ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 955 กลับสู่ดาราจักรอสรพิษสวรรค์ กบดานฝึกฝน!
ณ บริเวณทางเข้ามหาสมุทรอณูแห่งชีวิต
เหล่าผู้ปลุกพลังและองครักษ์ระดับสูงต่างกำลังรอคอยปกป้องบรรดาผู้ปลุกพลังอยู่
ในขณะนั้น
จู่ ๆ พวกเขาก็เห็นมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตก็เริ่มพลุ่งพล่าน
“คลื่นยักษ์!”
“คลื่นมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตกำลังมาแล้ว!”
“พวกเขาน่าจะออกมาในไม่ช้านี้!”
“ฉันกำลังตั้งตารออยู่เลย อยากรู้เสียจริงว่าเด็ก ๆ ในตระกูลฉันจะค้นพบขุมสมบัติแบบไหน!”
“อย่างน้อยก็ต้องได้รับหยาดทองคำแห่งวิถีสักชิ้น!”
ผู้ปลุกพลังและผู้ทรงอำนาจมากมายรู้สึกตื่นเต้น
ต้องไม่ลืมว่า…
ครั้งนี้พวกเขาต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากเพื่อส่งตัวแทนผู้ปลุกพลังของเผ่าพันธุ์เข้าไป หากไม่ได้รับสมบัติหรือหยาดทองคำแห่งวิถีสักชิ้น ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่
ครืน!
ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกัน ประตูมิติที่อยู่ด้านหน้าของมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตพลันปรากฏขึ้น
เวลาต่อมาก็มีร่างหนึ่งเดินออกมาจากประตู
ผู้ปลุกพลังและผู้มีอำนาจมากมายเงยหน้าขึ้นมองสำรวจ แต่หลังจากพบว่าไม่ใช่ผู้ปลุกพลังของพวกเขา จึงรีบเบือนหน้าหนีด้วยความผิดหวัง
แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์เจินเสวียนกลับบินไปหาเขา
“คุณพบอันตรายข้างในนั้นไหม?”
ในดวงตาของเขามีความกังวลซ่อนอยู่
“ไม่”
คนที่ออกมาในเวลานี้คือฉู่โม่ว เขาส่ายหัวแล้วมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่า บรรดาผู้ปลุกพลังยังไม่ออกมาสักคน เขาเป็นคนแรก ดังนั้นจึงกล่าวว่า “รีบออกจากที่นี่กันก่อนเถอะ”
ในครั้งนี้ชายหนุ่มได้รับหน้าตำราสวรรค์
แม้พวกผู้ปลุกพลังเหล่านั้นจะพูดว่าไม่คิดแย่งชิงอีกต่อไป แต่นั่นก็เป็นเพียงสถานการณ์ภายในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตเท่านั้น แต่ภายนอกมีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งมากมาย หากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป เขาจะตกเป็นเป้าหมายสังหารของทุกคนทันที
ไม่ต้องพูดถึงว่ามีจักรพรรดิเทวะยุทธ์เจินเสวียนอยู่ด้วย เพราะเขาคงไม่ยอมสู้จนตัวตายกับผู้ปลุกพลังอีกหลายคนเพียงเพื่อปกป้องฉู่โม่วคนเดียวเป็นแน่
และถึงแม้ว่าเขาจะยอมช่วย การรับมือด้วยตัวคนเดียวก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขาอยู่ดี
หากฉวยโอกาสนี้รีบหนีไปจะเป็นการดีกว่า และเมื่อผู้แข็งแกร่งทราบข่าวจากผู้ปลุกพลังเหล่านั้น พวกเขาก็คงหนีไปไกลแล้ว
จักรพรรดิเทวะยุทธ์เจินเสวียนเห็นด้วยเช่นกัน
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน แต่ก็สัมผัสได้ถึงวิกฤตร้ายแรงบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงไม่ถามอะไรอีกและพาชายหนุ่มจากไปทันที
หลังจากที่พวกเขาออกไป
เพียงไม่นาน ผู้ปลุกพลังก็ออกมาทีละคน
ผู้ปลุกพลังและผู้แข็งแกร่งระดับสูงต่างรีบเข้ามาปกป้องพวกเขาทันที
เพียงชั่วพริบตา… ก็มีผู้ปลุกพลังมากกว่ายี่สิบคนออกมาข้างนอกแล้ว
แต่ก็ยังมีผู้ปลุกพลังออกมาอย่างต่อเนื่อง
เหล่าผู้ปลุกพลังและราชันย์เทวะยุทธ์ในตระกูลของพวกเขาต่างเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงทันที
แต่ใครจะนึกว่าผู้ปลุกพลังผู้นี้กลับมองหาบางคนอย่างกระวนกระวาย เขามองไปรอบ ๆ และถามในเวลาเดียวกันว่า “เจ้าคนที่ชื่อฉู่โม่ว ผู้มาพร้อมกับผู้ปลุกพลังจากตำหนักไหมหยก ออกมาแล้วหรือยัง?”
“ผู้ปลุกพลังที่มีผู้ติดตามจากตำหนักไหมหยกหรือ?”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ตกใจและรีบถามทันทีว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเขางั้นเหรอ?”
“สมบัติชิ้นสำคัญถือกำเนิดขึ้นในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิต ในเวลานั้นมีผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนต่อสู้เพื่อแย่งชิงมัน แต่ในที่สุดเจ้านั่นก็ได้รับมันไป…”
ผู้ปลุกพลังรีบเล่าถึงสถานการณ์โดยรวมและพูดทิ้งท้ายไว้ว่า “ท่านบรรพชน ผมสงสัยว่าสมบัติชิ้นนั้นจะต้องมีพลังโชคลาภอยู่ในระดับที่น่าตกตะลึงยิ่ง ผมจึงต้องการให้ท่านเอามันมาให้ได้!”
อะไรนะ?!
เมื่อฟังคำอธิบายของผู้ปลุกพลัง จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
เขาไม่ได้คาดคิดว่าสมบัติระดับนั้นจะปรากฏขึ้นในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิต
จากมุมมองของเขา การมีปรากฏการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นในระหว่างสมบัติถือกำเนิดเป็นเรื่องที่พิเศษยิ่ง
ทว่า…
เขามองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบจักรพรรดิเทวะยุทธ์จากตำหนักไหมหยกแล้ว เขาจึงตระหนักได้ทันที และรีบพูดอย่างกังวลว่า “ข้าจำได้ว่าเจ้าฉู่โม่วนั่นเป็นคนแรกที่ออกมา แต่ตอนนี้พวกมันหนีไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังจึงมีท่าทีผิดหวัง เพราะการบินของจักรพรรดิเทวะยุทธ์นั้นรวดเร็วมาก
เวลานี้อีกฝ่ายจากไปนานแล้ว เกรงว่าพวกมันคงหายไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่แล้ว แม้ผู้ปลุกพลังต้องการไล่ล่า ก็คงตามหาตัวไม่พบ
“น่าเสียดายจริง ๆ!”
“หากเขายังอยู่ เราคงขัดขวางและชิงสมบัตินั้นมาได้!”
ผู้ปลุกพลังพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง จักรพรรดิเทวะยุทธ์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกเสียใจไม่น้อย
แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
ท้ายที่สุด ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีสมบัติแปลก ๆ อยู่ในทะเลแห่งความมีชีวิตชีวา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากพูดว่า: “ตอนนี้เราทำได้เพียงติดตามมันตามความเป็นจริงเท่านั้น
หลังจากเหตุการณ์นี้ ฉันไปที่อาคารชิงอี้เพื่อถามและดูว่าเทียนเจียวคือใคร! ”
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีสมบัติเช่นนั้นปรากฏขึ้นในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิต ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ นอกจากพูดว่า “ตอนนี้พวกเราคงทำได้แค่กลับไปสืบข่าวดู หลังจากกลับไป ข้าจะไปถามจากตำหนักไหมหยกว่า เจ้าฉู่โม่วนั่นเป็นใครมาจากไหน!”
“นั่นเป็นทางเดียวที่จะสืบต่อได้”
ผู้ปลุกพลังกล่าว
แม้ในใจจะคิดว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะรู้รายละเอียดของฉู่โม่ว แต่ก็ต้องลองเสี่ยงดู!
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน
ในเวลานี้ ก็มีผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ต่างทะยอยกันออกมาและเล่าสถานการณ์ทั้งหมดที่อยู่ข้างในแก่พวกตัวเอง
เหล่าผู้ปลุกพลังต่างตกตะลึงทันทีเมื่อรู้ว่าสมบัติศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิต
ผู้ปลุกพลังและผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นรู้สึกยิ่งโกรธแค้นเมื่อทราบว่าสิ่งที่ลงทุนไปได้เสียเปล่าทั้งหมด
พวกเขารีบมองหาฉู่โม่ว แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายหายตัวไปแล้ว
สุดท้ายแล้ว ผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังเหล่านั้นก็ได้แต่คำรามและสบถออกมาเท่านั้น
“เจ้าฉู่โม่ว มันกล้ามากที่จะฆ่าผู้ปลุกพลังของตระกูลเรา!”
“ข้าจะตามตัวมันให้พบ แล้วฆ่ามันทิ้งให้ได้!”
“ไม่ว่ามันจะไปอยู่แห่งหนใด ไม่ว่ามันจะหนีเร็วแค่ไหน ข้าก็จะตามหามันจนพบ!”
“แล้วสมบัติชิ้นนั้นก็จะตกเป็นของตระกูลข้า!”
…
บริเวณด้านหน้าทางเข้ามหาสมุทรอณูแห่งชีวิต ผู้ปลุกพลังและผู้มีอำนาจมากมายต่างกำลังโกรธแค้น แต่ฉู่โม่วกับจักรพรรดิเทวะยุทธ์เจินเสวียนกำลังเดินทางกลับมายังกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์
ผ่านไปครึ่งทางแล้ว
จู่ ๆ ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในพลังโชคลาภตัวเอง
เมื่อลองดูดี ๆ
จึงพบว่ามีพลังปราณทมิฬจำนวนมากปรากฏขึ้นจากอากาศอย่างแผ่วเบารอบ ๆ ตัวเขา มันกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความโลภ
เมื่อเห็นแบบนั้น ชายหนุ่มจึงผงะไปชั่วขณะ แต่ก็ตระหนักได้ถึงสาเหตุทันที
มันน่าจะเกี่ยวกับที่เขาได้รับแผ่นตำราสวรรค์ในมหาสมุทรอณูแห่งชีวิต หลังจากข่าวนั้นได้แพร่กระจายออกไป เขาจึงตกเป็นเป้าหมายของทุกเผ่าพันธุ์ทันที
“โชคดีที่ฉันออกมาก่อน”
“ไม่อย่างนั้น ถ้าฉันชักช้ากว่านี้อีกสักหน่อย เกรงว่าคงจะไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน!”
ฉู่โม่วบ่นพึมพำกับตัวเอง
แม้การเดินทางสู่มหาสมุทรอณูแห่งชีวิตครั้งนี้ได้สร้างศัตรูขึ้นมากมาย
แต่ผลลัพธ์การเก็บเกี่ยวก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน
อย่างแรกเลยคือ วัตถุศักดิ์สิทธิ์และยาล้ำค่าหลายร้อยชิ้น ซึ่งมูลค่าของพวกมันแทบจะประเมินค่าไม่ได้เลย
แม้กระทั่งใช้ซื้อบัตรผ่านทางสู่มหาสมุทรอณูแห่งชีวิตก็ได้มากถึงสามสิบใบ เรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก
มิหนำซ้ำ ยังมีหยาดทองคำแห่งวิถีอีกสามชิ้น
แม้จะใช้เพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังราชันย์เทวะยุทธ์แล้ว ก็ยังเหลืออีกสองชิ้น
“ในอนาคต เมื่อกลับไปยังเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว ฉันก็จะมอบมันให้ซีเวยชิ้นหนึ่ง และอีกอันหนึ่งก็มอบให้ผู้เฒ่าหมัว”
เขาวางแผนไว้เช่นนั้น และมาถึงชิ้นสุดท้าย ก็คือแผ่นตำราแห่งสวรรค์
แม้ฉู่โม่วจะไม่ยังพบสิ่งที่บันทึกไว้ในหน้าตำราสีทอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาได้รับจากมหาสมุทรอณูแห่งชีวิตนี้
เรียกได้ว่าการเข้าสู่มหาสมุทรอณูแห่งชีวิตครั้งนี้ช่วยให้เขาร่ำรวยขึ้นอย่างมาก!
“ในเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เมื่อฉันกลับถึง ฉันจะรีบหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อปิดด่านบ่มเพาะพลัง และก้าวไปสู่ขอบเขตพลังราชันย์เทวะยุทธ์!”
ฉู่โม่วตัดสินใจเสร็จสรรพ จากนั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พวกเขายังคงเดินทางกลับ
เป็นเวลากว่าครึ่งเดือน
ในที่สุด ชายหนุ่มก็กลับมาถึงตำหนักไหมหยกแห่งกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์
ขณะนี้ จักรพรรดิเทวะยุทธ์เจินเสวียนได้กล่าวคำอำลาและจากไป “ภารกิจของข้าเสร็จสิ้นแล้ว ขอตัวลาก่อน!”
“ขอบคุณผู้อาวุโส ที่ช่วยเหลือข้าอย่างดี!”
ฉู่โม่วประสานมือเพื่อขอบคุณ
“ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์เจินเสวียนพยักหน้า จากนั้นฉีกช่องว่างมิติและจากไป
เมื่ออีกฝ่ายจากไป ชายหนุ่มก็ออกจากตำหนักไหมหยกเช่นกัน
“ต่อไปก็…”
“ได้เวลาปิดด่านฝึกฝน!”