ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 985 จับมัน!
งับ! งับ!
ผู้ปลุกพลังหลายคนเริ่มถูกมัจฉาห้วงมิตินี้กลืนกินกันแล้ว ก็เพราะไม่มีผู้ปลุกพลังจากราชวงศ์หยวนคนใดคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเลย
สำหรับผู้ปลุกพลังจากราชวงศ์หยวน ตั้งแต่ฉู่โม่วและคนอื่น ๆ ถูกบังคับเข้ามา พวกเขาก็มีชะตากรรมเช่นนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว แม้พวกเขาจะไม่ถูกมัจฉาห้วงมิติกิน สุดท้ายก็ถูกฆ่าปิดปากอยู่ดี
ฟุ่บ!
ฉู่โม่วเองก็ไม่ได้สนใจคนเหล่านี้ ตอนนั้น ข้างเขาก็มีมัจฉาห้วงมิติปรากฏขึ้นมาเช่นกัน แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงพลังใด ๆ และแสร้งทำเป็นหนีไปด้วยความกลัวเหมือนกับผู้ปลุกพลังคนอื่น
แต่มันต่างออกไป แม้ว่าผู้ปลุกพลังคนอื่นจะหนีเหมือนกัน แต่พวกเขาก็หนีไม่พ้นการไล่ตามของมัจฉาห้วงมิติเหล่านี้ ทว่าฉู่โม่วกลับหลบหนีได้เรื่อย ๆ
เขากำลังแสร้งเป็นผู้ปลุกพลังที่อ่อนแอแต่โชคดีไปก่อน
และภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เลยทำให้เขาไม่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ
แควก!
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเหมือนห้วงมิติถูกแหวกออกดังขึ้น และเมื่อห้วงมิติเปิด พร้อมร่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
มัจฉาห้วงมิติ!
ทว่ามันมีบางอย่างแตกต่างไป
มัจฉาห้วงมิติตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นมาก นอกจากนี้ยังมีลายสีทองพาดระหว่างหน้าผากไปถึงคิ้ว และด้วยลวดลายที่ลากไปมานั้น มองผิวเผินมันดูเหมือนปีกผีเสื้อไม่น้อย
“เจ้าตัวนั้นแหละ!”
“ตามที่ท่านบรรพชนพูดไว้ มัจฉาห้วงมิติที่กลืนกินอัญมณีแก่นโกลาหลเข้าไป จะมีลาย ‘ผีเสื้อตะวัน’ อยู่ที่หัว”
เห็นมัจฉาห้วงมิติตัวนั้น แววตาขององค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนก็เป็นประกาย
ผีเสื้อตะวันคือผีเสื้อที่อาศัยอยู่ในจักรวาล
มันไม่ได้มีความแข็งแกร่ง แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นปรสิตแพร่พันธุ์ในร่างของสัตว์อสูรที่ทรงพลัง
แน่นอน หากเป็นเช่นนั้น ย่อมไม่มีสัตว์อสูรตนไหนยินยอมแน่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสารบางอย่างในร่างกายของผีเสื้อตะวันที่มอบพลังให้กับร่างที่มันเกาะเป็นปรสิตอยู่ รวมไปถึงช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายที่ถูกสิงสู่ด้วย ด้วยเหตุนี้ ผีเสื้อตะวันจึงเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการมาก ท่ามกลางสัตว์อสูรที่ร้ายกาจในจักรวาล
นอกจากนี้ยังมีสัตว์อสูรบางกลุ่มที่พยายามเพาะเลี้ยงผีเสื้อตะวันพวกนี้ไว้ และให้มันสิงสู่เพื่อเพิ่มพลังให้แก่เหล่าลูกหลานรุ่นต่อไปด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น พลังกายของผีเสื้อตะวันก็อ่อนแอมาก แม้แต่ขั้นเทียมเทพเองก็ยังฆ่ามันได้ เพราะงั้นจำนวนของมันจึงมีค่อนข้างน้อย
และตอนนี้มัจฉาห้วงมิติก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วพร้อมกับผีเสื้อตะวันที่ฝังตัวอยู่ในร่างของมัน
ดังนั้นตอนนี้องค์ชายหนุ่มแห่งราชวงศ์หยวนจึงตะโกนโดยไม่ลังเล “ค่ายกลทำงาน! อย่าปล่อยให้มัจฉาห้วงมิติตัวนี้หนีไปได้!”
พรึ่บ!
สิ้นเสียงสั่งการ ก็ปรากฏเสาลำแสงขึ้นจำนวนมาก พวกมันสูงทะยานขึ้นไปบนฟ้าและเปล่งแสงสว่างออกไปนับพันกิโลเมตร คลื่นที่มองไม่เห็นแผ่กระจายและผสานกันในเสาแต่ละต้นจนเป็นดั่งคุกอวกาศปกคลุมพื้นที่นั้นไว้
มัจฉาห้วงมิติสามารถท่องไปในมิติ ปรากฏตัวมา ๆ หาย ๆ ได้เหมือนกับผี
แต่ค่ายกลคุกอวกาศยักษ์นี้ก็สามารถปิดกั้นการใช้ห้วงมิติในการหลบหนี มันไม่มีทางหนีออกไปได้
ตราบใดที่เวทมนต์คุกอวกาศยังทำงานอยู่ รัศมีของเวทมนตร์จะพุ่งสูงตลอดด้วย การทำงานของเวทมนตร์คุกอวกาศที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายชั้น ทำให้มิติภายใต้การกักกันนี้โดนปิดโดยสมบูรณ์จนไม่สามารถหลุดออกมาได้อีก
ขณะเดียวกัน จักรพรรดิเทวะยุทธ์สองคนจากราชวงศ์หยวนก็ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาด้วย กลุ่มของจักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกฝ่ายหนึ่งก็รีบใช้เวทมนตร์ในการล้อมแล้วพยายามสังหารสัตว์ยักษ์ตัวนี้
พูดได้เลยว่าด้วยคุกอวกาศนี้เอง ทำให้มัจฉาห้วงมิติมีสภาพไม่ต่างกับเต่าในหม้อ!
“ฆ่ามัน!”
“ฆ่ามันซะ!”
องค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนสั่งการ
ถึงแม้เขาจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองชนะแล้ว แต่สีหน้าก็ยังคงมีความประหลาดใจแฝงอยู่ เจ้าตัวไม่ได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ แต่เลือกที่จะเร่งให้คนที่แข็งแกร่งในตระกูลรีบจัดการมันเสีย พยายามฆ่ามัจฉาห้วงมิติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วชิงเอาอัญมณีแก่นโกลาหลมา
จนกว่าสิ่งนั้นจะมาอยู่ในกระเป๋าเขาเท่านั้น ถึงจะวางใจได้
ครืน!
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองปลดปล่อยกลิ่นอายที่ไร้เทียมทานออกมาและลงมือสังหารสัตว์อสูรปลาตัวนี้
ถึงมัจฉาห้วงมิติตัวนี้จะเติบโตแข็งแกร่งได้เทียบเท่ากับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ แต่มันก็ยังขาดสติปัญญาและยังไม่ได้หลอมรวมผลวิถี ดังนั้นจึงเสียเปรียบเหล่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์จากเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาไม่น้อย
ใช่แล้ว ยามที่ต้องเผชิญกับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่แท้จริง มัจฉาห้วงมิติก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างจริงจัง
ไม่นานนัก ภายใต้การผสานการโจมตีของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสอง มัจฉาห้วงมิติตัวอื่น ๆ ก็ถูกเด็ดหัว
“โอ…”
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ถูกสังหาร มัจฉาห้วงมิติที่มีสัญลักษณ์ของผีเสื้อตะวันที่กลางหน้าผากก็เกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที มันคำรามจนเกิดเสียงคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้เหล่าจักพรรดิเทวะยุทธ์สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่ากลัวจนสมองเบลอ ซึ่งการที่พวกเขาเสียการควบคุมแบบนี้ ทำให้คุกอวกาศที่สร้างมาเกิดการสั่นสะเทือนไปด้วยจนพร้อมที่จะแตกตลอดเวลา
นี่คือพลังเหนือธรรมชาติของเผ่าพันธุ์มัจฉาห้วงมิติ คลื่นเสียงของมันทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านได้
ทว่าถึงแม้จะเป็นการโจมตีที่ทรงพลัง จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ไม่ได้หยุดยั้งแต่อย่างใด
ด้วยการควบแน่นของผลวิถีภายในร่างกาย พวกเขาสามารถต้านทานผลลัพธ์ที่ความผิดปกตินี้ได้เป็นอย่างดี
“ของกล้วย ๆ แบบนี้ กล้าคิดจะมาใช้ใส่ฉันงั้นเหรอ!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์พ่นลมหายใจ จากนั้นก็เกิดเสียงดังก้องราวกับสายฟ้า เสียงนี้ทำเอาเหล่าจักรพรรดิยุทธ์คนอื่นได้สติกลับมาด้วย จากนั้นพวกเขาก็แปรสภาพเป็นสายรุ้งแล้วพุ่งเข้าไปสู้กับมัจฉาห้วงมิติต่อ
ยามที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ปลดปล่อยพลังระดับสูงออกมา ความแข็งแกร่งของเขาจะก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าน่าเกรงขามได้
และภายใต้การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ตอนนี้ ความน่ากลัวของพลังก็ได้สาดซัดไปทั่วบริเวณ มิติที่อยู่ภายในบริเวณนั้นก็พากันแตกสลายไปทีละนิ้ว มัจฉาห้วงมิติไม่สามารถต้านทานได้ บาดแผลมากมายเกิดขึ้นบนร่างของมัน และแม้แต่ลมหายใจก็เริ่มลดต่ำลงด้วย
ในขณะนั้นเอง
จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกคนหนึ่งก็เข้าร่วมการต่อสู้พร้อมกันจักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่เหลือเพื่อสังหารมัจฉาห้วงมิติ และด้วยการร่วมมือกันครั้งใหญ่นี้เอง จึงทำให้พวกมันตกอยู่ท่ามกลางพลังอันร้อนแรงจนแทบจะกลายเป็นปลาย่าง
“โอ… โอ…”
มัจฉาห้วงมิติร้องอย่างเกรี้ยวกราด ในขณะที่พลังมากมายกำลังผสานโจมตีเข้าใส่มันอยู่ มันพยายามสร้างคลื่นเสียงอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยพลังของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ถึงสองคน ทำให้การเอาชีวิตรอดนั้นยากมาก
กลิ่นอายของมันลดลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งอยู่ในจุดที่พร้อมจะตายได้
“ดีละ!”
“จัดการมันเลย!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น องค์ชายแห่งราชวงศ์หยวนที่อยู่ไกล ๆ ก็ไม่สามารถอดกลั้นความตื่นเต้นบนใบหน้าและแววตาได้
เขาเคยจินตนาการมาก่อนหน้านี้ ถึงครั้งที่เขาได้รับอัญมณีแก่นโกลาหลมาไว้ในครอบครอง ร่างกายของเขาจะพัฒนาไปจนถึงระดับสูง กลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในขั้นเดียวกัน และเป็นผู้ที่รับมือกับผู้ที่มีระดับสูงกว่าได้
ทว่าตอนนั้น
เคร้ง!
ก็เกิดเสียงของคมกระบี่ดังขึ้น
ทันทีหลังจากที่ได้ยิน
ปราณกระบี่ที่น่าพรั่นพรึงปรากฏขึ้นมา เพียงชั่วพริบตา มันก็สว่างเช่นดวงอาทิตย์ รบกวนทุกสิ่งด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จนทุกคนต้องหันมามอง
เกือบจะสายเกินไป ปราณกระบี่นั้นพลันพุ่งเข้าหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่ง
“อะไรน่ะ!?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนั้นมีลางสังหารณ์ราวกับว่าอันตรายกำลังจะเข้ามา เขารีบเตรียมหลบ แต่ดูจะสายเกินไป ปราณกระบี่สายนั้นปะทะเข้ากับร่างของเขาเต็ม ๆ
สวบ!
ด้วยเสียงปะทะกันอย่างรุนแรง
มันดูเหมือนการโจมตีนั้นเข้าปะทะกับผืนดิน ร่างของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนั้นค่อย ๆ ลอยต่ำลงขณะเดียวกันก็สำรอกเลือดสีทองออกมากลางอากาศ ยามที่เขาตั้งตัวได้ สีหน้าท่าทางของเขาก็แสดงให้เห็นความตกใจเป็นอย่างมาก
“ผลวิถีของข้าร้าวงั้นเหรอ!?”
“เป็นไปไม่ได้! เพียงกระบี่เดียว ทำไมผลวิถีของข้าถึงได้ร้าวขนาดนี้!?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึง และหลังจากเสียงนั้นเปล่งออกมา
ทั่วทั้งจักรวาลก็ตกอยู่ในความเงียบงัน