ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 928 หนึ่งกระบี่เปิดโลก!
“น่ากลัว!”
“น่ากลัวเกินไป!”
“นี่น่ะเหรอพลังของสมบัติประจำตระกูล!”
“ฉันสัมผัสได้เลยว่า ถ้าต้องเผชิญหน้ากับพลังแบบนั้น แม้แต่ฉันสิบคนก็คงถูกฆ่าตายทันที”
ภายในตำหนัก
ชายชรามองตามทิศทางที่ลำแสงมุ่งหน้าทะลุห้วงอากาศไป แม้จะมองไม่เห็นลำแสงอีกต่อไป และหลังจากการโจมตี แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลก็สงบลงแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่สว่างวาบขึ้นบนผืนฟ้าเมื่อครู่นี้ เขาก็ยังสั่นสะท้านไปถึงจิตใจ ความเย็นยะเยือกวิ่งผ่านรูขุมขน แม้แต่ศีรษะก็ต้องรู้สึกตื้อชา
น่ากลัวจริง ๆ!
ตอนที่ลำแสงพุ่งออกมา เขาสัมผัสได้ว่าปฐมวิญญาณของตัวเองกำลังจะระเบิด ร่างกายแทบทรุดบนพื้น
มันเทียบเท่าแรงกดดันซึ่งอันตรายถึงชีวิต จนต้านทานไม่ได้แม้แต่น้อย
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน
ตอนนั้นเองที่ชายชราได้สติกลับมาและปาดเหงื่อเย็นเฉียบออกจากหน้าผาก เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกราวกับเพิ่งเอาชีวิตรอดมาได้
“สมบัติประจำตระกูลล็อกเป้าหมายของมันไว้แล้ว!”
“ด้วยลำแสงที่น่าสะพรึงกลัวแบบนั้น ซึ่งทำลายได้แม้กระทั่งจักรพรรดิเทวะยุทธ์ ฉู่โม่วไม่มีทางรอดแน่!”
“เผ่าพันธุ์เมดูซ่าของฉันต้องกำจัดศัตรูอีกคนให้ได้!”
เขาพึมพำกับตัวเอง…
แม้ฉู่โม่วในวันนี้จะเป็นถึงราชันย์เทวะยุทธ์ แต่สำหรับเผ่าพันธุ์เมดูซ่า เขาไม่ต่างอะไรกับมดตัวเล็ก ๆ
เทพเจ้าก็คือเทพเจ้า ตระกูลนี้แตกต่างจากผู้คนทั่วไปโดยสิ้นเชิง
แค่อัจฉริยะทั่วไปก็ยังนิ่งนอนใจปล่อยให้เติบโตเต็มที่ไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับอัจฉริยะอย่างฉู่โม่ว
มหาเทวะยุทธ์สามารถสังหารราชันย์เทวะยุทธ์ได้ และแม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ก็ซ่อนตัวจากจักพรรดิเทวะยุทธ์ได้ ด้วยพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวและกระบวนท่าที่โดดเด่นเช่นนี้ หากไม่รีบกำจัดให้เร็วที่สุด เขาก็จะไม่ปลอดภัยแม้ว่ากำลังฝึกฝนอยู่ก็ตาม
มีแค่การสังหารด้วยการโจมตีซึ่งรวดเร็วที่สุดก่อนที่มันจะเติบโตเท่านั้น ที่จะป้องกันมันได้
และตอนนี้ สมบัติประจำเผ่าก็ได้ล็อกเป้าหมายและแสดงพลังเหนือธรรมชาติออกมาหมดแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าฉู่โม่วจะมาไม้ไหน หรือมีไพ่ตายซ่อนอยู่มากเท่าไร เขาก็ต้องกลายเป็นผุยผง
เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องห่วง!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายชราก็เผยรอยยิ้มออกมา
แล้วเขาก็หันไปมองแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลอีกครั้ง และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่นี้
เขาออกไปจากที่นี่โดยไม่กล้านิ่งเฉยอีกต่อไป
ชายชรากลัวว่าหากยังอยู่ที่นี่ต่อไป แรงกดดันนี้อาจทำให้จิตใจแตกสลายได้
…
ในขณะเดียวกัน ที่อีกด้านหนึ่ง
ฉู่โม่วยังคงฝึกฝนกระบวนท่ากระบี่สวรรค์ต้าหลัวอยู่
ตั้งแต่หลับตาและเริ่มฝึกฝน เขาก็นั่งขัดสมาธิอยู่เงียบ ๆ โดยไร้การเคลื่อนไหว
แต่ในตอนนั้นเอง
หึ่ง!
ทันใดนั้น รอบกายฉู่โม่วก็ปรากฏกลิ่นอายจาง ๆ ราวกับสายลมหมุนที่ห้อมล้อมทั่วทั้งร่างกายเอาไว้
สายลมนี้บางเบาดุจสายลมพัดโชยผ่านไปอย่างนุ่มนวล
แต่เมื่อสายลมแผ่วเบานี้เริ่มพัดพา ทั่วทั้งโลกในฝ่ามือก็เต็มไปด้วยก้อนเมฆและมรสุมทันที
พืชพรรณนับไม่ถ้วนโค้งต่ำและห้วงอากาศโกลาหล แม้แต่ที่สุดขอบโลก ฟ้าดินก็ต้องพังทลายลงมา รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายราวกับวันสิ้นโลกได้เดินทางมาถึงแล้ว
“นี่มัน…”
ภายในหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง
เหล่าเผ่าพันธุ์เทพโบราณที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างกำลังใช้ชีวิตของตัวเอง แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าศีรษะของตัวเองเริ่มเป็นเหน็บชาราวกับอันตรายครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง แล้วทุกคนก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าในทันที
พวกเขาต่างเผยท่าทีสับสนและมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดผวา
แต่ก็ไม่เกิดสิ่งผิดปกติใดขึ้น
เพียงแต่บนโลกใบนี้ มีสัตว์อสูรและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อาศัยอยู่
ไม่ว่าจะเป็นพวกที่มีพรสวรรค์หรือไม่ พวกมันในตอนนี้ล้วนเผยท่าทีตื่นตระหนก หลบซ่อนอยู่ในถ้ำ หรือนอนตัวสั่นอยู่กับที่
“นั่นมันอะไรน่ะ? น่ากลัว! น่ากลัวมาก!”
“เจ้านาย เจ้านาย ฉันกลัวจังเลย!”
เจ้านกซื่อบื้อแผดเสียงดังสนั่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
มันกระพือปีกขึ้นลง เมื่อพบว่านี่คือรัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างกายของฉู่โม่ว มันจึงเริ่มบินวนอยู่กลางอากาศราวกับไก่ไม่มีหัว
โชคยังดีที่ในตอนนั้นเอง เสี่ยวอู๋ก็ตื่นขึ้นจากการฝึกฝนและต้องตกตะลึงกับรัศมีนี้ สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
มันไม่ได้ตื่นตระหนก กลับเผยท่าทีพร่ำเพ้อออกมาราวกับว่ากำลังสัมผัสกับความรู้สึกบางอย่าง
แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องของเจ้าซื่อบื้อ มันก็ต้องบินไปคว้าอีกฝ่ายไว้และโยนไปที่ต้นซากุระสวรรค์อย่างช่วยไม่ได้
เมื่อจมอยู่ในกิ่งก้านและใบมากมายของต้นดอกซากุระสวรรค์ เจ้านกซื่อบื้อก็เริ่มรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นและค่อย ๆ ใจเย็นลง แล้วจึงซ่อนตัวอยู่ข้างในราวกับนกกระจอกเทศที่สายตาเลิ่กลั่กไปทั่วทุกทิศทาง
“นายท่านทำอะไรอยู่เนี่ย? รัศมีในร่างกายของเขาน่ากลัวจริง ๆ!”
เจ้านกซื่อบื้อหันไปมองยังฉู่โม่วและพึมพำกับตัวเอง
เสี่ยวอู๋ไม่พูดอะไร เพียงดูอยู่เงียบ ๆ
ต้นซากุระไหวกิ่งก้านสาขาอย่างอ่อนโยน ทำให้เกิดเสียงแผ่วเบา
รวมถึงเหล่าอสูรรับใช้ทั้งหลาย
ในตอนนี้… รัศมีของฉู่โม่วน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น มากขึ้น และเมื่อมันไปถึงจุดสูงสุด
ชิ้ง!
เขาลืมตาขึ้นในทันใดและเหยียดนิ้วออก เขามองเห็นรัศมีที่ลอยอยู่ในห้วงอากาศ ลอยที่ขอบโลกใบนี้ แล้วกลายเป็นกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว จากนั้นก็ฟาดฟันออกไปในความว่างเปล่า
แกร๊ก!
ห้วงอากาศแตกสลายและห้วงมิติพังทลายลง
ความโกลาหลดำมืดและความว่างเปล่าทั้งหลายต้องแหลกสลายภายใต้กระบี่นี้
พายุไร้ที่สิ้นสุดเกิดขึ้น พื้นฐานสำคัญของโลก ดิน น้ำ ลม และไฟถูกเผยออกมา ราวกับว่าโลกต้นกำเนิดกำลังจะสร้างสี่ปรากฏการณ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างสงบเงียบและพายุจางหายไป
เมื่อมองไปยังทิศทางที่ฉู่โม่วฟันกระบี่นั้นออกไป
ความว่างเปล่าก่อนหน้านี้หายวับไป กลับกลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ที่ไร้มลทินและเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ เช่นเดียวกับภาพแห่งการขยายโลก
แค่ฟันกระบี่เดียวก็สามารถเปิดโลกได้!
เมื่อมองภาพที่พลังนั้นสร้างขึ้นมา แม้แต่ฉู่โม่วก็ยังเผยความตกตะลึงออกมา
“กระบี่สวรรค์ต้าหลัว น่ากลัวจริง ๆ!”
“ตอนนี้แค่เริ่มฝึกฝนได้ ถึงจะยังไปไม่ถึงขั้นเล็ก ๆ ก็ทรงพลังขนาดนี้ ถึงขั้นตัดความว่างเปล่าได้ สมแล้วที่มันเป็นมรดกของสุดยอดตัวตน!”
ฉู่โม่วประหลาดใจและปลาบปลื้มใจในเวลาเดียวกัน
ต้องรู้ด้วยว่า…
เขาเป็นแค่ราชันย์เทวะยุทธ์ และในตอนนี้ เขาเพิ่งจะเริ่มใช้มันได้เท่านั้น แม้จะใช้พลังงานในการฝึกไปเพียงเล็กน้อย เขาก็ยังปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดโลกได้สำเร็จ
แน่นอนว่า นี่เป็นแค่โลกในฝ่ามือที่เขาสร้างขึ้นมา
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เพียงพอจะเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัว
อย่างไรแล้ว…
เขาก็แค่ดีดนิ้ว ไม่ได้ใช้กระบี่ดาราทมิฬด้วยซ้ำ หากโจมตีออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมด พลังก็จะมากกว่านี้อีกมหาศาล!
‘ฉันเข้าใจกระบี่สวรรค์ต้าหลัวนี่แล้ว พลังของมันถือเป็นไพ่ตายได้เลย!’
‘ส่วนขั้นต่อไปคงจะทำให้เสร็จเร็ว ๆ นี้ไม่ได้ ต้องค่อย ๆ ฝึกฝนต่อไป!’
ฉู่โม่วถอนหายใจยาวและครุ่นคิดกับตัวเอง
หลังจากนั้น เขาก็หันไปมองซากกระบี่ตรงหน้า
หลังจากเสียมรดกไป พลังทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับกระบี่พังเล่มนี้ก็จางหาย มันกลายเป็นแค่กระบี่ธรรมดา
แต่ฉู่โม่วก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าแม้แต่น้อย
แค่ได้กระบี่สวรรค์ต้าหลัวมาก็ถือว่าเหนือคำบรรยายแล้ว!
ชายหนุ่มพึงพอใจอย่างที่สุด