เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3492 อวยพร / ตอนที่ 3493 กลับมา
ตอนที่ 3492 อวยพร
เห็นดังนั้นพวกเขาก็ไม่พูดอะไรมากอีก เพียงหมุนกายกลับเรือนไปพักผ่อน
ครั้นพวกเขาไปได้ไม่นาน เฟิ่งจิ่วเห็นเหลิ่งหวากลับมา “ไปย้ายตั่งนุ่มในห้องออกมาให้ข้าที!”
“ขอรับ” เหลิ่งหวาตอบรับเสียงหนึ่ง เดินไปในห้อง
“เจ้าเองก็กลับไปพักผ่อนเถอะ! ไม่ต้องคอยเฝ้าอยู่ที่นี่” นางกล่าวกับเหลิ่งซวง
เหลิ่งซวงฟังจบก็ตอบรับ ก่อนถอยออกไป
ไป๋ชิงเฉิงเพิ่งมาถึง เห็นนางนั่งอยู่ข้างโต๊ะจึงถามว่า “นายหญิง ท่านไม่เป็นไรกระมัง” ความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้รุนแรงปานนั้น คนในจวนต่างก็ตกอกตกใจ เพราะเป็นห่วงว่าห้าวเอ๋อร์จะบาดเจ็บด้วยอายุยังน้อย นางจึงควบแน่นค่ายกลต้านทานกระแสปราณเอาไว้ เขาในตอนนี้จึงยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนายหญิงที่นี่
“ไม่เป็นไร ห้าวเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” เฟิ่งจิ่วถาม
“เขาหลับสนิท ไม่ได้ตื่นขึ้นมา”
“อืม เช่นนั้นก็ดี เจ้าคอยดูเขาให้มากหน่อย กลับไปเถอะ! ข้าไม่อยากให้มีใครคอยเฝ้าอยู่ที่นี่” นางกล่าวพลางบอกให้อีกฝ่ายกลับไป
“เจ้าค่ะ” ไป๋ชิงเฉิงตอบ จากนั้นถอยออกไป
เหลิ่งหวาย้ายตั่งนุ่ม รวมถึงผ้าห่มผืนหนึ่งออกมาวางไว้กลางลาน เขามองเฟิ่งจิ่วแล้วถาม “นายหญิงอยากดูดาวอยู่ที่นี่หรือ มิสู้ให้ฉินซินมาบรรเลงฉินให้นายหญิงฟังที่นี่ดีกว่า!”
ตอนนี้ฉินซินยกน้ำแกงสงบใจเข้ามาแล้ว “นายหญิง ดื่มน้ำแกงสักชามเถอะ!” นางพูดพลางวางน้ำแกงชามนั้นลงตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองท้องฟ้าไม่พูดจา ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เหลิ่งหวาที่อยู่ข้างๆ ส่งสัญญาณให้ฉินซิน ฝ่ายหลังนั่งลงด้านข้าง หยิบฉินออกมาบรรเลงเพลงเบาๆ เสียงเสนาะหูเริ่มดังขึ้นในลานเรือน ช่วยระงับความกังวลและความร้อนรุ่มให้กับทุกคนในจวนก่อนหน้านี้
เฟิ่งจิ่วฟังเสียงฉินไป ไม่นานนักหัวคิ้วก็เริ่มคลายออกจากกัน นางดื่มน้ำแกงสงบใจชามนั้น ก่อนจะนอนลงที่ตั่งนุ่ม ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย ทว่ากลับไม่ได้หลับตานอนหลับ เพียงมองท้องฟ้าคล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
อีกด้านหนึ่ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินเรื่องที่ฮุยหลางรายงานผ่านป้ายหยกสื่อสารแล้ว หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน มือไพล่หลังมองท้องฟ้า รู้ว่านางจะต้องนอนไม่หลับเป็นแน่ จึงใช้ป้ายหยกสื่อสารส่งข้อความไปหาเฟิ่งจิ่ว
คืนนี้สองคนอยู่ห่างกันโดยมีฟากฟ้าขวางกั้น เฟิ่งจิ่วใช้ป้ายหยกสื่อสารบอกเล่าความไม่สบายใจและความเป็นกังวลในใจให้เขารู้ ส่วนเซวียนหยวนโม่เจ๋อบอกเพียงว่ายังมีเขาอยู่ ช่วยปลอบโยนหัวใจที่เต็มไปด้วยความร้อนอกร้อนใจของนาง…
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ใกล้ถึงวันแต่งงานของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ คนในจวนต่างก็ยุ่งมากขึ้นเช่นกัน
เช้าตรู่ในวันนี้ บุคคลจากทั่วสารทิศทยอยมาถึง ต่างก็พาคนยกของขวัญมาอวยพรที่จวนตระกูลเฟิ่ง นอกจากจักรพรรดิจากที่ต่างๆ จะส่งคนมาส่งของขวัญแล้ว เจ้าเมืองมากมายและคนของสำนักทั้งหลายก็ส่งคนมามอบของขวัญให้เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อเช่นกัน
หน้าประตูจวน พ่อบ้านรับเทียบเชิญมาดู เริ่มส่งเสียงประกาศ “เจ้าสำนักศึกษาหมอกดารามาอวยพร! มอบของโบราณหายากสิบชิ้น ไข่มุกกระจ่างราตรีจากทะเลบูรพาหนึ่งคู่ โสมม่วงพันปีหนึ่งต้น…”
พ่อบ้านรับเทียบเชิญมาแล้วบันทึกรายนามของผู้มาอวยพร ไปจนถึงอ่านรายชื่อของขวัญที่นำมาด้วย ทุกเสียงเปี่ยมไปด้วยปราณพลังวิญญาณ ดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ
ไม่เพียงแค่คนในจวนตระกูลเฟิ่งได้ยิน แม้แต่คนที่อยู่ข้างนอกจวนก็ล้วนได้ยินเช่นกัน ของล้ำค่าหายากทุกชิ้น บุคคลที่ปกติยากจะได้พบสักครั้ง แต่ละคนมาแล้วล้วนมอบของขวัญอวยพร คนที่มองอยู่รอบนอกจวนต่างก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจอยู่เป็นระยะ
……….
ตอนที่ 3493 กลับมา
“สุดยอดมา! ตั้งแต่ฟ้าสางจนถึงตอนนี้ ประตูจวนตระกูลเฟิ่งแห่งนี้ไม่เคยว่างเลย” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวอย่างตื่นตะลึง สายตามองจวนตระกูลเฟิ่งที่คึกคักตรงหน้า
เพราะพรุ่งนี้เป็นวันมงคลจัดงานแต่งงานของคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งแล้ว แทบทุกคนล้วนเลือกส่งของขวัญอวยพรมาที่จวนตระกูลเฟิ่งในวันนี้ ไม่ว่าเจ้าตระกูลสูงศักดิ์สวมอาภรณ์หรูหรามากมาย หรือเจ้าสำนักสวมชุดคลุมแขนกว้างสีสันธรรมดาทว่าเต็มไปด้วยปราณเซียน รวมถึงเจ้าสำนักศึกษาที่มั่นคงน่าเกรงขามเหล่านั้น ต่างก็เป็นบุคคลที่ชาวบ้านต่ำต้อยอย่างพวกเขาไม่เคยพบเห็นเลยสักครั้ง วันนี้ทุกคนกลับรวมตัวกันอยู่ที่จวนตระกูลเฟิ่ง เพื่อมอบของขวัญอวยพรให้กับคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่ง
“นั่นย่อมแน่นอน งานแต่งงานครั้งนี้เป็นที่จับตามองของคนมากมาย ย่อมสั่นสะเทือนไปทั้งสี่ทิศ!”
ชายชราคนหนึ่งในกลุ่มคนลูบเคราพลางกล่าว “คนที่มาในวันนี้น่าจะมาจากแผ่นดินใหญ่ตอนล่างและตอนบน พวกเจ้าคงไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งไปที่โลกเบื้องบนมา นางจะแต่งงาน คนจากโลกเบื้องบนย่อมมามอบของขวัญอวยพรเช่นกัน คอยดูเถอะ! คนที่มาพรุ่งนี้น่าจะเป็นบุคคลสำคัญทั้งสิ้น”
ฟังดังนั้นแล้ว ทุกคนก็อดทอดถอนใจไม่ได้
ภายในจวนตระกูลเฟิ่ง ทุกคนต่างก็ง่วนอยู่กับการรับรองแขก โดยเฉพาะพวกเหลิ่งหวาและตู้ฝาน เพราะพวกเขาเป็นคนติดตามของเฟิ่งจิ่ว คนที่เดินทางมาถึงเหล่านั้นแม้จะไม่เคยพบเฟิ่งจิ่ว แต่ก็ต้องเคยพบพวกเขาสักครั้ง หลังจากทักทายแล้วจึงค่อยจากไป
เนื่องจากต้องรับแขก โรงเตี๊ยมและร้านอาหารใกล้ๆ จวนตระกูลเฟิ่งจึงถูกพวกเหลิ่งหวาจองเอาไว้แล้ว ใช้สำหรับรับรองทุกคนที่มาอวยพร สิ่งที่ทำให้คนตระกูลเฟิ่งต้องตกใจก็คือแม้แต่เฟิ่งเยี่ยและจ้าวหยางสองคนก็รับคำสั่งอาจารย์ลงเขามาอวยพรด้วย
ทุกคนในจวนตระกูลเฟิ่งยุ่งวุ่นวายเดินเข้าๆ ออกๆ ผิดกับบริเวณลานเรือนด้านหลัง เฟิ่งจิ่ว โม่เฉิน ห้าวเอ๋อร์ รวมไปถึงเฟิ่งเยี่ยและจ้าวหยางที่เพิ่งกลับมาถึงกำลังสนทนากันอย่างสงบ
“อาจารย์เจ้าช่างใจดีนัก ถือโอกาสให้เจ้ามามอบของขวัญพร้อมกลับมาเยี่ยมที่บ้านด้วย” เฟิ่งจิ่วกินขนม พลางเหลือบมองเฟิ่งเยี่ยที่อยู่ข้างๆ คราหนึ่ง
ผ่านไปหลายปี เด็กคนนั้นในปีนั้นกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มแล้ว มองเขาและจ้าวหยางสองคน แววตาของเฟิ่งจิ่วค่อยๆ ฉายแววอ่อนโยน สองคนนี้นั้น คนหนึ่งนางทำคลอดด้วยตนเอง คนหนึ่งนางพากลับมาจากข้างนอก ตอนนี้เติบใหญ่กันหมดแล้ว
“ข้าบอกอาจารย์ว่า เมื่อท่านแต่งงานเรียบร้อยแล้ว พวกข้าจะกลับไปฝึกบำเพ็ญต่อ” เฟิ่งเยี่ยกล่าว ไม่เหลือเค้าโครงของเด็กชายแล้ว เขาในตอนนี้มีท่วงท่าสงบนิ่งมาก
“ในเมื่อกลับมาสองวัน ก็อยู่กับพวกท่านปู่ให้มากหน่อย พวกเขาไม่ได้พบเจ้ามาหลายปีแล้ว ส่วนหยางหยาง” เฟิ่งจิ่วมองเด็กหนุ่มร่างกายกำยำคนนั้น ยิ้มพลางว่า “เจ้าก็คอยเล่นเป็นเพื่อนห้าวเอ๋อร์เถอะ! ฝึกฝีมือกับเขาก็ได้”
“ขอรับ” จ้าวหยางตอบรับเสียงหนึ่ง คิดแล้วหยิบกล่องใบเล็กออกมาจากในห้วงมิติ ยื่นไปข้างหน้าด้วยสองมือ ก่อนจะพูดอย่างเขินๆ ว่า “พี่เฟิ่ง ของสิ่งนี้ข้าทำด้วยตนเอง มอบให้ท่านเป็นของขวัญแต่งงาน”
เฟิ่งจิ่วประหลาดใจเล็กน้อย ยื่นมือไปรับมาแล้วเปิดดู “เอ๋? นี่คือกำไลข้อมือที่แกะสลักจากอัญมณีต่างชนิดกันใช่หรือไม่ เจ้าฝีมือดีขนาดนี้เลยหรือ งดงามจริงๆ!”
นางหยิบกำไลข้อมือเจ็ดสีจากในกล่องขึ้นมาถือเล่น อัญมณีหลากสีสันส่องประกายเจิดจ้าใต้แสงอาทิตย์ รูปทรงของอัญมณีแต่ละชนิดต่างกันออกไป สวยงามยิ่งนัก
……….