ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 923 กลืนกินเพลิงเทวะสุริยัน!
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาโดยปราศจากเหตุผลใด ๆ แม้มันจะดูไร้สาระอยูุ่บ้างจนเขาอยากจะส่ายหน้าไล่ความคิดนี้ทิ้ง
แต่ในความคิดดังกล่าว มันก็มีความเป็นไปได้อยู่
อันดับแรก…
ตั้งแต่ความโกลาหลของราชวงศ์จันทราเลือด จนมาถึงการตายของตูเจ๋อเอ้อร์ในเมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ หรือแม้แต่การกลายเป็นแขกผู้มีเกียรติระดับสูงของตระกูลหนี่เค่อ ลามมาจนกระทั่งการล่มสลายของราชวงศ์จันทราเลือดในตอนท้าย
ลำพังแค่ไทม์ไลน์นี้ ก็พูดได้ว่ามันสามารถเป็นไปได้!
และไม่ว่าสถานการณ์ในอาณาจักรจันทราเลือดจะวุ่นวายขนาดไหน ผู้ที่ทำให้เกิดเรื่องพวกนั้นขึ้นก็เป็นตัวตนระดับเทพเจ้าคนหนึ่ง ในเมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ ผู้มีพรสวรรค์อีกคนที่สังหารตูเจ๋อเอ้อร์และหนีจากเงื้อมมือของราชันย์เทวะยุทธ์ได้ก็ยังเป็นมหาเทวะยุทธ์
และฉู่โม่ว ผู้เป็นแขกผู้มีเกียรติแห่งตระกูลหนี่เค่อเองก็เป็นมหาเทวะยุทธ์
ส่วนผู้ที่เด็ดหัวบรรพชนราชวงศ์จันทราเลือดก็เป็นมหาเทวะยุทธ์
แม้ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะเป็นคนละคนกัน แต่อย่างที่ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่า ฉู่โม่วนั้นได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากและอาบร่างจากแผ่นศิลาวิถีสวรรค์ ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก รวมถึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เขาจะพัฒนาขึ้นเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้
ดังนั้น…
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะต้องเป็นฝีมือของคนเดียวกันอย่างแน่นอน!
ผู้มีพรสวรรค์สูงส่งนั้นไม่ได้ประเมินง่ายดายเหมือนผักปลา
โดยเฉพาะผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ยิ่งเป็นอะไรที่หาตัวได้ยาก
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มันอาจจะเป็นเพียงหนึ่งคนในหมื่นปีเลยก็ได้ และไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน หากจะมีผู้มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวโผล่มาในเวลาไล่เลี่ยกันหลายคน!
‘ใช่ ใช่แล้ว!’
‘ไม่ผิดแน่ ทั้งหมดเป็นฝีมือของคนเดียว!’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
หลักฐานต่าง ๆ ในหัวของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้นี้ก็หนักแน่นขึ้น
แต่…
เมื่อคิดสิ่งหนึ่งได้ อีกสิ่งหนึ่งก็จะทยอยตาม ๆ กันมา
เด็กหนุ่มคนนี้เก่งเรื่องการซ่อนตัว ในขณะเดียวกันก็มีวิธีมากมายที่จะซ่อนตัวจนหายากด้วย หากเขาไม่สามารถสังหารเด็กคนนี้ได้ในครั้งนี้ เขาอาจจะปรากฏตัวเองในเวลาสั้น ๆ และบางทีก็อาจปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคต
ตราบใดก็ตามที่เจ้านี่ยังไม่ทำอะไรใหญ่โต มันเป็นเรื่องที่ยากเกินไปที่จะจับตัวเขาได้
ในสถานการณ์นี้
ต่อให้เผ่าพันธุ์เมดูซ่าจะครอบครองดาราจักรอสรพิษสวรรค์ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังจัดการเจ้าเด็กนี่ยากอยู่ดี
“ฉันจะไม่ยอมให้มันลอยนวล!”
ความตึงเครียดฉายในแววตาของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้นี้
ตั้งแต่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าของพวกเขาได้ครอบครองดาราจักรอสรพิษสวรรค์มาเนิ่นนาน
ก็ต้องพบกับผู้มีพรสวรรค์มากมายเข้ามาย่างกรายตลอดเวลา อวดเบ่งอยู่เรื่อย แต่พวกเขาก็จัดการคนเหล่านี้ได้ในที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม และไม่ว่าจะหนีอย่างไร ท้ายที่สุด จุดจบของคนที่หยามเกียรติเผ่าพันธุ์เมดูซ่าก็ต้องตายทุกคน
รวมถึงฉู่โม่วด้วย…
ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องยาก แต่เขาก็มั่นใจว่าชายหนุ่มจะต้องตายในที่สุด!
ตายด้วยการกำจัดของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น จักรพรรดิเทวะยุทธ์ก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาพูดด้วยเสียงหนักแน่น “เจ้าเด็กนี่มันหนีเก่ง กระทั่งฉันเองก็ยังหาตัวมันไม่เจอ เพราะงั้นอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่า”
“พวกนายกลับไปหานายน้อยแล้วปกป้องเขาไว้ ส่วนฉันจะกลับไปที่เผ่าแล้วลองหาสมบัติในเผ่า ดูว่าจะมีสิ่งใดบ้างที่สามารถหาตำแหน่งของเจ้าเด็กนี่ได้!”
เหตุผลที่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าสามารถปกครองดาราจักรอสรพิษสวรรค์ได้นานนับปีไม่ได้นั้น ก็เพราะพวกเขามีความหยิ่งผยองและไม่ยอมคนมาตลอด
และนั่นก็เพราะว่า… พวกเขามีอาวุธระดับจักรพรรดิถูกเก็บซ่อนไว้ที่เผ่า!
สิ่งที่เรียกว่าอาวุธระดับจักรพรรดินี้เป็นเหมือนขุมกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพลังของราชันย์เทวะยุทธ์หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิเทวะยุทธ์ด้วยซ้ำ เพราะมันทำได้แม้กระทั่งหล่อหลอมยุทธภัณฑ์มายาขึ้นมา
เผ่าพันธุ์เมดูซ่าได้รับสิ่งนี้มาโดยบังเอิญตั้งแต่ต้น ถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยใช้พลังแท้จริงของมันซึ่งว่ากันว่าเทียบเท่าระดับจักรพรรดิเทวะยุทธ์ แต่ลำพังเพียงพลังเวทที่ปลดปล่อยมาจากอาวุธวิเศษ มันก็ยากจะมีศัตรูคนใดต่อกรได้แล้ว
และด้วยอาวุธระดับจักรพรรดินี้ นอกจากพลังที่ไร้เทียมทานแล้ว มันยังมีความสามารถในการตรวจสอบ รวมถึงหาร่องรอยด้วย
สมาชิกของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าทุกคนจะทิ้งปฐมวิญญาณไว้ในอาวุธจักรพรรดิชิ้นนี้เล็กน้อย ยามใดที่เดินทางไปยังต่างแดน พวกเขาก็จะสามารถกลับมายังบ้านเกิดได้อย่างง่ายดายจากการระบุตำแหน่งของอาวุธชิ้นนี้
หากนำมันมาใช้ครั้งนี้ละก็
ไม่ว่าฉู่โม่วจะมีวิธีปกปิดกลิ่นอายของตัวเองได้ดีขนาดไหน เขาก็หลบหนียากแล้ว!
“ฉู่โม่ว!”
“แกเก่งมาก เก่งจริง ๆ แต่การมาเป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์ของฉันน่ะ มันยังเร็วไปล้านปีแสง ฉันจะเผาร่างแกจนกลายเป็นฝุ่นขี้เถ้าในอวกาศเอง”
ชายชราพ่นลมหายใจเยือกเย็น
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้อยู่ต่อ เจ้าตัวเปิดห้วงมิติแล้วเดินเข้าไป จากนั้นเขาก็หายจากที่นี่ราวกับไม่เคยเข้ามาตั้งแต่ต้น
ส่วนราชันย์เทวะยุทธ์คนอื่น เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจโล่งอก
แต่หลังจากที่คิดว่าพวกตนต้องกลับไปเจอนายน้อยของเผ่า รอยยิ้มแหย ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เพราะศัตรูในครั้งนี้หยามหน้านายน้อยของพวกเขาโดยตรง
จินตนาการได้เลยว่า หลังจากกลับไป นายน้อยจะต้องลงโทษพวกเขาแน่นอน เผลอ ๆ อาจจะทำให้พวกเขาทุกข์หนักกว่าการต่อสู้ใด ๆ ด้วยซ้ำ
แต่มันก็ไม่มีใครกล้าไม่เห็นด้วย พวกเขาจึงทำได้เพียงยอมรับสภาพและรอให้นายน้อยรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
…
ด้านนอกงานประมูล
ฉู่โม่วไม่ได้รับรู้อะไรเลย
หลังจากที่เขาหนีเข้ามาในห้วงมิติได้ เขาก็รีบเข้าไปในโลกในฝ่ามือต่ออย่างรวดเร็ว
ตอนแรก เขาเล่นกับเสี่ยวอู๋และอาไต๋อยู่สักพักใหญ่ ๆ
จากนั้นก็เข้าไปยังใต้ต้นซากุระสวรรค์ แล้วนั่งขัดสมาธิ
ด้วยการพลิกฝ่ามือ กล่องหยกสองใบก็ปรากฏขึ้น กล่องหยกทั้งสองใบนี้เองคือสิ่งที่เขาไปประมูลมาเมื่อครู่นี้
เพลิงเทวะสุริยัน!
กระบี่ที่แตกหัก!
อาไต๋ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เลยในทีแรก แต่ตอนที่ฉู่โม่วเปิดกล่องหยกที่ผนึกพลังและกลิ่นอายของเพลิงเทวะสุริยันไว้
ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ลุกโชน ความร้อนของมันมีมหาศาลจนสามารถเห็นไอร้อนรอบข้างได้ชัดเจน และความร้อนนี้ก็มากพอที่จะเผาผลาญมิติรอบข้างจนบิดเบี้ยว พร้อมกันนั้นก็ทำให้เกิดเสียงดังเสียดหูเป็นระยะ ๆ ด้วย
กิ่งก้านของต้นซากุระสวรรค์ที่อยู่ไกล ๆ สั่นไหว ณ ตอนนั้น บ้างก็รีบขยับก้านหนีเพลิงดังกล่าว ราวกับพวกมันกำลังหวาดกลัว
เปลวเพลิงนี้น่ากลัวจริง ๆ
แต่ฉู่โม่วก็ไม่ใช่คนขี้กลัว
เขามองเพลิงเทวะสุริยันที่กำลังลุกโชนขึ้นไปบนฟ้า แม้เปลวเพลิงที่ร้อนระอุนี้จะดูไม่น่าอภิรมย์นัก แต่ร่างกายของเขากลับดูต้องการและหิวกระหายในตัวมันเหลือเกิน ราวกับมันพร้อมจะกลืนกินเพลิงนี้เข้าไปแล้ว
นี่เป็นผลมาจากพรสวรรค์ในตัวเขา พรสวรรค์แห่งห้วงการกำเนิดใหม่
‘ขอฉันดูหน่อยซิว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกับพรสวรรค์แห่งห้วงกำเนิดใหม่ที่อยู่ในระดับแสงตะวัน หลังจากกลืนกินเพลิงที่มีพลังของโลกและสวรรค์เข้าไปแบบนี้!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเองด้วยแววตาคาดหวัง
ต่อมาเขาก็กลืนกินเพลิงนี้เข้าไปโดยไร้ความลังเล
ตึง!
ในชั่วพริบตา ฉู่โม่วรู้สึกได้ว่าตนกลืนกินดวงอาทิตย์เข้าไป ไม่สิ! ดวงอาทิตย์ยังไม่รู้สึกร้อนเท่านี้ เขากลับรู้สึกเหมือนมีดวงอาทิตย์มากมายกำลังเผาไหม้อยู่ในร่างกายของเขา
อุณหภูมิที่สูงจนน่ากลัวราวกับกำลังจะเผากายเนื้อของเขา ไม่ว่าเนื้อ กระดูกหรือจุดลมปราณ
พรึ่บ! พรึ่บ!
พลังปราณและเลือดลมในร่างกำลังถูกกระตุ้นอย่างบ้าคลั่ง พรสวรรค์มากมายถูกสั่งให้ทำงาน รวมไปถึงคฤหาสน์สีม่วงเองก็ปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามระงับและรักษาบาดแผลอันเกิดจากไฟไหม้ในตอนนี้อย่างมาก
ทว่าอุณหภูมิที่เกิดจากเพลิงเทวะสุริยันนั้นมีมากเกินไป!
เปลวเพลิงที่รุนแรงพอจะแผดเผาผืนฟ้าได้ถูกฉู่โม่วกลืนกินเข้าไปในร่างกาย ไม่ว่าเขาจะมีรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่งขนาดไหน หรือมีพลังที่แก่กล้าปานใด เขาก็ไม่สามารถรักษาบาดแผลทั้งหมดได้
เพียงไม่กี่อึดใจ…
ทั่วทั้งร่างของเขาก็มีสภาพเหมือนกำลังจะมอดไหม้กลายเป็นธุลี
ความเจ็บปวดมากมายถาโถมใส่ทั่วทั้งร่างกาย
ฉู่โม่วกัดฟันแน่น อดทนต่อความเจ็บปวดที่มาจากกล้ามเนื้อซึ่งกำลังถูกเปลวเพลิงนี้ทำลายเอาไว้ เหงื่อปริมาณมหาศาลผุดออกมา แต่ก่อนที่เขาจะทำให้สิ่งที่อยู่ภายในกายสงบลงได้ เปลวเพลิงก็เริ่มระเหยร่างกายของเขาไปแล้ว
เมื่อมองจากไกล ๆ ร่างของฉู่โม่วในตอนนี้กำลังถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก อันเกิดจากการระเหยของเหงื่อ
นั่นยังไม่รวมถึงความรู้สึกของชายหนุ่ม ซึ่งรู้สึกว่าจิตวิญญาณปฐมกาลของเขาเหมือนกำลังถูกเผาไหม้ ร่างสีทองนั้นมีท่าทีเหมือนจะแตกสลาย สติของเขาเริ่มจะเลือนราง ราวกับตัวเขาพร้อมจะแตกสลายได้ตลอดเวลา