The Black Card - ตอนที่ 421
ตอนที่ 421 – พบกับเหยาเค่อจี
สือเหล่ยอดยิ้มต่อไปไม่ได้แม้กระทั่งตอนที่เขากลับมายังโรงแรมหลังจากที่ส่งเหยาเอ้อกลับ
จากมุมมองของเขา ทุกๆอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือจะถูกทำให้กลายเป็นจริงไปทีละขั้น
ประเด็นสำคัญก็คือเขาใช้โอกาสนี้หลอกลวงเหยาเอ้อให้สร้างสัญญาด้วยวาจาอย่างไร้ยางอาย อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่รู้ว่าสัญญานี้จะเสร็จสมบูรณ์ไหมหลังจากที่พายุลูกนี้ผ่านพ้นไปเพราะเหยาเอ้อจะช่วยเขาต่อไปอีก 5 ปีอย่างที่กล่าวไว้หรือไม่เขาก็ไม่รู้
แต่ไม่ว่ายังไง คะแนนหนึ่งร้อยคะแนนกับคนๆหนึ่งก็ถูกสร้างขึ้นแล้ว สือเหล่ยพอใจมาก
หลังจากเจอเว่ยชิงเยว่ สือเหล่ยก็กอดและจูบไปทั่วโดยไม่ต้องการปกปิดความสุขและความตื่นเต้นในหัวใจของเขา
เว่ยชิงเยว่เช็ดน้ำลายบนใบหน้าของเธอออกไปและเตะสือเหล่ยไปบนเตียง ราชินีย่อมไม่ยอมให้คนอื่นย่ำยีอำนาจของเธอ
“นายเริ่มบ้ามากขึ้นแล้วนะ นายคิดว่านายสามารถลูบคมฉันได้เพราะนายนอนกับฉันงั้นเหรอ? นายคิดบ้าอะไรอยู่?”
สือเหล่ยยิ้มและนอนลงบนเตียง “นี่คือขั้นแรก ตระกูลหยูเสียไพ่ตายของพวกเขาไปแล้ว”
“วันนี้นายไปเจอใครมา?” เว่ยชิงเยว่ขมวดคิ้ว
สือเหล่ยส่ายหัวและตอบอย่างลึกลับ “ฉันบอกไม่ได้”
“มันเป็นเรื่องของครอบครัวฉัน ทำไมฉันจะรู้ไม่ได้?”
สือเหล่ยลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าจริงจัง “มันเกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก และเธอก็ต้องรอผลลัพธ์ด้วยความอดทน”
เว่ยชิงเยว่ถอนหายใจด้วยสีหน้าเศร้าโศก เธอนั่งลงข้างๆสือเหล่ยและวางหัวไว้บนไหล่ของสือเหล่ย
“นายจะช่วยน้องของฉัน…” บางทีเว่ยชิงเยว่คงรู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่ควรทำอะไรให้มันยากยิ่งขึ้นสำหรับสือเหล่ย เธอจึงไม่สามารถพูดได้จนจบประโยค
สือเหล่ยยิ้มเนื่องจากเขามีความสุขมาก แม้ว่าบางสิ่งอาจจะถูกแก้ไขในไม่ช้า แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับเว่ยชิงเยว่และเว่ยปู้ถีที่ต้องยอมรับชะตากรรมว่าตระกูลของพวกเธอจะพินาศ มันไม่ได้ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เขาควรมีความสุข
สือเหล่ยกอดรอบเอวของเว่ยชิงเยว่และถอนหายใจ “หลังจากพยายามอยู่หลายวัน ฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะมันจะถูกตัดสินในไม่ช้า ฉันขอโทษนะ มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันควรมีความสุข”
เว่ยชิงเยว่หันไปทางด้านข้างเพื่อมองไปทางสือเหล่ย แต่ในที่สุดก็ส่ายหัว “มันดีแค่ไหนแล้วที่มีเรื่องแบบนี้เข้ามา พ่อของฉันก็ยังพูดไว้ก่อนเลยว่าเขาไม่รู้ว่าเขาจะสามารถกลับไปมีความสุขได้ในชีวิตนี้หรือชีวิตหน้า ขอบคุณนะเด็กดื้อ มันยากที่จะจินตนาการว่านายมีความสามารถขนาดนี้”
“ไม่ใช่เลย ฉันแค่รู้จุดอ่อนของทุกๆฝ่ายและโจมตีพวกเขาทีละคน จากนั้นฉันก็จะปรับเปลี่ยนและมัดรวมพวกเขาเพื่อให้ได้ผลเช่นนี้ มันราวกับว่าฉันกำลังเดินอยู่บนน้ำแข็ง ถ้าฉันพลาดสักครั้ง ฉันก็จะตกลงไปในนรก ในตอนนี้มีขั้นตอนมาอีกขั้นและขั้นสุดท้ายนี้ก็ได้รับการยืนยันแล้ว ต่อไป พวกเราก็แค่หวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถรักษาคำพูดของพวกเขาไว้ได้ แต่นี่ก็ไม่ควรจะเป็นปัญหาอะไร”
เว่ยชิงเยว่พยักหน้าอีกครั้งด้วยสีหน้าเป็นกังวลเช่นกัน
…
ข้อความของเหยาเอ้อถูกส่งมาอย่างรวดเร็วและเหยาเค่อจีก็ตกลงที่จะเจอสือเหล่ย แม้ว่าเหยาเอ้อจะอธิบายทุกๆอย่างให้กับเขาอย่างชัดเจน เขาก็ต้องการที่จะยืนยันมันกับสือเหล่ยด้วยตัวเอง
สือเหล่ยตกลงเนื่องจากเขาวางแผนที่จะกลับไปจากที่นี่แล้ว เขาต้องไปพบเหยาเค่อจีและไปซีซีหลังจากนั้น
บนรถไฟความเร็วสูง สือเหล่ยโทรหาซงเมียวเมียว
ซงเมียวเมียวรู้สึกประหลาดใจแต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นธรรมดาหลังจากรับสายของสือเหล่ย มันเป็นเวลาหลายวันมาแล้วและสือเหล่ยควรจะถามอะไรมาก
“ฉันได้ยินว่านายต้องการช่วยสาวสวยด้วยตัวเองเหรอ? แล้วไง? สาวสวยมอบตัวเองให้นายไหม?” เสียงของซงเมียวเมียวกระเซ้าและเย้าแหย่
สือเหล่ยรู้สึกอึดอัดใจเนื่องจากมันเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกเช่นนั้นเมื่อพูดคุยเรื่องพวกนี้กับผู้หญิง
“อะแฮ่ม…” สือเหล่ยกระแอมและถามด้วยความไม่มั่นใจนัก “อืม คุณซงครับ มันพอจะมีความคืบหน้าในสิ่งที่ฉันขอให้เธอช่วยไหม?”
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้มีเจตนาดี บัดซบ นายโทรหาฉันเพราะผู้หญิงอีกคนเหรอ คิดเกี่ยวกับมันแล้ว พวกเราก็รู้สึกกันมานานและนายเคยโทรหาฉันบ้างไหม?”
สือเหล่ยรู้สึกอึดอัดมากและเขาก็พูดติดๆขัดๆ “ไว้ฉันจะโทรหาอีก ฉันจะโทรหานะ พวกเราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้กันได้ไหม?”
“นายอยากรู้เหรอ? มาหาฉันที่ซีซี ฉันจะบอกนาย!” ซงเมียวเมียววางสายไปในทันที
สือเหล่ยมองไปยังหน้าจอด้วยความเศร้า เธอเป็นผู้หญิงมาดแมนแบบนั้น จู่ๆเธอมาเล่นตัวขนาดนี้ได้ยังไง?
เขาต้องไปที่ซีซีอยู่แล้วและสือเหล่ยก็ไม่รีบรัดเอาคำตอบจากซงเมียวเมียว แต่จากน้ำเสียงของเธอ มันคลุมเครือมาก ถ้าตระกูลซงยังไม่ได้ตัดสินใจครั้งสุดท้าย มันก็ง่ายมากที่จะสำเร็จ แม้ว่าพวกเขาจะตัดสินใจไปแล้วก็ตาม สือเหล่ยก็มั่นใจว่าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ บัตรลิ้นดอกบัวยังไม่ได้หมายความถึงเวลานี้
หลังจากกลับมาที่หวูตง มันก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน สือเหล่ยและเหยาเค่อจีมาพบกันที่ร้านอาหารของเหยาเอ้อ
เหยาเค่อจีมองดูผอมกว่าในรูป เขานั่งลงอย่างเงียบๆด้วยพร้อมจานซาซิมิที่พร้อมอยู่แล้วและวางจานลงตรงหน้าของพวกเขาพร้อมด้วยสาเกที่เทไว้ให้กับสือเหล่ย
“สวัสดีคุณสือ” แม้ว่าสือเหล่ยจะเป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนเล็กของเขา แต่เหยาเค่อจีก็ยังสุภาพมาก
สือเหล่ยรีบยื่นมือออกมาจับกับเหยาเค่อจี “ผมเลื่อมใสชื่อของคุณเหยาอยู่เสมอ”
เหยาเค่อจียิ้มอย่างซีดเซียว “ชื่ออะไรกัน? ผมแค่ตัดชุดแต่งงานให้กับคนอื่น นั่งก่อนเถอะ”
สือเหล่ยและเหยาเค่อจีต่างนั่งลง และเหยาเค่อจีก็หยิบแก้วสาเกข้างๆมือของเขาขึ้นมา “ผมได้ยินจากลูกชายของผมว่าคุณสือชอบแบบนี้ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจเอาเองและผมก็หวังว่าคุณสือจะไม่ว่าอะไร”
“ดื่มให้กับคุณ” สือเหล่ยเองก็หยิบแก้วของเขาขึ้นมา
หลังจากที่พวกเขาดื่ม สือเหล่ยก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับว่าเขาควรจะเริ่มยังไง แต่เหยาเค่อจีก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง “คุณเดินทางมาเหนื่อยๆ กินอะไรก่อนเถอะ”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ สือเหล่ยก็ผสมโชยุเข้ากับวาซาบิและหยิบหอยเชลล์ขึ้นมา
เมื่อพวกเขาดื่มแก้วที่สองเสร็จ สือเหล่ยก็พบทางที่จะเข้าเรื่อง
อย่างไรก็ตาม เหยาเค่อจีดูจะคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้และพูดขึ้นมาก่อนสือเหล่ย “คุณสือ ผมมีคำถามหนึ่งก่อนที่พวกเราจะคุยเรื่องนี้กัน”
“โปรดพูดมาเลยครับ”
“หยูปันจือรู้ไหมว่าผมมีเจตนาอื่น?”
สือเหล่ยขมวดคิ้ว “ผมไม่รู้ เขาไม่เคยพูดถึงมันกับผม นอกเหนือจากการชมเชยว่าเหยาเอ้อเป็นคนฉลาดมาก เขาไม่เคยพูดอะไรถึงครอบครัวของคุณเลย”
“งั้นจากสิ่งที่คุณสือรู้ หยูปันจือรู้ไหม?”
สือเหล่ยเกาหัว “มันยากที่จะบอกเพราะพี่หยูฉลาดมากเช่นกัน แต่ผมคิดว่าแม้ว่าเขาจะรู้ เขาก็คงทำตัวตามปกติ ด้วยความหยิ่งของเขา เขาจะคิดว่าเขาสามารถควบคุมคุณได้อย่างเต็มที่… ขอโทษนะครับ บางทีมันอาจจะไม่เหมาะที่ผมจะพูดแบบนี้”
เหยาเค่อจีโบกมือ “ไม่เป็นอะไร มันคือความจริง” เขามองไปยังแก้วข้างมือ หยิบมันขึ้นมา และกอดมันไว้ ก่อนที่จะถอนหายใจ “เนื่องจากมันเป็นเช่นนั้น คุณสือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผมจะออกไปได้อย่างปลอดภัย? ลูกชายของผมน่าจะทำให้มันชัดเจนมากๆกับคุณสือว่าผมมีโอกาสมากมาย แต่ถ้ามันก้าวผิดไปแม้แต่ก้าวเดียว มันก็จะเกินกว่าจะย้อนกลับ ผมมีนิสัยขี้ระมัดระวังและผมก็ไม่เคยเสี่ยง จริงๆแล้วตระกูลซงก็มีอำนาจพอที่จะช่วยผมได้ แต่คุณจะโน้มน้าวตระกูลซงยังไงให้พวกเขาไม่เพียงแต่ทิ้งตระกูลหยู แต่ยังแทงข้างหลังพวกเขาด้วย? ผมกลัวว่าความสัมพันธ์ของคุณสือเหล่ยคุณซงเมียวอย่างเดียวจะไม่พอ”
คำพูดของเขานั้นมีความหมายที่ลึกซึ้ง สิ่งที่เหยาเค่อจีหมายถึงนั้นคือถึงแม้ว่าสือเหล่ยจะกลายเป็นลูกเขยของตระกูลซง แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยกเลิกพันธมิตรกับตระกูลหยูและแทงข้างหลังพวกเขา
สือเหล่ยตอบ “เมื่อนายท่านซงหรือเลขาธิการซงมาพบคุณเหยา ผมคิดว่าคุณเหยาจะเชื่อผม ไม่ว่ามันจะพูดยังไงในตอนนี้ มันก็ไร้ประโยชน์”