บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 244 ป้ายคำสั่งขององค์ชายใหญ่
ยามราตรีเขาสวมปกคลุมเมืองหลวง โคมไฟสลัว ผู้คนสัญจรบางตาภายในเรือนพักอาศัยแห่งหนึ่งเว่ยอวี๋ซิว(เว่ยอวี่ซิว)นั่งอยู่คนเดียวหน้าประตูใหญ่ของห้องหนังสือสายฝนตกหนักไหลลงมาตามชายคา แสงสีเหลืองอ่อนของโคมไฟสะท้อนอยู่ในแอ่งน้ำบนพื้น เงาตะคุ่มของโคมสั่นไหวและแตกกระจายยามหยาดฝนตกกระทบ
“กลายเป็นศิษย์สำนักกระบี่เกาสวรรค์แล้วจะเป็นอย่างไร? สุดท้ายก็ตายอยู่ดี…”
เว่ยอวี่ซิวจิบสุราลงอย่างเงียบๆ
“ซ้ำยังลากเอาองค์ชายใหญ่ต้องถูกกักบริเวณความฝันเรื่องการครอบครองอำนาจกลายเป็นความฝันที่ว่างเปล่า เจ้าลูเยีย… สมควรตายนัก!”
เว่ยอวี่ซิว ดวงตาเผยความเกลียดชังที่ซ่อนไม่มิดออกมา
เพราะลูเยียองค์ชายใหญ่จึงถูกกักบริเวณทำให้เขาต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วยจนเกือบจะต้องเอาชีวิตไปทิ้ง!
และในวันนี้เมื่อได้รับข่าวว่าลูเยียตายอย่างอนาถที่สำนักศึกษาต้าเฉียนเว่ยอวี่ซิวทั้งรู้สึกยินดีและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน
หากครานั้นองค์ชายใหญ่ไม่เลือกที่จะร่วมมือกับตระกูลลู มิหรือจะต้องถูกกักบริเวณเช่นนี้?
และตัวเขาเองมีหรือจะต้องสูญเสียอำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์ไปจนสิ้นซ้ำยังเกือบถูกสังหาร?
ดังนั้นลูเยียจึงสมควรตาย!
ตระกูลลูยิ่งสมควรถูกล้างตระกูลให้สิ้นซาก!!
เว่ยอวี่ซิวเงยหน้าดื่มสุราอีกใจใหญ่พลางพึมพำในใจว่า “น่าเสียดายที่เจ้าตายง่ายเกินไปหากตกอยู่ในกำมือข้า…”
“ท่านใต้เท้าช่างมีสุนทรีย์นักนะ”
“ใคร!”
เว่ยอวี่ซิวเงยหน้าขึ้นทันที
ท่ามกลางม่านฝนที่กระหน่ำลงมา ชายในอาภรณ์สีดำสวมหมวกปีกกว้างผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินเข้ามา สายฝนที่ตกลงมาและความมืดของราตรีทำให้ร่างสูงสง่าของชายในอาภรณ์สีดำผู้นั้นดูราวกับเป็นภาพลวงตาอันอันตราย
“ถึงกับจำข้าไม่ได้เชียวหรือ?”
ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวก
ครืน!
บนท้องฟ้ามีเสียงฟ้าร้องครืนดังสนั่นทันทีฝนยิ่งตกหนักกว่าเดิม หัวใจของเว่ยอวี่ซิวราวกับถูกสายฟ้าฟาดร่างทั้งร่างสั่นสะท้านดวงตาเบิกกว้าง
“ลูเยีย!”
คนผู้นั้นตายไปแล้วมิใช่หรือ?
ภายในใจของเว่ยอวี่ซิวเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำแต่เขาพยายามควบคุมสติลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า “ลูเยีย… เจ้า… เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่ได้?”
น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความสั่นเครือที่ยากจะควบคุม
ลูเยียก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใต้ชายคายิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านใต้เท้าเว่ยดูท่าทางจะตื่นตระหนกนัก ไม่น้อยนะหรือว่าท่านไปทำเรื่องอันใดที่ผิดต่อมโนธรรมบ้าง”
เว่ยอวี่ซิวฝืนยิ้ม “คุณชายลูช่างชอบพูดล้อเล่นนัก ข้าเพียงได้ยินว่าท่านประสบเคราะห์กรรมที่สำนักศึกษาต้าเฉียนคาดไม่ถึงเลยว่า…”
ลูเยียกล่าวว่า “รู้สึกผิดหวังมากใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของเว่ยอวี่ซิวแทบจะบิดเบี้ยว “คุณชายลูนี่ท่านหมายความว่าอย่างไร? ข้ากับองค์ชายใหญ่ช่วยเหลือพวกท่านตระกูลลูมาตั้งกี่ครั้งกี่หน ท่านจะมากล่าวหาเช่นนี้ได้ยังไง…”
ลูเยียหยิบป้ายคำสั่งป้ายหนึ่งออกมา
เมื่อเห็นป้ายคำสั่งเสียงของเว่ยอวี่ซิวก็หยุดชะงักลงทันที หัวใจดิ่งลงสู่ก้นเหว
“หลังจากที่ข้าเพิ่งเข้าสู่เขตแดนจงโจวได้ไม่นาน แม่ทัพอาภรณ์สีแดงหวงหลงหยวนแห่งกรมตรวจการเสวียนจิงก็มาหาข้า บอกว่าได้รับคำสั่งให้พาข้าไปยังเมืองหลวง”
ลูเยียกล่าวว่าข้าไว้ชีวิตหวงหลงหยวนและเขาก็บอกข้าว่าลำพังเพียงกระจกหยั่งรู้สวรรค์ไม่อาจตามรอยข้าได้รวดเร็วเพียงนั้นแต่มันมีเหตุผลอื่นประกอบด้วย”
“ข้าครุ่นคิดไปคิดมาสุดท้ายก็นึกถึงป้ายคำสั่งป้ายนี้ขึ้นมาได้”
สีหน้าของเว่ยอวี่ซิวเปลี่ยนไป “เจ้า… เจ้ารู้เรื่องหมดแล้วงั้นหรือ?”
ลูเยียพยักหน้าป้ายคำสั่งป้ายในมือเป็นของล้ำค่าขององค์ชายใหญ่เชียงฉางลวีสลักคำว่า ‘ประหนึ่งข้ามาด้วยตนเอง’
และป้ายคำสั่งนี้เดิมทีเว่ยอวี่ซิวเป็นคนมอบมันให้แก่ลูเยียเห็นได้ชัดว่ากระจกหยั่งรู้สวรรค์สามารถตรวจจับร่องรอยของตนได้ในทันทีจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับป้ายคำสั่งนี้อย่างแน่นอน!
เว่ยอวี่ซิวถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ข้าก็ไม่มีทางเลือก เจ้าทำลายพลังบำเพ็ญของเชื้อพระวงศ์ไปมากมายทำให้องค์ชายใหญ่ถูกกักบริเวณแม้แต่ตัวข้าเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด…”
ลูเยียกล่าว “ดังนั้นเจ้าจึงใช้ความลับของป้ายคำสั่งนี้แลกกับโอกาสในการมีชีวิตอยู่ของตัวเองงั้นหรือ?”
ใบหน้าของเว่ยอวี่ซิวเต็มไปด้วยความเศร้าและโกรธแค้นเอ่ยเสียงแข็ง “เจ้าต่างหากที่เป็นคนทำให้ข้าและองค์ชายใหญ่ต้องพลอยเดือดร้อนข้าเองก็ถูกบีบคั้นจนไร้หนทาง! คนที่ผิดคือเจามิใช่หรือ?”
ลูเยียหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ต่อให้เจ้าจะตะโกนเสียงดังเพียงใดเสียงก็ไม่มีทางเล็ดลอดออกไปข้างนอกและไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก”
สีหน้าของเว่ยอวี่ซิวเปลี่ยนไปอีกคราเขากวาดตามองไปรอบด้านตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากล “เจ้าวางค่ายกลรอบลานเรือนของข้าหรือ?”
ลูเยียไม่ได้ปฏิเสธ “ยามนี้องค์ชายใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง?”
เว่ยอวี่ซิวมีสีหน้าซับซ้อน “จะเป็นอย่างไรได้เล่า เมื่อสิ้นอำนาจในชั่วข้ามคืนก็ร่วงหล่นลงสู่เหวลึกสูญเสียอำนาจทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับนักโทษที่รอให้คนอื่นเชือดเฉือนตามใจชอบ!”
เขาเงยหน้ามองลูเยียแล้วกัดฟันกล่าวว่า “ถึงแม้เจ้าจะสังหารข้า ข้าก็จะพูดว่าการร่วมมือกับพวกเจ้าตระกูลลูเป็นเรื่องที่ข้าและองค์ชายใหญ่เสียใจที่สุดในชีวิตนี้!”
“ในอดีตข้าคือผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงแห่งนี้มีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลังพลุกพล่านไปด้วยเกียรติยศแต่เจ้าดูข้าตอนนี้สิต่างอะไรกับสุนัขที่ไร้บ้าน?”
เว่ยอวี่ซิวยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ “ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นเพราะตระกูลลูของพวกเจ้าที่ทำลายข้า!”
ลูเยียยิ้มเล็กน้อย ปลายนิ้วแหลมคมดั่งคมดาบจ่อเข้าที่ลำคอของเว่ยอวี่ซิวทิ่มทะลุผิวหนังที่ลำคอเลือดสดไหลลงมาเป็นทาง
เว่ยอวี่ซิวเกร็งไปทั้งร่างแล้วตะโกนด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว “เจ้าลับอายจนคิดจะสังหารคนปิดปากงั้นหรือ?”
ลูเยียกล่าว “เจ้าไม่ใช่ว่าไม่กลัวตายหรอกหรือ? ข้าจะนับถึงสามหากเจ้าไม่คุกเข่าลงข้าก็จะสังหารเจ้าเสีย”
หนึ่ง
“อึก!”
น้ำเสียงที่เย็นชาและเฉยเมยดังขึ้นพร้อมกับเสียงนั้นพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์มากนักได้แผ่ปกคลุมทั่วฟ้าดินบริเวณนี้เจ้าสำนักกลับมาแล้ว!
ทันใดนั้นชายชราผมขาวก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “ลูเยียหยุดเร็วเข้า! เจ้าสำนักกลับมาแล้วท่านจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าแน่นอน!”
แต่ในชั่วขณะนั้นเสียงดิบๆ ก็ดังขึ้น
เห็นได้ชัดว่าลูเยียบิดศีรษะของซุนจื่อโหยวจนขาดสะบั้นออกทันทีโลหิตอันข้นอุ่นพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอที่ถูกบิดจนขาดชายชราผมขาวตกตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น