บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 325 สระสายฟ้าน้อย เส้นทางเหนือสามัญ
บทที่ 325 สระสายฟ้าน้อย เส้นทางเหนือสามัญ
ตูม!
ภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับทะเลสาบสีเลือดในสรวงสวรรค์ระเบิดออก กระจายละอองแสงสีแดงฉานนับไม่ถ้วนออกมา เปลวเพลิงสีเงินนั้นรุนแรงเกินไป ถึงกับปรากฏขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ทำลายภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณจนแตกกระจาย!
เหตุการณ์ผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ส่งผลกระทบต่อจักรพรรดิหมอผีเป็นคนแรก
เมื่อไร้สมบัติล้ำค่านี้คอยขวางกั้น พลังหายนะมหาวิถีที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเจดีย์หมื่นเร้นลับก็ซัดจักรพรรดิหมอผีกระเด็นออกไปในทันที
“มารดามันเถอะ!”
จักรพรรดิหมอผีส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธและไม่ยอมรับ จวบจนบัดนี้การต่อสู้ดำเนินมาเรื่อย ๆ จนเกือบจะสามารถปราบเจดีย์หมื่นเร้นลับได้แล้ว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นความพยายามที่สูญเปล่า จักรพรรดิหมอผีโกรธจนแทบจะกระอักเลือด
“จิตวิญญาณหอกไร้ลักษณ์? ดีนักนะเจ้าเต่าเฒ่าเก้าอนันต์ เหตุใดถึงมาทำลายแผนการใหญ่ของข้า!”
หนิงปู่กุยระเบิดเจตนาฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง เขาตัดสินใจเด็ดขาดกว่าจักรพรรดิหมอผีมากนัก ในชั่วขณะที่ภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณถูกทำลาย เขาก็ทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งไปตามทิศทางของแสงสีเงินที่กำลังพุ่งเข้ามา ไม่มีความคิดที่จะต่อสู้กับเจดีย์หมื่นเร้นลับอีกต่อไป และก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ไม่นาน จักรพรรดิหมอผีที่บาดเจ็บสาหัสก็ถอนตัวไป บนท้องฟ้า เจดีย์หมื่นเร้นลับส่งเสียงสนั่น แสงหายนะม้วนตัวก่อนจะหายไปเช่นกัน
ม่านฟ้ามืดมิดที่ฉีกขาดออกก็เลื่อนมาบรรจบกันดังเดิม เกิดศึกใหญ่ที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้า กลับต้องถูกขัดจังหวะในช่วงเวลาสำคัญที่สุด เพราะตัวแปรที่โผล่มาอย่างกะทันหันในตอนสำคัญที่สุด
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้?”
“โธ่เอ๊ย! สวรรค์ช่างตาบอดเสียจริง ทำลายความหวังของเผ่าเราที่จะได้รับอิสรภาพอีกครั้ง!”
“ใครกันที่ทำลายภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณ? ใครกัน…”
ทั่วทั้งเผ่าหมอผีแห่งดินแดนป่าเถื่อนต่างโกรธแค้น
แม้แต่ประมุขเผ่าหมอผีสายฟ้าอย่างเล่ยเซียวและคนอื่น ๆ ก็ยากจะปกปิดความผิดหวังในใจ เหลืออีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นอีกจนได้!
ใครจะไปทำใจยอมรับได้?
บนภูเขาสองภพ เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ จอมมารเซียงเจวียที่ยืนอยู่บนฟากฟ้าก็มีสีหน้ามืดครึ้มทันที
“ใครกันที่กล้าลงมือ ถึงกับกล้าทำลายภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณ สงสัยคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
ดวงตาของจอมมารเซียงเจวียมีเจตนาสังหาร วิชาการหลอมภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่เซิ่งจุนอวิ๋นซัวถ่ายทอดให้ ตามแผนการของเซิ่งจุนอวิ๋นซัว ขอเพียงจักรพรรดิหมอผีทำลายพลังปิดผนึกของเจดีย์หมื่นเร้นลับ พวกเขาเหลามารสวรรค์ก็จะมีโอกาสส่งกองทัพใหญ่ลงมายังเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้าแห่งนี้ แต่ตอนนี้โอกาสอันดีงามกลับถูกทำลายลงไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้!
จะไม่ให้จอมมารเซียงเจวียโกรธได้อย่างไรเล่า?
“แสงสีเงินศักดิ์สิทธิ์เมื่อครู่นี้เป็นฝีมือของผู้ใดกัน?”
ลู่เยี่ยก็ตกตะลึงไม่น้อย เพียงการโจมตีเดียวเท่านั้นก็สามารถทำให้การต่อสู้ใหญ่แข็งแกร่งวุ่นวาย ทำลายแผนการของจักรพรรดิหมอผีและหนิงปู่กุย ผู้ที่ลงมือโจมตีผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด!
“ทุกคนแยกย้ายกันไปเถอะ”
จอมมารเซียงเจวียถอนหายใจ ภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณถูกทำลายลง จักรพรรดิหมอผีบาดเจ็บสาหัส การไปทำสงครามกับเจดีย์หมื่นเร้นลับครั้งต่อไปก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงเมื่อใด
“ท่านจอมมาร ประมุขน้อยหลิงเฉินกลับมาแล้วขอรับ”
ในตอนนี้เซียงซื่อสุยรีบเอ่ยปากอย่างนอบน้อม
ลู่เยี่ยรู้สึกใจเย็นยะเยือก แทบอยากจะสังหารตาเฒ่าเซียงซื่อสุยนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอด ช่างเป็นการไปแหย่ตรงจุดที่ไม่ควรแหย่เลยจริงๆ ด้วยความสามารถของจอมมารเซียงเจวีย แม้เป็นเพียงพลังจิตเทวะเพียงสายหนึ่ง หากคิดจะตรวจสอบฐานะของเขาก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมองทะลุการปลอมตัวของเขา
ในขณะที่ความคิดกำลังหมุนวน ลู่เยี่ยก็สัมผัสได้อยางไว สายตาของจอมมารเซียงเจวียกวาดมาทางตน ในช่วงเวลานั้นลู่เยี่ยก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะละทิ้งความหวังลมๆ แล้งๆ ในใจ และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
แต่นอกเหนือความคาดหมาย จอมมารเซียงเจวียเพียงแค่มองดูเขาแวบเดียวก็หันหลังเดินจากไป
“ข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ วันหลังค่อยให้การต้อนรับเจ้าอีกที”
เสียงยังคงก้องกังวานแต่ร่างของจอมมารเซียงเจวียได้หายวับไปแล้ว ลู่เยี่ยเข้าใจในทันที เมื่อครู่นี้เห็นชัดว่าจอมมารเซียงเจวียได้รับบาดเจ็บหนัก ยามนี้คงไม่มีอารมณ์จะสนใจตนเองแล้ว!
“เฮ้อ ประมุขน้อย พวกเราคงต้องหาโอกาสเข้าพบท่านจอมมารในคราวหน้าแทนแล้วละ” เซียงซื่อสุยกล่าวอย่างเสียดาย
ลู่เยี่ยกวาดตามองตาเฒ่าคนนี้แวบหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ระหวางทางกลับ เจ้าไม่ได้บอกหรอกหรือว่าเตรียมความประหลาดใจไว้ให้ข้า ความประหลาดใจนั้นเล่าอยู่ที่ใด?”
เซียงซื่อสุยยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้ากำลังจะนำมามอบให้ประมุขน้อยพอดี! ขอเชิญประมุขน้อยตามข้ามาทางนี้”
เขานำทางลู่เยี่ยเดินจากไป เมื่อเห็นบรรพชนคางคกโลหิตกำลังจะตามมา เขาก็รีบห้ามทันที “ไม่มีธุระของเจ้าแล้ว อย่าตามมาอีก!”
“ขอรับ”
บรรพชนคางคกโลหิตรีบพยักหน้ารับคำ ทว่าที่ข้างหูของเขากลับมีเสียงของลู่เยี่ยส่งเสียงกระแสจิตมาว่า “ไปหาพวกสหายเก่าของเจ้าเสีย”
บรรพชนคางคกโลหิตเข้าใจความหมายทันทีแล้วหันหลังเดินจากไป
ในเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้ามีเขตต้องห้ามลึกลับอยู่มากมาย สระสายฟ้าน้อยก็เป็นหนึ่งในนั้น ผืนดินที่นี่เว้าแหว่งลงไปราวกับหลุมยักษ์ ภายในหลุมเต็มไปด้วยพลังสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวม้วนตลบและโถมตัวราวกับคลื่นน้ำ ก่อให้เกิดเป็นละอองคลื่นสายฟ้าเจิดจ้าบาดตา
สภาวะรอบด้านของหลุมยักษ์นั้น กาลเวลาและมิติบิดเบี้ยว พื้นที่พังทลายและสับสนอลหม่าน ในช่วงกาลเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา หากผู้ใดก็ตามเข้าใกล้ที่นี่ จะถูกกระแสลมพายุ กาลเวลาฉีกกระชากจนเป็นชิ้นๆ!
ที่นี่คือสระสายฟ้าน้อย ทะเลสาบสายฟ้าที่รวมตัวกันอยู่ในหลุมยักษ์นั้นก็คือสิ่งที่เรียกว่า ‘สระสายฟ้า’
และในยามนี้ เมืองสี่ทิศที่ปรากฏขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบร้อยปี ก็ตั้งอยู่เหนือ ‘สระสายฟ้าน้อย’ แห่งนี้ เมืองนี้มีสีดำสนิท ดูโบราณและลึกลับ ยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างยิ่ง
มันลอยอยู่เหนือหลุมยักษ์ที่มีสายฟ้าพุ่งพล่าน รอบด้านถูกกั้นไว้ด้วยพลังกาลเวลาที่พังทลายและปั่นป่วน มีเพียงเส้นทางสายเดียวที่ปูด้วยบันไดหินสีดำ เริ่มตั้งแต่บริเวณประตูเมืองทอดยาวไปถึงภายนอกสระสายฟ้าน้อย!
เส้นทางนี้ถูกเรียกว่า ‘เส้นทางเหนือสามัญ’
เมื่อเมืองสี่ทิศปรากฏขึ้น เส้นทางนี้ก็จะถูกปูออก ทะลุผ่านพลังแห่งมิติกาลเวลาที่แตกสลายแล้วปูไปจนถึงด้านนอกของสระสายฟ้าน้อย เหล่าผู้ฝึกตนจากโลกมนุษย์ ตราบใดที่พลังบำเพ็ญต่ำกว่าขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะมีฐานะใด ไม่ว่าพลังจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเพียงใด ก็สามารถเหยียบย่างบนเส้นทางเหนือสามัญนี้เพื่อเข้าสู่เมืองสี่ทิศได้
ในยามนี้ ภายในเมืองสี่ทิศได้รวบรวมผู้ฝึกตนจากโลกมนุษย์มากมายนับไม่ถ้วน มีจำนวนรวมกันถึงกว่าพันคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตนอิสระ แต่ก็มีศิษย์จากสำนักใหญ่ ตระกูลขุนนาง และเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียนอยู่ไม่น้อย สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเมืองสี่ทิศยังมี ‘ทูต’ จากหลายสำนักฝึกฝนในดินแดนหลิงชางอีกด้วย ปัจจุบัน ‘ทูต’ เหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง
เมื่อจักรพรรดิหมอผีและหนิงปู่กุยเปิดศึกเหนือม่านฟ้ามืดมิดเพื่อต่อสู้กับเจดีย์หมื่นเร้นลับ ทุกคนในเมืองสี่ทิศต่างก็ตกใจจนขวัญผวา
การต่อสู้ระดับสุดยอดเช่นนี้เปรียบเสมือนเทพเจ้าในตำนานกำลังประมือกัน ทำให้บรรดาผู้ฝึกตนจากโลกมนุษย์ทั้งหมดรู้สึกทึ่งและอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน พวก ‘ทูต’ ที่มาจากดินแดนหลิงชางต่างก็รู้สึกตื่นตะลึง
“คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากผ่านไปร้อยปีและได้กลับมายังเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้าอีกครั้ง จะยังได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้!”
“นั่นคือจักรพรรดิหมอผีหรือ? พลังช่างน่ากลัวยิ่งนัก! ไม่รู้ว่าพลังบำเพ็ญของเขาสูงเพียงใดกันแน่”
“แล้วผู้ฝึกดาบผู้นั้นเป็นใครกัน?”
บรรดา ‘ทูต’ สนทนากันด้วยใจที่สั่นคลอน
ในดินแดนหลิงชางพวกเขาเคยเห็นเหตุการณ์ใหญ่โตมาแล้วมากมาย แต่การต่อสู้ตรงหน้านี้ก็ยังคงทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว และเมื่อการต่อสู้นี้ดำเนินมาถึงช่วงสำคัญที่สุด บรรดาผู้ฝึกตนต่างก็ได้เห็นพร้อมกันว่า ในบริเวณ ‘สระสายฟ้าน้อย’ ที่ตั้งอยู่ใต้เมืองสี่ทิศ มีแสงสีเงินเจิดจ้าพุ่งทะยานออกมา แสงสีเงินเจิดจ้านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์ เมื่อมองเห็นแสงสีเงินนั้นก็ได้ทะลวงผ่านห้วงอากาศไปถึงนอกชั้นฟ้าแล้ว และทำลายภาพมารสวรรค์หมื่นวิญญาณในคราวเดียว!
ใต้สระสายฟ้าน้อยแห่งนี้ ลึกลับซ่อนสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างไว้อีกหรือ?
ขณะที่บรรดา ‘ทูต’ รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง ณ ขอบฟ้าอันไกลโพ้น หนิงปู่กุยที่ร่างกายอาบไปด้วยแสงดาบหมื่นจั้งก็ได้ทะลวงท้องฟ้าเข้ามาแล้ว และบุกมาถึงเบื้องหน้าสระสายฟ้าน้อย เพียงแคดเจตจำนงดาบบนตัวเขาก็สะกดไปทั่วฟ้าดิน ทำลายกระแสความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาที่ปกคลุมรอบสระสายฟ้าน้อยไปเป็นบริเวณกว้าง
ภายในเมืองสี่ทิศ แม้แต่บรรดา ‘ทูต’ จากดินแดนหลิงชางต่างก็รู้สึกใจหายวาบ ถูกพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของหนิงปู่กุยข่มขวัญจนสั่นสะท้าน