ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 942 บุคคลต้องห้าม
หากฉู่โม่วอยู่ที่นี่ ก็จะพบว่าทั้งสองคนคือผู้ปลุกพลังที่มาพร้อมกับเขาและเคยชักชวนไปด้วยกัน
เดิมทีทั้งสองตั้งใจว่าจะตามหาผู้ปลุกพลังในทะเลไร้หวนคืน แล้วจึงลงมือสังหารและปล้นสะดมมา
ระหว่างช่วงเวลานี้ แม้ว่าจะพบกับผู้ปลุกพลังบ้าง พวกเขาก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย
ทั้งสองจึงมุ่งหน้าลึกเข้าไปในทะเลไร้หวนคืนอย่างอาจหาญเพื่อท้าทายโชคชะตาของตัวเอง
เพียงแต่ว่า…
พวกเขายังไม่พบเป้าหมายอื่นใด แต่ก็บังเอิญมาพบกับหุบเขาเข้า และได้เห็นผลึกแก้วนิรันดร์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว
“ที่นี่… ที่นี่มีผลึกแก้วนิรันดร์เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?!”
“สวรรค์ นี่ฉันจะตาฝาดไป หรือว่ายังไม่ตื่นจากฝันกันแน่นะ!”
“มีผลึกแก้วนิรันดร์อยู่ที่นี่เยอะขนาดนี้ได้ยังไงกัน?!”
“รวยแล้ว พวกเรารวยแล้ว!”
สองผู้ปลุกพลังตะลึงงันและเผยท่าทีตื่นเต้นดีใจออกมา
ต้องรู้ด้วยว่า…
ราคาของผลึกแก้วนิรันดร์นั้นสูงลิบลิ่วในโลกภายนอก
แค่เพียงก้อนเดียวก็มีมูลค่าเป็นหินหยกกว่าหลายร้อยล้านก้อนแล้ว แต่ถึงจะบอกว่ามีมูลค่าเท่านั้น คุณก็ไม่มีทางซื้อมันมาได้ด้วยหินหยกอย่างแน่นอน!
ผลึกแก้วนิรันดร์ไม่มีทางปรากฏออกมาบนโลกใบนี้ แต่ใครก็ตามได้มันไปจะติดต่อไปยังกองกำลังขนาดใหญ่เพื่อทำการแลกเปลี่ยนทรัพยากรอย่างลับ ๆ
แม้ว่ามันจะปรากฏตัวให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว มันก็จะถูกกองกำลังขนาดใหญ่คว้าไปครอบครองในทันที
ในสถานการณ์เช่นนี้…
คนนอกนั้นหวาดกลัวมันจนแทบไม่เห็นใครเข้าไป และกระทั่งผู้ปลุกพลังมากมายก็ไม่เคยรู้จักมันมาก่อน
มีเพียงผู้ปลุกพลังที่มักจะเข้าไปสำรวจทะเลไร้หวนคืนเท่านั้นที่จะเข้าใจได้และหวังว่าจะหามันพบ เพื่อให้ตนเองกลายเป็นผู้ร่ำรวยภายในชั่วข้ามคืน
แต่…
สัตว์อสูรนิรันดร์ก็ล้ำค่า ทั้งยังหายากเหลือเกิน!
และพละกำลังของพวกมันก็น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในทะเลไร้หวนคืนยังโหดร้ายและอันตรายถึงขีดสุด ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังทั่วไปไม่สามารถเข้ามาสำรวจได้ แม้แต่ผู้ปลุกพลังในขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ก็อยู่ข้างในทะเลไร้หวนคืนได้ในเวลาจำกัด และการตามหาร่องรอยของเหล่าสัตว์อสูรก็ยากเย็นแสนเข็น
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม แม้จะมีผู้ปลุกพลังมากมายเข้ามาสำรวจทั่วทั้งทะเลไร้หวนคืน จำนวนผลึกแก้วนิรันดร์ที่ถูกค้นพบในแต่ละปีก็มีเพียงแค่ไม่กี่ร้อยก้อนเท่านั้น
มันอาจจะไม่ได้ดูน้อยเท่าไรนัก แต่ต้องรู้ด้วยว่า ผู้ปลุกพลังที่เข้าไปสำรวจทะเลไร้หวนคืนนั้นมีจำนวนนับไม่ถ้วน ในทุก ๆ ปี ผู้ปลุกพลังจำนวนมากจะมาที่นี่เพื่อเสี่ยงโชค โดยมีจำนวนปีละมากกว่าหนึ่งล้านชีวิต
และผลึกแก้วนิรันดร์แทบทั้งหมดก็ถูกค้นพบโดยผู้แข็งแกร่งเหล่านั้น
ตราบใดที่ผู้ปลุกพลังทั่วไปสามารถตามหาร่องรอยของสัตว์อสูรนิรันดร์และคว้ามันมาได้ นั่นก็เพียงพอที่จะระเบิดข่าวดังเกี่ยวกับค่ายทะเลไร้หวนคืนได้แล้ว
ทั้งสองเองก็ตั้งใจว่าจะมาตามล่าสัตว์อสูรนิรันดร์ แต่แม้จะมาที่ทะเลไร้หวนคืนกว่าหลายสิบครั้งแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เคยได้เผชิญหน้าเลยสักครั้ง
แต่ใครจะไปรู้…
ว่าคราวนี้ที่พวกเขาแค่มาด้วยความกล้า แต่ก็ได้พบกับผลึกแก้วนิรันดร์มากมายขนาดนี้ ความรู้สึกเหมือนสวรรค์ประทานพรมาให้จนตื่นเต้นขึ้นมา
“หลายพันก้อน… มีผลึกแก้วนิรันดร์หลายพันก้อนเลย!”
“สุดยอด!”
“ถ้าเอาไปขาย เราสองพี่น้องอาจจะก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ระดับสูงสุดเลยก็ได้ หรือาจจะเป็นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเทวะยุทธ์เลยก็ได้
ทั้งสองมองหน้ากันและกัน ต่างมองเห็นความตื่นเต้นในสายตาของอีกฝ่าย
หลังจากนั้น พวกเขาก็บินลงไปที่แท่นด้วยสีหน้าละโมบ และเรื่มเก็บผลึกแก้วนิรันดร์ทันที
ครืน!
หลังจากที่สะบัดแขนออกไป ผลึกแก้วนิรันดร์หลายพันก้อนก็ถูกพวกเขาเก็บเข้าไปอย่างรวดเร็ว
แต่ในตอนนั้นเอง
ครืน!
เสียงสั่นสะเสือนดังขึ้นในอากาศ พร้อมระลอกคลื่นพลันปรากฏในทันใด
แสงสว่างไสววาดเข้ามา เจตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัว และอณูแห่งชีวิตมหาศาลก็แปรปรวนราวกับกระแสน้ำ
“แย่แล้ว!”
“มีค่ายกลขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ด้วย ไปเร็ว!”
สีหน้าของผู้ปลุกพลังทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปในทันใด
พวกเขาไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อยและรีบออกไปโดยพลัน
แต่…
มันก็สายเกินไปแล้ว!
ครืน!
แสงสว่างจ้านับไม่ถ้วนส่องมาในห้วงอากาศ ค่ายกลขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า แรงกดดันอันยิ่งใหญ่นั้นแผ่ซ่านออกมา และกดสองผู้ปลุกพลังทรุดลงบนพื้น ทำใหพวกเขาไม่อาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย
แม้จะอยากดิ้นรน พวกเขาก็พบว่าไม่สามารถแม้แต่จะเคลื่อนไหวเลือดในร่างกายได้
“ค่ายกลผนึกขนาดใหญ่!?”
“ค่ายกลนี่ผนึกอณูแห่งชีวิตของฉันไปแล้ว!”
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
ผู้ปลุกพลังอีกคนหนึ่งก็หวาดผวาเช่นดัน “ปฐมวิญญาณของฉันก็ถูกผนึกเหมือนกัน ตอบโต้ไม่ได้เลย!”
เมื่อมาจนถึงจุดนี้แล้ว ไม่ว่าทั้งสองจะโง่เขาเพียงใดก็ยังเข้าใจดีว่าสถานที่แห่งนี้นั้นไม่เหมือนที่ไหน ๆ
ไม่ต้องสงสัยเลย!
หากมันเป็นสถานที่ธรรมดาทั่วไป มันจะมีผลึกแก้วนิรันดร์กระจัดกระจายอยู่บนพื้นโดยไม่มีใครมาหยิบไปได้อย่างไรกัน
เมื่อบางสิ่งผิดแปลกไป ที่นั่นจะต้องมีตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอยู่อย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ทั้งสองมัวแต่ตื่นตากับผลึกแก้วนิรันดร์จำนวนมากในตอนแรก มากเสียจนลืมความผิดปกติไป
เมื่อมองย้อนกลับไปในตอนนี้ แม้ว่าจะเสียใจ มันก็สายเกินไปแล้ว
กลิ่นอายการสังหารหมู่แผ่ซ่านออกมา และท่ามกลางสายตาอันสิ้นหวังของทั้งสอง พลังอันยิ่งใหญ่ถูกปลดปล่อยออกมา พวกเขาไม่มีแม้แต่กำลังที่จะหลบหนีและถูกทำลายกลายเป็นผุยผงในทันที
เลือดมากมายสาดกระเซ็นลงไปบนแท่น
และแล้วค่ายกลขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ ยุบลง
กระแสอณูแห่งชีวิตปั่นป่วนพลันเงียบสงบ
ไม่นานหลังจากนั้น กระแสห้วงอากาศแปรปรวนก็ระเบิด รอยแยกหนึ่งปรากฏขึ้น ก่อนร่างที่ปกคลุมไปด้วยแสงสีทองสว่างไสวจะเดินออกมาจากมัน ทำให้ห้วงมิติตรงหน้าเขาบิดเบี้ยวไปราวกับบุคคลต้องห้าม
ร่างนั้นมองไปที่แท่นขนาดใหญ่ หลังจากที่ยืนยันได้ว่าไม่มีอันตรายอยู่ในค่ายกลอีก เขาก็เผยท่าทีโล่งใจออกมา
ทันใดนั้น…
เขาก็ยื่นมือออกไปคว้าอะไรบางอย่างในห้วงอากาศ แล้วห้วงมิติในมือของเขาก็บิดเบี้ยวไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้น ผลึกแก้วนิรันดร์หลายพันก้อนก็ปรากฏขึ้น
ภาพเช่นนี้นั้น หากผู้ปลุกพลังคนอื่นมาเห็นเข้าจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
ต้องรู้ด้วยว่า…
ก่อนหน้านี้ ผลึกแก้วนิรันดร์เหล่านี้ถูกเก็บเอาไว้ในที่เก็บของของผู้ปลุกพลังทั้งสอง ตอนนี้เมื่อพวกเขาได้ตายไปแล้ว ถ้ำนั้นก็จะล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศ
แต่ร่างนี้กลับเรียกผลึกแก้วนิรันดร์เหล่านั้นออกมาจากห้วงอากาศได้ด้วยการขยับมือเพียงครั้งเดียว
กระบวนท่าเช่นนี้ พละกำลังเช่นนี้ ช่างน่าเกรงขามจริง ๆ
แต่… ในตอนนี้ ร่างนั้นดูสงบนิ่งราวกับว่ากำลังทำเรื่องธรรมดา ๆ
แต่เมื่อกินผลึกแก้วนิรันดร์ตรงหน้าเข้าไป เขาก็ดูราวกับว่าค้นพบบางสิ่งและถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“น้อยไปหน่อย”
เขาขมวดคิ้ว แล้วจึงหรี่ตาลงขณะที่คิดคำนวณอยู่ในใจ
แต่ในไม่ช้า ผู้ปลุกพลังคนนั้นก็พบว่าตัวเองไม่อาจอนุมานอะไรได้ทั้งสิ้น ซึ่งทำให้เขาต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเก่า
แม้ว่าจะไม่ได้เชี่ยวชาญการอนุมานมากนัก แต่เขาก็สามารถรู้ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้ด้วยความคิดเดียว แต่ในตอนนี้เขากลับทำไม่ได้
“มีแค่นี้เอง”
“เหลืออยู่อีกแค่ไม่กี่สิบก้อน จะนับไปทำไมนะ”
คนที่อยู่ด้วยส่ายหน้าไปมาด้วยความเกียจคร้านเกินกว่าจะคำนวณให้ละเอียด
เขาเก็บผลึกแก้วนิรันดร์มากกว่าพันก้อนบนแท่น แล้วจึงแตะตำแหน่งหนึ่งด้วยฝ่ามือ ทำให้แท่นนั้นค่อย ๆ เรืองแสงและสกัดผลึกแก้วนิรันดร์เหล่านี้
เมื่อเห็นภาพนี้ ร่างที่ปกคลุมไปด้วยแสงสีทองก็ดูจะพึงพอใจ ไม่นานก็กลับหลังหันและหายวับไปในความว่างเปล่า