บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 346 ยอมแพ้
“จะเชื่อหรือไม่ ลองดูสักตั้งก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?”
ลู่เยี่ยเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่พูดเขายกมือชี้ไปข้างหน้า ภาพเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นอีกครั้ง ลำแสงหายนะสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าราวกับดาบแห่งการลงทัณฑ์จากสวรรค์ ฟาดฟันเข้าใส่จักรพรรดิหมอผี ในชั่วขณะนั้น จักรพรรดิหมอผีรู้สึกขนลุกซู่ สีหน้าแปรเปลี่ยนด้วยความตระหนก ทำได้จริงๆ งั้นหรือ? เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบออกกระบวนท่าต้านทานในทันที
ตูม!
แสงเทพสาดกระจาย ลำแสงสังหารสาดกระเซ็น ร่างของจักรพรรดิหมอผีโอนเอน กระอักเลือดออกมา สีหน้าซีดเผือด
“เป็นเรื่องจริงเสียด้วย!”
“เจดีย์หมื่นเร้นลับยอมปฏิบัติตามคำบัญชาของท่านผู้อาวุโสลู่จริงๆ!”
“สวรรค์!” เซียนหนึ่ง เลยเซียว และคนอื่นๆ ต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดลอย
“นี่มันเป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางที่ใครสักคนจะควบคุมเจดีย์หมื่นเร้นลับได้ นั่นมันคือวัตถุผนึกที่กักขังเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้ามาหลายยุคสมัยแล้ว!” จักรพรรดิหมอผีแผดร้อง สูญเสียความเยือกเย็นไปโดยสิ้นเชิง
“ดูเหมือนว่าเมื่อวานเจ้าจะบาดเจ็บสาหัสจริงๆ ไม่อย่างนั้น เพียงแค่ลำแสงสังหารสายเดียวเท่านั้น จะทำให้เจ้าบาดเจ็บขนาดนี้ได้อย่างไร?” ลู่เยี่ยกล่าวเบาๆ และยิ่งไปกว่านั้น เขามองออกแล้วว่า หลังจากไม่มีภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณ จักรพรรดิหมอผีก็อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด!
จักรพรรดิหมอผีสูดหายใจลึก ดวงตาจ้องมองลู่เยี่ยอย่างเขม็ง “เทพมารจากนอกอาณาเขตที่อยู่บนภูเขาสองภพ ก็ถูกเจ้าสังหารทั้งหมดเช่นกันใช่หรือไม่?”
ลู่เยี่ยพยักหน้า “แล้วหนึ่งปู่กุยเล่า เหตุใดไม่ออกมาช่วยเจ้า? หรือว่า… หลังจากเขาจากไปเมื่อวาน ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย?”
จักรพรรดิหมอผีนิ่งเงียบไป เขากำลังพยายามให้ตัวเองใจเย็น แต่พอนึกถึงวิธีการของลู่เยี่ย เขาก็ไม่อาจใจเย็นได้จริงๆ! ในโลกนี้จะมีบุคคลและเรื่องราวที่เหลือเชื่อเช่นนี้ได้อย่างไร? แม้แต่พลังของเจดีย์หมื่นเร้นลับยังถูกเขาควบคุมได้ นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถทำลายพลังที่ปิดกั้นเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้าได้ทุกเมื่อหรือ?
“ดูเหมือนว่าหนึ่งปู่กุยจะไม่อยู่ที่นี่สินะ” แววตาของลู่เยี่ยราบเรียบ “ส่งตัวศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ออกมา ข้าขอรับรองว่าจะส่งตัวเจ้าให้พวกเลยเซียวเป็นคนตัดสินโทษ สายหลักหมอผีสวรรค์ก็จะไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น”
ดวงตาของจักรพรรดิหมอผีเปลี่ยนเป็นดุร้ายในทันที กล่าวอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ข้ายังไม่แพ้! เจ้ามีคุณสมบัติอันใดมาตัดสินความผิดของข้า?”
ตูม!
เขาพุ่งเข้าโจมตีทันทีด้วยพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัว หอกทองสังหาร ดาบกระดูกชิงจิน และสมบัติล้ำค่าอีกสองชิ้นที่เขาเก็บไว้ก่อนหน้านี้ ถูกเขาเรียกออกมาทั้งหมด พุ่งเข้าโจมตีลู่เยี่ยอย่างรุนแรง
ลู่เยี่ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ ทว่ากลับมีแสงหายนะสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ซัดสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง และทำลายการโจมตีของจักรพรรดิหมอผีได้ ร่างของจักรพรรดิหมอผีถูกกระแทกถอยหลังไปอีกครั้ง บนร่างกายปรากฏรอยร้าวที่น่าสยดสยอง รอบรอยร้าวมีแสงหายนะหมุนวนอยู่รำไร
ลู่เยี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ ในเขตหวงห้ามลึกลับที่หก เพียงแสงหายนะสายเดียวก็สามารถทำลายล้างสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวที่มีพลังมหาศาลได้แล้ว แต่จักรพรรดิหมอผีกลับถูกแสงหายนะโจมตีสองครั้งติดต่อกันแต่เขาก็ยังไม่ตาย เห็นได้ชัดว่าพลังบำเพ็ญเต๋าของเขาช่างแข็งแกร่งเพียงใด!
“ฮ่าๆ! เป็นไปไม่ได้! ข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจมาทั้งชีวิต แต่กลับไม่คาดสั่นคลอนเจดีย์หมื่นเร้นลับได้ แล้วทำไมมันถึงยอมฟังคำสั่งเจ้าทุกอย่าง?” จักรพรรดิหมอผีโกรธเกรียวราวกับคนเสียสติ เขาตะโกนคำรามด้วยเสียงแหลมคมก่อนจะโจมตีมาอีกครั้ง
แต่ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม แสงหายนะสายหนึ่งฟาดลงมา พุ่งเข้ากระแทกเขาจนลอยกระเด็น บาดแผลตามร่างกายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ร่างวิถีมีร่องรอยของการแตกสลายพังทลายปรากฏให้เห็น ขณะที่ลู่เยี่ยยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น คอยดูเหตุการณ์อย่างเงียบสงบ ยิ่งเขาทําเช่นนี้คนอื่นๆ ยิ่งรู้สึกว่าเขาลี้ลับยากหยั่งถึง
คนในสายหลักหมอผีสวรรค์บนภูเขาหลิงมู่ต่างตื่นตระหนกตกใจ ทุกคนรีบมาถึงยังที่เกิดเหตุในทันที ล้อมรอบบริเวณลานพิธีอยู่ด้านนอก เมื่อได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของจักรพรรดิหมอผีที่ได้รับบาดเจ็บจากแสงหายนะ เหล่าผู้แข็งแกร่งจากสายหลักหมอผีสวรรค์ต่างพากันโกรธแค้นและตะโกนลั่นพร้อมพุ่งเข้าหา
“ทุกคนหยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าเข้ามา!” จักรพรรดิหมอผีคำรามเสียงดัง “ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใครกล้าก้าวเข้ามาข้าจะลงโทษอย่างหนัก!” คนในสายหลักหมอผีสวรรค์เหล่านั้นหยุดฝีเท้าทันที
“เจ้าเป็นใครกันแน่?” จักรพรรดิหมอผีผมเผากระเซอะกระเซิง ร่างกายบอบช้ำเลือดโชก จ้องเขม็งไปที่ลู่เยี่ยพลางกล่าวเสียงแหบพร่าว่า “เหตุใดเจ้าจึงสามารถควบคุมพลังของเจดีย์หมื่นเร้นลับได้?”
ลู่เยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “สิ่งที่เจ้าต้องทำตอนนี้ คือก้มหัว!”
ดวงตาของจักรพรรดิหมอผีเต็มไปด้วยเส้นเลือด เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวว่า “ขอเพียงเจ้าตอบมา ข้ายอมก้มหัวให้ก็ได้ และยอมสละราชบัลลังก์ด้วย!”
ใครๆ ต่างก็มองออกว่าจักรพรรดิหมอผีไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างยิ่ง! เขารับไม่ได้ที่จะถูกเอาชนะด้วยวิธีเช่นนี้!
“ไม่มีอะไรจะบอก” ลู่เยี่ยยกมือขวาขึ้น แสงหายนะสายหนึ่งฟาดลงมาจากฟากฟ้า วนเวียนอยู่รอบปลายนิ้วของเขา แสงหายนะสะท้อนบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด เพิ่มบรรยากาศลี้ลับที่ทำให้ใจสั่นสะท้านขึ้นอีกส่วน
“ถึงเวลาที่เจ้าต้องตัดสินใจแล้วว่า อยากให้ที่นี่ถูกชำระล้างด้วยเลือดเหมือนกับภูเขาสองภพ หรือเจ้าจะเลือกที่จะยอมก้มหัว?” ลู่เยี่ยไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปจึงยื่นคำขาดครั้งสุดท้าย ทุกสายตาจับจ้องไปที่จักรพรรดิหมอผี
จักรพรรดิหมอผีที่เคยเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นและสง่างามดังเทพในกาลก่อน บัดนี้ดูทั้งทุลักทุเลและน่าอนาถอย่างยิ่ง ร่างวิถีทั้งหมดถูกทำลายจนเสียหายอย่างหนัก เลือดย้อมอาภรณ์ยาว!
“ท่านจักรพรรดิหมอผี ยอมแพ้เถิด ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้อเรียกร้องของท่านผู้อาวุโสลู่นั้นเมตตามากเพียงใดแล้ว” เลยเซียวเอ่ยเสียงเข้ม “อย่างน้อยในคืนนี้ สายหลักหมอผีสวรรค์ก็ยังไม่มีใครตายแม้แต่คนเดียว!”
“ให้ข้าหยุดมือนะหรือ? เหตุใดข้าต้องทำตาม!?” จักรพรรดิหมอผีโกรธเกรียว จิตสังหารทั่วร่างพลุ่งพล่าน ทว่าเมื่อมองไปยังคนในเผ่าที่ยืนอยู่ไกลๆ ซึ่งมีสีหน้ากังวลและกระวนกระวาย หัวใจของจักรพรรดิหมอผีก็สั่นสะท้าน ความโกรธแค้นในดวงตาเลือนหายไปทันที
จักรพรรดิหมอผีกวาดสายตามองใบหน้าผู้คนรอบข้างทีละคน สุดท้ายก็หันไปมองลู่เยี่ย สีหน้าเปลี่ยนไปหลายครั้ง ในที่สุดก็ถอนหายใจยาวอย่างสิ้นหวัง “ข้ายอมแพ้!”
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ผู้ปกครองที่กุมอำนาจเผ่าหมอผีแห่งดินแดนป่าเถื่อนมาเนิ่นนานผู้นี้ ดูเหมือนจะแก่ชราลงไปในพริบตานับสิบๆ ปี ใจของผู้คนสั่นไหวปั่นป่วนยากจะสงบลงได้ ในเวลาอันสั้นจักรพรรดิหมอผียอมแพ้แล้ว! ตัดสินใจสละราชบัลลังก์! สำหรับคนในสายหลักหมอผีสวรรค์แล้ว เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับฟ้าถล่มลงมา สำหรับเลยเซียวและคนอื่นๆ นี่เป็นเรื่องดีอย่างยิ่งอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้เห็นสภาพอันน่าเศร้าสลดของจักรพรรดิหมอผีแล้ว ทุกคนกลับดีใจไม่ออก
ต้นเหตุของภัยพิบัติทั้งหมดล้วนมาจากเทพมารจากนอกอาณาเขต ความคิดเลือนลอยทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะต้องการทำลายพลังผนึกของเจดีย์หมื่นเร้นลับ ท้ายที่สุดกลับพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ! แล้วคนในเผ่าที่ถูกสังเวยไปก่อนหน้านี้เล่า พวกเขาช่างบริสุทธิ์และน่าสงสารเพียงใด?
“ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือเผ่าของพวกเราให้รอดพ้นจากความทุกข์ยากแสนสาหัส!” เลยเซียวเป็นผู้นำเขาทําความเคารพแสดงความสำนึกในบุญคุณ หากไม่มีท่านผู้อาวุโสลู่ในวันนี้ พวกเขาคงต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยให้กับจักรพรรดิหมอผีอย่างแน่นอน!
ลู่เยี่ยดีดนิ้วเบาๆ แสงหายนะก็สลายหายไปอย่างเงียบเชียบ “ประดี๋ยวพวกเจ้าช่วยดูแลศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ให้ข้าที”
ลู่เยี่ยกล่าวจบก็ก้าวเดินไปบนความว่างเปล่า มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของม่านฟ้าอันมืดมิด ในอดีตที่เขตหวงห้ามลึกลับที่หก ลู่เยี่ยเคยใช้พลังของผังดาบเก้าคุมขังบีบบังคับให้ ‘เหลามู่’ ที่อยู่ในเตาหลอมแห่งภัยพิบัติจำต้องให้ความร่วมมือ และในคืนนี้ก่อนที่จะออกเดินทางจากเผ่าหมอผีสายฟ้า ลู่เยี่ยก็ได้มุ่งหน้าขึ้นสู่ม่านฟ้าอันมืดมิดเพื่อพบกับเจดีย์หมื่นเร้นลับเช่นกัน หลังจากการเจรจาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ทำให้เจดีย์หมื่นเร้นลับยอมตกลงช่วยเหลือ จากนั้นจึงเกิดการต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ อาจกล่าวได้ว่าหากปราศจากพลังของเจดีย์หมื่นเร้นลับ เรื่องราวในคืนนี้แทบจะไม่มีทางแก้ไขเลย!
“ท่านผู้อาวุโสลู่กำลังจะไปพบกับเจดีย์หมื่นเร้นลับหรือ?”
“พวกท่านว่าท่านผู้อาวุโสลู่จะเป็นเทพเซียนในตำนานหรือไม่?”
“เทพเซียนงั้นหรือ? ข้าจินตนาการไม่ออกเลยว่า เทพเซียนองค์ใดจะลบจุดเชื่อมต่อแห่งมิติกาลเวลาและทำให้เจดีย์หมื่นเร้นลับยอมสวามิภักดิ์ได้”
ผู้คนมองตามร่างของลู่เยี่ยที่ค่อยๆ ลับหายไปในม่านฟ้าอันมืดมิด ต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความชื่นชม ในโลกนี้จะมีคนเหนือโลกเช่นนี้ได้อย่างไร? คลี่คลายวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของเผ่าหมอผีแห่งดินแดนป่าเถื่อนลงได้อย่างง่ายดาย จนบีบบังคับให้จักรพรรดิหมอผีต้องก้มหัวยอมแพ้! ความสามารถเช่นนี้หากไม่เรียกว่า ‘เทพมนุษย์’ จะเรียกว่าอะไร?
หนึ่งปู่กุย หนึ่งปู่ลู่… หากพวกเจ้าได้เห็นว่าในโลกนี้ยังมีคนเช่นนี้อยู่ จะรู้สึกอย่างไรกันนะ?
ดวงตาของจักรพรรดิหมอผีหม่นแสงลง จิตวิญญาณล่องลอย พลางพึมพำในใจว่า ‘พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า เขาคือหลานชายของลู่ซิงอี…’