เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3242 สามไม่รักษา ตอนที่ 3243 ตื่นรู้
ตอนที่ 3242 สามไม่รักษา
“ภูตหมอ เอ่อ เข้าไปตอนนี้ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง หางเอ๋อร์ไม่ได้สวมเสื้อผ้าแช่น้ำสมุนไพรอยู่ในถัง เอ่อ…” ความจริงแล้วนางเพียงกังวลว่าภูตหมอเป็นสตรี หากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไปต้องทำให้อีกฝ่ายเสื่อมเสียชื่อเสียงแน่ อย่างไรเสียบุรุษก็ไม่มีทางเสียเปรียบกับเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไร
ได้ยินดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วหันไปยิ้มทรงเสน่ห์ “ไม่ได้สวมเสื้อผ้าหรือ ไม่เป็นไร ใช่ว่าข้าไม่เคยเห็นคุณชายรองไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักหน่อย”
ฮูหยินฉินได้ยินคำพูดนั้นก็พลันชะงักงัน ไม่รู้ว่าต้องตอบสนองอย่างไรไปชั่วขณะ หะ…เหตุใดถึงคิดไม่เหมือนกันกับนางเล่า?
บิดาและบุตรตระกูลฉินที่ตามหลังมา พอได้ยินคำพูดของนางเช่นนั้นก็ชะงักงันไปเช่นเดียวกัน แต่พอนึกได้ว่าภูตหมอผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา จึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงให้คนในเรือนออกไปก่อน
“เจ้าประคองมารดาเจ้ากลับไปพักเถอะ! ที่นี่มีแค่พวกข้าก็พอแล้ว” ผู้นำตระกูลฉินกล่าวกับบุตรีคนเล็ก บอกให้พวกนางออกไปก่อน คราวนี้ถึงค่อยเดินไปข้างใน
เฟิ่งจิ่วเดินไปถึงข้างถังอาบน้ำแล้ว เห็นสีหน้าของคุณชายตระกูลฉินที่นั่งอยู่ในถังอาบน้ำมีสีแดงระเรื่อ “ชายหญิงแตกต่างกัน เจ้าเข้ามาได้อย่างไร!”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาครั้งหนึ่ง “วางใจเถอะ ในสายตาของข้านั้น เจ้ายังไม่ใช่บุรุษเต็มตัว”
นางเห็นคนผู้นี้เป็นผู้ป่วยอย่างแท้จริง ไม่ได้เห็นเขาเป็นบุรุษคนหนึ่ง อีกอย่าง ก็แค่ร่างกายของบุรุษเท่านั้น รูปร่างของคนในครอบครัวนางต่างหากที่เรียกว่าดีอย่างแท้จริง ส่วนคนอื่นนั้น นางมองดูแล้วก็เหมือนกันไปหมด
ฟังดังนั้นแล้ว คุณชายรองฉินหน้าแดงดังเดิม ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี เพียงถลึงตาจ้องมองนาง ด้วยไม่เคยพบเห็นสตรีเช่นนางมาก่อน ช่างหัวขบถยิ่งนัก
“ยื่นมือออกมา” เฟิ่งจิ่วกล่าว ความจริงนางไม่ได้เข้าใกล้ถังอาบน้ำเท่าไร หลังจากคุณชายรองยื่นข้อมือออกมาแล้ว นางก็จับชีพจรของเขาก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “ใช้ได้ ลุกขึ้นได้แล้ว ครั้งหน้าข้าจะต้มยาสมุนไพรมาให้เจ้าดื่ม บำรุงร่างกายสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไรมาแล้ว”
นางพูดพลางเดินออกไปข้างนอก ไม่ได้มองคนในถังอาบน้ำเพิ่มอีกแม้แต่ครั้งเดียว
ผู้นำตระกูลฉินกับคุณชายใหญ่ฉินที่เพิ่งตามเข้ามาสบตากัน คนหนึ่งตามออกไป คนหนึ่งเข้าไปประคองน้องชายลุกขึ้นจากถังอาบน้ำ จากนั้นจึงเรียกคนเข้ามาปรนนิบัติ และประคองเขาไปพักผ่อนบนเตียง
“ผู้นำตระกูลฉิน” เฟิ่งจิ่วนั่งลงข้างโต๊ะหินในลาน ก่อนจะมองไปทางผู้นำตระกูลที่ตามมา
“ขอรับ ภูตหมอมีอะไรจะสั่งหรือ” ผู้นำตระกูลรีบก้าวเข้าไปถาม
“ผู้นำตระกูลฉิน ข้ามีเรื่องต้องให้เจ้าช่วยหน่อย” เฟิ่งจิ่วมองเขาพร้อมกล่าว
ผู้นำตระกูลฉินได้ยินดังนั้นแล้วรีบกล่าว “ภูตหมอพูดมาตามตรงไม่ต้องเกรงใจ ขอเพียงเป็นสิ่งที่ข้าคนแซ่ฉินทำได้ ข้าไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ข้าจะขอพักที่จวนของเจ้าช่วงหนึ่ง นอกจากนี้เจ้าช่วยข้าปล่อยข่าวออกไป ว่าผู้ที่ป่วยด้วยโรครักษายากและซับซ้อนจนไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ให้มารักษากับข้าที่จวน แต่มีบางอย่างที่ต้องอธิบายให้ชัดเจน”
เสียงของนางหยุดไป นางมองเขา “หนึ่งไม่รักษาคนที่ไม่ป่วยหนักใกล้ตาย สองไม่รักษาคนที่มีนิสัยชั่วร้ายเคยกระทำความผิด สามไม่รักษาคนที่มองแล้วไม่เข้าตา และมีแค่เก้าสิบเจ็ดคนเท่านั้นที่ข้าจะรักษา”
เมื่อฟังจบ ผู้นำตระกูลฉินชะงักไป จากนั้นดึงสติกลับมาแล้วค่อยตอบรับ “ขอรับ ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้”
หลังจากผู้นำตระกูลฉินรับปากแล้วถอยออกไป เขาคิดจะรับมือและจัดการงานนี้ด้วยตนเอง ไม่อาจสะเพร่าได้แม้แต่นิดเดียว พอเขาออกไปแล้ว คุณชายใหญ่ฉินก็เดินออกมาเช่นกัน มาถึงตรงหน้าของเฟิ่งจิ่ว
“ภูตหมอจะรักษาคนเพียงร้อยคนหรือ” เขามองคนตรงหน้า ยากจะปิดบังความสงสัยในใจได้
……….
ตอนที่ 3243 ตื่นรู้
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา ถามว่า “มีปัญหาหรือ”
ชายชราผู้นั้นไม่ให้นางเสาะหา ทำได้เพียงพบโดยบังเอิญ หึ! หากนางต้องพบโดยบังเอิญจริง นั่นเท่ากับนางต้องขลุกอยู่ที่นี่นานเท่าไรกัน? ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่ให้ผู้นำตระกูลฉินไปจัดการก็ไม่ใช่การที่นางไปตามหาผู้ป่วย เพียงแต่ให้ผู้ป่วยมาหานางต่างหาก! นางยังต้องเลือกอีกนะ!
เมื่อสบตาคู่นั้น เขาพลันสะท้านในใจขึ้นมา หลุบสายตาลงอย่างอดไม่อยู่ “มะ…ไม่มีปัญหา ข้าเพียงอยากรู้อยู่บ้าง”
เฟิ่งจิ่วได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงเบา จับปอยผมเล่น ก่อนกล่าวออกมาอย่างไม่ยี่หระ “อย่าได้อยากรู้เรื่องคนอื่นนักเลย นั่นไม่ค่อยดีนักหรอก โดยเฉพาะบุรุษกับสตรี อย่ามีเรื่องอยากรู้จะดีที่สุด เพราะเมื่ออยากรู้แล้วก็จะอยากสืบค้นต่อให้รู้ชัด หากไม่ระวังก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากได้”
พอฟังคำพูดนี้จบ ดวงตาของคุณชายใหญ่ฉินพลันฉายแววกระวนกระวาย สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวอยู่บ้าง เขาถึงขนาดไม่กล้ามองเฟิ่งจิ่ว ก้มหน้าเพียงอย่างเดียว “ขอรับ ภูตหมอตักเตือนได้ถูกต้อง ข้าจะจดจำไว้ ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ขอตัวกลับไปก่อนแล้ว” พูดจบแล้วเขาก็คารวะนางครั้งหนึ่ง ก่อนจะรีบร้อนออกจากลานไป เงาหลังนั้นถึงขนาดให้ความรู้สึกคล้ายกับกำลังหลบหนีเพราะทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเงาร่างที่จากไปนั้นครั้งหนึ่ง ก่อนถอนสายตากลับอย่างเย็นชา แววตาที่คุณชายใหญ่ฉินมองนางเปลี่ยนไป ไฉนเลยนางจะไม่รู้ หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่คนตระกูลนี้ที่มีนิสัยดี นางไม่มีทางอยู่ที่นี่และขอความช่วยเหลือจากพวกเขาให้จัดการธุระแน่
ตอนนี้คุณชายรองฉินที่พักผ่อนอยู่บนเตียงในห้องกำลังนอนเหม่อมองขื่อ เสียงสนทนาข้างนอกไม่ได้เบา ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ยินชัดเจน ฟังเจตนาตักเตือนในน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระนั้นแล้ว เขาตื่นตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงอย่างช้าๆ
ความจริงแล้วพี่ใหญ่อยากรู้เรื่องของภูตหมอก็เป็นเรื่องปกติ อย่าว่าแต่พี่ใหญ่เลย เขาเองก็อยากรู้เช่นกัน อยากรู้ว่าสตรีเช่นนั้นปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร อยากรู้ว่านางเป็นใครกันแน่ อยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนาง
แต่นางพูดได้ถูกต้อง เรื่องที่ไม่ควรอยากรู้ อย่าไปอยากรู้จะดีที่สุด โดยเฉพาะความอยากรู้ของบุรุษที่มีต่อสตรี หากไม่กดกลั้นความอยากรู้เอาไว้ เกรงว่าจะมีแต่อยากรู้เรื่องของอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิม
ทว่าไม่ว่าเป็นใครก็น่าจะเข้าใจว่าสตรีอย่างภูตหมอไม่ใช่สตรีทั่วไป ยิ่งไม่ใช่สตรีที่พวกเขาคิดจะชอบพอได้
เรื่องนี้เลือนหายไปอย่างเงียบๆ เฟิ่งจิ่วเองไม่ได้พูดขึ้นมา คุณชายใหญ่ตระกูลฉินก็ไม่กล้ามีใจอยากรู้คิดไปสืบค้นเช่นกัน หลังจากนั้นทุกสองวันก็มีคนทยอยมาที่หน้าประตูจวนตระกูลฉินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เฟิ่งจิ่วไม่ได้ออกไปดูทุกคน เพียงสั่งผู้นำตระกูลฉินให้รัดกุมมากหน่อย สืบที่มาที่ไปของคนที่มาขอทำการรักษาก่อน และเพราะมีคนตระกูลฉินคอยดูแล เรื่องนี้จึงดำเนินไปอย่างง่ายดายเช่นกัน
ผ่านไปวันแล้ววันเล่า พริบตาเดียวก็แล้วผ่านไปสิบวัน ระหว่างสิบวันที่เฟิ่งจิ่วอยู่ในตระกูลฉิน นางรักษาคนหายดีไปไม่น้อย และเพราะเหตุนี้เอง พอคนจากเมืองอื่นได้ข่าวเข้าต่างก็พากันมาเยือนถึงที่ เพียงแต่ไม่ตรงกับเงื่อนไขประหลาดสามไม่รักษา จำนวนคนที่ได้รับการรักษาจากนางจึงมีไม่มากนัก
เฟิ่งจิ่วรักษาคนสุดท้ายของวันนี้เสร็จแล้ว นางจดตัวเลขลงบนสมุดบันทึก เมื่อมองตัวเลขนี้แล้ว ดวงตาของนางก็ทอประกายเล็กน้อย
เห็นทีว่าอีกไม่นานนางก็จะได้กลับไปแล้ว ช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่ นิสัยของนางสุขุมขึ้นเรื่อยๆ วิชาแพทย์และวิชาสมุนไพรล้วนก้าวหน้าขึ้น ด้านการฝึกบำเพ็ญก็มีความตื่นรู้ที่ต่างออกไปเพราะความสุขุมของนางเช่นกัน จนถึงตอนนี้นางถึงรู้ว่าเหตุใดอาจารย์จึงมอบบทเรียนเช่นนี้ให้แก่นาง