บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 258 ประหนึ่งผู้ปกครอง
ฝนห่าใหญ่ได้หยุดลงแล้ว ในความมืดของราตรีมีเงาร่างมากมายมารวมตัวกันอยู่หน้าประตูวังหลวงจนหนาแน่นแออัด หากมองลงมาจากฟากฟ้าฝูงชนเหล่านั้นเปรียบเสมือนกระแสธารที่เชี่ยวกรากไหลมากองรวมกันอยู่ภายนอกกำแพงวัง กรมปราบปีศาจ กรมตรวจการเสวียนจิง กรมโหรหลวง รวมถึงกองกำลังจากทั่วทุกสารทิศในเมืองหลวงต่างก็รวมอยู่ในนั้นทั้งสิ้น
แม้กระทั่งเจ้าสำนักจีเสวียนหงแห่งสำนักศึกษาต้าเฉียนและเหล่าผู้อาวุโสอีกหลายท่านก็เดินทางมาถึงแล้วเช่นกัน
ราตรีอันมืดมิดปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งการเข่นฆ่าที่กดดันยิ่งนัก ทุกฝ่ายไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ พวกเขาเพียงรอคอยอยู่อย่างเงียบๆ วังหลวงทั้งแห่งถูกปิดผนึกด้วยพลังของค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวย ผู้ที่อยู่ภายนอกไม่อาจมองเห็นภาพเหตุการณ์ใดๆ และไม่อาจได้ยินเสียงเคลื่อนไหวใดๆ จากภายในได้เลย
ทำได้เพียงรอคอยเท่านั้น
“ทั้งที่รู้ว่าราชวงศ์เชียงของข้าประสบเคราะห์ เหตุใดพวกเจ้าถึงยังไม่ลงมือ?”
ที่ประตูใหญ่ของวังหลวง เชียงปอฉวีใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธเอ่ยปากด้วยความเดือดดาล
มหาเสนาบดีเหมิงเสวียนแห่งกรมปราบปีศาจยืนอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนจิตใจล่องลอย เขาเมินเฉยต่อคำพูดของเชียงปอฉวีอย่างสิ้นเชิง
มหาเสนาบดีเซียโหวคูแห่งกรมตรวจการเสวียนจิงถอนหายใจพลางกล่าวว่า “วังหลวงถูกปิดผนึกไว้ พวกเราเข้าไปไม่ได้”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความจนใจ
“พวกเจ้า…”
เชียงปอฉวีโกรธจนอกแทบจะระเบิด เขากวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนจากกรมโหรหลวง
“เกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ มหาเสนาบดีซางชิวเยของพวกเจ้าเหตุใดจึงไม่มา?”
ทางฝั่งกรมโหรหลวงในคืนนี้มีเพียงแม่ทัพอาภรณ์สีแดงนามว่า ‘เฟยหนู’ มาเพียงคนเดียว
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟยหนูจึงทำหน้าเศร้าสร้อยพลางอธิบายว่า “ท่านก็ทราบดีว่าท่านมหาเสนาบดีเข้าสู่การปิดด่านเมื่อสองปีกครึ่งที่แล้ว”
เชียงปอฉวีโกรธจนแทบจะกัดฟันแตก แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรที่เกินเลย
ไม่มีใครที่เป็นคนใหญ่
เพียงแค่ชั่วค่ำคืนเดียววังหลวงก็ล่มสลาย!
บนเทือกเขาพันมังกร ค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนแตกสลาย!
ทั่วทั้งเมืองหลวงสั่นสะเทือนเกิดความโกลาหลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทุกคนต่างรู้ดีว่าการต่อสู้คืนนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อราชวงศ์เชียงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของทั้งใต้หล้าอีกด้วย!
หากราชวงศ์เชียงพ่ายแพ้ก็จะเผชิญกับการสูญเสียบัลลังก์และผลลัพธ์ของการเปลี่ยนราชวงศ์
ถึงแม้ราชวงศ์เชียงจะชนะแต่ความสูญเสียอันหนักหน่วงในคืนนี้ก็จะสั่นคลอนรากฐานของแผ่นดินต้าเฉียน!
คาดการณ์ได้เลยว่าราชวงศ์เชียงที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักย่อมไม่อาจรักษาบัลลังก์ไว้อย่างมั่นคง และแผ่นดินต้าเฉียนก็จะตกอยู่ในความระส่ำระสาย
ทว่าในยามนี้ผลแพ้ชนะยังไม่ปรากฏชัด ใครเล่าจะกล้าบุ่มบ่ามลงมือ?
“ขุนนางกบฏอย่างลูเยียถือเป็นโจรขบถที่ทุกคนควรจะรุมประณามและสังหารทิ้งเสีย!”
ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดซึ่งฟังดูระคายหูยิ่งนัก
ผู้บัญชาการในกรมใดกันที่กล้าหาญถึงเพียงนี้?
ทุกคนพากันตกตะลึง พากันหันไปมองตามเสียงนั้น เห็นเพียงชายชุดคลุมดำผู้หนึ่งก้าวเดินมาด้วยท่วงท่าองอาจ ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ
“เว่ยหมิง บุตรชายคนโตของประมุขตระกูลเว่ยแห่งตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดิน!”
ที่แท้ก็เป็นเขา
“ข้าได้ยินมาว่าประมุขตระกูลเว่ย เว่ยจงโหมวหายตัวไปอย่างลึกลับที่สำนักศึกษาต้าเฉียน สงสัยว่า… จะประสบเหตุร้ายเสียแล้ว!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ดังขึ้น ทุกคนสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่าด้านหลังของเว่ยหมิงยังมีบรรดาผู้คนของตระกูลเว่ยติดตามมาด้วย ในจำนวนนั้นมีชายชราสวมชุดผ้าไหมผู้หนึ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคน
เว่ยตงเหลียง!
ปรมาจารย์อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลเว่ยและเป็นบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์เพียงผู้เดียวของตระกูล
“เจ้าหนูเว่ยหมิงกล่าวได้ถูกต้องแล้ว คนทรยศแผ่นดินที่สร้างความวุ่นวายอย่างลูเยียต้องตายเท่านั้นถึงจะสามารถดับโทสะของราษฎรได้!”
เว่ยตงเหลียงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “กินเบี้ยหลวงของจักรพรรดิก็ต้องจงรักภักดีต่อจักรพรรดิ แล้วทำไมสามกรมใหญ่ของต้าเฉียนกลับชักช้าไม่ลงมือ หรือว่าพวกเจ้าก็คิดจะกบฏด้วย?”
คำพูดนี้ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่วบริเวณ
เชียงปอฉวีดีใจยิ่งนัก
“กบฏงั้นหรือ? เจ้าเว่ยตงเหลียงมีคุณสมบัติอันใดที่จะตัดสินความผิดให้พวกข้าได้?”
เหมิงเสวียนแห่งกรมปราบปีศาจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
นอกวังหลวงมีผู้แข็งแกร่งจากขุมกำลังต่างๆ กระจัดกระจายอยู่อย่างหนาแน่นมากมายนับไม่ถ้วน
แต่ผู้ที่มีสิทธิ์มีเสียงพูดได้จริงๆ ก็มีเพียงบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ไม่ก็ท่านเท่านั้น
เช่น เว่ยตงเหลียง เหมิงเสวียน เซียโหวคู และจีเสวียนหง เป็นต้น
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเว่ยตงเหลียงจะแข็งกร้าวถึงเพียงนี้ ทันทีที่มาถึงก็บีบบังคับให้สามกรมใหญ่แสดงจุดยืน
“ตระกูลเว่ยของข้าเป็นหนึ่งในแปดตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดิน หน้าที่ของพวกเราคือค้ำจุนราชวงศ์ต้าเฉียน และปกป้องแผ่นดินต้าเฉียน!”
เว่ยตงเหลียงกล่าวเสียงหนักแน่น “คืนนี้เกิดหายนะใหญ่เช่นนี้ พวกเราตระกูลเว่ยย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!”
เว่ยตงเหลียงจ้องเหมิงเสวียน “เจ้าถามว่าข้ามีคุณสมบัติหรือไม่ ข้ากลับอยากจะถามเจ้ามากกว่าว่าเหตุใดเจ้าเหมิงเสวียนในฐานะขุนนางของต้าเฉียนจึงไม่แสดงจุดยืนเพื่อรับใช้แผ่นดิน?”
เหมิงเสวียนขมวดคิ้ว ท่ามกลางสายตาของทุกคน ชายชราผู้นี้จงใจใช้ ‘หลักการอันชอบธรรม’ มากดข่มตนเองชัด!
เว่ยตงเหลียงกล่าวเสียงเข้ม “รวมถึงพวกเจ้าอีก เซียโหวคู จีเสวียนหง พวกเจ้าล้วนเป็นผู้มีพลังบำเพ็ญขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดจึงไม่แสดงจุดยืน?”
“อย่ามาพูดจาเหน็บแนมกันเลยเว่ยตงเหลียง ถ้าเจ้าเก่งนักก็ขึ้นไปเองสิ!”
มหาเสนาบดีเซียโหวคูแห่งกรมตรวจการเสวียนจิงยกมือชี้ไปที่ประตูใหญ่วังหลวง “มาสิ ทำลายค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยให้ได้ก่อนเถอะ!”
จีเสวียนหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครบ้างไม่รู้ว่าสำนักศึกษาต้าเฉียนของข้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก?”
เว่ยตงเหลียงหัวเราะเย้ยหยัน เขากวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ในที่นั้นแล้วกล่าวว่า “ข้า เว่ยตงเหลียง ขอเอาศีรษะเป็นประกันว่าราชวงศ์เชียงไม่มีวันพ่ายแพ้!”
“และในเวลานี้คือโอกาสที่พวกเราจะได้แสดงความจงรักภักดีและสร้างความดีความชอบ!”
“ผู้ใดเต็มใจที่จะร่วมมือกับตระกูลเว่ยของข้าก็จงก้าวออกมาเถิด! เพื่อข้าจะได้แยกแยะให้ถูกว่าใครคือขุนนางภักดี และใครคือขุนนางกบฏ!”
น้ำเสียงอันทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี
เกิดความโกลาหลขึ้นในฝูงชน
แต่ละขุมกำลังต่างคาดไม่ถึงว่าเว่ยตงเหลียงจะบีบบังคับให้ทุกคนต้องแสดงจุดยืนเช่นนี้!
นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?
ช่วยราชวงศ์เชียงแยกแยะคนจงรักภักดีกับคนทรยศหรือ?
แต่เว่ยตงเหลียงไม่กังวลเลยบ้างหรือว่าราชวงศ์เชียงอาจจะพ่ายแพ้ในการศึกครั้งนี้?
แล้วเขาเอาความมั่นใจมาจากที่ใดถึงกล้าเอาศีรษะเป็นประกันว่าราชวงศ์เชียงจะไม่มีวันพ่ายแพ้?
เรื่องนี้ช่างผิดปกติยิ่งนัก
เหมิงเสวียน เซียโหวคู จีเสวียนหง และบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ท่านอื่นๆ ต่างก็ขมวดคิ้วมุ่น
ส่วนเชียงปอฉวีเต็มไปด้วยความปิติยินดีตะโกนเสียงดัง
“ทุกท่าน บัดนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะจงรักภักดีต่อบ้านเมือง รอให้ราชวงศ์เชียงของเราปราบปรามความวุ่นวายภายในแล้ว จะต้องเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ให้ทุกท่านอย่างแน่นอน!”
เว่ยตงเหลียงกล่าวเสียงเย็นชา “แม้ไม่แสดงจุดยืนก็ไม่เป็นไร รอให้สถานการณ์ของราชวงศ์เชียงมั่นคงแล้วย่อมจะต้องมีการล้างบางพวกกบฏทั้งหมดด้วยเลือด!”
ขณะที่พูดเขาปรายตามองไปยังจีเสวียนหง เหมิงเสวียน และคนอื่นๆ
เห็นได้ชัดว่าคำพูดนี้มีเจตนาแฝง ในชั่วพริบตาบรรยากาศในที่แห่งนั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นกดดันและอึดอัดขึ้นมาทันที
ควรจะแสดงจุดยืนหรือไม่?
จะถอยหนีหรือจะเดิมพันสักตั้ง?
“กล่าวได้ดี! ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าจะมีกี่คนที่มองว่าข้าลูผู้นี้เป็นโจรขบถต่อแผ่นดินและมุ่งมั่นที่จะรับใช้ราชวงศ์เชียงอย่างสุดหัวใจ!”
ในตอนนั้นเองน้ำเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเหนือกำแพงเมืองที่ประตูใหญ่ของวังหลวง ทุกคนมองไปทางเสียงนั้นโดยสัญชาตญาณ เห็นเพียงเหนือกำแพงเมืองอันสง่างามที่สูงพันจั้ง ปรากฏร่างอันสง่าผ่าเผยร่างหนึ่งขึ้น ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้
ลูเยีย?
ทุกคนต่างตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจพลันปั่นป่วนดังคลื่นยักษ์
หากเจ้าลูเยียยังมีชีวิตอยู่นั่นไม่ได้หมายความว่าราชวงศ์เชียงพ่ายแพ้แล้วหรอกหรือ?
“ไม่มีทาง! มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
เชียงปอฉวีราวกับถูกฟ้าผ่า เบิกตาค้างด้วยความตะลึง
สีหน้าของเว่ยตงเหลียงไม่สู้ดีนัก เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เป็นไปได้หรือว่าครั้งนี้เขาเดิมพันผิด?
เพราะมีพานหลานอวินคอยควบคุมสถานการณ์ การจัดการกับบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์คนใดก็ไม่ใช่เรื่องยาก แล้วจะเป็นไปได้อยางไรที่จะแพ้ให้กับลูเยียนั่น?
“ถึงกับชนะแล้วจริงๆ ด้วย…”
แววตาของจีเสวียนหงฉายแววประหลาดใจ ผู้อาศัยขโมยตะขอต้องโทษประหาร ผู้ช่วงชิงแผ่นดินย่อมได้เป็นโอรสสวรรค์ หากลูเยียพ่ายแพ้ย่อมเป็นโจรขบถต่อแผ่นดิน ผู้ทำลายความสงบสุข แต่ทว่าเขากลับชนะ!
ยามนี้ใครเล่าจะกล้ามองว่าเขาเป็นโจรขบถต่อแผ่นดินได้อีก?
เหมิงเสวียนแววตาเหม่อลอย “คิดไม่ถึงเลยว่า… เหยียบย่ำราชวงศ์เชียงที่สืบทอดมาแปดร้อยปีลงได้จะเป็นเพียงเด็กหนุ่มขอบเขตแก่นทองคำผู้หนึ่ง…”
เซียโหวคูคิดในใจ ‘ช่างโชคดีนักที่ข้าไม่ได้เข้าไปสอดมือยุ่งเกี่ยวด้วย!’
ในชั่วเวลานี้ ผู้คนมากมายที่อยู่นั่นต่างตะลึงอยู่กับที่
เพียงชั่วข้ามคืนวังหลวงล่มสลาย! เทือกเขาพันมังกรล่มสลาย! ราชวงศ์เชียงพ่ายแพ้อย่างย่อยยับแล้วจริงๆ หรือนี่?
ทันใดนั้นแสงอรุณแรกแห่งรุ่งเช้าก็สาดส่องลงมา ทำลายความมืดมิดของรัตติกาลให้สว่างไสวไปทั่วผืนฟ้าและแผ่นดิน
เหนือกำแพงวังหลวงสีทองอร่าม ร่างสูงสง่าของลูเยียปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
เขาอาบไล้ด้วยแสงรุ่งอรุณ ยืนอยู่ตรงนั้นในท่าทีที่มองลงมายังเมืองหลวงประดุจผู้ครองแผ่นดิน เปรียบเสมือนผู้ปกครองหนึ่งเดียวที่ไร้เทียมทานทั้งบนสวรรค์และปฐพี!