ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 922 ความคิดที่น่ากลัว
“34,000 ล้านหินหยกครั้งที่หนึ่ง!”
“34,000 ล้านหินหยกครั้งที่สอง!”
…
ขณะที่ฉู่โม่วเสนอราคา 34,000 ล้านหินหยกนั้น ถึงแม้ผู้ปลุกพลังในขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์จะต้องการแย่งมาให้ได้ แต่เพดานราคาที่เขาตั้งไว้นั้นก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
ความไม่ยินยอมเกิดขึ้นในใจ แต่จากการได้ยินเสียงนับของตู่ลู่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปมาอยู่หลายครั้ง ท้ายที่สุดเขาก็ถอนหายใจ ส่ายหน้าและยอมแพ้ในการประมูลนี้
“34,000 ล้านหินหยกครั้งที่สาม!”
“ยินดีด้วย ท่านหมายเลข 1086 ได้รับสมบัติชิ้นนี้ไปนะครับ!”
ตู่ลู่ทุบค้อนขนาดเล็กในมือเป็นสัญญาณบอกสิ้นสุดการประมูลในครั้งนี้
ภายในโถงประมูลเงียบสงัดลง
ทุกสายตาของผู้ปลุกพลังที่มาร่วมงานต่างมองไปยังฉู่โม่วด้วยความเห็นใจ
ต่อให้มีสมบัติชิ้นนี้แล้วมันจะทำไมกันนะ?
เขาจะสามารถใช้มันเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของตูเจ๋อหลินได้งั้นเหรอ?
ยิ่งเขาลงมือทำอะไรตอนนี้ มันจะกลายเป็นการสูญเปล่าในภายภาคหน้าเอานะ
ไม่มีใครในที่นี้สงสัยสาเหตุที่ชายหนุ่มซื้อไปเลย
ฉู่โม่วเดินลงไปยังเวทีด้วยความสงบนิ่ง โดยไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขาส่งหินหยกให้แก่ตู่ลู่ ส่วนตู่ลู่ก็ส่งมอบกระบี่ผุพังให้กับฉู่โม่ว
วินาทีที่รับสมบัติชิ้นนั้นมาอยู่ในมือ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่มีเหตุผล และรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
‘ในที่สุดก็ได้มันมาแล้ว’
ความสุขก่อตัวในใจของเขา จากนั้นก็กลับไปยังที่ของตนเอง
การประมูลดำเนินต่อไป ฉู่โม่วอยู่ที่นี่อีกพักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีสมบัติชิ้นใดน่าสนใจแล้ว เขาก็เลือกที่จะไม่อยู่ต่อและเหลือบมองไปยังจุดที่ตูเจ๋อหลินเคยอยู่ก่อนจะหันหน้ากลับมาแล้วเดินออกไป
ณ ตอนนั้น มีเหล่าผู้ปลุกพลังมากมายในโถงประมูลที่กำลังให้ความสนใจมาทางชายหนุ่มอย่างมาก
คนเหล่านี้มองจนกระทั่งเขาเดินออกไป ก่อนที่แววตาจะแสดงความสนใจออกมา
“ไปแล้ว!”
“ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถรับแรงกดดันได้ ก็เลยรีบหนีไปก่อนสินะ!”
“คิดว่าจะหนีจากตูเจ๋อหลินได้ง่าย ๆ รึไง?”
“เขาจบแล้ว! อีกไม่นานคงได้ยินข่าวการตายของคนคนนี้”
“น่าเสียดายจริง ๆ…”
ผู้คนต่างถอนหายใจเบา ๆ
อีกฟากหนึ่ง หลังจากที่เห็นฉู่โม่วจากไป จิตสังหารของตูเจ๋อหลินก็ถูกปลดปล่อยออกมาโดยไม่ปิดบัง
จากนั้นเขาก็รีบสั่งชายชราที่อยู่ข้าง ๆ โดยปราศจากการลังเล “เรียกทุกคนมาเดี๋ยวนี้เลย ตามตัวแล้วก็ฆ่าไอ้หมอนั่นซะ… ไม่ว่ามันจะมีไพ่ตายอะไร หรือแข็งแกร่งขนาดไหน หรือจะมีใครอยู่เบื้องหลัง ฆ่ามันให้ได้ ฉันต้องได้เห็นศพของมัน!”
ชายชราไม่ได้พูดอะไรหลังจากได้ยินคำสั่งนั้น เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินออกไป
…
ขณะเดียกวัน
ฉู่โม่วที่เดินออกมาจากโถงการประมูลก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารอันคมกริบลอยตามหลังมาอย่างชัดเจน
แต่เขาไม่ได้ตกใจอะไร
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ตั้งใจชิงเพลิงมหาสุริยันมาจากตูเจ๋อหลิน เขาก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว ยิ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มลงมือ เขาก็ลอบแสยะยิ้มในใจ สายตาเหลือบมองไปยังต้นทางที่จิตสังหารลอยมา จากนั้นร่างของเขาก็หายวับและปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนฟากฟ้าประกายดาวที่สูงลิ่ว
“ไอ้เด็กนั่นคิดจะหนี!”
“ไปส่งข้อความให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์! ส่วนพวกเราจะไล่ตามไปก่อน!”
“อย่าให้มันหนีไปได้ ไม่งั้นพวกเราเองก็จะจบไม่สวยเหมือนกัน!”
เหล่าคนที่ได้รับคำสั่งให้แอบตามฉู่โม่วตกตะลึงเมื่อเห็นชายหนุ่มหายไป เขาจึงรีบส่งข้อความแล้วแบ่งกำลังไปตามตัวฉู่โม่วด้วย
ทว่าเมื่อตามขึ้นไปบนฟากฟ้าประกายดาว พวกเขาก็พบว่าฉู่โม่วได้หายไปแล้ว
“เป็นไปไม่ได้น่า!?”
“กลิ่นอายของเจ้านั่นหายไปทันทีเลยงั้นเหรอ!?”
“เป็นไปไม่ได้ ทำไมราชันย์เทวะยุทธ์ระดับต้นถึงสามารถหลบหนีการจับตามองของพวกเราได้เร็วขนาดนี้?”
“เร็วเข้า รีบตามหาตัว ดูว่าไอ้เด็กนั่นหายไปไหนแล้ว!”
ผู้ปลุกพลังที่ไล่ตามมาเริ่มกังวลและกระสับกระส่าย
พวกเขาแต่ละคนเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีตามหาที่ทรงพลังแตกต่างกันไป และในตอนนี้ ทุกคนก็พยายามสะกดรอยตามหาฉู่โม่ว
แต่น่าแปลก
ขนาดใช้วิธีตามตัวตั้งหลายวิธี พวกเขาก็ไม่สามารถหาร่องรอยของฉู่โม่วได้เลย
ราวกับคนคนนี้หายไปเสียดื้อ ๆ
ครืน!
ในขณะที่พวกเขากำลังสับสนกันอยู่นั้น แรงสั่นสะเทือนจากห้วงมิติก็เกิดขึ้น และทันใดนั้นฟากฟ้าก็ปริแตก พร้อมกับการมาของชายชราผู้หนึ่ง
“ท่านจักรพรรดิ!”
เมื่อเห็นชายชราผู้นั้น ราชันย์เทวะยุทธ์ทุกคนก็รีบคำนับให้
ชายชราเพียงพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นหันมองรอบ ๆ เขาขมวดคิ้วแล้วถามด้วยเสียงดังว่า “ผู้ปลุกพลังนั่นหายไปไหนแล้ว?”
“ท่านจักรพรรดิ ให้อภัยพวกเราด้วยเถอะครับ พวกเราพยายามตามติดเจ้าเด็กนั่นแล้วตั้งแต่ออกจากงานประมูล แต่ไม่คาดคิดเลยว่าแค่มันขึ้นมาบนฟากฟ้าประกายดาวได้ มันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยจนตามจับไม่ได้แบบนี้”
ราชันย์เทวะยุทธ์คนหนึ่งพูดด้วยความลำบากใจ
“หายไปงั้นเหรอ!?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายชราแห่งราชันย์เทวะยุทธ์ก็เกรี้ยวกราดขึ้นมาทันใด “พวกนายทุกคนเป็นถึงราชันย์เทวะยุทธ์ระดับกลางถึงระดับสูงกันหมด ไหนจะมีระดับสูงสุดอยู่ด้วย พวกนายมีกันก็ตั้งหลายคน แต่ยังปล่อยให้มันหนีไปได้อีก พวกนายนี่มันขยะกองโตจริง ๆ!”
“ได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วยครับท่านจักรพรรดิ! ยกโทษให้พวกเราด้วย!”
ราชันย์เทะวะยุทธ์มากมายพลันคุกเข่าลงร้องขอความเมตตาด้วยท่าทีหวาดกลัว
ราชันย์เทวะยุทธ์อาจเป็นผู้เก่งกล้าในระดับแกนนำ จึงไม่มีใครกล้าเมินเฉยต่อพวกเขา
แต่ในเผ่าพันธุ์เมดูซ่า พวกเขามีราชันย์เทวะยุทธ์จำนวนมาก!
หากราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นั้นทำสิ่งใดผิดพลาด ก็จะถูกลงโทษ หรืออาจจะถูกทำให้สลายกลายเป็นผงเลยก็ได้
ตอนนี้ชายหนุ่มที่นายน้อยของเผ่าหมายหัวได้หลบหนีไปแล้ว หากลำพังเพียงถูกว่ากล่าวโดยไม่ต้องสลายไปเพราะความโกรธ มันย่อมดีกว่าเป็นไหน ๆ อยู่แล้ว
เพราะงั้นพวกเขาจึงกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เพียงจะว่ากล่าว
โชคยังดีที่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้นี้ก็เหมือนจะรับรู้อะไรบางอย่างเช่นกัน เขาจึงหลุบตาลงราวกับกำลังทำลองอะไรสักอย่างอยู่
ครู่หนึ่งเขาก็ลืมตาขึ้นพร้อมคิ้วที่ขมวดเล็กน้อย “ไอ้หนุ่มนี่ แปลกมากทีเดียว ขนาดฉันเองก็ยังไม่อาจจะตรวจเจอมันได้”
พูดเช่นนั้นแล้วเขาก็หลับตาอีกครั้ง
ครู่หนึ่งผ่านไป ดูเหมือนเจ้าตัวจะตรวจจับอะไรบางอย่างได้ จึงหันมองไปยังทิศทางหนึ่งด้วยประกายไฟที่ลุกขึ้นในดวงตา “ฉันเข้าใจแล้ว ไอ้เด็กคนนี้มันหนีผ่านห้วงมิติ…ยังไงก็ตาม มันจะต้องมีสมบัติบางชิ้นที่สามารถปกปิดกลิ่นอายประจำตัวได้ แม้ว่าฉันจะสามารถรับรู้ถึงคลื่นพลังงานบางอย่างในมิติได้ แต่ก็ไม่อาจจะระบุตำแหน่งโดยละเอียดได้”
ชายชราเผยท่าทีตกใจ
แม้ว่าราชันย์เทวะยุทธ์หรือผู้ปลุกพลังอันแกร่งกล้าคนอื่น ๆ จะไม่สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวในห้วงมิติได้ แต่การใช้การตรวจจับของจิตวิญญาณปฐมกาลนั้นอยู่เหนือระดับการรับรู้ของราชันย์เทวะยุทธ์ไปเยอะกว่าจะคาดเดาได้
และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อในตอนนี้คือราชันย์เทวะยุทธ์ระดับต้นผู้นี้ที่หนีหายไปในมิติ กลับสามารถหลบซ่อนการตรวจจับกลิ่นอายได้อย่างน่าฉงน
ไม่ต้องสงสัยเลย…
เจ้าเด็กนี่น่าจะต้องมีสมบัติบางอย่างที่สามารถกลบกลิ่นอายได้แน่ ๆ!
ขณะนั้น… เขาคิดถึงแขกผู้มีเกียรติของตระกูลหนี่เค่อขึ้นมา ที่ครั้งหนึ่งนายน้อยของพวกเขาเคยพบในเมืองหลวงของอาณาจักรหมาป่าสวรรค์
คนคนนั้นเองก็ยังไม่เคยเคลื่อนไหวอีกหลังจากยั่วยุนายน้อยของพวกเขา
ภาพจำวิธีที่ใช้หลบหนีของอีกฝ่ายผุดขึ้นมา รวมไปถึงการลบกลิ่นอายของตนเอง เขาจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคนคนนี้ขึ้นมาในใจ
“เจ้าเด็กนี่…เป็นคนคนเดียวกับผู้มีพรสวรรค์คนนั้นงั้นเหรอ?”
“ถ้างั้น…”
“ก็เป็นคนเดียวกับที่ทำลายราชวงศ์จันทราเลือดและสังหารตูเจ๋อเอ้อร์ด้วยน่ะสิ!?”