Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน - ตอนที่ 454 ความไม่แน่นอนแห่งกรรม

  1. Home
  2. ลูกหลานเรียกหาข้า หลังข้าบรรลุเซียน
  3. ตอนที่ 454 ความไม่แน่นอนแห่งกรรม
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ศึกของตาทะวะโลกเทพยุทธ โลกอิสระที่เจ็ดสถานที่เปิดงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถี

เหนือมหาสมุทรไร้ขอบเขต เมืองขนาดมหึมาตั้งลอยอยู่กลางอากาศบดบังทั้งฟ้าและแสงตะวัน

เมืองนี้กว้างใหญ่ มีทั้งขุนเขาและป่าไม้ไม่น้อยใหญ่ซับซ้อน

ซุ้มประลองนับไม่ถ้วนกระจายอยู่ทั่วเมืองราวกับดวงดาว บางแห่งเล็กบางแห่งใหญ่

รอบเวทีเหล่านั้นมีผู้คนอยู่มากมายรวมถึงสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์อื่นด้วย

เจียงจืออวิเดินอยู่บนถนนสายหนึ่งรวมกับเหล่าเทพเซียนจากแดนสวรรค์

ตลอดทางพวกเขาพบกับขบวนของขุมกำลังนานา

แม้พวกเขาจะเป็นตัวแทนของอำนาจสูงสุดในนามโลกคุนหลุน

แต่ที่นี่พวกเขาก็เป็นเพียงหนึ่งในหมื่นพันขุมกำลังและพลังของพวกเขาก็แทบไม่อาจพูดได้ว่าโดดเด่น

“โลกเทพยุทธสมแล้วที่เป็นจุดสูงสุดของวิถียุทธ อิทธิพลเช่นนี้เหนือกว่าจินตนาการจริงๆ”

“ใช่แล้ว สามารถปกครองสามพันพิภพ พลังของโลกเทพยุทธเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

ที่สำคัญคือสามพันพิภพเป็นเพียงชื่อรวมตัวเลขของพิภพ

อาจมีมากกว่าจำนวนของเผ่ามนุษย์ในโลกคุนหลุนเสียอีก”

“งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ พวกเจ้าคิดว่าหมื่นวิถีนั้นมีอยู่จริงหรือไม่”

“จะเป็นไปได้อย่างไร เท่าที่เคยได้ยินยามนี้ระบบการฝึกตนมีแค่ไม่กี่สิบวิถี

ที่เหลือก็คงเป็นเพียงสาขาย่อยของวิถียุทธเท่านั้น”

“เมื่อครู่พวกนั้นคือเผ่าอะไร โลกคุนหลุนของเรายังไม่มีด้วยซ้ำ”

ขณะที่เสียงพูดคุยของเทพเซียนดังขึ้นด้านหลัง

สีหน้าของจักรพรรดิสวรรค์เจียงจืออวิกลับไม่สู้ดี

เหล่าเทพเซียนรู้สึกตื่นตาตื่นใจแต่จักรพรรดิสวรรค์กลับสัมผัสได้ถึงช่องว่างที่ยิ่งใหญ่

โลกคุนหลุนจะต้องใช้เวลาอีกเท่าใดจึงจะไล่ทันโลกเทพยุทธกัน?

ในใจของจักรพรรดิสวรรค์รู้สึกสิ้นหวัง

เขารู้ดีว่าด้วยอัตราการพัฒนาในปัจจุบันของโลกคุนหลุน

หากหวังจะไล่ตามโลกเทพยุทธให้ทันก็แทบเป็นไปไม่ได้

เพราะโลกเทพยุทธเองก็ยังคงพัฒนาไม่หยุดเช่นกัน

ที่เรียกว่างานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีดูเหมือนจะเป็นเวทีให้ทุกมหามรรคาได้แสดงตน

แต่หากพินิจให้ดีกลับเป็นความทะเยอทะยานของวิถียุทธที่จะรวบรวมหมื่นวิถีไว้ด้วยกัน

ใครที่มาร่วมงานนี้ก็ล้วนแต่เกิดความเคารพบูชาต่อวิถียุทธเช่นนี้แล้วจะพลิกกลับมาแซงหน้าได้อย่างไร?

จู่ๆ จักรพรรดิสวรรค์ก็เกิดความเคารพต่อบรรพจารย์ยุทธขึ้นมา

แทนที่จะต่อสู้กันระหว่างมหามรรคาต่างฝ่ายต่างแย่งชิงอำนาจ

สู้ใช้คำว่ายุคแห่งหมื่นวิถีกลืนกินไปเลยไม่ดีกว่าหรือ?

ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!

เมื่อวิถียุทธเกิดศัตรูพวกเขาย่อมต้องเร่งพัฒนาเพื่อตอบโต้

ส่งเสริมให้วิถียุทธก้าวหน้า ส่วนบรรดาหมื่นวิถีที่ซาบซึ้งต่อบุญคุณของบรรพจารย์ยุทธ

ในวันหนึ่งหากต้องรวมเขาเป็นส่วนหนึ่งของวิถียุทธก็จะไม่ต่อต้านนัก

จักรพรรดิสวรรค์ยิ่งสนใจบรรพจารย์ยุทธนิพพานมากขึ้นเขากลับพลันอยากพบบรรพจารย์ยุทธผู้นั้น

น่าเสียดายด้วยระดับขั้นในตอนนี้เขายังไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะพูดคุยกับบรรพจารย์ยุทธ

เกรงว่าเพียงบิดาของเขาเท่านั้นที่พอจะมีโอกาส

จากนั้นเขาก็เกิดความสงสัยอีกอย่างหนึ่ง โลกที่บิดาของเขากับบรรพจารย์ยุทธอยู่เป็นเช่นไรกัน?

วิสัยทัศน์ของพวกเขาที่มีต่อสรรพชีวิตนั้นกว้างไกลเพียงใด

การแย่งชิงผลประโยชน์ของสรรพสิ่งจะตกอยู่ในสายตาของพวกเขาหรือไม่?

สีหน้าของจักรพรรดิสวรรค์เปลี่ยนจากมืดมนเป็นสดใส

เขาพบว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นเช่นนี้มานานแล้ว

เขาอยากยืนอยู่ในระดับเดียวกับบิดาและบรรพจารย์ยุทธพูดคุยกับพวกเขา

มองลงมายังสรรพชีวิตทั้งหลายจากเบื้องสูง

นามของจักรพรรดิสวรรค์จะพึ่งพาแต่รุ่นของบิดาไปตลอดได้อย่างไร?

ขณะเดียวกันนั้นเองบนยอดหอคอยแห่งหนึ่งกลับมีสองร่างที่เฝ้ามองจักรพรรดิสวรรค์อยู่จากที่ไกลๆ

แม้จะห่างกันเป็นหลายแสนลี้แต่พวกเขากลับสามารถเห็นทุกการเคลื่อนไหวของจักรพรรดิสวรรค์ได้ชัดเจน

“นั่นคือบุตรของมรรคาจารย์สินะ”

อัครเทพยุทธจุนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยเมยแฝงความไม่ยินดี

ฟ้าดินสรวลที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า

“ใช่แล้ว แถมยังเป็นบุตรเพียงคนเดียวด้วย”

อัครเทพยุทธจุนส่ายหัว “เขาอ่อนแอเกินไป ไม่เหมาะกับแผนของพวกเรา”

ฟ้าดินสรวลกล่าวต่อว่า “เขาอ่อนแอจริงแต่ยังหนุ่มนัก อายุยังไม่ถึงหมื่นปีด้วยซ้ำ

เจ้าเคยเห็นใครในวัยเท่านี้มีพลังถึงเพียงนี้บ้างเล่า พรสวรรค์ของเขาไม่น่ากลัวพอหรือ?”

อัครเทพยุทธจุนขมวดคิ้วสายตาเย็นชาลงอีก

ฟ้าดินสรวลกล่าวอีกว่า “ผ่านไปอีกแสนปีเขาจะต้องโด่งดังไปทั่วสามพันพิภพ

กลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของยุคแห่งหมื่นวิถี

บางทีเขาอาจกลายเป็นไทซังคุนหลุนคนต่อไปก็ได้”

“ไทซังคุนหลุน? เขาจะเทียบกับไทซังคุนหลุนได้หรือ?”

ขณะที่ทุกคนกำลังหลงใหลในความยิ่งใหญ่ของโลกเทพยุทธ

มีเพียงเขาที่รู้สึกถึงจิตมุ่งมั่นในการต่อสู้ เขาอยากก้าวข้ามโลกเทพยุทธ

ข้านะมีสายตาที่มองคนได้ทะลุปรุโปร่ง

คำพูดของฟ้าดินสรวลแฝงไปด้วยความลึกล้ำ

ทำให้สายตาที่อัครเทพยุทธจุนใช้มองจักรพรรดิสวรรค์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“เช่นนั้นเขาก็เหมาะสมจริงๆ”

การเปิดฉากของงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีแพร่กระจายไปยังมหาพิภพจิตจรอย่างรวดเร็ว

แม้แต่เทพเซียนในมหาพิภพจิตจรยังสร้างนครยิ่งใหญ่อันน่าตกตะลึงขึ้นมา

แสดงให้เห็นสถานที่จัดงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีอย่างสมบูรณ์

พลังของหลากหลายมหามรรคาก็เริ่มแพร่กระจายออกไป

ด้วยถูกผู้ศรัทธาบันทึกเอาไว้มากขึ้นเรื่อยๆ

บรรยากาศของยุคหมื่นวิถีจึงได้มาเยือนอย่างแท้จริงปกคลุมไปทั่วโลกคุนหลุน

วันนี้มูหลิงลั่วกับไป่ฉีกลับมายังตำหนักเมฆาม่วงเห็นเจียงฉางเชิงกำลังหลอมโอสถ

สตรีทั้งสองอดเข้ามาสอบถามเรื่องของมหามรรคาอื่นไม่ได้

เจียงฉางเชิงไม่ได้ปิดบังเล่าทุกสิ่งที่ตนเห็นและได้ยินมา

“ไม่รู้ว่าพวกจืออวิจะกลับมาอย่างปลอดภัยได้หรือไม่”

มูหลิงลั่วกล่าวด้วยความเป็นห่วง

“มีมหามรรคามากมายเช่นนั้นจะสามารถวางความแค้นและอยู่รวมกันอย่างสงบได้จริงหรือ”

เจียงฉางเชิงตอบว่า “จะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอน แต่ตอนจบจะเป็นไปในทางที่ดี”

ก่อนหน้านี้เขาพยากรณ์ไว้แล้วว่าเจียงจืออวิจะสามารถกลับมาได้

และงานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น

เพียงแต่ระหว่างทางกลับดูคลุมเครือนั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

และการเปลี่ยนแปลงยังคงขยายตัวอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาหลอมโอสถ

หากโลกเทพยุทธเกิดเรื่องเขาต้องพร้อมช่วยเหล่าเทพแห่งแดนสวรรค์ทันที

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของกรรมทำให้เจียงฉางเชิงนึกถึงอสุรกายมหันตภัย

ที่บรรพจารย์ยุทธนิพพานเคยพูดถึง

ไม่รู้อสุรกายมหันตภัยเป็นพลังเช่นไรถึงสามารถสั่นคลอนกรรมได้

หรือว่าเบื้องหลังมีผู้เกี่ยวข้องกับกรรมที่กำลังวางแผนอยู่?

เมื่อได้ยินคำปลอบของเจียงฉางเชิงมูหลิงลั่วก็พลันรู้สึกเบาใจขึ้น

นางเชื่อคำพูดของเขาโดยไม่มีข้อสงสัย

“ที่เทียนจิงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เจียงเทียนเชิงเว่ยอ๋องที่ผูกขาดทรัพยากรของเทียนจิงไว้แต่เพียงคนเดียว

จู่ๆ เปลี่ยนไปเขาสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดมอบให้ชาวบ้าน

มอบเคล็ดวิชาวิชาอาคม อาวุธอาคม โอสถที่เก็บสะสมไว้มอบให้คลังหลวง

ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่ว แม้แต่แดนสวรรค์ก็ยังพูดถึงว่ากันว่ามีคนชื่อหูยวนเป็นผู้เกลี้ยกล่อมเขา”

ไป่ฉีพูดขึ้นทันใด

พอพูดจบก็พิจารณาสีหน้าเจียงฉางเชิงอย่างระมัดระวัง

มูหลิงลั่วเอ่ยด้วยความสงสัยว่า

“หูยวน? ใช่คนที่ได้รับการสนับสนุนจากวังมังกรแต่ปฏิเสธการรับเชิญจากแดนสวรรค์หรือ?

ไม่ได้ยินมาว่าขนาดนักปราชญ์จิงยังชื่นชมเขาอย่างยิ่ง”

ไป่ฉียิ้มอย่างภูมิใจ “ใช่แล้วเขามีศักยภาพจะเป็นผู้นำแห่งเซียนพิภพ

เดินทางทั่วหล้าสร้างคุณความดีมากมายในโลกบำเพ็ญเซียน

เขาสะสมชื่อเสียงไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว”

มูหลิงลั่วจ้องนางแล้วเอ่ยว่า “หูยวนคงไม่ใช่คนที่เจ้าสนับสนุนหรอกกระมัง!

วังมังกรมีใช่ขุมอำนาจของเจ้าหรือ?”

ไป่ฉีแกล้งกระแอมแล้วตอบว่า “ขุมอำนาจของข้าอะไรกัน ของนายท่านต่างหาก!”

“ว่าแล้วเชียวข้าก็ว่าเจ้าจะชมคนอื่นโดยไม่มีที่มาที่ไปได้อย่างไร” มูหลิงลั่วส่ายหัวพลางยิ้มขำ

เจียงฉางเชิงไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจกลับรู้สึกอิ่มเอม

เจียงเทียนเชิงกับหูยวนมีกรรมต่อกันจริง

หูยวนสามารถทำให้เจียงเทียนเชิงกลับใจได้ถือว่าเกินความคาดหมายของเขา

“กรรมนั้นสามารถคำนวณได้ แต่การคำนวณย่อมมีความไม่แน่นอน

หูยวนเองก็เป็นผู้ที่ข้าสร้างขึ้นมา ข้าคือผู้คำนวณ แต่ข้าก็เป็นความไม่แน่นอนด้วยเช่นกัน…”

เจียงฉางเชิงครุ่นคิดในใจและค่อยๆ เข้าสู่ภาวะสมาธิ

สตรีทั้งสองเห็นดังนั้นก็ไม่กล้ารบกวนพากันเดินออกไปไกลอีกหน่อยแล้วพูดคุยเรื่องของหูยวนกับเจียงเทียนเชิงกันต่อ

การกระทำของเจียงเทียนเชิงสร้างแรงสะเทือนให้กับทุกรัฐของเทียนจิง

ประชาชนที่ได้รับเงินทองต่างก็ปลื้มปีติแต่เหล่าตระกูลขุนนางกลับประณามเขาอย่างรุนแรง

พอความจริงเปิดเผยว่าเว่ยอ๋องสะสมทรัพยมหาศาลไว้เช่นนั้นราชสำนักเองก็เริ่มตั้งคำถาม

เจียงเทียนเชิงเมื่อได้ยินก็ไม่ได้โกรธกลับไปหาโอรสสวรรค์ด้วยตนเอง

แสดงความประสงค์จะทำงานเพื่อเทียนจิง ต้องการชดเชยสิ่งที่ทำผิดมาตลอดหลายปี

โอรสสวรรค์ยอมยินดี เจียงเทียนเชิงในตอนนี้คืออันดับหนึ่งในใต้หล้าของเทียนจิงอย่างแท้จริง

เขาสามารถจัดการเรื่องราวได้มากมายหากเขายินดีทุ่มเทก็คงมีคุณค่ามากกว่าการแจกจ่ายทรัพย์สินเสียอีก

ในวันต่อๆ มา เจียงเทียนเชิงพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงของตนด้วยการกระทำจริง

ยิ่งเขาสร้างผลงานมากเพียงใดประชาชนเทียนจิงก็ยิ่งเคารพหูยวนมากขึ้น

เพราะเจียงเทียนเชิงมักเอ่ยถึงหูยวนอยู่เสมอ ยืนยันว่าหูยวนคือผู้ที่สะท้อนอุดมคติแห่งเซียนผดุงธรรมได้อย่างแท้จริง

แม้ว่าเทียนจิงจะยังไม่ได้รวมใต้หล้าเป็นหนึ่งเดียวแต่ก็ถือเป็นศูนย์กลางของแดนมนุษย์แห่งโลกคุนหลุน

เรื่องใดแม้เพียงเล็กน้อยก็กระจายไปทั่วใต้หล้าได้

หูยวนจึงกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

โลกเทพยุทธในโลกหลัก บนยอดเขาไทซังคุนหลุนยืนอยู่อย่างองอาจจ้องลงมายังเงาร่างทั้งเจ็ดสิบสองด้านล่าง

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเฟิงอวี่ผู้ที่ถูกยันต์เทพกำเนิดจักรวาลประทับร่าง

“นับจากนี้พวกเจ้าคือเจ็ดสิบสองตาทะวะใตบังคับบัญชาของข้า

จะฟังคำสั่งจากข้าเพียงผู้เดียว แม้พวกเจ้าจะยังห่างไกลจากเจ็ดสิบสองตาทะวะรุ่นก่อน

แต่พวกเจ้าก็ได้พิสูจน์ตนแล้วว่ามีพรสวรรค์!”

น้ำเสียงของไทซังคุนหลุนเรียบสงบไม่มีถ้อยคำเร้าอารมณ์ใดๆ

แต่ตาทะวะทั้งเจ็ดสิบสองกลับมีแววตาคลั่งไคล้อย่างเห็นได้ชัด

แคได้เห็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งนิรันดรกาลในตำนาน เลือดในกายพวกเขาก็เดือดพล่านแล้ว

เมื่อหลายปีก่อนไทซังคุนหลุนใช้พลังเทพเหนือกำเนิดยุติคลื่นเหมันต์นิรันดร

ชื่อเสียงของเขาถูกผลักดันขึ้นสู่จุดสูงสุดในวิถียุทธ

เป็นรองเพียงแค่บรรพจารย์ยุทธนิพพาน กระทั่งพูดได้ว่าเหนือกว่าบรรพจารย์ยุทธ

เพราะในสายตาของผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่บรรพจารย์ยุทธนับว่าทรยศวิถียุทธไปแล้ว

ตอนนี้เสียงเรียกร้องเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ต้องการให้ไทซังคุนหลุนขึ้นแทนที่บรรพจารย์ยุทธนิพพานควบคุมโลกเทพยุทธทั้งปวง!

ดวงตาของไทซังคุนหลุนแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมก่อนที่ร่างกายจะปลดปล่อยแสงสีขาวเจิดจ้าออกมา

กลายเป็นลำแสงเจ็ดสิบสองสายพุ่งเข้าสู่ร่างของทุกคนที่อยู่ตรงเชิงเขา

เฟิงอวี่ไม่ทันตั้งตัวจึงไม่อาจหลบเลี่ยงได้ ทว่าหลังจากตกตะลึงได้ไม่นานนักก็เปลี่ยนเป็นความยินดี

“พลังนี่มันอะไรกัน…ลมปราณของข้า…”

เฟิงอวี่รู้สึกตื่นเต้น เขาสัมผัสได้ว่าลมปราณในร่างกำลังเพิ่มพูน

และยังมีพลังลึกลับบางอย่างเพิ่มเติมเข้ามา

เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้งมองไปยังเงาร่างนั้นบนยอดเขาสูงส่งเหนือสรรพสิ่งสายตาเต็มไปด้วยความยำเกรง

นี่มันความแข็งแกร่งเพียงไหนกันแน่!

“ภายในครึ่งปีจงควบคุมพลังนี้ให้ได้ มีเพียงการควบคุมพลังนี้พวกเจ้าจึงจะเป็นเจ็ดสิบสองตาทะวะที่แท้จริง

งานชุมนุมใหญ่หมื่นวิถีในครั้งนี้จะเป็นสมรภูมิแรกแห่งมหันตภัยวิถียุทธและเป็นเวทีประกาศนามของพวกเจ้า!”

ไทซังคุนหลุนเอ่ยอย่างอหังการราวกับไม่เห็นมหันตภัยวิถียุทธอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

หนึ่งในผู้ฝึกยุทธตะโกนถามขึ้นว่า

“ขอถามนายท่าน มหันตภัยวิถียุทธคือสิ่งใดกัน พวกเราต้องเผชิญกับศัตรูแบบไหนกันแน่?”

ไทซังคุนหลุนหันไปมองคนผู้นั้นสีหน้าไม่เปลี่ยนไป

เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก

“สรรพสิ่งเหี่ยวเฉา หมื่นวิถีดับสูญ นั่นคือมหันตภัยวิถียุทธ

ศัตรูของพวกเราในครานี้คือสิ่งที่ไม่มีวันตาย

พวกมันดำรงอยู่ในรูปแบบที่พวกเจ้าไม่ถึง

ใช้พลังที่เกินความเข้าใจของพวกเจ้าแทรกซึมเข้าสู่โลกเทพยุทธ

กล่าวโดยสรุปศัตรูคือสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้จัก ความตายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว

หากไม่สร้างชื่อด้วยการต่อสู้ก็ต้องกลายเป็นกระดูกขาวกองพะเนินก่อนมหันตภัยวิถียุทธจะเริ่มต้น!”

คำพูดนี้ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นสะท้าน ความเย็นยะเยือกซึมลึกเข้าสู่กระดูกสันหลัง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 454 ความไม่แน่นอนแห่งกรรม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย