ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 935 หยาดทองคำแห่งวิถี ทะเลไร้หวนคืน
‘ตอนนี้ความแข็งแกร่งของฉันกำลังพุ่งสูง เหลือเพียงอีกก้าวเดียวเท่านั้นก็จะเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้แล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องตามล่าหาสมบัติเพื่อที่จะส่งตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์เสียที!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
อ้างอิงจากบันทึกในตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ
เมื่อผู้ปลุกพลังฝึกฝนไปจนถึงจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ หากจะก้าวข้ามไปยังขั้นต่อไป พวกเขาจำเป็นต้องทำให้จิตวิญญาณปฐมกาลสลักลึกในห้วงมิติ และเผชิญหน้ากับความโกลาหลนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในห้วงมิตินั้น จากนั้นจะประสบกับปีศาจร้ายมากมายและสวรรค์และโลกอีกเหลือคณานับ
สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังหลงมัวเมาได้ง่าย ๆ หากประมาทแม้แต่นิดเดียว จะทำให้เขาสูญเสียตัวตนได้
ดังนั้นหากจะสลักจิตวิญญาณปฐมกาลลงในห้วงมิติสำเร็จ ผู้ฝึกฝนจะต้องทำให้จิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก
ฉู่โม่วได้ฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว ส่วนจิตวิญญาณปฐมกาลก็ได้รับการปกป้องจากกงล้อทองคำจิตวิญญาณปฐมกาล ดังนั้นจึงไม่มีปัญหากับสิ่งนี้
แต่ที่เหลือจากนี้ หากต้องการก้าวขึ้นไปเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เขายังมีสิ่งที่ต้องทำเพิ่มอีกนิดหน่อย
นั่นคือผลไม้ที่หลอมจากพลังแห่งกฎเกณฑ์!
ผลไม้แห่งกฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่เกิดจากการหลอมรวมความเข้าใจที่ผู้ปลุกพลังเข้าใจได้ในโลก ๆ หนึ่ง ในการหลอมรวมองค์ความรู้ที่มีต่อกฎเกณฑ์นั้นจำเป็นต้องใช้เวลานานมาก อาจจะเริ่มตั้งแต่หมื่นปีจนกระทั่งถึงแสนปี
ทว่ากฎเกณฑ์ก็เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ ซึ่งการขัดเกลาในสิ่งที่มีอยู่เพียงจินตนาการเป็นเรื่องยาก
เมื่อนานมาแล้ว เหล่านักสำรวจจักรวาลที่ฝึกฝนวิทยายุทธ์ก็ได้ค้นพบสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ที่สามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการสั่งสมพลังและกลั่นเป็นผลไม้แห่งกฎเกณฑ์ได้
สิ่งนั้นเรียกว่าหยาดทองคำแห่งวิถี
มันอัดแน่นไปด้วยพลังงานพิเศษ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรวบรวมพลังแห่งกฎเกณฑ์ ทำให้ความเร็วในการหลอมรวมเป็นผลไม้แห่งกฎเกณฑ์นั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
เสมือนจานเพาะเลี้ยงเชื้อ
ตอนที่หยาดทองคำแห่งวิถีปรากฏขึ้นครั้งแรก จะลดเวลาในการหลอมผลไม้แห่งกฎเกณฑ์จากหนึ่งหมื่นหรือหนึ่งแสนปีเหลือเพียงไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น
ทว่าหยาดทองคำแห่งวิถีถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่หายากมาก ซึ่งจะเกิดในสภาพแวดล้อมที่พิเศษที่สุดเท่านั้น และเงื่อนไขในการเกิดก็ซับซ้อนมาก ตามที่มีการบันทึกไว้ ทุกหนึ่งล้านปีจะพบเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อใดก็ตามที่มันปรากฏขึ้นมา ก็จะทำให้ผู้ปลุกพลังมากมายต่อสู้แย่งชิงกัน
โดยเฉพาะเหล่ากองกำลังระดับสูงที่มีผู้ปลุกพลังจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทวะยุทธ์อยู่ ครั้งใดที่เขาค้นพบหยาดทองคำแห่งวิถี ทุกคนจะแย่งชิงมันมาอย่างบ้าระห่ำ
เพราะสำหรับผู้ปลุกพลังขั้นจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทวะยุทธ์นั้น
กว่าพวกเขาจะเติบใหญ่มาถึงระดับนี้ก็ได้ใช้พลังงานชีวิตไปเป็นจำนวนมากแล้ว การที่ต้องมาขัดเกลาขั้นพลังในตอนนี้ บางทีพลังชีวิตของพวกเขาก็คงจะร่อยหรอเต็มที ปัญหาใหญ่ก็คือการเผชิญหน้ากับสภาวะพลังชีวิตหมดที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่เหลือเวลาให้เขาใช้มากกว่านี้อีกแล้ว
ในสถานการณ์นี้…
การได้รับหยาดทองคำแห่งวิถีมาช่วยสร้างผลไม้แห่งกฎเกณฑ์ให้สำเร็จในเวลาไม่กี่ร้อยปี คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
แต่การปรากฏขึ้นของหยาดทองคำแห่งวิถีนั้นมีน้อยนิดนัก!
ในประวัติศาสตร์ของดาราจักรอสรพิษสวรรค์ เปิดเผยว่าค้นพบหยาดทองคำแห่งวิถีนี้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น และทุกครั้งที่มันปรากฏขึ้น ก็จะตามมาด้วยสงครามนองเลือด
เหล่าราชันย์เทวะยุทธ์ที่พลังชีวิตกำลังจะหมดไป ไม่ลังเลที่จะสู้จนตัวตายเพื่อให้ได้สิ่งนี้มา
การต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิ่งนี้ ใกล้เคียงที่สุดก็คือเมื่อสองแสนปีก่อน
ว่ากันว่าในครั้งนั้น หยาดทองคำแห่งวิถีมีน้ำหนักเพียงสองร้อยห้าสิบกรัมเท่านั้น แต่ก็ทำให้ดาราจักรอสรพิษสวรรค์และดาราจักรรอบข้างปั่นป่วนด้วยการประจันหน้ากันของขั้นราชันย์เทวะยุทธ์สูงสุดกว่าสามร้อยคน
กลุ่มดาราจักรมากมายถูกเป่ากระจายหายไปและมีจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทวะยุทธ์กว่าสองร้อยคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือล้มตาย
ท้ายที่สุด มีเพียงผู้ปลุกพลังสองคนเท่านั้นที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อแย่งชิง
และทั้งสองคนนี้ก็ต่อสู้กันนานถึงสิบปี จนกระทั่งสามารถพัฒนาขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้สำเร็จ
‘จากเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าฉันต้องหาหยาดทองคำแห่งวิถีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้สินะ’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
ถึงแม้เขาจะมีชีวิตที่ยืนยาวมาก
แต่ถ้าการพัฒนาขั้นสามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบปี แทนที่จะเป็นหมื่นเป็นแสนปีย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
‘คงต้องหาข้อมูลกันหน่อย’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น…
ฉู่โม่วก็ออกจากโลกในฝ่ามือ เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และเตรียมตัวเดินทางไปสืบหาข้อมูลที่ตำหนักไหมหยก
สองวันให้หลัง
ชายหนุ่มมายังฐานที่มั่นของตำหนักไหมหยกเพื่อทำตามความต้องการของตน
“ข้อมูลอย่างหยาดทองคำแห่งวิถีนั้นถือเป็นความลับระดับสูง ต้องเป็นลูกค้าระดับสูงสุดของตำหนักไหมหยกเท่านั้นถึงจะขอดูได้ และยังต้องจ่ายเพิ่มในราคาสามแสนล้านหินหยกด้วย”
หัวหน้าตำหนักไหมหยกด้วยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“แล้วฉันจะเป็นลูกค้าระดับสูงได้ยังไง?”
ฉู่โม่วถาม
“ทำให้ตำหนักไหมหยกเป็นหนี้บุญคุณท่านสามครั้ง”
หลังจากพูดเช่นนั้น ก่อนที่ฉู่โม่วจะได้ถามอะไร ผู้จัดการก็อธิบาย “มีวิธีมากมายที่จะทำให้ลูกค้าเป็นผู้มีบุญคุณต่อเรา เช่น การช่วยทำภารกิจ บอกความลับสุดยอด หรือแม้แต่การมอบสมบัติล้ำค่าให้”
“ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน ถ้าลูกค้าสามารถสร้างหนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่แก่พวกเราได้ เมื่อครบสามครั้งเมื่อไหร่ ลูกค้าก็จะได้กลายเป็นลูกค้าระดับสูง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว แม้สีหน้าของฉู่โม่วจะยังคงเยือกเย็น
แต่ในใจเขากลับปั่นป่วนไม่น้อย
‘ตำหนักไหมหยกแห่งนี้ดูจะไม่เพียงรวบรวมสมบัติ แต่ยังมีภารกิจให้ทำด้วยสินะ… ดูท่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังการก่อตั้งละสิ’
ฉู่โม่วครุ่นคิด แต่หลังจากทบทวนเรื่องนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจรับเงื่อนไขการสะสมแต้มบุญคุณของตำหนักไหมหยก
เพราะเขาจำเป็นต้องใช้สถานะลูกค้าระดับสูงเพื่อที่จะได้รับข้อมูลของหยาดทองคำแห่งวิถี
เมื่อคิดได้แบบนั้น ชายหนุ่มก็ถามว่า “ภารกิจพวกนั้นคืออะไร ขอฉันดูได้หรือเปล่า?”
“ย่อมได้”
ผู้จัดการพยักหน้า จากนั้นก็หยิบหยกแผ่นหนึ่งขึ้นมา
ชายหนุ่มตรวจสอบมันด้วยจิตสัมผัส ทันใดนั้นเขาก็พบข้อมูลจำนวนมากที่อัดแน่นไว้ภายในนั้น แต่ละภารกิจล้วนเป็นภารกิจระดับสูงที่ตำหนักไหมหยกจัดเตรียมไว้
และตำหนักไหมหยกก็ยังได้เรียบเรียงข้อมูลที่ได้รับมาจากลูกค้าตามระดับและจำแนกประเภทของภารกิจไว้ด้วย
รายการเหล่านี้ละเอียดมาก
หลังจากกวาดสายตามองผ่าน ๆ ฉู่โม่วก็สะดุดเข้ากับข้อมูลชุดหนึ่ง
[ไปยังทะเลไร้หวนคืน และเก็บผลึกแก้วนิรันดร์สิบชิ้น จากสัตว์อสูรทะเลอมตะ]
ฉู่โม่วเคยได้ยินชื่อของทะเลไร้หวนคืน
เป็นสถานที่แปลกประหลาดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของดาราจักรอสรพิษสวรรค์
ถึงแม้จะถูกเรียกว่าทะเล แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เหมือนผืนน้ำนั้นคือดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งเปี่ยมด้วยกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์และโลกที่แตกต่างจากที่อื่น และยังมีสัตว์อสูรประหลาดอีกจำนวนมาก ทำให้ที่แห่งนี้ค่อนข้างอันตราย
ต่อให้เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ตาม หากเผลอเดินลึกเข้าไปโดยไม่ระวัง ก็อาจหลุดเข้าไปในห้วงทะเลไร้หวนคืนได้เช่นกัน
ส่วนผลึกแก้วนิรันดร์นั้น…
ฉู่โม่วไม่เคยได้ยินมาก่อน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถาม
“ผลึกแก้วนิรันดร์ถือกำเนิดอยู่ในร่างของอสูรทะเลอมตะ ซึ่งเป็นอสูรดาราประหลาดในทะเลแห่งนี้ อัญมณีดังกล่าวมีพลังงานที่พิเศษกว่าสิ่งใด สามารถทำให้ผู้ปลุกพลังหลับใหลและชะลอการเสื่อมของอายุขัยได้”
ผู้จัดการกล่าวต่อ “ภายในจักรวาลแห่งนี้ หากเผ่าพันธุ์ใดมีผู้ปลุกพลังอัจฉริยะกำเนิดขึ้นมา แต่คนคนนั้นไม่มีโอกาสได้เติบโตในยุคนั้น ๆ พวกเขาจะผนึกอัจฉริยะคนนี้ไว้ด้วยมณีนิรันดร์ รอจนกระทั่งโอกาสของเขามาถึง ก็จะปลุกคนคนนี้ขึ้นมาใหม่”
“จำนวนของมณีนิรันดร์มีน้อยมาก และภายในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ ทะเลไร้หวนคืนเป็นเพียงสถานที่เดียวที่มีก้อนมณีนี้อยู่ ดังนั้นจึงเป็นภารกิจระดับสูงที่สุด”
“ตราบใดก็ตามที่ท่านนำสิ่งนี้กลับมาได้สิบชิ้น ลูกค้าจะได้รับแต้มบุญคุณระดับสูงที่สุดหนึ่งแต้ม”
ฉู่โม่วพยักหน้าแล้วถามอีกครั้ง “งั้นหากฉันหาได้สามสิบชิ้น ก็จะหมายความว่าฉันได้รับแต้มบุญคุณระดับสูงที่สุดสามแต้มใช่ไหม?”
“แน่นอนครับ”
ผู้จัดการตอบอย่างไม่ลังเล
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วจึงกล่าวโดยไม่ลังเลเช่นกัน “งั้นฉันรับภารกิจนี้!”