ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 904 ก้าวข้ามทัณฑ์สวรรค์
บทที่ 904 ก้าวข้ามทัณฑ์สวรรค์
ในตอนนี้ สีหน้าของเหล่าผู้ปลุกพลังเต็มไปด้วยความคาดหวัง
อย่างไรแล้ว…
นี่ก็เป็นเพียงแค่สายฟ้าแรก แต่ก็น่าสะพรึงกลัวจนพวกเขาต้องตกตะลึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาจึงอยากจะรู้ว่าฉู่โม่วจะต้านทานสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้อย่างไรกัน
แต่…
สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ
ความตกตะลึงในตอนนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ครืน!
สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ฟาดลงมาในทันใด ก่อนจะพุ่งลงไปที่ศีรษะของฉู่โม่ว พลังของมันแข็งแกร่งจนแทบจะเทียบได้กับภูเขาที่ทับลงมาบนศีรษะของฉู่โม่ว แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกมาราวกับว่าท้องฟ้ากำลังถล่มทลาย
เมื่อได้เห็นพลังศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ผู้ปลุกพลังไร้สำนักทั้งหลายก็หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
แม้จะรู้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์แรกนั้นทรงพลังอย่างถึงที่สุด พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่ามันจะทรงพลังถึงขนาดนี้
“พลังศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ระดับสูงก็ต้านไม่ไหว”
“ผู้แข็งแกร่งคนนั้น เขาต้านทานได้ยังไงกัน?!”
เหล่าผู้ปลุกพลังเผยสีหน้าหวาดผวาออกมา
และขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ฉู่โม่วที่เงียบสงัดมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นมา และชี้ไปยังสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ในทันใด
ชิ้ง!
แสงกระบี่สะท้านฟ้าพลันพุ่งทะลุผ่านห้วงอากาศออกไป และฟันไปที่สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ราวกับว่าข้ามห้วงอากาศไร้ที่สิ้นสุดไปในทันใด
ครืน!
สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์พลันฟาดลงมา มันทรงพลังจนแทบจะทำลายผืนฟ้าและกระทั่งทุกสรรพสิ่งได้
ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งไปกว่านั้น พลังทำลายล้างมหาศาลของมันแทบจะทำให้ทั่วทั้งผืนฟ้าถล่มครืนลงมา
และผู้ปลุกพลังเหล่านี้ที่มองดูอยู่จากไกลออกไปก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเก่า
แต่…
เมื่อสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นี้ฟาดลงมาถึง แสงกระบี่สว่างจ้าก็โถมออกไปฟันสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ฟาดลงมาทันที
กร๊อบ!
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นกลางอากาศ
พวกเขามองเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายระเบิดออกมา แล้วสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวก็ถูกกำจัดให้หายวับไปในทันที
เฮือก!
เมื่อภาพนี้ปรากฏขึ้น เหล่าผู้ปลุกพลังไร้สำนักก็ต้องอ้าปากค้าง
“นี่… นี่มัน…”
“ใครก็ได้บอกที ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”
“สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวแบบนี้ ถูกกระบี่ตัดง่าย ๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน?”
“น่าเหลือเชื่อ!”
“ฉันรู้สึกเหมือนว่าฝันอยู่งั้นแหละ ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองเลย”
“ผู้แข็งแกร่งคนนี้แข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
“น่ากลัว!”
ผู้ปลุกพลังไร้สำนักเหล่านี้ต่างก็ขวัญเสีย คำพูดที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
แม้ว่าก่อนหน้านี้ ตอนที่ได้เห็นพลังศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัว พวกเขาก็รู้แล้วว่าฉู่โม่วนั้นแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ แต่เมื่อได้เห็นสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ พวกเขาก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าฉู่โม่วจะต้านทานสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นได้หรือไม่
แต่…
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าฉู่โม่วจะทรงพลังได้ถึงเพียงนี้!
พลังเช่นนี้นั้นแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า!
ต้องรู้ด้วยว่า
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นี้นั้นเพียงพอที่จะสังหารแม้แต่มหาเทวะยุทธ์ได้ แต่ผู้แข็งแกร่งปริศนาคนนี้กลับแข็งแกร่งจนกำจัดมันได้ภายในการโจมตีเดียว
พวกเขาต่างก็ตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ
ความคิดมากมายพลุ่งพล่านในสมองราวกับคลื่นสมุทร
และสิ่งที่คนเหล่านี้ไม่คาดคิดก็คือ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แรกฟาดลงมา กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ในคฤหาสน์สีม่วงของฉู่โม่วไม่ได้ถอยกลับไป แต่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสวกว่าเดิมกลับปรากฏขึ้น แล้วเจตจำนงกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวก็แพร่กระจายออกมาปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้า
“ฟัน!”
เสียงตะโกนดังขึ้นในทันใด
และแล้ว…
กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์ก็กลับกลายเป็นลำแสงที่มุ่งหน้าเข้าไปในหมู่เมฆทัณฑ์สวรรค์
หลังจากนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังไร้สำนักก็ได้เห็นภาพที่จะทำให้ต้องหวาดกลัวไปจนถึงจิตวิญญาณ
กระบี่พิสุทธิ์ผ่าสวรรค์พลันกลายเป็นแสงกระบี่อันดุร้ายไร้ที่เปรียบ และสร้างขอบเขตกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวขึ้นในสายฟ้า
ในบริเวณนี้…
กระบี่นับไม่ถ้วนเรียงรายกันอยู่ในอากาศและฉีกเมฆทัณฑ์สวรรค์ทั้งหมดออกเป็นชิ้น ๆ แม้แต่สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปตาม ๆ กัน
แทบจะในทันที…
เมฆทัณฑ์สวรรค์แทบทั้งหมดที่ปกคลุมเกือบทั่วทั้งบริเวณดวงดาวก็จางหายไป
บางทีอาจเป็นเพราะไม่พอใจในการกระทำของฉู่โม่ว
ในตอนนี้ เมฆทัณฑ์สวรรค์ดูเหมือนจะตอบสนองและก่อเมฆสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเก่าขึ้นมา พลังของมันรุนแรงพอที่จะทำลายโลกและกระทั่งแหล่งกำเนิดเต๋าได้
แต่…
มันก็ยังไร้ประโยชน์!
“ทำลาย!”
คำสั่งที่ดูเหมือนกับบัญชาแห่งสวรรค์ออกมาจากปาก แล้วกฎเกณฑ์ก็ดูเหมือนจะตามคำพูดนั้นไป
เมื่อฉู่โม่วพูดจบ โลกและกระทั่งกาลเวลาก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง เมฆทัณฑ์สวรรค์นับไม่ถ้วนหยุดชะงักและกระทั่งสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็นิ่งงันไปในทันใด
มันดูเหมือนเพียงแค่ชั่วครู่ แต่ก็ดูเหมือนผ่านไปแล้วหลายพันปีด้วยเช่นกัน
ตูม!
หลังจากที่เกิดระเบิดอันน่าสะพรึงกลัว สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนก็บางเบาลง แล้วจึงจางหายไปจนหมดจากท้องฟ้าและผืนดิน
…
ความเงียบเข้าปกคลุม
เงียบสงัดจนไร้ซึ่งเสียงใด ๆ
กาลเวลาดูเหมือนจะถูกแช่แข็งเอาไว้ในตอนนี้
เหล่าผู้ปลุกพลังไร้สำนักต่างก็จ้องมองไปยังภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า และแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น
สีหน้าของพวกเขาเหลอหลาและหวาดกลัวราวกับว่ากำลังอยู่ในความฝัน แม้ว่าจะผ่านไปเป็นเวลานาน พวกเขาก็ยังไม่ได้สติกลับมา
หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่… ในที่สุด ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งก็ตื่นขึ้นมาจากภวังค์
เขาหันไปมองยังสายฟ้าที่ค่อย ๆ จางหายไปตรงหน้าด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก ราวกับว่าเขาอยากจะพูดบางอย่าง แต่ท้ายที่สุดก็พูดออกมาได้แค่เพียงสองคำ
“น่ากลัว!”
ใช่แล้ว!
ตอนนี้ จากมุมมองของพวกเขา ฉู่โม่วน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด!
เขาน่าสะพรึงกลัวเสียจนไม่อาจคิดหาคำอื่นใดมาบรรยายได้เสียด้วยซ้ำ
ต้องรู้ด้วยว่า พลังของสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์นั้นแข็งแกร่งมากขึ้นและมากขึ้น แค่เพียงสายฟ้าแรกก็สามารถสังหารมหาเทวะยุทธ์ได้แล้ว และสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ตามมาหลังจากนั้นอาจน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก แต่ฉู่โม่วกลับฟันสายฟ้าแรกได้ แล้วจึงมุ่งหน้าเข้าไปในเมฆทัณฑ์สวรรค์และทำลายพวกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
วิธีการที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ การทำลายสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้ มันแทบจะทำลายความรู้ความเข้าใจของพวกเขาจนไม่มีใครเข้าใจทันได้แม้แต่น้อย
“น่ากลัว! น่ากลัวจริง ๆ!”
“ฉันยังฝันอยู่ ฉันยังฝันอยู่แน่ ๆ!”
“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้!”
“แค่ฟันกระบี่ครั้งเดียว เมฆทัณฑ์สวรรค์ก็ถูกทำลายหมดเลยเหรอ?”
“ไม่เห็นเคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย!”
“นี่มันพลังแบบไหนกัน? ทำไมถึงทรงพลังขนาดนี้?!”
“น่ากลัวที่สุด!”
“เฮือก!”
“ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองคงจินตนาการไม่ออกแน่!”
เหล่าผู้ปลุกพลังที่สังเกตการณ์อยู่พูดไม่ออกด้วยความตกตะลึง และเสียงเอ็ดอึงด้วยความประหลาดใจดังขึ้นจากทุกทิศทาง
สิ่งที่พวกเขาได้เห็นในวันนี้
จะเรียกได้ว่าทำลายตรรกะความเข้าใจที่ผ่านมาของพวกเขาเลยก็ได้
อันที่จริง มีผู้ปลุกพลังไร้สำนักที่จิตใจแห่งเต๋าอ่อนแออยู่ด้วย เขากระทั่งทรุดลงบนพื้นและพูดไม่ออกด้วยความหวาดผวาเลยทีเดียว