ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 986 เครื่องรางข้ามมิติ!
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ถูกทะลวงผลวิถีถึงกับตกตะลึง เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น สีหน้าจึงเปี่ยมด้วยความตกใจกลัว
ซึ่งเหตุการณ์นี้เองก็ทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนตื่นตระหนกด้วยเช่นกัน
ส่วนผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนหรือคนอื่น ๆ พวกเขาล้วนไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น หรือสิ่งที่หูได้ยิน
ทั่วทั้งจักรวาลเงียบสงัดหลังสิ้นปราณกระบี่นั้น
ทุกคนล้วนตกตะลึง
แต่ไม่ใช่กับฉู่โม่ว
เขาใช้โอกาสนี้แปลงตัวเองเป็นลำแสง ทั้งเลือดและพลังศักดิ์สิทธิ์ต่างกำลังพลุ่งพล่านภายในร่างของเขา เสมือนเป็นภูเขาไฟที่กำลังปะทุ ปราณกระบี่มหาศาลเองก็กำลังเดือดพล่านไปด้วยจิตสังหารอย่างไม่เลือกหน้า ตอนนี้เป้าหมายของเขาคือกำจัดจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองคนนี้
จิตสังหารอันแรงกล้านี้ทำเอาจักรพรรดิเทวะยุทธ์และผู้ปลุกพลังที่เหลือสัมผัสได้ในทันที
“นาย… ทำไมนายถึงมีกลิ่นอายที่น่ากลัวขนาดนี้!”
“เขาเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์!”
ผู้ปลุกพลังทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของฉู่โม่ว ทุกคนเริ่มแสดงท่าทีแตกต่างกันไป หลายคนอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความตกใจ
ส่วนจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่ถูกฟันผลวิถีไปเองก็รู้สึกถึงความตายมากขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก และเจ้าตัวก็รีบสร้างสมดุลพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างแล้วสู้กลับอย่างไม่ลังเลอีก
ขณะเดียวกัน
จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
เขาตั้งใจจะกดดันฉู่โม่วด้วยพลังของสองจักรพรรดิเทวะยุทธ์
“ไม่คาดคิดเลยว่าฉันจะเผอิญจับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ด้วย!”
“แต่…”
“ต่อให้เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็เถอะ นายจะทำอะไรได้? พลังของฉันน่ะแข็งแกร่งพอจะฆ่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้เลยนะ ไหนจะมีผู้อาวุโสที่เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกสองคนมาคอยควบคุมอีก นายทำอะไรไม่ได้แล้ว!”
เมื่อมองไปยังภาพเบื้องหน้า องค์ชายราชวงศ์หยวนก็อดไม่ได้ที่จะพูดแล้วยิ้ม
ตอนที่เห็นว่าฉู่โม่วเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เขาก็กังวลขึ้นมาชั่วขณะ แต่เมื่อตระหนักได้ว่าฝั่งตนมีอะไร ความกังวลนั้นก็พลอยหายไปด้วย
อย่างไรเสีย เหล่ามัจฉาห้วงมิติก็ถูกกำจัดหมดแล้ว จ่าฝูงของพวกมันเองก็บาดเจ็บหนัก ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าแม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ ก็ยังหลุดจากการกักขังของเวทมนตร์นี้ยากจริง ๆ
จักรพรรดิเทวะยุทธ์อาวุโสได้สำรองพลังเผื่อไว้สำหรับการจัดการจักรพรรดิเทวะยุทธ์ปริศนาคนนี้แล้ว
สองต่อหนึ่ง ไหนจะยังมีพลังของเวทมนตร์คุกอวกาศอีก
ยังไงก็มีชัยเหนือกว่า!
คิดได้ดังนั้น องค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนจึงอดไม่ได้ที่จะโล่งใจ
ทว่า…
ก่อนที่สีหน้าของเขาจะได้ใจเย็นอย่างที่ต้องการ ภาพที่น่าสะพรึงก็ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา
ฉู่โม่วไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวต่อพลังของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองคนเลย กลับยังเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่แทน
พลังที่เปล่งประกายจากร่างของเขานั้นไร้ที่ติ ไหนจะร่างของอีกาสามขาทองคำซึ่งปรากฏอยู่เบื้องหลังและสายฟ้ากับแสงสว่างอันน่าพิศวงเองก็ร่วมกันปลดปล่อยพลังที่น่าเกรงขามจนทำให้ผู้สัมผัสได้ใจสั่นกันออกมา
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ กระบี่ทมิฬในมือของฉู่โม่ว
แสงที่เปล่งออกมาจากคมกระบี่นั้นงดงาม แต่ก็มากด้วยพลังจนแม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ยังต้องเสียวสันหลัง มันน่ากลัวมากจริง ๆ
“สะบั้น!”
ชายหนุ่มพูดเสียงเบา จากนั้นคมแสงของกระบี่ก็ฟาดฟันลงไปยังจักรพรรดิเทวะยุทธ์เบื้องหน้า
แกร๊ก!
ด้วยเสียงแตกที่ได้ยินชัดเจน ร่างนั้นกระอักเลือดแล้วกระเด็นถอยกลับไป รอยแตกปรากฏขึ้นบนผลวิถีที่อยู่ในร่างของเขา ราวกับว่ามันพร้อมแตกสลายได้ทุกวินาที
จังหวะนั้นเองร่างของฉู่โม่วก็หายไปอีกครั้ง ในขณะที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนพยายามจะเข้ามาช่วย
“ไอ้เจ้าหนูนี่ ประหลาดมาก เขาสามารถฟันเข้าที่ผลวิถีของข้าได้ด้วยกระบี่!”
“ผลวิถีของข้าแตกแล้ว!”
“ช่วยข้าด้วย!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่มีบาดแผลมากมายหน้าซีดเผือดพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ
หลังจากเจ้าตัวอุทานออกมา
สีหน้าของจักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งพลันเปลี่ยนไปเช่นกัน
ตอนแรกเขาตั้งใจจะมาช่วยเหลือ แต่ด้วยความลังเลและงุนงงของตัวเอง ทำให้ฉู่โม่วใช้โอกาสนี้ในการปรากฏตัวอีกครั้งและสร้างบาดแผลใหม่ได้อีกมากมายด้วยการฟาดฟันกระบี่เสมือนฝูงม้าที่โถมเข้าใส่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้โชคร้าย
แกร๊ก!
รอยแตกบนผลวิถีเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนั้นกลิ่นอายของเขาก็ลดลง
“เร็วเข้า! รีบช่วยข้าซะ!”
“ถ้าข้าตายไปละก็ เจ้าไม่มีทางรับมือมันคนเดียวได้แน่!”
สีหน้าของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนี้ไม่สู้ดีแล้ว เขาเริ่มหายใจหอบ
ถ้อยคำที่พูดออกไปได้กระตุ้นให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหลุดจากภวังค์ของความงุนงง
ใช่แล้ว ตามที่เขาพูดจริง ๆ
ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วนั้นน่ากลัวเกินไป หากปล่อยให้มีใครคนใดคนหนึ่งตายไปก่อน การเหลือตัวคนเดียวนั้นแทบจะไม่นับเป็นภัยคุกคามของฉู่โม่วเลย
ดังนั้นเขาจึงรีบมุ่งหน้าเข้าไปหมายจะช่วยเหลือ
“หน่วงเวลา!”
“มิติกักกัน!”
ฉู่โม่วใช้พลังแห่งกาลเวลาและห้วงมิติ ภายใต้สองพลังนี้ จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองคนก็รู้สึกได้ว่ามิติรอบตัวของพวกเขามันมีแรงดันมหาศาลกดร่างของพวกเขาไว้ให้อยู่กับที่
จังหวะนั้นเอง
ชายหนุ่มก็ฟาดฟันกระบี่ลงไป
การโจมตีกว่าร้อยครั้งก็ถูกปลดปล่อยออกมาในชั่วพริบตา และด้วยเสียง ‘ตูม’ ที่ดังกึกก้อง ผลวิถีในร่างของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนี้ก็ระเบิด กลิ่นอายอันทรงพลังของเขากระจายหายไปในทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ฉู่โม่วฟาดฟันออกไปอีกครั้ง และคราวนี้ก็ทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์ดับสิ้นไปพร้อมกับแววตาที่หวาดกลัว
และด้วยการแตกพ่ายของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนี้เอง จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งก็หลุดออกมาจากการกักขังของห้วงมิติได้ ทว่าเขาก็ทำอะไรไม่ทันนอกจากดูพรรคพวกตายไป
“นี่มัน…”
เมื่อมองไปยังกลิ่นอายที่น่าเกรงขามของฉู่โม่วและฝนเลือดอันเป็นปรากฏการณ์ประหลาดที่จะเกิดเมื่อมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ตาย ซึ่งเป็นสัญญาณถือกำเนิดของกลียุค จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่ยังเหลือรอดต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบและกลัวไปจนถึงก้นบึ้งของจิตใจ
อีกฝั่งหนึ่งองค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนก็เริ่มหน้าซีดเป็นอย่างมากแล้ว
เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
จักรพรรดิเทวะยุทธ์สองคนรวมพลังกัน แต่กลับไม่สามารถเอาชนะจักรพรรดิเทวะยุทธ์ไร้นามเพียงคนเดียวได้ แถมยังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และสูญเสียพวกพ้องไปแล้วหนึ่งคน แบบนี้จะไม่ให้ตกตะลึงได้อย่างไร
“น…นายเป็นใครกันแน่!?”
องค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนข่มความกลัวในใจ เขาตะโกนด้วยเสียงกึกก้อง “ฉันคือองค์ชายแห่งราชวงศ์หยวน นายกล้าดียังไงถึงเข้ามาขัดขวางเป้าหมายของพวกเรา รู้หรือเปล่าว่ามันจะทำให้นายถึงคราวซวยได้นะ!”
“ฉันไม่ได้สนใจจะขัดขวางเป้าหมายอะไรของราชวงศ์นายเลยแม้แต่นิด พวกนายต่างหากที่เข้ามาขัดขวางฉัน”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้… เห็นทีคงปล่อยไว้ไม่ได้!”
ฉู่โม่วไม่ได้อยากพูดพล่ามไร้สาระกับนายน้อยผู้นี้นัก เขาพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวพวยพุ่งออกจากร่างของเขาราวกับสึนามิที่สูงเท่าขุนเขา และด้วยสิ่งนี้เอง มันก็ทำให้ความกลัวภายในใจของผู้เป็นองค์ชายพุ่งสูงจนถึงขีดสุดในพริบตา
“องค์ชาย รีบไปเร็ว กระหม่อมจะรับมือเจ้านี่ไว้เอง!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งก็รีบแทรกตัวเข้ามา เขาตะโกนเสียงดังในขณะเดียวกัน
องค์ชายหนุ่มยังคงลังเล
สถานการณ์นี้เลือกยากนัก เพราะเขาได้รับอัญมณีแก่นโกลาหลที่ตามล่าหามานานนับสิบปีมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เหลือเพียงเก็บมันกลับมาเท่านั้น ดังนั้นถ้าจะให้หนี จึงเป็นสิ่งที่เขาหนักใจมาก
ทว่าตอนนั้นเอง…
ซู่ม!
ปราณกระบี่ที่น่าเกรงขามก็ถูกปลดปล่อยออกมา พุ่งเข้าใส่ผู้เป็นองค์ชายคนนี้ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัวเสียอีก
โชคดีที่ตอนนั้น แสงศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสวก็ได้เปล่งออกจากร่างของเขาและป้องกันตัวเขาจากกระบี่นั้นไว้
แต่แสงศักดิ์สิทธิ์นั้นก็แตกสลายกลายเป็นฝุ่นแล้วหายไปหลังจากนั้นเช่นกัน
“แม้แต่การป้องกันของจี้หยกที่บรรพชนรุ่นที่สามมอบให้มาก็ยังเอาไม่อยู่งั้นเหรอ!?”
สีหน้าขององค์ชายซีดเผือดสุด ๆ
บรรพชนรุ่นที่สามนั้นนับเป็นผู้มีพลังแข็งแกร่งมาก เขาเข้าถึงขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์มาร่วมแสนปีแล้ว และตอนนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากการเป็นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์สักเท่าไร จี้ป้องกันเส้นนี้ก็เป็นของที่เขามอบให้คนในตระกูลไว้เพื่อป้องกันการโจมตีจากจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
ไม่คาดคิดเลยว่าสิ่งนี้กลับแตกสลายได้ง่าย ๆ เพียงเจอคมกระบี่ของอีกฝ่าย ก็ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความตายที่เข้ามาใกล้ตัว
เจ้าตัวจึงไม่กล้าลังเลอีกต่อไป
เขารีบหยิบสร้อยไข่มุกหยกออกมาด้วยความโศกเศร้า “ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ตามหาสิ่งนี้มานับทศวรรษ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะนาย! นายทำให้ความพยายามของฉันสูญเปล่า! ฉันจะจดจำเรื่องนี้ไว้ แล้วก็จะต้องให้นายชดใช้ในอนาคตแน่ ๆ!”
เมื่อพูดเช่นนั้นแล้ว
เขาก็บีบไข่มุกหยกนั้นจนแตก ชั่วพริบตาร่างของเขาก็หายไปจากจุดนั้นอย่างไร้ร่องรอย
“เทเลพอร์ตงั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วแสยะยิ้ม
อันที่จริง เขาได้แปะตราของตัวเองไว้กับองค์ชายคนนี้ไปแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะข้ามมิติหนีไปด้วยเครื่องรางเช่นนี้ ก็ไม่มีทางหนีชายหนุ่มไปได้อยู่ดี!
แต่ก่อนจะไล่ฆ่า เขาจำเป็นต้องจัดการกับเหล่าผู้ปลุกพลังจำนวนมากที่นี่ก่อน