Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 475 จอมปีศาจจิงเทียน เผ่าพันธุ์มรรคาสวรรค์

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 475 จอมปีศาจจิงเทียน เผ่าพันธุ์มรรคาสวรรค์
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

“หวังว่าเจ้าจะเอาชีวิตรอดมาได้นะ…”

เจียงฉางเซิงภาวนาเอาใจช่วยเฟิงอวี่อย่างเงียบ ๆ เขายังไม่เคยใช้ยันต์เทพกำเนิดจักรวาลสักครั้ง ย่อมไม่อยากเสียสมบัติชิ้นนี้ไปทั้งแบบนี้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่กังวลมากเกินไป เขาเลื่อนสายตาไปดูคนอื่นต่อ หลังจากเจียงเจี่ยนกับหลินเฮาเทียนเข้าไปในรอยแยกสีดำก็ไม่กลับออกมาอีก และไม่ปรากฏตัวที่มหาพิภพจิตจรเช่นกัน สถานการณ์นี้เป็นไปได้สองอย่าง ประการแรกคือพวกเขาตายแล้วแต่บัญชีสถาปนาเทพยังไม่คืนชีพให้พวกเขา มิหนำซ้ำรอยประทับวิญญาณก็ยังอยู่ นี่หมายความว่าพวกเขายังไม่ตาย ส่วนประการที่สองพวกเขาเดินทางข้ามไปยังห้วงเวลาที่มหาพิภพจิตจรยังไม่ถือกำเนิด เจียงฉางเซิงคิดว่าประการหลังเป็นไปได้มากที่สุด

เพียงแต่เขาฉุกคิดปัญหาอีกประการหนึ่งขึ้นมาได้ หากรอยแยกสีดำเหล่านี้เชื่อมต่อไปยังห้วงเวลาปริศนาจริง เช่นนั้นจะไม่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นหรือ จอมเทพปีหลิวน่าจะไม่ใช่คนแรกที่ครอบครองพลังเช่นนี้ แล้วก่อนหน้านี้ซ่อมแซมอย่างไร ธรรมชาติเป็นผู้ฟื้นฟูหรือ? มีคนซ่อมแซมกลับมาเป็นเหมือนเดิม? หากจอมเทพปีหลิวเป็นคนแรกที่สร้างเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ได้ เช่นนั้นเป็นนางหรือไม่ที่เป็นมหันตภัยแห่งวิถียุทธที่แท้จริง?

หากสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันข้ามผ่านห้วงเวลาได้เช่นนั้น ผู้ที่อยู่ในอดีตกับอนาคตจะข้ามผ่านรอยแยกสีดำมาเยือนได้เหมือนกันหรือไม่?

เจียงฉางเซิงเริ่มคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด เขาต้องเตรียมหาทางจัดการสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ เช่นนี้เขาจึงจะเผชิญหน้ากับคราวเคราะห์ทั้งหลายได้

นอกจากเรื่องนี้ เจียงฉางเซิงก็ยังพบว่าเทพเซียนบนแดนสวรรค์ลืมเลือนตัวตนของจอมเทพปีหลิวไปเสียแล้ว พวกเขาไม่รู้แน่ชัดว่ารอยแยกสีดำเกิดขึ้นมาได้เช่นไรจึงมองว่ามันเป็นภัยพิบัติจากสวรรค์ ดูท่าพลังเนรเทศจะเริ่มส่งผลกับจอมเทพปีหลิวแล้ว จอมเทพปีหลิวแข็งแกร่งจริง ๆ หลังจากถูกพลังเนรเทศไปแล้วสิ่งมีชีวิตทั้งหลายกลับไม่ลืมเลือนนางในทันที โชคยังดีที่สุดท้ายนางก็ต่อต้านการกัดกินของพลังแห่งกรรมไม่ได้

ส่วนบรรพจารย์อธรรมเกาหยินไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงแม้แต่น้อย แม้แต่มูหลิงลั่วเองก็ไม่เคยเอ่ยถาม นางดูเหมือนจะแกร่งกว่าจอมเทพปีหลิวไม่น้อย

บางทีอาจเป็นเพราะช่วงนี้พลังแห่งกรรมของข้าแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นพลังแห่งกรรมบนร่างของจอมเทพปีหลิวจึงแข็งแกร่งขึ้นด้วย หรือไม่ก็อย่างนั้น บางทีจอมเทพปีหลิวอาจพบอันตรายอย่างอื่นจนทำให้นางไม่อาจต้านทานการกัดกร่อนของพลังแห่งกรรมได้

เจียงฉางเซิงวิเคราะห์ในใจ เขาคาดหวังว่ามันจะเป็นประการแรก หากเป็นเช่นนั้นย่อมหมายความว่าพลังแห่งกรรมส่งผลต่อเนื่องได้ไกลกว่าที่เขาเคยคาดเดาไว้

หลังจากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองมูหลิงลั่ว มูหลิงลั่วยังคงไตร่ตรองศึกษามรรคาแห่งชะตากรรมอยู่ กลิ่นอายพลังของนางเริ่มให้ความรู้สึกลึกลับยากหยั่งถึง กรรมที่พัวพันอยู่บนร่างเริ่มหดหายไป ชะตากรรมกับกรรมแต่เดิมก็ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ยิ่งกรรมบนร่างของมูหลิงลั่วลดลงก็หมายความว่านางบรรลุมรรคาแห่งชะตากรรมลึกซึ้งมากขึ้น

“แม้แต่นางยังเริ่มพากเพียรกับการฝึกบำเพ็ญแล้ว ข้าจะล้าหลังไม่ได้!”

เจียงฉางเซิงเห็นแล้วว่าโลกคุนหลุนไม่มีอันตรายมาเยือนจึงวางใจแล้วฝึกบำเพ็ญต่อ

ต่อจากนี้เขาจะฝึกบำเพ็ญรวดเดียวให้ถึงการเลื่อนขั้น!

ณ ตำหนักเหนือเมฆา เทพเซียนทั้งหลายมารวมตัวกันเพื่อรายงานเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในดินแดนต่าง ๆ ของแดนมนุษย์

“กราบทูลฝ่าบาท แดนมนุษย์มีปีศาจตนหนึ่งขโมยสมบัติของวังมังกรไป วังมังกรเดินทางไปทวงของคืนแต่กลับถูกตีแตกกระเจิง ราชามังกรจึงร้องเรียนขึ้นมา ปีศาจตนนี้ฤทธิ์เดชร้ายกาจยิ่งนัก วังมังกรมิอาจรับมือได้ อย่างแน่นความสามารถของมันเหมือนจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่เล็กน้อยพะยะค่ะ”

ขณะที่เฉินหลี่รายงานสีหน้าของเขาก็ดูกระอักกระอ่วนจนสะกิดใจเทพเซียนทั้งหลาย

จักรพรรดิสวรรค์ถามว่า “มีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไรหรือ?”

“วิชาที่เขาฝึกคือมหามรรคาปราณทองคำ แล้วเขายังชำนาญวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงอีกด้วย”

คำตอบของเฉินหลี่ทำให้เทพเซียนทั้งหลายเปลี่ยนสีหน้าไปทันที มหามรรคาปราณทองคำกับวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงเป็นเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญระดับสุดยอด โลกคุนหลุนในยามนี้มีผู้ที่ใช้พวกมันเป็นน้อยยิ่งนัก อีกทั้งพวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นคนใหญ่โตทั้งสิ้น

หากพูดถึงเบื้องบนก็มีมรรคาจารย์ มารดาของจักรพรรดิสวรรค์ไปฉี จักรพรรดิสวรรค์ หากพูดถึงแดนมนุษย์ก็มีมหาเซียนวังเฉิน บุคคลเหล่านี้ล้วนมิใช่คนที่พวกเขาจะบังอาจไปต่อล้อต่อเถียงได้ จักรพรรดิสวรรค์หรี่ตาถามว่า “เคยถามมหาเซียนวังเฉินแล้วหรือยัง?”

“เคยถามแล้วพะยะค่ะ แต่มหาเซียนวังเฉินตอบว่าไม่รู้จักปีศาจตนนี้” จักรพรรดิสวรรค์ได้ยินดังนี้ก็ขมวดคิ้ว หากไม่เกี่ยวข้องกับมหาเซียนวังเฉินก็ได้แต่โยงไปหาคนบนเบื้องบนเช่นนั้นเรื่องนี้ย่อมยุ่งยากแล้ว

ไม่ใช่เพียงจักรพรรดิสวรรค์ เทพเซียนคนอื่นก็ตระหนักถึงจุดนี้เช่นกัน ภายในตำหนักเหนือเมฆาจมลงสู่ความเงียบ จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยปากอย่างเนิบช้า “วาสนาเซียนของปีศาจตนนี้ไม่ธรรมดา เพื่อไม่ให้เขาหลงเดินทางผิด เฉินหลี่ เจ้าจงลงไปยังโลกเบื้องล่าง เรียกตัวเขามาครองตำแหน่งเซียนบนแดนสวรรค์”

เฉินหลี่รับบัญชา เทพเซียนคนอื่นไม่เห็นแย้ง พวกเขาเพียงสงสัยใคร่รู้ในตัวปีศาจตนนี้อย่างยิ่ง

“เอ๊ะ แล้วปีศาจตนนี้มีนามว่าอันใด?” จักรพรรดิสวรรค์นึกบางอย่างออกก็เลิกคิ้วถาม

“เขาเรียกตนเองว่าจอมปีศาจจิงเทียนพะยะค่ะ”

จิงเทียน? ช่างทำได้สมกับนามของตนเสียจริง จักรพรรดิสวรรค์พึมพำกับตนเอง จากนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มตามออกมา หากดึงปีศาจตนนี้มาสวามิภักดิ์ได้ กำลังรบของแดนสวรรค์ก็จะเพิ่มขึ้น ปีศาจที่แม้แต่สวรรค์ชั้นสามสิบสามยังให้ความสำคัญ พรสวรรค์จะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

หลายปีที่ผ่านมา เพื่อสั่งสมกำลังเตรียมตัวเผชิญกับมหันตภัยแห่งวิถียุทธ จิตใจของจักรพรรดิสวรรค์ได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาเริ่มให้ความสำคัญกับผู้ที่แข็งแกร่งหาได้ดูเพียงบุญบารมีที่สั่งสมมาไม่

ยามเผชิญหน้ากับมหันตภัย บุญบารมีย่อมใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ พลังต่างหากที่เป็นปัจจัยตัดสินว่าจะข้ามผ่านมหันตภัยได้หรือไม่ แต่แล้ว…

จอมปีศาจจิงเทียนก็ปฏิเสธคำชวนของเฉินหลี่เขานับเป็นคนที่สองต่อจากมหาเซียนวังเฉินที่กล้าปฏิเสธแดนสวรรค์ เรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาอย่างมาก แต่จักรพรรดิสวรรค์มิยอมท้อ เขาส่งมหาเทพอีกคนไปชักชวนซ้ำ มิหนำซ้ำยังเสนอสิทธิประโยชน์สูงกว่าเดิมอีกแต่ก็ยังถูกจอมปีศาจจิงเทียนปฏิเสธอยู่ดี ปฏิเสธแดนสวรรค์ถึงสองหน ชื่อเสียงของจอมปีศาจจิงเทียนในหมู่เผ่าปีศาจยิ่งลือกระฉ่อนจนแม้แต่จอมราชันเผ่าปีศาจก็สนใจ กระทั่งราชวงศ์แห่งโชคชะตาของเผ่ามนุษย์ก็เริ่มมาชักชวนเขาไปเป็นพวกเหมือนกัน ในยุคนี้ความแค้นระหว่างเผ่ามนุษย์กับเผ่าปีศาจเบาบางลงนานแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ถึงขั้นไม่ตายไม่เลิกราอีกต่อไป หลังจากมหาศึกสถาปนาเทพเริ่มต้น ราชวงศ์แห่งโชคชะตาทั้งหลายก็เริ่มหยิบยืมพลังของชาวต่างเผามาใช้ประโยชน์ ยามนี้สงครามในที่ต่าง ๆ สามารถเห็นร่างของหลากหลายเผ่าพันธุ์ปะปนกัน อาจถึงขั้นพูดได้ว่านี่มิใช่สงครามภายในของเผ่ามนุษย์ แต่เป็นสงครามของทั้งหมื่นเผ่า

การถูกปฏิเสธติด ๆ กันทำให้จักรพรรดิสวรรค์พิโรธยิ่ง ราชามังกรเพียรพยายามจะร้องทุกข์ยิ่งทำใหจักรพรรดิสวรรค์หงุดหงิดมากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิสวรรค์จึงส่งเจียงเทียนหมิงไปจับตัวจอมปีศาจจิงเทียนที่โลกเบื้องล่าง

เจียงเทียนหมิงเป็นผู้มีพลังระดับสูงสุดในหมู่แม่ทัพสวรรค์ เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นเซียนพิภพ เรียกได้ว่าผ่านการผลัดร่างเปลี่ยนกระดูกมาแล้ว

เจียงเทียนหมิงไม่พอใจจอมปีศาจจิงเทียนมากเช่นกัน แม้อีกฝ่ายอาจเกี่ยวข้องกับสวรรค์ชั้นสามสิบสามแต่เขาก็อยากสั่งสอนอีกฝ่ายสักหน่อย

ด้วยเหตุนี้เจียงเทียนหมิงจึงเดินทางไปยังโลกเบื้องล่าง แล้วเปิดศึกสะเทือนฟ้าสะเทือนดินกับจอมปีศาจจิงเทียน ผู้เสาะหาความแข็งแกร่งจากฝั่งเผ่าปีศาจจำนวนไม่น้อยเดินทางมาชมการต่อสู้ เทพเซียนบนฟ้าก็มารวมตัวกันที่ตำหนักเหนือเมฆาเพื่อชมการต่อสู้เช่นกัน

วิชาเจ็ดสิบสองจำแลงของจอมปีศาจจิงเทียนยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง แต่ตัวเจียงเทียนหมิงมีสายเลือดนับร้อยเผ่าพันธุ์ผสานอยู่ในกาย ทั้งยังสืบทอดดวงเนตรมหามรรคามาอีกด้วย เขาเปลี่ยนสิบยอดวิชาเทพของเผาราชาให้กลายเป็นพลังอภินิหารของวิชาเซียน ทำให้เขาครอบครองพลังที่น่ากลัวยิ่งนัก ตลอดการต่อสู้เขาเป็นฝ่ายกดดันจอมปีศาจจิงเทียน

หนึ่งมนุษย์กับหนึ่งปีศาจเปิดศึกใหญ่กันสามวันสามคืน สุดท้ายเจียงเทียนหมิงก็จับจอมปีศาจจิงเทียนมัดเป็นข้าวต้ม มัดพากลับไปที่แดนสวรรค์ได้สำเร็จ

ศึกนี้ทำให้เผ่าปีศาจได้เห็นพลังของแดนสวรรค์ ชื่อเสียงของแดนสวรรค์ในเผ่าปีศาจจึงขจรขจายมากขึ้นกว่าเดิม

ลึกเข้าไปในภูเขาของเทียนจิงบนแดนมนุษย์ ไปฉีกับมหาเซียนวังเฉินกำลังจิบชาอยู่อีกมุมหลังหนึ่ง

ไปฉีถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “เจ้าจะไม่สนใจไยดีเขาจริงหรือ?”

มหาเซียนวังเฉินตอบอย่างนิ่งสงบ “อาจารย์ของข้าก็ไม่เห็นสนใจไยดีข้า เหตุใดข้าต้องสนใจไยดีเขา ชะตาของเขาจะดีหรือร้ายล้วนขึ้นอยู่กับเคราะห์กรรมของเขาเอง”

ไปฉีส่ายหน้าแล้วหลุดหัวเราะเอ่ยว่า “นี่เจากำลังนึกแค้นใจอาจารย์ของเจ้าอยู่หรือ?”

มหาเซียนวังเฉินได้ยินก็กลอกตาเอ่ยว่า “ข้าจะกล้าคิดแค้นได้อย่างไร ตัวตนของท่านผู้เฒ่าบอกใครไม่ได้จริง ๆ ส่วนตัวตนของข้าสำหรับจิงเทียนแล้วก็บอกใครไม่ได้เช่นกัน”

หลังจากกลายเป็นผู้นำแห่งเซียนพิภพเขาก็เฝ้าตามหาอาจารย์ของตนเองมาตลอด แต่เมื่อเขารู้ประวัติความเป็นมาของวิชามหามรรคาปราณทองคำกับวิชาดาวดินเจ็ดสิบสองจำแลงเขาก็ไม่กล้าตามหาอีกแล้ว หากอาจารย์ของเขาเป็นท่านผู้นั้นจริง ๆ เขาตามหาไปก็หาไม่พบหรอก

“อารามหลังนี้ของเจ้าเงียบเหงาเหลือเกิน รับลูกศิษย์บ้างเถิด อย่าเอาแต่คิดว่ารับลูกศิษย์แล้วจะกระทบกับความยุติธรรมของเจ้าเลย เจ้ารับพวกลูกศิษย์ที่ไม่มีเบื้องหลังมาก็ไม่มีปัญหาแล้ว รับรองว่าหลังจากนี้ไม่สร้างปัญหาให้เจ้า”

ไปฉีเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ดวงตาของนางกลอกกลิ้งแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

มหาเซียนวังเฉินกลอกตาเอ่ยว่า “เป็นเช่นที่พวกเขากล่าวจริง ๆ ท่านนะ หากไม่มีผลประโยชน์ย่อมไม่มีทางตื่นเช้า หากเป็นคนอื่นพูดเช่นนี้ข้าคงปฏิเสธเป็นแน่ แต่ข้าติดค้างบุญคุณท่านอยู่จึงต้องไว้หน้าท่านบ้าง”

ไปฉีหัวเราะ “ข้ามีอยู่สองคน พวกเขาไร้ญาติขาดมิตรแล้วก็ไม่มีเผ่าด้วย รับรองว่าหลังจากนี้ไม่สร้างปัญหาให้เจ้า”

มหาเซียนวังเฉินเอ่ยอย่างแฝงความนัย “ท่านก็คือเส้นสายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาแล้ว”

ไปฉีหัวเราะแต่ไม่เอ่ยตอบ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 475 จอมปีศาจจิงเทียน เผ่าพันธุ์มรรคาสวรรค์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย