Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 303 ชีวิตและความตายไม่อาจข่มขู่ได้!

  1. Home
  2. บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน
  3. บทที่ 303 ชีวิตและความตายไม่อาจข่มขู่ได้!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ภายในด่านเทียนหลาง ในตำหนักโบราณแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมขนนกกระเรียนกำลังเล่นหมากกับหญิงสาวงดงามอาภรณ์เขียวที่มีทรวดทรงอ้อนแอ้นเย้ายวน

“หลังจากจักรพรรดิองค์ใหม่แห่งต้าเฉียนขึ้นครองราชย์ ราชครูหนุ่มนามลูเยี่ยผู้นั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากกวาดล้างตระกูลพาน” ชายเสื้อคลุมขนนกกระเรียนถอนหายใจ “ผู้คนจากเผ่าปีศาจกู่พิษเผ่าใจส่งข่าวมาว่า ลูเยี่ยคนผู้นี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมาที่ด่านเทียนหลาง ข้าถึงได้รออยู่ที่นี่ตลอด แต่รอจนถึงตอนนี้แม้แต่เงาผีก็ยังไม่เห็น ช่างทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”

หญิงงามอาภรณ์เขียวหยิบหมากหนึ่งตัววางลงบนกระดานก่อนจะยิ้มพลางกล่าวว่า

“หากเขามาจริงๆ ท่านไม่กังวลว่าจะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ไม่ได้หรือ?”

ชายเสื้อคลุมขนนกกระเรียนหัวเราะเยาะ

“ข่าวการต่อสู้ในเมืองหลวงข้าสืบมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน และวิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายสิบครั้ง เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าได้ข้อสรุปอย่างไร?”

หญิงงามอาภรณ์เขียวกล่าวอย่างสนใจ “อย่าทำตัวลึกลับไปหน่อยเลย รีบบอกมาให้ข้าฟังที”

ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมนกกระเรียนกล่าวอย่างราบเรียบว่า

“ความแข็งแกร่งของลูเยี่ยผู้นี้ อย่างมากที่สุดก็เทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่งขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย!”

หญิงงามอาภรณ์เขียวขมวดคิ้ว “จริงหรือ?”

ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมนกกระเรียนกล่าวว่า “เขาสามารถบุกเขาวังหลวงและไล่ล่าไปถึงเทือกเขาพันมังกรได้ ก็เพราะอาศัยค่ายกลของราชวงศ์เชียงเท่านั้นเอง”

หญิงงามอาภรณ์เขียวขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “แต่ในข่าวลือบอกว่าลูเยี่ยคนนี้มีผู้มีฝีมือคอยหนุนหลังอยู่ไม่ใช่หรือ?”

ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมนกกระเรียนหัวเราะพลางตอบว่า

“นั่นเป็นเพียงข่าวลือ มีการบิดเบือนไปเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ข้าจะไม่ประมาทเขา เพื่อรอการมาของเขา ข้าได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเตรียมแผนการรับมือไว้มากมายทีเดียว”

หญิงงามอาภรณ์เขียวพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ทุกสิ่งที่ผิดปกติย่อมมีเหตุ ลูเยี่ยผู้นี้ต้องมีความลับที่คนทั่วไปไม่รู้อยู่ไม่น้อย การระมัดระวังไว้ก่อนไม่ใช่เรื่องเลวร้าย”

ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมนกกระเรียนหยิบหมากตัวหนึ่งขึ้นมา ถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ถึงข้าจะเตรียมพร้อมมากเพียงใด ก็ต้องให้ลูเยี่ยกล้ามาก่อนถึงจะได้”

ในเวลานั้นเอง เสียงสัญญาณลูกธนูหวีดหวิวและเสียงลั่นกลองศึกพลันดังสนั่นขึ้นในเมือง

“ศัตรูโจมตี?” หญิงงามอาภรณ์เขียวมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “หรือว่าสิ่งที่เราพูดออกไปจะเป็นประกาศิต คิดถึงสิ่งใดก็มีสิ่งนั้น”

บัง! ชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมขนนกกระเรียนกระแทกหมากลงบนกระดาน ยิ้มพลางกล่าวว่า

“ไป! ไปดูกัน! หากเป็นลูเยี่ยจริงๆ ก็แสดงว่าสวรรค์กำลังทำให้ความปรารถนาของพวกเราเป็นจริง!”

ขณะที่เสียงของเขายังคงก้องกังวาน เขาและหญิงงามอาภรณ์เขียวก็ลุกขึ้นและจากไปแล้ว

บนกำแพงเมืองด่านเทียนหลาง เมื่อพวกทหารยามเห็นเพียงลูเยี่ยคนเดียวที่เหยียบบนปราณดาบพุ่งมาเหมือนรุ้งยาว พวกเขาต่างรู้สึกประหลาดใจและขบขัน แต่เมื่อลูเยี่ยเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว สีหน้าของพวกทหารยามก็เปลี่ยนไปในทันที ช่างเป็นพลังลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน! ผู้ฝึกดาบผู้นั้นเป็นใครกัน?

“เป่าเขาสัตว์! รัวกลองศึก! บอกทุกคนว่ามีผู้ฝึกดาบที่แข็งแกร่งบุกโจมตี!” มีคนตะโกนก้อง

ทันใดนั้น เสียงเป่าเขาสัตว์แหลมชัดดังแหวกผ่านความมืดของราตรี ดังก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือด่านเทียนหลาง เสียงตีกลองรัวเป็นชุด ๆ ก็ดังกึกก้องตามมา

ทหารปีศาจแปดหมื่นนายที่ประจำการอยู่ทั่วทั้งด่านเทียนหลางต่างเคลื่อนไหวในทันที ส่วนคนที่มีปฏิกิริยารวดเร็วที่สุดคือ ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมลายนกกระเรียนและหญิงงามอาภรณ์เขียว ทั้งสองล้วนเป็นผู้มีตัวตนในขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ ฝ่ายชายมีนามว่า ‘หนานถัว’ ฝ่ายหญิงมีนามว่า ‘ลวีเนียว’ ทั้งสองต่างเป็นผู้อาวุโสระดับสูงสุดในเผ่าหมอผีปีศาจ พลังอำนาจอันดุร้ายของพวกเขาสั่นสะเทือนไปทั่วชายแดนเหนือของต้าเฉียน

เพียงชั่วพริบตา ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมลายนกกระเรียนหนานถัวและหญิงงามอาภรณ์เขียวลวีเนียวก็ปรากฏตัวบนกำแพงเมืองแล้ว ด้านหลังของพวกเขาทั้งสอง ทหารปีศาจแปดหมื่นนายเพิ่งจะเริ่มรวมตัวกัน

“ลูเยี่ย! เป็นเขาจริงๆ!” สายตาของหนานถัวเปล่งประกายแดงด้วยความตื่นเต้น เขาอุทานด้วยความดีใจ “ฮ่า ๆ สวรรค์มีตาจริงๆ ทำให้สิ่งที่เราปรารถนาเป็นจริงได้!”

ในความมืดของราตรีที่ห่างออกไป ปราณดาบสีเขียวสายหนึ่งพุ่งเข้ามาไกล หนานถัวเคยเห็นภาพวาดของลูเยี่ยมาก่อน จำเอกลักษณ์ได้ในปราดเดียว

“เขากล้ามาเพียงลำพังหรือนี่…” ลวีเนียวขมวดคิวงาม “ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล”

ราชครูหนุ่มที่เคยบุกทำลายวังหลวงจนแตกแล้ว ย่อมไม่มีทางเป็นคนโง่เขลา นั่นย่อมหมายความว่า ลูเยี่ยย่อมรู้ดีว่าด่านเทียนหลางแห่งนี้มีขุมกำลังแข็งแกร่งเพียงใดรอคอยอยู่ แต่ทว่าลูเยี่ยก็ยังมา และมาเพียงลำพัง! สิ่งนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผิดปกติมาก ไม่ลูเยี่ยมีกำลังเสริมซ่อนอยู่ ก็คือตัวลูเยี่ยเองเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม! แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าการเอาชนะลูเยี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“วางใจเถิด ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเตรียมแผนการไว้พร้อมสรรพแล้ว!” หนานถัวมองด้วยสายตาที่ลึกล้ำ คำพูดทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ในเวลาเดียวกัน ลูเยี่ยหยุดยืนอยู่กลางอากาศ ห่างจากด่านเทียนหลางไปหนึ่งพันจั้ง จากตรงนี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ภายในด่านเทียนหลางทั้งหมดมีผู้คนเบียดเสียดกันอยู่ ทหารปีศาจแปดหมื่นนายกำลังรวมตัวกัน กลิ่นอายสังหารพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของลูเยี่ยจริงๆ คือ หนานถัวและลวีเนียวที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง บรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์สองคนในแผ่นหยกที่จ้าวจงมอบให้ก็มีภาพวาดของคนทั้งสองนี้อยู่!

“ลูเยี่ย หากข้าเดาไม่ผิด เจ้ามาที่นี่เพื่อพวกคนแก่ของตระกูลลูพวกนั้นใช่หรือไม่?” หนานถัวเอ่ยปากอย่างเนิบนาบ เสียงแผ่กระจายไปไกลในความมืดของราตรี

ลูเยี่ยตอบว่า “เจ้าเดาถูกเพียงครึ่งเดียว”

หนานถัวชะงักไป “แล้วอีกครึ่งเล่า?”

ลูเยี่ยตอบอย่างเรียบง่าย “ย่อมเป็นการกวาดล้างที่นี่ให้สิ้นซาก!”

หนานถัวหัวเราะทันที “ดูเหมือนเจ้าจะมั่นใจมากเชียวนะ แต่ก่อนที่เจ้าจะทำเช่นนั้น เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าพวกผู้อาวุโสของตระกูลลูของเจ้านั้นยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว?”

“ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตาย ก็ไม่สามารถข่มขู่ข้าได้อีกแล้ว” ลูเยี่ยพลิกฝ่ามือขวาขึ้น ดาบพิชิตมารขยายร่างยาวสี่ฉื่อถูกลูเยี่ยกุมไว้ในมือ แววตาของเขาลึกล้ำและเย็นชา “หากพวกเขาสิ้นชีพ ข้าจะให้เผ่าหมอผีปีศาจของพวกเจ้าทั้งหมดฝังร่างไปพร้อมกัน หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ข้าอาจจะเมตตาเหลือหนทางรอดให้พวกเจ้าวักสายหนึ่ง”

เสียงยังคงก้อนกังวาน บนร่างที่องอาจของลูเยี่ยพลันปรากฏกลิ่นอายสังหารอันน่าหวาดกลัวพุ่งทะยานขึ้นฟ้า

“ชัดเจนว่าเด็กคนนี้ไม่กลัวทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งนะ หนานถัว คราวนี้เจ้าจะทำอย่างไร?” ลวีเนียวขมวดคิ้ว เมื่อการข่มขู่ไม่ได้ผล นั่นก็หมายความว่าลูเยี่ยไม่มีจุดอ่อนให้ถูกใช้ประโยชน์อีกแล้ว!

หนานถัวยิ้มเล็กน้อย “หรือเจ้าคิดว่าเด็กหนุ่มขอบเขตทะเลทองคำจะสามารถพลิกสถานการณ์ต่อหน้าเจ้าและข้าได้หรือ?”

หนานถัวกระทืบเท้าลงหนึ่งครั้ง ครืน!

รอบกำแพงเมืองทั้งสี่ด้านของด่านเทียนหลาง มีค่ายกลสังหารสีเลือดปรากฏขึ้นมา เปลวเพลิงสีเลือดของค่ายกลสังหารพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมความมืดของราตรีให้กลายเป็นสีเลือด อักขระของค่ายกลมากมายส่องประกายวูบวาบ ปลดปล่อยพลังสังหารอันมหาศาลออกมา ในเวลาเดียวกัน ทหารปีศาจแปดหมื่นนายที่รวมตัวกันอยู่ในเมืองต่างประจำการตามตำแหน่งต่าง ๆ บนกำแพงเมืองทั้งสี่ด้าน ต่างคนต่างแยกย้ายกันเฝ้าประจำการอยู่ในแต่ละพื้นที่ ทว่ากลิ่นอายพลังของกันและกันกลับสะท้อนรับกันจากระยะไกล ที่แท้พวกเขากำลังร่วมกันก่อตั้งค่ายกลสงครามโบราณขึ้นมา!

ลวีเนียวจำได้ในทันที ค่ายกลที่ปกคลุมอยู่เหนือด่านเทียนหลางนั้นคือ ค่ายกลต้องห้ามหมื่นมารเพลิงโลหิต! นี่คือค่ายกลต้องห้ามอันน่าสะพรึงกลัวที่มอบมาจากเผ่าปีศาจกู่พิษเผ่าใจ ใช้เลือดและจิตเทวะของผู้ฝึกตนมนุษย์นับแสนคนเป็นแหล่งพลังงาน กลิ่นอายสังหารรุนแรงไร้ขอบเขต เมื่อครั้งด่านเทียนหลางแตก ผู้ฝึกตนต้าเฉียนหลายแสนคนต้องสังเวยชีวิต และเป็นเลือดกับจิตเทวะของผู้ฝึกตนเหล่านี้เองที่ถูกนำมาสร้างเป็นรากฐานของค่ายกลสังหารนี้ขึ้นมา! ส่วนเหลาทหารปีศาจแปดหมื่นนายในเมืองนั้น พวกเขารวมตัวกันเป็นค่ายกลสงครามประจำเผ่าหมอผีปีศาจที่เรียกว่า ‘เก้าโค้งเชื่อมโยง’!

เมื่อค่ายกลนี้ก่อตัวขึ้น แม้แต่บรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังถูกกักขังและสังหารได้อย่างง่ายดาย!

“ไม่รู้ว่าลูเยี่ยผู้นั้นจะต้านทานพลังอำนาจของค่ายกลใหญ่ทั้งสองนี้ได้หรือไม่” ลวีเนียวคิดในใจ นางเองก็อยากจะเห็นกับตาว่า ลูเยี่ยที่เคยถล่มเมืองหลวงมาได้ คืนนี้จะแสดงฝีมืออย่างไรบ้าง จะเป็นดังที่หนานถัวกล่าวไว้หรือไม่ว่า พลังบำเพ็ญของเขาเพียงเทียบเท่ากับขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หากเป็นเช่นนั้น ลูเยี่ยย่อมต้องทิ้งชีวิตไว้ ณ ที่แห่งนี้เป็นแน่!

“ลูเยี่ย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเคยลอบโจมตีกลางสายฝน บุกเขาวังหลวงต้าเฉียน และควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลึกลับจื่อเวยได้อย่างไม่คาดคิด” หนานถัวเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ข้าอยากรู้นักว่าตอนนี้เจ้าจะแสดงฝีมือทำลายค่ายกลใหญ่ที่ข้าจัดวางด้วยตัวเองนี้ได้อย่างไร?”

น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความเย้ยหยัน ความหมายแฝงคือ ที่เจาลูเยี่ยควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลึกลับจื่อเวยได้นั้นก็เพราะลอบโจมตีและอาศัยโชคช่วยเท่านั้น แต่ตอนนี้ต่อหน้าข้า เจ้าลองลอบโจมตีให้ดูอีกทีสิ?

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 303 ชีวิตและความตายไม่อาจข่มขู่ได้!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย