เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3238 รอเงียบๆ ตอนที่ 3239 เรียบสงบ
ตอนที่ 3238 รอเงียบๆ
ที่เรือนอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนตั่งนุ่มในเรือน ยิ่งม่านราตรีโรยตัวลงมาเท่าไร ข้างนอกก็ยิ่งเงียบสงัด ไม่มีเสียงใดเลยแม้แต่นิด
ในเรือนไม่ได้จุดตะเกียง มืดสนิทไปหมด ด้วยเหตุนี้หากเฟิ่งจิ่วนอนอยู่บนเตียงนุ่มแล้วไม่ได้สังเกต ก็ยากยิ่งนักจะรู้ว่าในนั้นยังมีคนอยู่อีกคนหนึ่ง
หลังจากยามจื่อผ่านไป ข้างนอกพลันมีเสียงกิ่งไม้ขยับไหวดังซู่ซ่า ประตูหน้าต่างส่งเสียงคล้ายถูกลมพัดใส่อยู่เลือนราง ลมยามค่ำคืนพัดผ่านซอกประตูและหน้าต่างที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง เย็นสบายทว่าแทรกซึมสู่ผิวหนัง ทำให้คนหนาวสั่นอย่างอดไม่อยู่
ภายในห้องเงียบสงบ เฟิ่งจิ่วที่อยู่บนตั่งนุ่มกลับลืมตาอยู่ ดวงตาสุกใสคู่หนึ่งมองที่กลางห้องที่มืดสนิทอย่างเงียบๆ
นางซ่อนกลิ่นอายทั่วร่างกาย ผสานเข้ากับใจกลางห้องอย่างไร้สุ้มเสียง จนกระทั่งมองเห็นเงาร่างปลิวลมโปร่งแสงลอยเข้ามาในห้องนี้ นางถึงหรี่ตาลงจ้องมองวิญญาณหลายสายตรงหน้า
“คนผู้นี้ใกล้ตายแล้ว ให้ข้าใช้ร่างนี้เถอะ!”
“ไม่ได้! ตกลงกันแล้วว่าร่างนี้เป็นของข้า!”
“ได้อย่างไร ตอนนี้คนผู้นี้เหมือนกับเหลือลมหายใจสุดท้าย เป็นข้าที่พยายามมากที่สุด ร่างของเขาย่อมต้องให้ข้าใช้ถึงจะเหมาะสมที่สุด”
“ข้าเองๆ!” วิญญาณตนหนึ่งกล่าว ทั้งร่างโผไปข้างหน้า ทว่าเงาร่างโปร่งแสงนั้นกลับถูกแสงสีทองจ้าตาดีดออกไป
“อ้าก...”
วิญญาณตนนั้นรีบวิ่งเข้าไป ไม่ได้ผ่อนแรงลง อีกทั้งยังใช้พลังปราณทั่วร่างกายทั้งหมด เงาร่างทั้งหมดนั้นถูกแสงจากปากว้าจู่โจม หายไปจากกลางอากาศในพริบตาเดียว เหลือไว้เพียงเสียงร้องน่าเวทนาที่วนเวียนอยู่ในอากาศ
ได้ยินเสียงร้องเช่นนี้เวลากลางดึก คนตระกูลฉินที่ได้ยินต่างก็อยากลุกออกไปดู แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งของเฟิ่งจิ่ว พวกเขาก็ทำได้เพียงอดกลั้นความกังวลในใจ รอคอยต่อไป
ในห้องนั้น ภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้วิญญาณหลายตนชะงักงัน พวกมันมองวิญญาณผีตนหนึ่งวิญญาณแตกซ่านหายไปจากกลางอากาศ พลันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นในดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ละตนถอยหลังกรูดไปหลายก้าว
“นะ…นี่เกิดอะไรขึ้น”
“บนร่างคนผู้นี้มีของวิเศษ! พวกเราเข้าใกล้ร่างเขาไม่ได้!”
“เมื่อคืนยังไม่มีเลย ไยวันนี้มีของวิเศษติดตัวได้ หรือเป็นใครมอบให้เขา”
วิญญาณหลายตนพูดอยู่ตรงนั้น อีกทั้งยังลองก้าวไปข้างหน้า ทว่าครั้งนี้ยังคงเหมือนเดิม ยังไม่ทันเข้าใกล้คนที่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง ก็เห็นแสงสว่างสายหนึ่งส่องออกมาจากตรงหน้าอกเขา ดีดพวกมันออกทันที
“ซี้ด! บ้าเอ้ย! ที่หน้าอกของคนผู้นี้สวมหยกโบราณปากว้าเอาไว้!” วิญญาณตนหนึ่งกล่าวอย่างเคียดแค้น ไม่พอใจที่ไม่อาจเข้าใกล้ร่างกายที่ตนเองเฝ้าคอยอยู่หลายปีได้
“เช่นนั้นทำอย่างไรดี พวกเราเข้าใกล้ร่างของคนผู้นี้ไม่ได้”
“ทำได้เพียงจากไปก่อนค่อยคิดหาหนทางแล้ว หยกโบราณชิ้นนั้นร้ายกาจมาก ไม่ใช่หินหยกธรรมดา หากพวกเขาฝืนเข้าไป เกรงว่าจะมีจุดจบอย่างวิญญาณแตกสลาย”
“เช่นนั้นพวกเราไปก่อนเถอะ!”
วิญญาณหลายคนปรึกษากันแล้วคิดจากไป แต่ทันใดนั้นเสียงหัวเราะแผ่วเบาสายหนึ่งก็ดังมาอย่างไม่รีบร้อน ทำเอาพวกมันส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ล้อมเข้าใกล้กันอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อมาแล้ว เหตุใดรีบร้อนกลับไปนัก” เฟิ่งจิ่วมองวิญญาณหลายตนอย่างนึกสนุก มุมปากที่ยกโค้งเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์
“อะไรวะ! ออกมา!” วิญญาณที่รวมกลุ่มอยู่ด้วยกันตะโกนออกมา เมื่อมองดูให้ดีแล้ว ในที่สุดก็พบว่ามีคนคนหนึ่งอยู่ตรงมุมมืด!
……….
ตอนที่ 3239 เรียบสงบ
นั่นเป็นสตรีนางหนึ่ง สตรีที่สวมเสื้อผ้าเก่าขาดทว่างดงามยิ่ง นางนอนอยู่บนตั่งนุ่มอย่างเกียจคร้าน มือข้างหนึ่งวางอยู่บนไม้เท้า จ้องมองพวกเขาอย่างดุดันและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน
เมื่อถูกสายตาเย็นชาของสตรีนางนี้จ้องมองแล้ว พวกมันก็รู้สึกประหลาดใจอย่างอดไม่ได้ คิดหนีตามสัญชาตญาณ ทว่าตอนที่พวกมันคิดลอยออกจากห้องนี้อย่างรวดเร็ว เสียงของสตรีนางนั้นพลันดังขึ้น พร้อมกับไม้เท้าในมือนางที่กระแทกลงบนพื้น ฉับพลันนั้นบนพื้นปรากฏเป็นค่ายกลกักวิญญาณอันหนึ่ง ขังพวกมันไว้ภายในทันที
“ในเมื่อมาแล้ว พวกเจ้าคิดว่ายังจะรอดไปได้หรือ” เฟิ่งจิ่วหรี่ตา ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองวิญญาณผีเหล่านั้น
“อ้าก! ปล่อยพวกข้าออกไป! เจ้าเป็นใคร! พวกข้ากับเจ้าไร้ความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องทำร้ายพวกข้า”
ฟังเสียงตะโกนของวิญญาณตนนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเสียงเบา มือหนึ่งเท้าสะเอว นางเปิดฝาน้ำเต้าที่หวันเหยียนเชียนหวาพี่สาวนางมอบให้ จากนั้นก็จ่อปากน้ำเต้าไปทางวิญญาณผีหลายตนนั้น
“มิน่าเล่าพวกเจ้าถึงเป็นวิญญาณผี ไม่ยอมอยู่ในที่ที่ควรอยู่ กลับออกมาทำร้ายมนุษย์เช่นนี้ หากข้าไม่เจอเข้าก็ช่างเถอะ แต่ในเมื่อเจอแล้ว ไหนเลยจะยังมีเหตุผลไม่ให้ข้าจัดการพวกเจ้าอีก!”
สิ้นเสียงนั้น พลังวิญญาณจากน้ำเต้าในมือพลันเอ่อขึ้นมา แรงดึงดูดมหาศาลดูดวิญญาณผีหลายตนนั้นเข้าสู่น้ำเต้าในทันที จากนั้นจึงชำระล้างวิญญาณผีจนสะอาดบริสุทธิ์ กลิ่นอายเยือกเย็นในห้องคล้ายกับหายไปอย่างเงียบเชียบ
นางเขย่าน้ำเต้าขนาดเล็ก เหน็บมันไว้ที่เอว หลังจากชำเลืองมองค่ายกลกักวิญญาณ สองมือประสานกันเป็นมุทรา คลายค่ายกลกักวิญญาณบนพื้นไป
เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ไม่จำเป็นต้องรอนานถึงหนึ่งก้านธูป นางก็จุดตะเกียงในห้อง ครั้นมีแสงสว่างแล้ว นางก็ต้องประหลาดใจที่เห็นคนที่ควรไม่ได้สติอยู่บนเตียงกลับฟื้นขึ้นมาแล้ว และตอนนี้กำลังมองนางอยู่
“ฟื้นแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว แปลกใจอยู่บ้าง
“เป็นเจ้าช่วยข้าไว้หรือ” คุณชายรองฉินมองหญิงสาวแปลกๆ ผู้นั้น คิดลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าตนเองไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงถามว่า “เจ้าเป็นใคร”
“ข้าคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้า” เฟิ่งจิ่วพูดกึ่งล้อเล่น นางเดินกะเผลกไปข้างหน้า ถึงข้างเตียงแล้วนั่งลง จากนั้นยื่นมือไปจับชีพจรเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
“อืม พลังชีวิตฟื้นฟูขึ้นมาไม่น้อย ชีพจรมีเรี่ยวแรงขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญที่สุดคือปราณหยินชั่วร้ายภายในกายซ่านสลายไปแล้ว ข้าว่าเจ้าแช่น้ำสมุนไพรอีกสักรอบก็น่าจะไม่เป็นไรมากแล้ว”
เฟิ่งจิ่วพูด ตอนชักมือกลับเห็นเขามองนางด้วยความงุนงง นางจึงถามว่า “เป็นอะไรไป มีอะไรอยากพูดหรือ”
“จะ…เจ้าเป็นใคร” คุณชายรองฉินถาม ด้วยรู้สึกว่าสตรีนางนี้แปลกมาก กลางค่ำกลางคืนกลับอยู่ร่วมห้องกับเขา นอกจากนางมีสีหน้าเรียบสงบแล้ว ยังมีเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อีก...
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน มือหนึ่งค้ำไม้เท้าพลางมองเขา “เจ้าเรียกข้าว่าภูตหมอก็ได้” พร้อมกันนั้นนางก็หมุนกายเดินไปนั่งลงบนตั่งนุ่ม หยิบผ้าห่มข้างๆ มาคลุมร่างกาย จากนั้นก็หลับตาพักผ่อน
“หลับให้สบายสักตื่นเถอะ! พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วเจ้าจะพบว่าร่างกายฟื้นฟูขึ้นมามากเลย” เฟิ่งจิ่วหรี่ตากล่าว ก่อนจะไม่สนใจเขาอีก นอนหลับไปเช่นนั้น
นางลืมบอกกล่าวคนตระกูลฉินที่นอนไม่หลับเหล่านั้นไปเสียสนิท ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาคอยท่าตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางในวันรุ่งขึ้น พวกผู้นำตระกูลรีบร้อนมาถึงกลางลานแล้ว…
“ภูตหมอ? ภูตหมอ?” ผู้นำตระกูลเรียกอยู่ข้างนอก ข้างในไม่มีเสียงตอบรับ เขาก็ไม่กล้าเปิดประตูเช่นกัน