Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 302 ดาบมาเยือนด่านเทียนหลาง

  1. Home
  2. บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน
  3. บทที่ 302 ดาบมาเยือนด่านเทียนหลาง
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ที่ตำแหน่งริมหน้าต่าง ลูเยี่ยดื่มสุราไปหนึ่งจอก สีหน้าสงบนิ่ง สำหรับเสียงด่าทอเหล่านั้นเขาเห็นจนชินแล้ว

ในระหว่างทางที่เร่งมายังเมืองอวิ๋นอัน ลูเยี่ยก็ได้ยินมานานแล้วว่า ศึกในเมืองหลวงได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วใต้หล้า พลังของสัตว์อสูรจากทั่วทุกแห่งในต้าเฉียนฉวยโอกาสเคลื่อนไหว สร้างภัยพิบัติไปทั่วทุกหัวระแหง จนทำให้ในสายตาชาวโลก ลูเยี่ยผู้เป็นราชครูแห่งต้าเฉียนกลายเป็นตัวการหลักของหายนะ ผู้คนด่าทอเขาว่าเป็นกบฏผู้นำความวุ่นวายมาสู่แผ่นดิน

ลูเยี่ยไม่ได้โกรธเคือง ผู้คนที่ต้องทนทุกข์จากภัยสัตว์อสูรย่อมต้องหาที่ระบายความโกรธแค้นที่เต็มอก การที่เขาถูกคนนับพันชี้หน้า ถูกคนนับหมื่นถ่มน้ำลายใส่ ย่อมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ อย่างไรก็ตาม ลูเยี่ยไม่มีวันยอมรับว่าภัยพิบัติในใต้หล้านี้เกิดจากตนเอง และเขาจะไม่ยอมแบกรับความผิดนี้แน่นอน

ในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบเร่งเดินเข้ามา พร้อมประสานมือทำความเคารพลูเยี่ย

“ผู้น้อยจ้าวจง ตำแหน่งผู้บัญชาการแห่งกรมปราบปีศาจเมืองอวิ๋นอัน ขอคารวะท่านใต้เท้าลู”

“นั่งลงเถิด” ลูเยี่ยผายมือเชิญ

“ขอบคุณท่านใต้เท้าที่ประทานที่นั่งให้” หลังจากจ้าวจงนั่งลง เขาก็นำแผ่นหยกม้วนหนึ่งส่งให้อย่างนอบน้อม “ท่านใต้เท้าลู ข่าวสารที่เกี่ยวกับด่านเทียนหลางที่ท่านต้องการทราบ ล้วนอยู่ในนี้ทั้งหมด!”

ลูเยี่ยรับแผ่นหยกม้วนมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง จึงเก็บม้วนหยกไว้แล้วกล่าวว่า “ขอบคุณมาก”

จ้าวจงยิ้มพลางกล่าว “การได้รับใช้ท่านใต้เท้าลู ถือเป็นเกียรติของผู้น้อย”

จมูกของลูเยี่ยขยับเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า

“เหตุใดบนร่างของเจ้าถึงมีกลิ่นคาวเลือดสัตว์อสูร และพลังลมปราณก็ยังรุนแรงถึงเพียงนี้?”

จ้าวจงอธิบายว่า “ในช่วงที่ผ่านมา นอกเมืองอวิ๋นอันเกิดภัยจากปีศาจถึงสามครั้ง ข้ากับพี่น้องในจวนที่ว่าการได้ออกไปนอกเมืองเพื่อการสังหารปีศาจบ่อยครั้ง”

ลูเยี่ยถามอย่างสงสัย “ช่วงที่ผ่านมาภัยจากปีศาจเกิดขึ้นบ่อยมากหรือ?”

จ้าวจงพยักหน้า “แน่นอน เพิ่มขึ้นมากทีเดียว”

ลูเยี่ยนวดคลึงระหว่างคิ้ว “ไม่น่าแปลกใจที่ข้าถูกด่าทออย่างรุนแรงเช่นนั้น”

จ้าวจงรีบกล่าว “ท่านใต้เท้าไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้ ฝ่าบาทได้ออกราชโองการให้รวบรวมกำลังจากทั่วหล้าเพื่อจัดการภัยจากปีศาจ แม้แต่ตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดินทั้งแปดก็ส่งยอดฝีมือออกรบแล้ว ไม่นานนัก อีกไม่นานย่อมกวาดล้างภัยจากปีศาจได้แน่นอน และคืนความสงบสุขกลับมาสู่ใต้หล้า”

“คำปลอบใจพวกนี้ไม่ต้องพูดหรอก” ลูเยี่ยกล่าว “ตลอดแปดร้อยปีที่ผ่านมา ภัยจากปีศาจยังคงระบาดในดินแดนต้าเฉียนไม่เคยหมดสิ้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะแก้ไขได้อย่างง่ายดาย?”

จ้าวจงเผยสีหน้าอึดอัดใจ ลูเยี่ยไม่ได้ทำให้จ้าวจงลำบากใจ เพียงกล่าวว่า

“ต่อไปเจ้าช่วยข้าส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปให้เจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน”

จ้าวจงตกใจกล่าว “ท่านใต้เท้าต้องการขอให้เจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียนออกโรงช่วยหรือ?”

ลูเยี่ยพยักหน้า

จ้าวจงกล่าวตื่นเต้น “หากเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียนร่วมมือกันออกโรง ย่อมสามารถกวาดล้างภัยปีศาจในใต้หล้าได้อย่างแน่นอน! เพียงแต่… พวกเขาจะยอมช่วยหรือไม่?”

ลูเยี่ยหัวเราะ “เช่นนั้นก็ต้องดูว่าพวกเขาจะเห็นแก่หน้าข้าหรือไม่”

ในการต่อสู้ครั้งก่อนที่เหยียบย่ำทำลายตระกูลพานนั้น ทำให้เขาและสำนักใหญ่ต่าง ๆ ผูกสัมพันธ์อันดีต่อกัน ลูเยี่ยไม่เชื่อว่าสำนักใหญ่เหล่านั้นจะไม่ยอมให้เกียรติเขาแม้เพียงเล็กน้อย อีกทั้งเขายังเป็นคนของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์อีกด้วย! ลูเยี่ยหยิบแผ่นหยกออกมาแผ่นหนึ่งแล้วมอบให้กับจ้าวจง “เจ้าเพียงแค่ส่งข่าวไปก็พอแล้ว”

“ผู้น้อยรับคำสั่ง!” จ้าวจงรับปาก

เมื่อรัตติกาลมาเยือน จ้าวจงก็ลุกขึ้นบอกลา ขณะกำลังจะออกไปภายนอกโรงเตี๊ยม ก็มีเสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกดังขึ้น

“แย่แล้ว สัตว์อสูรบุก!”

“หนีเร็ว! ทุกคนรีบหนีเร็ว! นอกเมืองมีสัตว์อสูรมาไม่ต่ำกว่าหมื่นตัว!”

เสียงอึกทึกดังสนั่นแพร่กระจายไปทั่วเมืองอวิ๋นอันที่โคมไฟเพิ่งถูกจุด ก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว ลูกค้าในโรงเตี๊ยมที่ก่อนหน้านี้ด่าทอลูเยี่ยอยู่ ต่างก็หนีอย่างตื่นตระหนก แย่งกันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต

“สัตว์อสูรบุกเมือง?” จ้าวจงรู้สึกใจสั่นสะท้าน “ทำไมข้าถึงไม่ได้รับรายงาน? หรือว่ากองทัพสัตว์อสูรกลุ่มนี้โจมตีแบบฉับพลัน? ท่านใต้เท้าลู…”

จ้าวจงหันกลับมา แต่ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าลูเยี่ยไม่ได้อยู่ที่เดิมเสียแล้ว

บนกำแพงเมืองใต้แสงราตรี ลูเยี่ยยืนไพล่มือไว้ข้างหลัง ยังนิ่งอยู่ตรงนั้น ภายในเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทุกที่มีแต่ราษฎรที่หวาดกลัววิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เสียงกรีดร้องและเสียงร้องเรียกดังสลับกันไปมา นอกเมืองบนที่ราบร้างที่ปกคลุมด้วยความมืดของราตรี กองทัพสัตว์อสูรขนาดใหญ่กำลังบุกมาอย่างรวดเร็ว แผ่นดินสั่นภูเขาไหว ฝุ่นควันตลบฟุ้งกระจาย ที่ประตูเมือง ทหารยามที่เฝ้าอยู่ตรงนั้นตกใจจนปิดประตูเมืองแน่นหนา

บนท้องฟ้ามีกลุ่มปักษาดุร้ายบินวนเวียนมองลงมายังเมือง ทำหน้าที่เป็น ‘ดวงตา’ ให้กองทัพสัตว์อสูรด้านล่าง ราตรีที่เงียบสงบกลับกลายเป็นวุ่นวายสับสนและอันตราย

“ที่แท้ท่านใต้เท้าลูก็อยู่ตรงนั้นนี่เอง” จ้าวจงมองเห็นร่างของลูเยี่ยที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนกำแพงเมืองจากระยะไกล จ้าวจงคิดในใจ ‘มีท่านใต้เท้าลูอยู่ ภัยจากปีศาจครั้งนี้คงไม่ถึงกับบุกเข้าเมืองได้…’

พอความคิดนี้ผุดขึ้นในสมอง จ้าวจงก็เห็นลูเยี่ยเหยียบบนปราณดาบสีเขียวที่ทอดยาวราวรุ้ง พุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี ร่างของชายหนุ่มในอาภรณ์สีดำราวหมึกสะบัดอาภรณ์และแขนเสื้อ ทันใดนั้น ปราณดาบสีเขียวอันบางละเอียดราวกับขนวัวนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิว

นี่คือความลึกลับของมหาวิถีเร้นลับดับสูญที่สามารถทำให้ปราณดาบทุกนิ้วแปรเปลี่ยนเป็นแสงคมกริบอันละเอียด ทุกสถานที่ที่ผ่านไปไม่มีช่องว่างใดที่มันแทรกซึมเข้าไปไม่ได้ บัดนี้ความลึกลับของมหาวิถีนี้ได้ถูกเจตจำนงดาบชิงซวี่หลอมรวมเข้าไปทั้งหมดแล้ว พลังที่แสดงออกมาจึงแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ตูม!

ในความมืดนอกเมือง แสงดาบสีเขียวราวกับเส้นด้ายอันบางละเอียดที่แผ่คลุมฟ้าดินกวาดผ่านไปในคราวเดียว หลังจากนั้นนอกเมืองก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด แผ่นดินไม่สั่นไหวภูเขาไม่สั่นสะเทือน เสียงคำรามของสัตว์อสูรก็หยุดกะทันหัน ภายใต้ท้องฟ้า ลูเยี่ยเหยียบอยู่บนปราณดาบสีเขียวพุ่งออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิว

หลังจากผ่านไปนาน เมื่อผู้คนในเมืองอวิ๋นอันได้เห็นภาพนอกกำแพงเมืองก็พากันชะงักอย่างตกตะลึง บนพื้นดินที่รกร้างกว้างใหญ่นั้นเต็มไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน ทั้งหมดระเบิดกระจายเกลื่อนพื้น เลือดสด ๆ ย้อมแผ่นดินจนชุ่ม กลิ่นคาวเลือดแผ่กระจายไปทั่วฟ้าดินในสายลมยามราตรี กองทัพสัตว์อสูรจำนวนหลายหมื่นตัวหายไปเช่นนี้เลยหรือ?

จ้าวจงนึกถึงภาพตอนที่ลูเยี่ยสะบัดแขนเสื้อ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจจนเหมือนวิญญาณหลุดลอย วิธีการเช่นนี้ช่างเหมือนกับเซียนดาบบนพื้นดินเหลือเกิน

ราตรีเย็นยะเยือกดุจสายน้ำ ในห้วงอากาศปราณดาบสีเขียวหวีดหวิว ลูเยี่ยเหยียบยืนบนนั้นพุ่งตรงไปยังด่านเทียนหลาง ในความมืด ปราณดาบสีเขียวใต้เท้าของเขาดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก ตลอดทางดึงดูดความสนใจไปไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหรือผู้ฝึกตนจากมนุษย์ต่างก็ขนลุกซู่หนาวสั่นไปตามสันหลัง นี่คือตัวตนระดับใดกัน? บรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์หรือ? มิเช่นนั้นพลังลมปราณจะดุดันและเฉียบคมถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป จากระยะไกลในที่สุดลูเยี่ยก็มองเห็นด่านเทียนหลาง

ในแผ่นหยกที่จ้าวจงมอบให้เขาได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า ปัจจุบันด่านเทียนหลางถูกควบคุมโดยเผ่าหมอผีปีศาจจากชายแดนเหนืออย่างสมบูรณ์ เผ่าหมอผีปีศาจได้จัดวางทหารปีศาจแปดหมื่นนายไว้ที่ด่านเทียนหลาง ในนั้นมีบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ถึงสองคน! ผู้แข็งแกร่งขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์สิบเก้าคน

นับตั้งแต่ด่านเทียนหลางแตก ราชสำนักต้าเฉียนได้พยายามหลายครั้งที่จะยึดด่านเทียนหลางกลับคืนมา แต่ทั้งหมดล้วนจบลงด้วยความล้มเหลว เหตุผลก็คือ ผู้คุมกำลังบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ที่ด่านเทียนหลางทั้งสองคนจากเผ่าหมอผีปีศาจนั้นแข็งแกร่งเกินไป นอกจากนี้ภูเขาปีศาจแดนเหนือซึ่งเป็นรังใหญ่ของเผ่าหมอผีปีศาจ อยู่ห่างจากด่านเทียนหลางเพียงแปดร้อยลี้เท่านั้น หากเกิดสงครามขนาดใหญ่ ผู้แข็งแกร่งของเผ่าหมอผีปีศาจสามารถส่งกำลังเสริมจากภูเขาปีศาจแดนเหนือได้อย่างไม่ขาดสาย

การมาของลูเยี่ยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เดียวคือ ค้นหาความจริงเกี่ยวกับการแตกพ่ายของด่านเทียนหลาง และสืบให้รู้ว่าผู้อาวุโสรุ่นก่อนของตระกูลลูเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว! หากเป็นเมื่อก่อนลูเยี่ยคงต้องวางแผนอย่างรอบคอบค่อยเป็นค่อยไป แต่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป แค่สังหารเข้าไปตรง ๆ ก็พอ!

เขาไม่แม้แต่จะซ่อนเร้นกลิ่นอายของตนเอง เพียงแคเหยียบปราณดาบที่ทอดยาวเหมือนสายรุ้งพุ่งตรงไปยังด่านเทียนหลางที่อยู่ห่างออกไป ราตรีปกคลุมไปทั่ว ภายในด่านเทียนหลางที่สูงใหญ่ราวกับภูเขาโคมไฟส่องสว่างทั่วทุกหนแห่ง เมื่อลูเยี่ยเหยียบปราณดาบมาก็สร้างความตื่นตระนกให้กับกำลังทหารยามที่อยู่บนป้อมปราการของด่านเทียนหลางในทันที

“เกิดอะไรขึ้น? ผู้ฝึกดาบจากเผ่ามนุษย์หรือ?”

“กล้าบุกเข้ามาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ คนผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือ? ไม่รู้หรือว่าด่านเทียนหลางนี้เป็นอาณาเขตของพวกเราเผ่าหมอผีปีศาจมานานแล้ว?”

“สำคัญที่สุดคือ เขามาเพียงคนเดียว… ช่างไม่เจียมตัว”

เหล่าทหารยามเผ่าหมอผีปีศาจต่างพากันประหลาดใจ พวกเขาคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออกว่า เหตุใดคนผู้นั้นถึงกล้าบุกมาหาที่ตายเพียงลำพัง

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "บทที่ 302 ดาบมาเยือนด่านเทียนหลาง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย