ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 919 เสนอราคา
บทที่ 919 เสนอราคา
ตามการกล่าวเปิดของตูเจ๋อหลิน ทั่วทั้งสถานที่จัดงานก็เงียบสงัดลงไป
เผ่าพันธุ์เมดูซ่า
เป็นเผ่าที่แตกต่างจากมหาสมุทรดวงดาว
ถึงแม้ว่ามหาสมุทรดวงดาวจะเป็นกองกำลังระดับสูงลำดับสองในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ แต่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นพวกที่มีนิสัยเสียและค่อนข้างขี้เกรงใจ นอกจากนั้น พวกเขายังเป็นเผ่าพันธุ์ที่รักสงบ และยากที่จะได้เห็นพวกเขาเดินทางไปไหนด้วย
แต่เผ่าพันธุ์เมดูซ่านั้นทำตัวเป็นผู้ปกครอง ค่อนข้างวางอำนาจในดาราจักรแห่งนี้ โดยเฉพาะเหล่าผู้ปลุกพลังหนุ่มสาว คนเหล่านี้มีนิสัยเสียเกินกว่าจะคาดเดาได้
และตูเจ๋อหลิน ในฐานะที่เป็นผู้มีพรสวรรค์จอมหยิ่งผยองอันดับต้น ๆ ของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า ไม่เพียงแต่เขาจะไม่รู้จักยับยั้งพฤติกรรมของตนเอง แต่เขายังคอยแต่จะข่มเหงคนในเผ่าพันธุ์ตัวเองอยู่ร่ำไปด้วย
มันไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โตหากคุณเผลอไปมีเรื่องกับมหาสมุทรดวงดาว แต่หากคุณเผลอขมวดคิ้วใส่ตูเจ๋อหลิน นั่นหมายถึงหายนะกำลังจะไปเยือนถึงหน้าบ้านคุณ!
ใช่แล้ว…
หลังจากตูเจ๋อหลินพูดออกไปแบบนั้น ทั่วทั้งสถานที่จัดงานจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีก
บรรยากาศในงานประมูล ที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความสูงส่ง บัดนี้ได้เงียบสงัดและไร้ซึ่งชีวิตชีวาโดยพลัน
หากประเมินสถานการณ์ดูแล้ว…
ตู่ลู่ผู้รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประมูลที่จัดขึ้นนี้ก็รู้สึกเกรงกลัวขึ้นมาไม่แพ้กัน
แต่เดิม ตามที่พวกเขาคาดคะเนกัน เพลิงเทวะสุริยันถือเป็นสมบัติยอดนิยม อย่างน้อย ๆ มันควรจะขายได้ในราคาสูงถึงแปดหมื่นล้านหินหยก ทว่าเพราะตูเจ๋อหลินผู้มีท่าทีหยิ่งผยอง เสนอราคา 25,000 ล้านหินหยก มันก็ทำเอาไม่มีใครกล้าต่อราคาเพิ่มแล้ว
สิ่งนี้มันแย่กว่าสิ่งที่พวกเขาคาดคะเนกันไว้เยอะเลย
‘เผ่าพันธุ์เมดูซ่านี่ช่างผยองเดชจริง ๆ!’
ตู่ลู่แอบต่อว่าอยู่ในใจ เขาอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่หากเปิดปากพูดในตอนนี้ เกรงว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้ปริปากอะไรอีกในอนาคต
ถึงแม้ว่าหอการค้าจูหยวนจะมีพลังมากและมีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ดูแล แต่เมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์เมดูซ่าแล้ว พวกเขาก็แค่หนอนแมลงตัวเล็ก ๆ
หากอยากจะพูดอะไร ณ ตอนนี้ และมันเป็นการขัดกับตูเจ๋อหลิน เขาเกรงว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่มีหอการค้าจูหยวนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์
“ไม่มีใครเสนอราคาเพิ่มหรือครับ?”
ตูเจ๋อหลินลุกขึ้นยืนแล้วหันมองแต่ละคนที่ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา เขาอดไม่ได้ที่จะแสดงความพึงพอใจแล้วหันหน้าไปหาตู่ลู่เพื่อพูดต่อ “ท่านผู้อาวุโสตู่ลู่ ไม่มีใครต่อราคาเพิ่มแล้ว เพราะงั้นถึงเวลาสรุปได้เลยมั้ง…ฉันอยากจะรู้ผลแล้วว่า ท้ายที่สุด เพลิงเทวะสุริยันนี้จะตกเป็นของใคร!”
ขณะที่พูด เขาก็อดที่จะฉีกยิ้มไม่ได้
“เอ่อ…”
ตู่ลู่เปิดปาก ท้ายสุดก็พูดอย่างช่วยไม่ได้ “ในเมื่อไม่มีใครเสนอราคา เช่นนั้น เพลิงเทวะสุริยันนี้จะตกเป็นของ…”
“ฉันเสนอ 25,100 ล้านหินหยก!”
แต่ก่อนที่ตู่ลู่จะพูดจบ เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา
สิ้นเสียงลง ผู้คนมากมายที่อยู่ในฐานะผู้ชมต่างก็ต้องตกตะลึง
ยังมีคนกล้าเสนอราคาอยู่อีกเหรอ?
เขาบ้าไปแล้วหรือไง?
ไม่เห็นหรือไงว่าตูเจ๋อหลินยืนกรานแล้วว่าจะเอา ไม่ได้ยินถ้อยคำขู่ของเขาเหรอ?
ทุกคนล้วนงุนงงและไม่คาดฝันว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันมองตามต้นเสียงเพื่อดูหน้าผู้พูดเสนอราคา
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่พูดเสนอราคาเพิ่มนั้นเองก็มีรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างประหลาด เขาดูเป็นผู้ปลุกพลังที่มีใบหน้าแก่ชราเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะดูไม่ใช่ผู้ที่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งระดับสุดยอดเช่นกัน
สิ่งนี้ทำให้คนอื่น ๆ ต้องรู้สึกตะลึงมากกว่าเดิม
ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ระดับต้นที่ดูแปลกมากผู้นี้ ไม่น่าจะมีเบื้องหลังอะไรลึกลับด้วย แต่ทำไมเขาถึงกล้าเสนอราคาแข่งกับตูเจ๋อหลินผู้เป็นเกียรติยศของเผ่าพันธุ์เมดูซ่าล่ะ?
เขาไม่กลัวตายเหรอ? หรือว่าเป็นบ้าไปแล้ว?
หรือว่า…
เขาไม่รู้จักแม้กระทั่งความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า?
คิดได้เช่นนั้น ทุกคนก็สรุปว่าผู้ปลุกพลังที่เสนอราคาผู้นี้น่าจะเป็นบ้าไปแล้วจริง ๆ หลังจากนี้เผ่าพันธุ์เมดูซ่าจะต้องเอาคืนเขาอย่างหนักหน่วงแน่นอน
น้อยสุดก็อาจจะโดนดักแย่งสิ่งของไป แต่ถ้ามากสุด ทั้งตระกูลของเขาก็อาจจะถูกถอนรากถอนโคนไปเลย
‘เขาตายแน่!’
‘จบสิ้นแล้วละ’
ผู้ปลุกพลังหลายคนถอนหายใจ
อีกฝั่งหนึ่ง ตูเจ๋อหลินเองก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงการเสนอราคาดังขึ้น เขาหันมองราชันย์เทวะยุทธ์ลึกลับผู้นั้น ด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
ราชันย์เทวะยุทธ์ที่ไม่มีอะไรหนุนหลัง กล้าที่จะมาแย่งสมบัติกับเขา นี่ใช่รนหาที่ตายหรือเปล่า?
ชายจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่ามองว่าเพลิงเทวะสุริยันนั้นเป็นของเขาแล้ว ถึงแม้ว่าจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยภายในใจ แต่ตอนนี้ เขายังคงสามารถข่มอารมณ์ได้ เจ้าตัวเพียงกวาดสายตาที่เต็มไปด้วยความข่มขู่ใส่ราชันย์เทวะยุทธ์คนนั้น ก่อนจะพูดต่อ “ฉัน 26,000 ล้านหินหยก!”
ทันใดนั้น ราคาของสมบัติชิ้นนี้ก็เพิ่มขึ้นอีก 900 ล้าน
ด้วยราคานี้ เจ้าตัวคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่กล้าเสนอราคาเพิ่มอีกแน่ เพราะงั้นเขาจึงมองไปยังตู่ลู่เพื่อรอให้เขาสรุปผล
แต่ใครจะไปคาดคิด
ขณะที่เสียงเงียบไป เสียงของชายคนเดิมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “26,100 ร้อยล้านหินหยก”
โอ้!
ครั้งนี้ ราคาก็ยังถูกเสนอเพิ่มอีก มันทำให้เหล่าผู้ชมไม่อาจจะตกอยู่ในความเงียบได้ พวกเขาเริ่มจะพูดคุยกันเบา ๆ
การเสนอราคาครั้งแรก อาจจะเผลอพูดออกมาด้วยความไม่รู้หรือสับสน ถือเป็นความไม่ตั้งใจของราชันย์เทวะยุทธ์แปลกหน้าผู้นี้
แต่ในครั้งนี้ การเสนอราคาก็ยังมีอีก เขายังคงใช้ฐานราคาเดิมของตูเจ๋อหลิน และบวกเพิ่มเพียง 100 ล้านหินหยกเท่านั้น เห็นได้ชัดแล้วว่าเขาจงใจ!
“คนคนนี้ตั้งใจจะเอาชนะตูเจ๋อหลินเหรอ?”
“เขามาจากไหนน่ะ ทำไมถึงกล้าประมูลแข่งกับพวกเมดูซ่าที่หยิ่งผยองพวกนั้น?”
“เขากล้าทำเพราะไม่รู้ หรือทำเพราะรู้กันแน่?”
“สะกดคำว่าตายไม่เป็นหรือไง?”
“จบแน่! เขาจบแน่ ๆ!”
ผู้ปลุกพลังทุกคน ณ ที่นั้นต่างแสดงความสงสารภายในแววตา
ในสายตาของพวกเขา
การเสนอราคาทั้งสองครั้งนี้ ต้องทำให้ตูเจ๋อหลินโกรธออย่างแน่นอน
และเมื่อการประมูลจบลง คนคนนี้จะต้องถูกเด็ดหัว
ตูเจ๋อหลินก็คิดเช่นนั้น
ขณะนั้น เขาอยากจะส่งราชันย์เทวะยุทธ์ข้างกายตนไปจัดการผู้ปลุกพลังคนนี้จนเต็มแก่แล้ว
แต่เพราะตอนนี้ มีผู้ปลุกพลังมากมายกำลังจับจ้องอยู่ ภายใต้สายตาของทุกคน ไม่ว่าเขาจะหยิ่งผยองขนาดไหน เขาก็ไม่กล้าลงมืออะไรที่เป็นการอุกอาจ
ไม่เช่นนั้นแล้ว เขาจะต้องถูกคนอื่นมองไม่ดีแน่ ๆ
อย่างไรเสีย…
ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม แต่เขาก็ยังจำเป็นต้องรักษาความสงบเบื้องหน้าเอาไว้ หากเขาลงมือสังหารผู้ปลุกพลังเพียงเพราะอีกฝ่ายมาประมูลแข่งกับเขา นั่นไม่เพียงแต่เขาจะโดนลดเกียรติจากหอการค้าจูหยวน แต่ยังจะโดนลดเกียรติจากทุกฝ่ายที่มารวมกันในครั้งนี้ด้วย
เพราะงั้นแล้ว…
ตูเจ๋อหลินจึงข่มความโกรธเอาไว้ แล้วกล่าวออกมาด้วยเสียงหนักแน่น “ 27,000 ล้าน!”
หลังจากพูดจบ เขาก็เหลือบไปมองอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็น หวังว่าราชันย์เทวะยุทธ์แปลกหน้าผู้นั้นจะรู้เสียทีว่าตนกำลังถูกไม่พอใจ
ทว่าไม่มีใครคาดคิด
สิ้นเสียงต่อราคานั้น ราชันย์เทวะยุทธ์แปลกหน้าก็พูดขึ้นอีกครั้ง “27,100 ล้าน”
“30,000 ล้านหินหยก!”
“30,100 ล้าน”
“32,000 ล้าน!”
“32,100 ล้าน”
“35,000 ล้าน!”
“35,100 ล้าน”
ตูเจ๋อหลินกัดฟันแน่น แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารที่มีต่อราชันย์เทวะยุทธ์ผู้นั้นเต็มเปี่ยม
ทว่า…
ราชันย์เทวะยุทธ์ที่ประมูลราคาเพลิงเทวะสุริยันแข่งกับเขา กลับไม่เคยเหลียวมองเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงเสนอราคาต่อไปเรื่อย ๆ และยังคงเพิ่มครั้งละ 100 ล้านหินหยกต่อท้ายราคาที่ตูเจ๋อหลินเสนอมาทุกครั้ง
ด้วยการกระทำนี้ มันทำให้ตูเจ๋อหลินโกรธขึ้นมาจริง ๆ
แววตาของเขาแดงก่ำ ก่อนจะพูดอย่างหนักแน่น “ฉันเสนอ 50,000 ล้านหินหยก! แล้วถ้านายอยากจะเสนอต่อ ก็เชิญรับเพลิงเทวะสุริยันนี่ไปเลย! แล้วก็ล้างคอรอโดนเพลิงพิโรธของฉันเผาไหม้ไปด้วย!”
ไม่ต้องสงสัย ถ้อยคำนี้เปี่ยมด้วยการข่มขู่อย่างชัดเจน และด้วยความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของตูเจ๋อหลินนี้เอง มันปลดปล่อยจิตสังหารปริมาณมหาศาลออกมาจากใจเขาด้วย