Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 291 แผ่นหยกสืบทอด

  1. Home
  2. บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน
  3. บทที่ 291 แผ่นหยกสืบทอด
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

เมื่อเจ้าโดดเด่นเพียงพอ แม้แต่กฎเกณฑ์ที่มหาจักรพรรดิตั้งไว้ก็สามารถฝ่าฝืนได้ แม้แต่ความลับที่มิอาจเปิดเผยก็ยังยินยอมบอกแก่เจ้าเป็นกรณีพิเศษ

นี่คือสิ่งที่ลูเยี่ยสัมผัสได้ในยามนี้ และสายตาอันเร่าร้อนของเหยาเวยทำให้ลูเยี่ยถึงกับสงสัยว่า ต่อให้เขาจะยื่นข้อเสนอที่เกินเลยไปกว่านี้ อีกฝ่ายก็คงจะตอบตกลงโดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ลูเยี่ยก็ยังปฏิเสธการล่อลวงต่าง ๆ เหล่านี้

“ท่านผู้อาวุโส เรื่องเช่นนี้ไม่อาจฝืนใจได้”

ลูเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เหยาเวยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ติดกันหลายครั้ง สงบจิตใจที่ว้าวุ่นและผิดหวังเอาไว้ ทั้งยังต้องกดข่มความคิดที่จะชิงตัวเขาไว้ด้วยกำลังเอาไว้ในใจ นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

“ในตอนแรก ข้าเห็นว่าพลังบำเพ็ญของเจ้านั้นอ่อนแอเกินไป เพราะ ‘ผู้พิทักษ์วิถี’ ของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ มิได้ปกป้องเพียงแค่การสืบทอดเชื้อไฟเท่านั้น แต่ยังมี…”

ลูเยี่ยสงสัย

“ยังมีอะไรอีกหรือ?”

เหยาเวยตอบอย่างเคร่งขรึม

“ยังต้องปกป้องอาจื่อด้วย!”

ลูเยี่ย “…”

เหยาเวยเอ่ย

“มาถึงขั้นนี้แล้วข้าก็จะขอไม่ปิดบังเจ้า เดิมทีองค์จักรพรรดิจัดเตรียมบททดสอบและวาสนาเหล่านี้ไว้ จุดประสงค์สุดท้ายก็คือเพื่อเลือก ‘ผู้พิทักษ์วิถี’ ที่สามารถปกปองอาจื่อได้นั่นเอง! ผู้พิทักษ์วิถีเช่นนี้ย่อมต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอจึงจะใช้ได้ ส่วนเรื่องการสืบทอดเชื้อไฟ ตราบใดที่อาจื่อยังมีชีวิตอยู่ การสืบทอดของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุก็จะไม่มีวันสิ้นสุด!”

ลูเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า

“แม้ว่าข้าจะไม่ใช่ผู้พิทักษ์วิถี แต่หากอาจื่อพบอันตราย ข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องแน่นอน”

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เหยาเวยรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก นางสังเกตเห็นว่าลูเยี่ยมีท่าทีเด็ดเดี่ยวไม่สามารถบังคับได้เลย

“ข้าขอถามเหตุผลได้หรือไม่?”

เหยาเวยรู้สึกงุนงงมาก

ลูเยี่ยเอ่ยประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง

“ไม่ใช่สิ่งที่ข้าปรารถนา มิอาจฝืนใจได้”

เหยาเวยถอนหายใจยาว

“ช่างเถิด ข้าจะไม่บังคับอีกต่อไป”

นางพลิกฝ่ามือขึ้น ปรากฏแผ่นหยกสีทองเจิดจ้าขึ้นมาหนึ่งชิ้น

“นี่คือ ‘แผ่นหยกสืบทอด’ ของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ องค์จักรพรรดิเป็นผู้หลอมขึ้นด้วยตนเอง ภายในบันทึกคัมภีร์วิถีทั้งห้าที่เป็นเสาหลักของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ และวิชาสืบทอดระดับสูงสุดอีกเก้าวิชา ทว่าภายในแผ่นหยกนั้นกลับไม่มีการสืบทอดมหาวิถีขององค์จักรพรรดิ ไม่ใช่เพราะหวงแหน แต่เพราะการสืบทอดขององค์จักรพรรดินั้นจำเป็นต้องมีพรสวรรค์แห่งสายเลือดเดียวกับท่านจึงจะฝึกฝนได้ ตามกฎขององค์จักรพรรดิ เดิมทีมีเพียงผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์วิถีเท่านั้นจึงจะได้รับแผ่นหยกสืบทอดชิ้นนี้ไป ทว่า…”

เหยาเวยเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“ในเมื่อเจ้าและอาจื่อเป็นสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา การมอบสิ่งนี้ให้แก่เจ้าก็มิได้นับว่าเกินเลยแต่อย่างใด”

ลูเยี่ยตกตะลึง ขนาดตำแหน่ง ‘ผู้พิทักษ์วิถี’ ยังไม่บังคับให้เป็น แต่กลับมอบแผ่นหยกสืบทอดของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุให้แก่ตนเองเช่นนี้หรือ?

เหยาเวยกล่าวเสริมว่า

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกกดดัน และไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรับเคราะห์กรรมของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ หรือหากเจ้าไม่ต้องการฝึกฝนวิชาเหล่านี้ ก็ถือซะว่าเจ้าช่วยเก็บรักษาไว้ให้อาจื่อก็แล้วกัน”

ท่าทีและเงื่อนไขเหล่านี้ช่างผ่อนปรนจนแทบไร้ซึ่งขอบเขตใด ๆ! และยังไม่ทันที่ลูเยี่ยจะได้พูดอะไร หญิงสาวนามเหยาเวยก็วางแผ่นหยกสืบทอดลงบนพื้นตรงหน้าเขาเสียแล้ว หลังจากนั้นร่างของเหยาเวยก็กลายเป็นละอองแสงและหายไปทันที เห็นได้ชัดว่านางตั้งใจจะไม่เปิดโอกาสให้ลูเยี่ยได้ปฏิเสธเลยแม้แต้น้อย

ลูเยี่ยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหยิบแผ่นหยกสืบทอดชิ้นนั้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน จะทำอย่างไรได้อีกเล่า? เพื่ออาจื่อ ข้าก็ได้แต่รับมันไว้เท่านั้น

ในอีกหลายวันต่อจากนั้น เหยาเวยก็ไม่ปรากฏตัวออกมาอีกเลย ส่วนลูเยี่ยก็ยังคงรอคอยอยู่หน้าประตูใหญ่วิหาร นาน ๆ ทีจะได้มีเวลาว่างเช่นนี้ เขาจึงใช้เวลาไปกับการทบทวนมหาวิถีและสิ่งที่สืบทอดมาของตนเอง ไม่มีทางเลือกเพราะในยามนี้เขามีวิชาสืบทอดติดตัวมากเกินไปจริงๆ มีทั้งสิ่งที่สืบทอดจากตระกูลลู สิ่งที่สืบทอดจากบรรพจารย์ทั้งสิบเก้าท่าน สิ่งที่สืบทอดจากสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ สิ่งที่สืบทอดจากสำนักศึกษาต้าเฉียนและวังหลวงต้าเฉียน… รวมถึงสิ่งที่สืบทอดจากวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุที่ได้รับมาเมื่อไม่นานมานี้

สิ่งที่สืบทอดมาต่างๆ มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ความแตกต่างนั้นมีอยู่มาก เหมือนกับความแตกต่างระหว่างมหาวิถีสายหลักและสายย่อย พลังที่สืบทอดมาต่างกัน ความลึกลับที่แฝงอยู่ก็มีความแตกต่างในเรื่องของขนาดและความแข็งแกร่งด้วย สิ่งที่ลูเยี่ยกำลังทำคือการอาศัยเคล็ดวิชาแปลงต้นกำเนิดและเคล็ดวิชาปูเชวี่ยจากดินแดนแห่งปฐมกำเนิด เพื่อตระหนักรู้แก่นแท้ของความลับของสิ่งที่สืบทอดมาต่างๆ และพัฒนาให้สมบูรณ์ทีละอย่าง ตระหนักรู้วิถีมากมายจึงจะสามารถหลอมรวมหมื่นวิถีเข้าเป็นหนึ่งเดียวได้

แม้จะถูกจำกัดด้วยพลังบำเพ็ญ ทำให้ลูเยี่ยทำได้เพียงตระหนักรู้ความลับที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตทะเลทองคำเท่านั้น แต่หนทางการฝึกฝนของเขากำลังมุ่งไปในทิศทางของ ‘รวมทุกวิถีเป็นหนึ่ง’ อย่างมั่นคง ด้วยเหตุนี่ลูเยี่ยจึงไม่รู้สึกว่าการครอบครองการสืบทอดมากเกินไปจะเป็นปัญหานี่สำหรับเขา ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งมากยิ่งเป็นประโยชน์ และการฝึกฝนในรูปแบบ ‘รวมทุกวิถีเป็นหนึ่ง’ ย่อมต้องแสวงหา ‘รวมมหาวิถีเป็นหนึ่ง’ บนมหาวิถี! เจตจำนงดาบชิงซวี่ตอบสนองจุดนี้ได้พอดี

ในยามนี้ สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกฝนของลูเยี่ยมากกลับกลายเป็นพลังบำเพ็ญของตนเอง ขอบเขตทะเลทองคำนั้นอ่อนแอเกินไปจริงๆ การควบคุมมหาวิถีและการสืบทอดในตอนนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมหาวิถีเท่านั้น

เวลาเจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลูเยี่ยนั่งขัดสมาธิ มหาวิถีและพลังบำเพ็ญที่เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นล้วนได้รับการตกตะกอนและมั่นคงแล้ว ข้างกายเขามีเสียงเสียดสีราวกับการลับคมดาบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในความเงียบสงบหน้าวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ เสียงนั้นดังแสบหูไปหน่อย

“หืม? ดาบเล่มนี้ของเจ้าดูประหลาดอยู่นะ”

เหยาเวยที่หายตัวไปหลายวันปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกเสียงนี้รบกวนหรือไม่ นางปรายตามองไปที่ข้างกายลูเยี่ย ดาบบินเล่มหนึ่งที่มีสนิมเกาะและรอยแตกเต็มไปหมด กำลังถูกลับคมอยู่บนเศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นหนึ่ง

เหยาเวยมองออกว่าดาบบินเล่มนั้นไม่ธรรมดา แม้ดูเหมือนเสียหายรุนแรงแต่ทวากลับเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและกำลังลับคมตนเอง ส่วนเศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนั้นก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน แผ่อัศมีเจิดจ้าดังความฝันและภาพลวงตาของเซียนออกมา

“ดาบบินนี้มีชื่อว่าพิชิตมาร มันเคยอยู่กับเจ้าของเดิมเพื่อต่อกรกับ ‘ภูเขาเทียนจิน’ แห่งเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่มานานนับหมื่นปี”

ลูเยี่ยลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดาบพิชิตมารนั้นมีพลังชั่วร้ายอย่างแท้จริง ภายในแฝงพลังสังหารอันโหดเหี้ยมสุดขั้ว นับเป็นอาวุธสังหารที่สะท้านโลกเล่มหนึ่ง คนทั่วไปย่อมมิอาจกดข่มกลิ่นอายของดาบเล่มนี้ได้ และไม่มีทางได้รับการยอมรับจากมัน แต่ว่าลูเยี่ยนั้นเป็นข้อยกเว้น

“ต่อสู้กับภูเขาเทียนจินงั้นหรือ? ไม่น่าแปลกใจเลยที่ดาบเล่มนี้จะพังเสียหายขนาดนี้ คงจะถูกหายนะมหาวิถีทำลายต้นกำเนิดพลังอย่างหนักเป็นแน่”

นางพึมพำเบา ๆ เห็นได้ชัดว่านางเองก็รู้ซึ้งถึงสถานการณ์ในเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่อยู่บ้าง เหยาเวยถาม

“เศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนี้ก็ดูแปลกประหลาดนัก เจ้าได้มันมาจากที่ใด?”

“ท่านผู้อาวุโสผู้พิทักษ์สุสานมอบให้”

ลูเยี่ยอธิบายสั้น ๆ เศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนั้นและ ‘สมบัติตกทอดแห่งเทียนจิน’ ล้วนมีความพิเศษเหมือนกัน และในยามนี้มันถูกดาบพิชิตมารมองว่าเป็น ‘อาหาร’ ดูภายนอกเหมือนกำลังลับดาบ ทว่าแท้จริงแล้วมันกำลังกลืนกินพลังจากเศษชิ้นส่วนทองสำริดเพื่อซ่อมแซมตนเองอยู่

ลูเยี่ยรับรู้มานานแล้วว่าดาบพิชิตมารสามารถขัดเกลาเอาจิตวิญญาณจากสมบัติชิ้นอื่นมาซ่อมแซมรากฐานที่เสียหายหนักของตนเองได้ ในช่วงที่ผ่านมาสมบัติล้ำค่าส่วนใหญ่ที่เขาเก็บรวบรวมได้ ถูกดาบพิชิตมาร ‘เขมือบ’ ไปจนเกือบหมด อย่างไรก็ตาม เศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนี้พิเศษและล้ำค่าเกินไป ดาบพิชิตมารจึงทำได้แค่ค่อย ๆ กัดกินทีละน้อย เหมือนกับการลับดาบเท่านั้น

“มิน่าเล่า”

เหยาเวยเอ่ย

“หากเป็นในเขตหวงห้ามลึกลับที่หกนี้ สมบัติล้ำค่าเช่นนี้นับว่าหายากมาก”

“ท่านผู้อาวุโสมีธุระกับข้าหรือ?”

ลูเยี่ยสังเกตเห็นว่าเหยาเวยไม่ได้เพียงแค่มาสนทนาฆ่าเวลาเท่านั้น

เหยาเวยกล่าว

“วิหารจักรพรรดิเบญจธาตุกำลังจะถูกปิดผนึกในวันนี้ และจะหายไปจากเขตหวงห้ามลึกลับที่หกอย่างสิ้นเชิง และในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา อาจื่อยังคงอยู่ในขั้นตอนการปลุกพลังสายเลือดและยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา ข้าจึงมาเตือนเจ้าว่าหากเจ้าจะจากไปในวันนี้ อาจื่อคงไม่อาจไปกับเจ้าได้แล้ว”

ลูเยี่ยถึงกับชะงักไป เวลาเจ็ดวันที่นางว่านั้นตรงกับเวลาที่เขานัดหมายกับผู้พิทักษ์สุสานไว้พอดี หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผู้พิทักษ์สุสานน่าจะมาถึงทางเข้าเนินจักรพรรดิเบญจธาตุในวันนี้ ลูเยี่ยถามว่า

“หากอาจื่ออยู่ต่อที่นี่ ภายหน้าเขาจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร?”

เหยาเวยตอบ

“ขอเพียงใหอาจื่อตื่นขึ้น ย่อมสามารถจากไปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ”

“หากอาจื่อตื่นขึ้นมา ขอรบกวนท่านผู้อาวุโสช่วยบอกเขาด้วยว่าข้ามีธุระสำคัญจึงต้องล่วงหน้าไปก่อน”

ลูเยี่ยเก็บดาบพิชิตมารและเศษชิ้นส่วนสำริดแล้วลุกขึ้น เขาต้องไปที่เขตต้องห้ามแห่งที่ห้า ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานกว่านี้

เหยาเวยพยักหน้า

“ข้าจะแจ้งให้เขาทราบตามจริงอย่างแน่นอน”

เมื่อลูเยี่ยออกจากเนินจักรพรรดิเบญจธาตุ เขาก็เห็นผู้พิทักษ์สุสานรออยู่ที่ทางเข้าเรียบร้อยแล้ว

“เจ้าหนู เส้นทางต่อจากนี้ เจ้าอยากจะล่อสังหารให้สะใจไปเลยหรือไม่?”

ผู้พิทักษ์สุสานส่งเสียงกระแสจิตถาม

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 291 แผ่นหยกสืบทอด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย