ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 969 สังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์!
“รีบหนีไป เราสู้มันไม่ได้!”
เขาคำรามลั่นและตั้งท่าจะหลบหนี ทว่า…
“คิดจะหนีเหรอ?”
“ฉันไม่ให้หนีหรอก!”
สายตาของฉู่โม่วเย็นยะเยือกขณะที่ตะโกนลั่น
ชายหนุ่มต่อสู้กับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสามคนก่อนหน้านี้ เพื่อทำความคุ้นเคยกับการต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิเทวะยุทธ์ด้วยกันเท่านั้น เมื่อตอนนี้เข้าใจสิ่งนั้นเป็นอย่างดีแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้ออีกต่อไป แม้ชายชราทั้งสามคนจะแข็งแกร่งไม่น้อย พวกเขาก็ยังเป็นแค่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั่วไป
ด้วยพื้นฐานพลังในปัจจุบันของฉู่โม่ว
แม้ว่าจะเพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เขาก็มีเลือด อณูแห่งชีวิต และพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า!
นอกจากนี้ เขายังมีกระบวนท่ากระบี่สวรรค์ต้าหลัวอยู่ด้วย
หากปลดปล่อยพลังเต็มที่ ทั้งสามคนก็คงต้านทานพลังไม่ได้แม้แต่น้อย!
ตู้ม!
เมื่อฟาดฟันกระบี่ดาราทมิฬออกไป เจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ออกไปราวกับสิ่งนี้สามารถตัดผืนฟ้าและกาลเวลาได้ และมุ่งหน้าไปหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ชรา
เจตจำนงกระบี่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง แม้จะพยายามหลบหนี ก็สายเกินไปแล้ว
“ฉันยังไม่อยากตาย!”
ชายชราคำราม เขาพยายามโคจรเลือดและพลังงานในร่างกายเพื่อปลดปล่อยพลังออกมาราวกับสุนัขจนตรอก แล้วปลดปล่อยเกราะป้องกันหนาเตอะครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อป้องกันกระบี่เล่มนั้น
แต่…
กร๊อบ! กร๊อบ!
เมื่อเสียงแตกร้าวดังขึ้น พลังงานกระบี่ก็ทะลุผ่านเกราะป้องกันทั้งหมดและฟันไปที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ตรงหน้า เกิดเสียง ‘ฉัวะ’ และร่างกายของเขาถูกสังหารคาที่ทันที
หึ่ง!
อณูแห่งชีวิตนับไม่ถ้วนพลุ่งพล่านออกมาจากร่างกายด้วยความต้องการที่จะรักษาบาดแผล แต่ก่อนจะได้ฟื้นฟู ฉู่โม่วก็โจมตีเขาอีกครั้ง
“ช่วยด้วย!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์แผดเสียงร้อง
แม้บาดแผลเช่นนี้จะฆ่าเขาไม่ได้ แต่เมื่อฉู่โม่วโจมตีใส่ผลวิถีที่แตกร้าวอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะต้องตายแน่นอน!
ครืน!
เมื่อเห็นดังนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกสองคนก็ไม่กล้าลังเลและปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาเพื่อช่วยเหลือทันที
“ยืดเวลา!”
พรสวรรค์ห้วงเวลาของฉู่โม่วเริ่มทำงานและปกคลุมจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองเอาไว้ทันที แล้วพวกเขาก็ต้องพบว่าร่างกายถูกยืดเวลาออกหลายร้อยเท่า
“นี่มัน…ยืดเวลาเหรอ?!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองขวัญผวาและเบิกตากว้าง
พวกเขาโคจรเลือด พลังปราณ และพลังศักดิ์สิทธิ์ด้วยความสิ้นหวัง เพื่อพยายามทำลายพลังยืดเวลานี้ ทั้งสองคนร่วมมือกันและทรงพลังมาก ภายในชั่วอึดใจเดียว พวกเขาก็หลุดออกมาจากสภาวะนั้นและมุ่งหน้าเข้ามาหาฉู่โม่วอีกครั้ง
ทว่า…
สายเกินไปแล้ว!
ในการต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิเทวะยุทธ์อาจมีการปะทะระดับวินาทีนับครั้งไม่ถ้วน
ในชั่วอึดใจนั้น ฉู่โม่วฟาดฟันกระบี่นับครั้งไม่ถ้วน และด้วยปราณกระบี่ที่ถูกฟันออกมา ร่างกายของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ชราผู้เคยไล่ล่าเขามานานก็ถูกฟันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ผลวิถีในร่างกายค่อย ๆ พังทลาย
รอยแยกที่ปรากฏบนร่างกายเองก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
ท้ายที่สุด…
กร๊อบ!
หลังจากเสียงนั้น ผลวิถีก็ระเบิด
และแล้ว… ฉู่โม่วก็ฟันออกไปอีกครั้งและผ่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์เป็นสองส่วนทันที
เมื่อสูญเสียพลังของผลวิถี ชายชราก็ฟื้นกลับมาไม่ได้อีกครั้ง ทำให้ร่างกายระเบิดเป็นผุยผงและปลิวหายไปในทันที
เมื่อจักรพรรดิเทวะยุทธ์สิ้นใจ สวรรค์และโลกล้วนสัมผัสได้ แม้แต่ทั่วทั้งจักรวาลยังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
หยาดฝนสีเลือดตกลงมาและบรรยากาศอันเศร้าโศกปกคลุมไปทั่วทั้งกลุ่มกาแล็กซี ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตหมองหม่นไปตาม ๆ กัน
“นี่มัน…”
“ฝนเลือดแห่งสวรรค์และโลก สรรพสิ่งกำลังคร่ำครวญ!”
“ภาพพวกนี้หมายความว่ามีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ตายไป หรือว่าจะมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ตายในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์กัน?”
ทุกสิ่งมีชีวิตต่างตะลึงงัน
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้ปลุกพลังที่มีความรู้นับไม่ถ้วนก็ต้องอุทานด้วยสีหน้าหวาดผวา
“มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ตายเหรอ?”
“คนที่ตายคือใครล่ะ?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์และผู้ปลุกพลังมากมายในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ต่างเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ
ระหว่างดวงดาราทั้งหลาย จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ทรงพลังคนหนึ่งจากสุดยอดมหาสมุทรดวงดาวเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา
เขาเคยเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่สังเกตเห็นการเลื่อนระดับขั้นของฉู่โม่ว และหลังจากที่ชายหนุ่มได้รับรับเชิญจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เขาก็จากมามือเปล่า แต่ระหว่างทางกลับ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความผิดปกติบนดาวเคราะห์ห่างไกล จึงพบว่ามันคือสมบัติหายาก
หลังจากที่หยิบสิ่งนั้นขึ้นมา เขาก็กำลังจะกลับไปที่ดินแดนบรรพชน แต่ก็สัมผัสได้ถึงอณูแห่งชีวิตแปรปรวนครั้งใหญ่จากพื้นที่ไกลออกไป แม้แต่รัศมีที่เป็นของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ล่องลอยออกมาในทันใด
ก่อนจะได้เคลื่อนที่ไปไหน เขาก็ค้นพบภาพที่ทุกสิ่งกำลังคร่ำครวญและโลกอาบไปด้วยฝนโลหิต
“มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ตายจริง ๆ เหรอ?”
“หรือจะเป็นทางที่ฉันเพิ่งไปมา?”
“แต่ทางนั้น… เหมือนจะเป็นทางที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าเมดูซ่าสามคนพาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ใหม่คนนั้นกลับไป เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์แห่งสุดยอดมหาสมุทรดวงดาวสับสน
แต่เมื่อคิดดูแล้ว เขาก็ตัดสินใจรอดูอยู่เฉย ๆ
…
นอกจากจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนนั้นแล้ว
ในการต่อสู้ตอนนี้ เมื่อฉู่โม่วสังหารชายชราไปคนหนึ่ง จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าเมดูซ่าอีกสองคนก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่และสร้างผลวิถีขึ้นมาได้ จนทำให้กลายเป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่งที่อยู่เหนือทั่วทั้งจักรวาล กลับถูกสังหารอย่างง่ายดาย ทำให้พวกเขาแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น
“แก…แกฆ่าเขาเหรอ?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์คนหนึ่งเผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมาพร้อมสายตาที่หวาดผวายิ่งกว่า
เขาเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์มานานกว่าหลายแสนปี แต่ไม่เคยเห็นผู้ปลุกพลังขั้นเดียวกันพ่ายแพ้และถูกสังหารง่ายดายเช่นนี้
สิ่งนี้แทบทำลายการรับรู้ที่ผ่านมาทั้งหมดของเขา
ฉู่โม่วไม่ตอบอะไร แต่แค่พ่นลมหายใจอย่างเย็นชาและพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง
ภาพนี้… ทำให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์อีกสองคนที่ยังเหลืออยู่ได้สติกลับมา
พวกเขาหันไปมองหน้ากัน หลังจากเห็นความตกตะลึงในสายตาของอีกฝ่าย ก็หันบินหลบหนีไปโดยไม่ลังเล
หนีจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ?
การต่อสู้นี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ แต่กลับมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ถูกสังหารไปแล้ว!
ด้วยกระบวนท่าที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้น พวกเขาจะกล้าสู้ต่อไปได้อย่างไรกัน?
รีบหนีไปแล้วรอให้กองกำลังฝ่ายบรรพชนมาฆ่าเขาแทนจะดีกว่า!
ทั้งสองคนคิดจะต่อสู้และอยากจะกลับไปยังดินแดนบรรพชนให้เร็วที่สุด
แต่ฉู่โม่วจะให้โอกาสพวกเขาได้อย่างไรกัน
“จะหนีตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว!”
เลือดและพลังปราณของฉู่โม่วพลุ่งพล่านราวกับทะเลและภูเขา พรสวรรค์แห่งห้วงมิติและห้วงเวลาเองก็เริ่มทำงาน แล้วจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองคนก็นิ่งค้างอยู่กลางอากาศในทันที
แม้พวกเขาจะพยายามหมุนเวียนเลือดและพลังงาน ทำให้หลุดออกจากพันธนาการมาได้ในไม่ช้า
ทว่าแม้จะป้องกันเอาไว้ได้ชั่ว ช่วงเวลานั้นก็มากพอจะทำให้ชายหนุ่มฟันกระบี่สวรรค์ต้าหลัวออกไป
ตู้ม!
เมื่อปราณกระบี่พุ่งข้ามท้องฟ้าไปยังพวกเขา จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองก็รู้สึกได้ว่าผลวิถีของตัวเองพลันเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ในที่สุดพวกเขาก็ได้เข้าใจความรู้สึกของจักรพรรดิเทวะยุทธ์คนก่อนหน้านี้
“เจ้าหนุ่มนี่ใช้ปราณกระบี่แบบไหนกัน ทำไมถึงใช้กับผลวิถีได้ด้วยล่ะ?”
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองต่างขวัญกระเจิง
พวกเขาหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกและไม่มีความคิดที่จะต่อสู้แม้แต่น้อย มีเพียงความคิดที่จะหลบหนีเท่านั้น
หนีไป!
หนีไปอย่างสิ้นหวัง!