ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 927 แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล!
แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลคือสมบัติที่แปลกประหลาดที่สุด ดาวทุกดวงที่ถูกผนึกไว้มีพลังเหนือธรรมชาติ และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง
พลังของมันน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด แม้ผู้ถูกโจมตีจะเป็นถึงจักรพรรดิเทวะยุทธ์ เขาก็ต้องพ่ายแพ้แน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังไม่ใช่การโจมตีอย่างสุดกำลัง
เพราะระดับของสมบัติชิ้นนี้สูงเกินไป จากการคาดการณ์ของบรรพชนแห่งเผ่าพันธุ์เมดูซ่ามากมาย มีความเป็นไปได้สูงที่สมบัติชิ้นนี้จะเคยเป็นของตัวตนที่สุดยอด
ดังนั้น แม้จะครอบครองสมบัติชิ้นนี้มานานนับพันปี พวกเขาก็ยังศึกษามันไม่สมบูรณ์และใช้พลังของมันได้เพียงน้อยนิด
ด้วยความคิดนี้เอง
ชายชราสูดหายใจลึก แล้วแตะแผนที่ดวงดาวด้วยฝ่ามือ
แม้เขาจะเป็นถึงจักพรรดิเทวะยุทธ์
แต่สมบัติชิ้นนี้ก็เหนือชั้นเกินไป ตั้งแต่เริ่มฝึกฝนมา เขาเคยได้เห็นสิ่งนี้มาไม่เกินห้าครั้ง และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้มันด้วยตัวเอง
มันทำให้เขาตั้งหน้าตั้งตารอยิ่งนัก
ครืน!
เมื่อฝ่ามือประทับลงไป รัศมีเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านออกมา แล้วชายชราก็เริ่มท่องชื่อของฉู่โม่วอย่างแผ่วเบา พร้อมกับถ่ายเทเศษเสี้ยวพลังงานของตัวเองเข้าไปในแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาล
ทันใดนั้น …ก็เกิดระลอกคลื่นขึ้นบนแผนที่ ดวงดารานับไม่ถ้วนเริ่มกะพริบแวววาว ผสานกลิ่นอายสัตว์อสูรอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ดวงดาวบนแผนที่ถูกล้อมรอบไปด้วยจิตวิญญาณชั่วร้ายที่คำรามขึ้นไปยังท้องฟ้า
พลังของมันแข็งแกร่งจนแทบจะทำลายผืนฟ้าและกาลเวลาได้ ทำให้ดูหวาดหวั่นสุดขีด
ภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้… แม้ชายชราจะเป็นถึงจักพรรดิเทวะยุทธ์ เขาก็ยังต้องชะงักและสัมผัสได้ถึงความหวาดผวาที่เข้ามาโจมตี ทำให้ศีรษะของเขารู้สึกชาและเส้นขนลุกตั้งหัวจรดเท้า
โชคยังดีที่รัศมีเหล่านี้ไม่ได้กดดันนัก แต่พวกมันกำลังหายไปจนเขาแทบจับเอาไว้ไม่ทัน
ชิ้ง!
ระหว่างที่รัศมีมากมายกำลังจะจางหายไปก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น หลังจากมองไปยังแผนที่ดวงดาว ลำแสงสว่างจ้าก็ส่องผ่านห้วงอากาศและมุ่งหน้าไปในอวกาศไร้ที่สิ้นสุดในทันใด
ลำแสงนั้นเชื่อมต่อไปยังสวรรค์และลงไปยังยมโลก ทะลุผ่านสวรรค์และโลกด้วยพลังไร้ที่เปรียบของมัน
พลังที่ยิ่งใหญ่ขยายตัวมากกว่าเก่า
ทันใดนั้น…
ทั่วทั้งแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า สมาชิกในเผ่านับไม่ถ้วนสัมผัสได้ว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะมาถึง
ไม่เพียงเท่านั้น ลำแสงสายนั้นทะลุผ่านห้วงดาราจักร และแผ่ออกไปไกลทั่วทั้งจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด สะท้อนให้เห็นดวงดารานับไม่ถ้วนท่ามกลางความหนาวเหน็บ
ตอนนี้ ผู้ปลุกพลังทุกคนที่อยู่ในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ต่างก็สัมผัสได้
สายตาของพวกเขาเพ่งมองราวกับสามารถทะลุผ่านจักรวาลไร้ที่สิ้นสุดได้ เมื่อเห็นลำแสงอันน่าสะพรึงกลัว พวกเขาก็ต้องชะงักไปตาม ๆ กัน
“นี่…”
“มองทางนั้นสิ ดูเหมือนจะมาจากแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่านะ!”
“สมบัติแบบไหนกันที่ยิงลำแสงอันน่ากลัวแบบนี้ออกมาได้?”
“หรือว่าวันนี้สมบัติประจำเผ่าพันธุ์เมดูซ่าจะถูกใช้งาน?”
“เกิดอะไรขึ้น? เผ่าพันธุ์เมดูซ่ากำลังจะโจมตีเผ่าอะไรอีกแล้ว!”
ผู้แข็งแกร่งมากมายตกตะลึงไปตาม ๆ กัน แม้แต่กองกำลังขนาดใหญ่ก็ต้องหวาดผวา
ผู้ปลุกพลังทั่วไปอาจจะไม่รู้
แต่หากเป็นผู้แข็งแกร่งที่ใช้ชีวิตมายาวนาน ย่อมเข้าใจดีว่ามีสมบัติอันไร้เทียมทานถึงขีดสุดอยู่ในแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า
ด้วยการพึ่งพาสมบัติชิ้นนี้ เผ่าพันธุ์เมดูซ่าจึงสามารถยึดครองกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์ได้ และทำให้ทุกกองกำลังไม่กล้าทำอะไรอย่างประมาท
เพียงแต่ว่า…
สมบัตินั้นไม่ใช่สมบัติทั่วไปและจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลในการใช้งาน แม้แต่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าก็ไม่สามารถใช้มันได้ตามใจชอบ
ครั้งสุดท้ายที่มันถูกใช้งานคือเมื่อหลายแสนปีก่อน
ไม่มีใครคาดคิดว่า…
วันนี้พวกเขาจะหยิบมันมาใช้อีกครั้งจริง ๆ
ภาพเช่นนี้ย่อมทำให้พวกเขาตกตะลึงจนไม่กล้านิ่งเฉย
กองกำลังขนาดใหญ่มากมายสัมผัสได้ว่าการใช้งานสมบัติประจำเผ่าพันธุ์เมดูซ่าคือการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ พวกเขาจึงเรียกเหล่าศิษย์ในเผ่าพันธุ์มาเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการรับมือทันที
ในขณะเดียวกัน… พวกเขาก็ลอบปล่อยกำลังคนมากมายออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
…
นอกจากความตื่นตระหนกของกองกำลังทั้งหลายแล้ว ที่แดนบรรพชนในตอนนี้
ด้วยลำแสงที่ส่องทะลวงมา ชายชราหุบมือลง เรียกได้ว่าเขาคือคนที่สัมผัสถึงตัวตนของมันได้ลึกซึ้งที่สุด
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังข้างในลำแสงนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงไร หากจะบอกว่าถ้าเขาถูกลำแสงนี้โจมตีเข้า แม้จิตวิญญาณจะฝังอยู่ในห้วงอากาศ เขาก็คงถูกกำจัดไปในทันทีคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก
สิ่งนี้ทำให้หน้าผากของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
แต่ในตอนนี้ เขาก็ต้องตะลึงงันในทันใดเมื่อสัมผัสได้ถึงรัศมีที่คุ้นเคย
“นี่มัน…”
“รัศมีของฉู่โม่ว!”
“เจอที่ซ่อนของเด็กนั่นแล้ว!”
ชายชราพลันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง
“แต่…”
“ทำไมรัศมีของเด็กนั่นถึงลึกลับนักล่ะ? ถึงจะใช้ลำแสงระบุตำแหน่งแล้ว มันก็ยังแทบมองไม่เห็น…”
“หรือว่าเขาจะซ่อนตัวอยู่ในเขตแดนลับ?”
ชายชราพึมพำกับตัวเอง
แต่ในไม่ช้า เขาก็เอื้อมมือออกไป
แม้จะยังเลือนรางไปสักหน่อย แต่มันก็ถูกแผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลทำเครื่องหมายไว้แล้ว ไม่มีผู้ปลุกพลังคนไหนที่โดนแบบนี้แล้วจะหลบหนีไปได้
“ไปฆ่าเด็กนั่นให้ตายดีกว่า!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาดุร้ายก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
อีกทั้งเขายังใช้แผนที่ดวงดาวแห่งจักรวาลและก่อเจตสังหารขึ้นมาโดยไม่ลังเล
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
คลื่นเสียงอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกไปพร้อมกับพลังสะท้านโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดวงดาวไร้ที่สิ้นสุด ซึ่งทำลายจักรวาลกว่าหลายร้อยล้านกิโลเมตร
เป็นเวลาครู่หนึ่ง…
เสียงต่าง ๆ เงียบสงัดในทันใด ราวกับว่าเวลาได้หยุดชะงักลง
มิอาจรับรู้ได้ว่าผ่านไปชั่วพริบตาเดียวหรือนับหมื่นปี ราวกับเพิ่งเกิดความโกลาหลที่สวรรค์และโลกเปิดออก ทำให้ลำแสงอันน่าสะพรึงกลัวเหนือคำบรรยายก่อตัวขึ้นในแผนที่ดวงดาว
ทันทีที่มันปรากฏขึ้น จักรวาลหลายร้อยล้านกิโลเมตรก็ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นแสงเย็นยะเยือก
ในขณะเดียวกัน ดวงดาวนับไม่ถ้วนกะพริบแวววาวในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล โดยมีแดนบรรพชนของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าเป็นศูนย์กลาง ราวกับว่าเป็นการหายใจของสิ่งมีชีวิต
ทุก ๆ จังหวะทำให้โลกทั้งใบสั่นสะท้าน
ตู้ม!
เสียงสายฟ้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด
ท่ามกลางพื้นที่หลายร้อยล้านกิโลเมตรในตอนนี้ ลำแสงอันน่าสะพรึงกลัวพลันส่องทะลุออกมา
ลำแสงนั้นมีสีเงินดุจแสงดาราที่รวมตัวกัน เพิ่งพุ่งออกมาราวกับดาวตก แต่ก็เต็มไปด้วยรัศมีของสัตว์อสูรแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนที่ทำให้ผู้คนต้องขวัญผวา
มีเสียงร้องของมังกรฟ้าและเสียงคำรามของเสือขาว
ส่วนเต่าดำนั้นดุร้ายยิ่งกว่า และหงส์เพลิงสยายปีกกว้าง
…
ร่างลวงตาของสัตว์อสูรแปลกประหลาดถูกเชื่อมต่อกับมัน และสัตว์อสูรทุกตัวก็ส่งเสียงร้องอยู่พักใหญ่ เสียงของมันประสานกันเป็นหนึ่ง ตามมาด้วยลำแสงที่ควบแน่นจากแสงดาว ทะลุผ่านห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุดไปยังความว่างเปล่าไกลออกไป
เมื่อลำแสงพุ่งออกไป จักรวาลก็สว่างไสวขึ้นอย่างฉับพลัน
เมื่อลำแสงนั้นผ่านไป จักรวาลก็มืดมัวลง
ดูราวกับว่าพลังงานและแสงทั้งหมดในจักรวาลถูกลำแสงสายนั้นดูดกลืนไปจนหมด
ระหว่างทาง ดวงดาวนับไม่ถ้วนระเบิดออก ห้วงมิติทุกตารางนิ้วพังทลาย ทุกสิ่งม้วนรวมกันและถูกบีบอัดโดยลำแสง แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป