรงทนทานลำหนึ่ง ยาวประมาณหนึ่งจั้งกว่าๆ กว้างราวสี่ฉื่อ ในราคาประมูลสามเหลี่ยงหกเหวิน

เมื่อร่างสัญญา ประทับลายนิ้วมือ และชำระภาษีเรียบร้อย การซื้อขายก็เสร็จสมบูรณ์ และได้รับการคุ้มครองจากทางการ

“ขอบคุณท่านมาก”

ซ่งโหยวหยิบก้อนเงินมูลค่าเกือบหนึ่งเหลี่ยงให้เสมียนด้วยกิริยานอบน้อม ถือเป็นค่าเหนื่อยสำหรับที่อุตส่าห์ดั้นด้นนำทางมา

ไม่ใช่เรื่องผิดครรลองครองธรรมอันใด

ในยุคสมัยเช่นนี้ การที่เสมียนอำนวยความสะดวกให้เพราะมีความรู้ความชำนาญนอกเหนือหน้าที่ราชการ และได้รับค่าตอบแทนกลับมาเล็กน้อย นับเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป และเป็นหนึ่งในที่มารายได้ของพวกเขาด้วย

เสมียนรับเงินไปแล้วกล่าวขอบคุณ ทั้งยังช่วยสอนวิธีการพายเรือเบื้องต้นให้แก่ซ่งโหยว จากนั้นจึงยืนส่งอยู่ที่ริมฝั่ง เมื่อเห็นว่านักพรตเริ่มพายเรือออกไปได้แล้ว จึงกล่าวทิ้งท้ายไว้ “คลื่นลมในทะเลรุนแรงนัก เรือท่านเล็กถึงเพียงนี้ ต้องคอยสังเกตดินฟ้าอากาศให้ดี หากฟ้าเปลี่ยนสีต้องรีบกลับเข้าฝั่ง มิเช่นนั้นเรืออาจจะจมได้”

กล่าวจบเขาก็อำลาซ่งโหยว แล้วเดินทางกลับเข้าตัวอำเภอไป

ยามนี้ดวงตะวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปทีละน้อย

ดวงตะวันที่สุดขอบฟ้าทั้งใหญ่และกลมมน รัศมีสีเหลืองทองทอแสงจับผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ชาวประมงพากันพายเทียบเรือกับฝั่งกลับคืนสู่เรือนนอนของตน

ทว่าซ่งโหยวยังคงลอยลำอยู่กลางนที คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับจะพยายามผลักเรือกลับเข้าฝั่ง ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นกับแม่นางสามสี

“พวกเรามีเรือเป็นของตนเองแล้วนะ”

เจ้าแมวหันมาตามทิศทางของเสียง ก่อนจะปรายตาไปมองรอบๆ แล้วกล่าวขึ้นบ้าง

“เงินสามตำลึงหกสลึง…”

“แต่การมีเรือทำให้พวกเราออกทะเลได้ สามารถตกปลา ตกหมึกกล้วย ตกหมึกยักษ์ แม่นางสามสีมิคิดว่าน่าสนุกหรอกหรือ ล้วนเป็นของโปรดของเจ้าทั้งนั้นเลยนะ”

“น่าสนุก”

“นั่นอย่างไรเล่า”

“สามเหลี่ยงหกเหวิน…”

“แม่นางสามสีต้องรู้ไว้นะ…”

ซ่งโหยวพายเรือพลางกล่าวกับนางต่อไป “คนเราจะเป็นเด็กไปตลอดไม่ได้ อย่าได้เสียดายเงินใต้หมอนเพราะอยากร่ำสุราเลย”

ฟิ้ว…

นกนางแอ่นโผบินลงมาเกาะหัวเรือ

ภายใต้แสงอัสดง เรือลำน้อยลอยล่องไปตามแนวชายฝั่ง ม้าขนแดงเดินตามช้าๆ อยู่บนตลิ่ง

เหล่านกและปลาน่าจะฉงนใจนัก ที่เห็นนักพรตบนเรือกำลังสนทนากับแมว

“เอาเงินไปซื้อเหล้าหรือ”

“แม่นางสามสีศึกษาบทกวีมาเนิ่นนาน ย่อมต้องรู้ว่านี่เป็นเพียงคำเปรียบเปรย” ซ่งโหยวอธิบายอย่างใจเย็น “ชีวิตคนช่างสั้นนัก วัยเยาว์ยิ่งสั้นกว่า แม่นางสามสีต้องรู้จักเห็นคุณค่าของวัยเยาว์บ้าง วัยนี้เจ้ายังรักสนุกและยังมีเรี่ยวแรง อย่าได้ตระหนี่เรื่องเงินทอง จงหาความสุขสำราญเสียแต่ตอนนี้ ต่อไปในอนาคต แม่นางสามสีก็จะรู้สึกขอบคุณตนเองในตอนนี้”

“อืม…”

เจ้าแมวน้อยตกอยู่ในห้วงความคิด ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นก็ยังคงจับจ้องนักพรต

ฝ่ายนกนางแอ่นที่หัวเรือก็ได้แต่ไซร้ขนไปมาอย่างเกียจคร้าน

ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงได้ยินเสียงนางพึมพำเบาๆ

“แม่นางสามสีรู้แล้วล่ะ…

“แม่นางสามสีรู้อยู่แล้ว…”

แม่นางสามสีผู้เคี่ยวกรำเล่าเรียนบทกวีมาเนิ่นนาน มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเงินซื้อสุรานั้นเป็นคำเปรียบเปรย

……………

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 412 แล้วแมวอย่างข้าเล่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย