ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 500 สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาการเร่งมหันตภัย
- Home
- ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
- ตอนที่ 500 สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาการเร่งมหันตภัย
สายเลือดจักรพรรดิ? ก็ฟังดูโอหังมากจริงๆถึงสกุลเจียงจะแข็งแกร่งมากแต่ก็ไม่น่าผลัดมาถึงตาเจียงเสวียนเหนียนเป็นผู้ก่อตั้งสายเลือดจักรพรรดิกระมัง
บรรพจารย์เผ่าเยียพูดไปก็ส่ายหัวแม้เขาจะอยู่ในมหาพิภพจิตจรตลอดแตเขาก็ไม่เคยตกข่าวในโลกแห่งความเป็นจริงระหว่างที่โลกคุนหลุนแข็งแกร่งขึ้นสกุลเจียงผู้เป็นจุดสุดยอดของอำนาจก็ได้รับผลประโยชน์มากขึ้นทุกวันพวกเขาย่อมเป็นที่จับตามองของผู้คนอยู่แล้ว
เยียจานยักไหล่เอ่ยว่าสกุลเจียงคนอื่นคิดอย่างไรข้าไม่รู้แต่อีกหกคนในเจ็ดบุรุษแห่งสกุลเจียงสนับสนุนเขาเมื่อมีพวกเขาหนุนหลังสายเลือดจักรพรรดิเผ่าเจียงก็นับว่าได้รับการก่อตั้งแล้วแล้วดูเหมือนพวกเขาตั้งใจจะผูกพลังแห่งโชคชะตาเลียนแบบราชวงศ์แห่งโชคชะตาอีกด้วยถึงตอนนั้นต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน
บรรพจารย์เผ่าเยียหัวเราะ “เลิกเปรียบเทียบกับสายเลือดของมรรคาจารย์ได้แล้วเจ้าเองก็มีข้อดีของเจ้าอย่างพรสวรรค์มิใช่ตัวกำหนดทุกสิ่งมรรคาจารย์ชื่นชมเจ้ามากนะมีลูกหลานสกุลเจียงตั้งมากมายเท่าใดที่ได้รับความสนใจจากมรรคาจารย์สู้เจ้าไม่ได้เจ้าเอาเวลามาสนใจว่าเผ่าเยียจะทำอย่างไรกับเขาเถิด”
เยียจานฟังแล้วอารมณ์ก็เริ่มดีขึ้นนั่นสิถึงแม้เจียงอิจะยอดเยี่ยมไร้เทียมทานแต่กระทั่งหน้าของมรรคาจารย์เขาก็ไม่เคยพบในเรื่องนี้เจียงอิเขามิได้บรรพบุรุษกับทายาทรุ่นหลังเริ่มสนทนากันเกี่ยวกับเผ่าเยียยามนี้เผ่าเยียเริ่มหยั่งรากแตกหน่อบนโลกสวรรค์แล้วเพียงแต่ยังไม่เติบโตจนแข็งแกร่งก็เท่านั้นไม่ใช่เพียงพวกเขาผู้ศรัทธาจำนวนมากในมหาพิภพจิตจรก็กำลังถกเรื่องของเจ็ดบุรุษแห่งสกุลเจียงกับสายเลือดจักรพรรดิเผ่าเจียงอยู่เช่นกันนี่เป็นสภาพในปัจจุบันของโลกคุนหลุนเรื่องใหญ่ทั้งหลายในโลกสวรรคมักถูกเล่าลือกลับมาได้เสมอโลกสวรรค์กลายเป็นดินแดนที่ถูกจับตามองที่สุดในมหาพิภพจิตจรไปเสียแล้วณตำหนักราชันนภา
ราชันนภาเซวียนเตาเจียงลูกับมหาจักรพรรดิจือเวยเจียงซิว1กำลังนั่งจิบสุราประจันหน้ากันสองพ่อลูกสนทนากันตั้งแต่เรื่องเที่ยนจิงไปจนถึงเรื่องของแดนสวรรค์จากนั้นก็สนทนาไปถึงเรื่องราวบนโลกสวรรค์
“เจ้าคิดอย่างไรกับสายเลือดจักรพรรดิเผ่าเจียง” จู่ๆเจียงซิวก็เอ่ยถามขึ้นมาเขาวางจอกสุราของตนเองลงแล้วจ้องมองราชันนภาเซวียนเตา
ราชันนภาเซวียนเตาตอบว่า “นี่เป็นเรื่องดีเผ่าที่ใช้คำว่าจักรพรรดิเป็นนามกระทำการวางอำนาจบาตรใหญ่หากสกุลเจียงล่มอำนาจของเผ่าอื่นได้ย่อมมีส่วนช่วยให้วิถีเซียนครองโลกสวรรค์”
เจียงซิวหรี่ตาลงแล้วถามว่า “มันก็เป็นเรื่องดีจริงๆแต่ให้เจียงเสวียนเหนียนเป็นผู้ก่อตั้งเจ้าไม่คิดว่ามันไม่เหมาะสมหรือ”
ราชันนภาเซวียนเตาขมวดคิ้วในสกุลเจียงฐานะของสายเลือดโอรสสวรรค์ถือว่าสูงส่งกว่าสกุลเจียงสายอื่นก็จริงทว่าเจียงเสวียนเหนียนผู้นั้นเป็นโอรสสวรรค์สกุลเจียงก่อนสมัยของเที่ยนจิงเที่ยนจิงเป็นอาณาจักรที่มรรคาจารย์ก่อตั้งขึ้นดังนั้นหากพูดถึงลำดับศักดิ์แล้วเจียงซิวกับราชันนภาเซวียนเตาล้วนอยู่สูงกว่าเจียงเสวียนเหนียน
พอได้ยินว่าเจียงเสวียนเหนียนจะก่อตั้งสายเลือดจักรพรรดิสกุลเจียงสายหลักของอาณาจักรเที่ยนจิงก็โวยวายกันใหญ่โตแต่ราชันนภาเซวียนเตากลับไม่คิดสอดมือเข้ามายุ่งพวกเขาจนปัญญาจึงได้แต่ไปหาเจียงซิวเจียงซิวเป็นบิดาของราชันนภาเซวียนเตาเขาย่อมต้องโน้มน้าวราชันนภาได้อยางแน่นอน
เจียงซิวเอ่ยว่า “จะก่อตั้งสายเลือดจักรพรรดิย่อมได้แต่ถ้าให้เจียงเสวียนเหนียนเป็นผู้ก่อตั้งมันจักกลายเป็นรากเหง้าของเภทภัยวันหน้าเมื่อราชวงศ์แห่งเที่ยนจิงกับสายเลือดจักรพรรดิของโลกสวรรค์มิใช่สายเดียวกันจะมิเป็นต้นเหตุของเภทภัยได้อย่างไร”
ราชันนภาเซวียนเตาขมวดคิ้วจนเป็นปมเขายังไม่ลืมหน้าที่ที่ท่านบรรพบุรุษมอบให้เขานี่จึงเป็นสาเหตุที่เขาปฏิเสธลูกหลานทั้งหลายแต่เมื่อได้ยินเจียงซิวกล่าวเช่นนี้เขาก็รู้สึกว่าฟังดูมีเหตุผลจริงๆจู่ๆเขาก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าไม่ว่าจะสนับสนุนเจียงเสวียนเหนียนหรือไม่ก็ล้วนบ่มเพาะต้นเหตุเภทภัยของสกุลเจียงได้อยู่ดีการคุ้มครองสกุลเจียงดูเหมือนจะยากกว่าการคุ้มครองเผ่ามนุษย์เสียอีกเพราะว่าในนั้นมีความผูกพันระหว่างคนสายเลือดเดียวกันอยู่ด้วย
ราชันนภาเซวียนเตาเอ่ยตอบว่า “ไม่ว่าผู้ใดที่ก่อเภทภัยค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพของข้าจะมิยอมเก็บอยู่ในฝักเฉยๆ”
เขาจ้องบิดาของตนอย่างนิ่งสงบแววตาไร้ความกลัวเกรง
เจียงซิวลุกขึ้นยืนแล้วหัวเราะ “เรานับว่าฟังเข้าใจแล้วที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองมิน่าเล่าท่านผู้เฒ่าจึงมอบค่ายกลกระบี่สุริยันจันทรสวรรค์พิภพให้ตำแหน่งราชันนภานี้มิใช่ง่ายเลยชะตากรรมชั่วนิรันดร์นี้จะทรมานเจ้าลูเออร์เจ้าก็ทำหน้าที่ของตนให้ดีเถิด”
กล่าวจบเขาก็ออกไป
ตอนแรกที่เขาได้ยินว่าราชันนภาเซวียนเตาได้รับสมบัติอาคมจากมรรคาจารย์เขาตกตะลึงและยินดีแต่ในใจก็รู้สึกไม่ยินยอมด้วย
เหตุใดท่านปู่จึงไม่มอบสมบัติอาคมให้เขาแต่มอบสมบัติอาคมให้บิดาของเขากับลูกชายของเขามีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่ได้รับเขาถูกผู้คนซุบซิบนินทามากมายแม้ไม่พูดออกมาแต่ในหัวใจกลับกล้ำกลืนฝืนทนนักตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจที่แท้ท่านปู่หวังดีกับเขาที่ท่านพ่อของเขาถูกขังอยู่กับตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ชั่วนิรันดร์ส่วนลูกชายของเขาก็ถูกขังอยู่กับสกุลเจียงชั่วนิรันดร์มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นอิสระ
ราชันนภาเซวียนเตามิได้ลุกขึ้นไปส่งเขาจมอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด
เรื่องสายเลือดจักรพรรดินี้คงต้องคิดมาตรการรับมือเตรียมไว้ล่วงหน้าจริงๆโลกคุนหลุนกับโลกสวรรค์ล่องลอยไปท่ามกลางกระแสแห่งกาลเวลาการต่อสู้เกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้นขุมอำนาจใหญ่ทั้งหลายพัฒนาก้าวหน้าขณะที่ผู้แสวงพรตทั้งหลายซุกซ่อนตัวอยู่บนภูเขาไม่ก็เร้นกายอยู่ตามมหาสมุทรบางก็อาศัยอยู่บนท้องนภาอันสูงลิบแล้วปล่อยกาลเวลาให้ล่วงเลยผ่านไปเจ้านี้เอง
เจียงฉางเชิงผู้อยู่ในตำหนักเมฆาม่วงลืมตาขึ้นการปิดด่านฝึกบำเพ็ญหนนี้ยาวนานกว่าในอดีตกาลเวลาผ่านไปนานกว่าห้าร้อยปีเขาใคร่ครวญพลังแห่งมหามรรคาได้ลึกซึ้งมากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นกรรมสังสารวัฏชะตากรรมรวมไปถึงโชคชะตา
เขายังอาศัยพลังแห่งกฎเจ็ดสิบสองประการในเจ็ดสิบสองมุกทลายสวรรค์ช่วยในการวิปัสสนาอีกด้วยสิ่งนี้ทำให้การฝึกบำเพ็ญของเขาลดความยุ่งยากไปได้มากทีเดียว
บางครั้งเขาก็คิดขึ้นมาว่าอยากปิดด่านฝึกบำเพ็ญรวดเดียวสักหนึ่งหมื่นปีแต่จนปัญญาที่มหันตภัยใกล้มาเยือนแล้วแดนสวรรค์เองก็เพิ่งถือกำเนิดเขาจำเป็นต้องคอยระวังเอาไว้
สิ่งแรกที่เขาทำคือเริ่มพยากรณ์หาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตต่างๆผลลัพธ์ปรากฏว่ายังไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนักแต่ฝั่งโลกสวรรค์มีตัวตนที่มีค่ามากกว่าสิบแต้มเซ่นไหว้มรรคาสวรรค์โผล่มาแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย
เขาลุกขึ้นยืนแล้วขยับตัวยืดเส้นยืดสาย
เวลานี้เองไปฉี่ก็ขยับเข้ามาหาแล้วบอกว่า “นายท่านที่โลกสวรรค์เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
เจียงฉางเชิงไม่ขานตอบสักคำเขาเพียงสอดสายสายตาไปมองโลกสวรรค์หลังจากผ่านการพัฒนามาเนิ่นนานปัจจุบันโลกสวรรค์เจริญรุ่งเรืองแล้วรอบตัวมันมีโลกขนาดเล็กสมบัติยุทธสมบัติอาคมปรากฏขึ้นจำนวนนับไม่ถ้วนมีแม้กระทั่งสัตว์ยักษ์ขนาดตัวเท่าดวงดาวที่คอยซุ่มหมอบรอคอยอยู่ต้องขอยอมรับว่าเผ่าเก่าแก่ทั้งหลายกับมหามรรคาสายอื่นช่างแข็งแกร่งกันจริงๆเมื่อพวกเขามาร่วมมือกันสร้างมหาพิภพแห่งหนึ่งมันก็สำเร็จลุล่วงเร็วกว่าที่เจียงฉางเชิงคาดการณ์ไว้เสียอีก
เจียงฉางเชิงไม่คิดจะกีดกันเขากลับดีใจอยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ
วิถีเผยแพร่หลักคำสอนของเขามิเคยเป็นการเข่นฆ่า
เทียบกับมหามรรคาสายอื่นที่ชอบกำจัดผู้ที่แตกต่างจากตนวิถีเซียนของเขายินดียอมรับพลังสายอื่นเขาต้องการให้สรรพชีวิตเลือกด้วยตนเองในสายตาเขาเผ่าเก่าแก่ทรงอำนาจและสรรพชีวิตในมหามรรคาสายอื่นเหล่านั้นล้วนเป็นทหารกองหนุนของวิถีเซียนไม่ว่าช้าหรือเร็วพวกเขาก็จะหันมาหาวิถีเซียนอยู่ดี
“นายท่านเจียงเสวียนเหนียนก่อตั้งสายเลือดจักรพรรดิเผ่าเจียงที่โลกสวรรค์แล้วสร้างพลังแห่งโชคชะตาของสายเลือดจักรพรรดิโดยเฉพาะแต่เรื่องดีๆคงอยู่ไม่นานภายในสกุลเจียงค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ขณะเดียวกันลูกหลานของเจียงเสวียนเหนียนถูกเผ่าอื่นชำระแค้นอย่างบ้าคลั่งเพราะคนที่ลงมือล้วนมีอายุต่ำกว่าหนึ่งแสนปีแดนสวรรค์จึงสอดมือเข้าไปยุ่งได้ลำบากคงได้แต่บอกว่าเจียงเสวียนเหนียนยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะแบกรับหน้าที่ของสายเลือดจักรพรรดิสงสารก็แต่ลูกหลานทั้งหลายของเขาแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ลูกหลานของพวกเขาเลือกเองเช่นกัน”
ไปฉี่พูดรัวเร็วสรุปเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงร้อยปีนี้ให้ฟังอย่างคร่าวๆเจียงฉางเชิงมิใช่ว่าจะสนิทสนมกับลูกหลานทุกคนเขาไม่เศร้าโศกเสียใจกับเรื่องน่าสลดที่เกิดขึ้นกับทายาทของเจียงเสวียนเหนียนผู้ที่เดินทางไปโลกสวรรค์ย่อมต้องเตรียมใจที่จะต่อสู้ไว้แล้วจะอนุญาตให้สกุลเจียงสังหารคนอื่นได้แต่มิยอมให้ผู้อื่นเล่นงานลูกหลานของสกุลเจียงตามกฎกติกาก็ไม่ได้กระมัง
เจียงฉางเชิงสนใจประเด็นที่ผู้ก่อตั้งสายเลือดจักรพรรดิมิใช่ราชันนภาเซวียนเตามากกว่าก่อนหน้านี้เจียงสวินเล่าว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสายเลือดจักรพรรดิคือราชันนภาเซวียนเตาส่วนเจียงเสวียนเหนียนเป็นเพียงบรรพบุรุษของเจียงสวินเท่านั้น
หากดูตามนี้ภาพมายาอนาคตที่เห็นนั่นก็คงไม่ใช่เรื่องจริงเขานับนิ้วทำนายจากนั้นก็ทำหน้าแปลกใจ
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง…
หากเป็นเช่นที่ทำนายนี้ก็เป็นไปได้มากว่าอนาคตที่เขาเห็นนั้นจะเป็นความจริง!
เรื่องนี้ทำให้เขาได้เข้าใจแง่มุมใหม่ของกรรมกับโชคชะตาการดำรงอยู่ของโชคชะตาช่างน่ากลัวจริงๆอย่างน้อยตัวเขาในตอนนี้ก็ยังไม่อาจก้าวข้ามมันได้
ชะตาของเผ่าเจียงมีแต่จะร้ายมากกว่าดีแต่ไม่ว่าเผ่าพงศ์ตระกูลใดที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดล้วนแล้วแต่เป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะจัดการอย่างไรย่อมมีบ่วงกรรมใหม่เกิดขึ้นมาเสมอกรรมทั้งมวลกำลังถักทอตาข่ายแห่งโชคชะตาผืนนี้
เจียงฉางเชิงแอบทอดถอนใจเขาไม่มีความวิตกกังวลตรงกันข้ามปณิธานของเขากลับแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม
เส้นทางที่เขาต้องก้าวเดินยังอีกยาวไกลนักไปฉี่พูดอยู่ครึ่งค่อนวันแต่ไม่เห็นเจียงฉางเชิงมีปฏิกิริยาอันใดจึงได้แต่กลับไปฝึกบำเพ็ญอยู่ข้างๆ
หลังจากยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้วเจียงฉางเชิงก็นั่งลงบนบัลลังก์เทพสวรรคมหามรรคาอีกครั้งสายตาของเขาเพ่งมองไปที่ตัวตนขั้นเทวะหกตัณหาที่อยู่ในโลกสวรรค์
คนผู้นั้นมิใช่เทวะหมอกครามที่เขาเห็นเมื่อหนก่อนแต่เป็นผู้เฒ่าคนหนึ่ง
ผู้เฒ่าคนนี้สนอกสนใจวิถีเซียนอย่างยิ่งเขากราบเข้ามาเป็นศิษย์สำนักแห่งหนึ่งและกำลังจดจ่อตั้งใจกับการบำเพ็ญเซียน
เรื่องนี้ทำให้เจียงฉางเชิงประหลาดใจนิดหน่อยดูท่าคนที่เทวะปฐมนภาพากลับมาเหล่านั้นจะมิใช่ศัตรูเสียทั้งหมดสินะ
เขาตั้งใจว่าจะสอดส่องดูอีกฝ่ายให้ดีๆอีกสักระยะดูซิว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่
ณ โลกเทพยุทธในวิหารหลังใหญ่อัครเทพยุทธรวมไปถึงผู้กุมอำนาจจำนวนมากมายต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า
เทวะหมอกครามยืนอยู่บนแท่นสูงนางกำลังก้มมองพวกเขาไทซังคุนหลุนมองเทวะหมอกครามพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปม
มิใช่เพียงเทวะหมอกครามเท่านั้นแต่ผู้ฝึกยุทธลึกลับแถวหน้าสุดที่กำลังยืนประจันหน้ากับพวกเขาแต่ละคนล้วนมีกลิ่นอายอันลึกล้ำยากหยั่งถึงที่เขามองไม่ออก
ไทซังคุนหลุนในยามนี้แม้แต่พวกอัครเทพยุทธเขาก็ไม่กลัวแต่เขากลับหวาดกลัวคนกลุ่มนี้
หรือว่าคนเหล่านี้จะเป็นผู้ที่หวนกลับมาจากที่แห่งนั้นเหล่าเทวะแห่งโลกเทพยุทธ
“เทวะปฐมนภาให้ข้ามาบอกกล่าวแก่พวกเจ้าว่าโลกเทพยุทธกำลังจะเร่งการมาเยือนของมหันตภัย!”
เสียงของเทวะหมอกครามดังขึ้นผู้ที่ได้ยินล้วนทำหน้าตกตะลึงพวกเขาต่างหวาดกลัวการมาเยือนของมหันตภัยแห่งวิถียุทธคิดไม่ถึงเลยว่าเทวะทั้งหลายกลับต้องการจะเร่งให้มหันตภัยแห่งวิถียุทธมาเยือน
เทวะหมอกครามไม่รอให้พวกเขาตั้งคำถามนางเอ่ย
“นับตั้งแต่มหันตภัยแห่งวิถียุทธหนก่อนโลกเทพยุทธก็เผชิญกับเรื่องราวมากมายพวกเราเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอดข้าเข้าใจความตั้งใจของพวกเจ้าพวกเจ้าปรารถนาจะให้โลกเทพยุทธทำสิ่งต่างๆด้วยความเป็นธรรมเที่ยงธรรมแต่พวกเจ้าจงอย่าได้ลืมว่าอำนาจอันแข็งแกร่งล้วนสร้างมาจากความโหดเหี้ยม
มหันตภัยแห่งวิถียุทธหนนี้มิอาจดูแคลนได้ดังนั้นโลกเทพยุทธจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยท่าทีที่ไม่เหมือนก่อนหน้านี้”
อีกไม่นานพวกเจ้าก็จะได้เห็นพลังแห่งเทพยุทธที่แท้จริงมหันตภัยอันชั่วช้าจะไม่มีที่ใดให้ซุกซ่อนพลังเทพยุทธจะกวาดล้างอุปสรรคทั้งหมด
ทว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมหันตภัยแห่งวิถียุทธเท่านั้นอสุรกายที่แท้จริงจะถือกำเนิดตามมาไม่ใช่แค่ข้างนอกแต่ข้างในก็จะมีศัตรูแม้แต่ในหมู่พวกเจ้าเองก็อาจมีศัตรูอยู่!”
ไม่ว่าศัตรูจะอยู่ที่ใดโลกเทพยุทธจะเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างมั่นใจสิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือรักษาความตั้งใจแรกเริ่มไว้ให้สุดกำลังอย่าได้กลายไปเป็นพวกผิดแผกที่เคยถูกขับไล่เหล่านั้น!”
เปรียง!
คลื่นพลังอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งระเบิดออกมาครอบคลุมทุกคนในวิหารแม้แต่ไทซังคุนหลุนยังหน้าถอดสีในพริบตา
แข็งแกร่งนัก!
นี่คือขั้นเทวะหกตัณหาที่บรรพจารย์ยุทธพูดถึงอย่างนั้นหรือ
หัวใจของไทซังคุนหลุนตื่นเต้นเขาเริ่มตั้งตารอมหันตภัยแห่งวิถียุทธ
ยามมหันตภัยมาเยือนเขาจักผงาดขึ้นมาแล้วก้าวไปให้ถึงขั้นเทวะหกตัณหา!
เขาจะกำราบศัตรูผู้แข็งแกร่งทั้งมวลแล้วไปประลองกับมรรคาจารย์บนจุดสูงสุด!
เพียงแค่คิดเขาก็แทบจะข่มอารมณ์ของตนเองเอาไว้ไม่ได้อัครเทพยุทธคนหนึ่งก้าวออกมาถามว่า
“ท่านเทวะท่านยังมิได้บอกพวกข้าเลยว่าบรรพจารย์ยุทธไปอยู่ที่ใดเขาถูกพวกอสุรกายทำร้ายหรือว่าได้รับภารกิจจากท่านเทวะทั้งหลาย”