เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3232 เยือนถึงที่ ตอนที่ 3233 ไม่ได้ป่วย
ตอนที่ 3232 เยือนถึงที่
“เด็กคลอดก่อนกำหนด ต้องบำรุงร่างกายให้ดีถึงจะได้ ส่วนฮูหยินท่านนี้ก็ต้องพักฟื้นเช่นกัน” นางยื่นทารกให้กับสตรีร่างท้วมที่อยู่ข้างๆ “ตอนนี้ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรแล้ว ส่วนที่เหลือเชิญหมอหลูดูแลต่อ”
ครั้นพูดจบนางก็ถอยไปด้านข้าง สตรีร่างท้วมไปจนถึงบุรุษผู้นั้นกรูกันไปดูทารกและหญิงสาว ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครสังเกตเห็นการจากไปของเฟิ่งจิ่ว ตอนที่พวกเขารู้สึกตัว อยากจะกล่าวขอบคุณเฟิ่งจิ่ว กลับพบว่าคนผู้นั้นที่เมื่อครู่ยังคงยืนอยู่ข้างๆ กลับหายไปเสียแล้ว
“หมอหลู บุตรีข้าเป็นอย่างไรบ้าง” สตรีวัยกลางคนส่งหลายชายให้กับลูกเขยที่เบียดเข้ามา ก่อนรีบรั้งหมอหลูไว้เพื่อถามความ
หมอหลูจับชีพจร ก่อนชักมือกลับมาพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ”
นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว คราวของอวี๋อันเขาหมดหนทาง ทว่าภูตหมอผู้นั้นก็รักษาจนรอดชีวิตได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ลมหายใจของหญิงสาวผู้นี้อ่อนแรงแล้วแท้ๆ ไม่มีเรี่ยวแรงให้กำเนิดบุตรโดยสิ้นเชิง แต่สุดท้ายกลับคลอดทารกออกมาได้ อีกทั้งรอดชีวิตอีกต่างหาก
วิชาแพทย์ของอีกฝ่ายทำให้เขาต้องยอมรับทั้งกายใจจริงๆ!
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่เพิ่งจากมากำลังเดินไปตามทาง ก่อนมาถึงที่หน้าประตูตระกูลฉิน นางมองจวนหลังใหญ่ตรงหน้า ที่หน้าประตูมีสิงโตหินสองตัวตั้งอยู่ ดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งนางจึงค่อยเดินไปเคาะประตู
“มาหาใครหรือ” ประตูใหญ่เปิดออกเป็นช่องเล็กๆ เมื่อมองเห็นผู้มาเยือนข้างนอกก็ให้รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เพราะคนที่อยู่ข้างนอกสวมเสื้อผ้าซอมซ่อ ในมือถือไม้เท้า ทว่ากลับมีใบหน้างดงามยิ่งนัก
“มาหาผู้นำตระกูลของเจ้า” นางกล่าว ขณะเดียวกันก็หยิบเหรียญตราอันหนึ่งยื่นออกไป “นำสิ่งนี้ไปให้ผู้นำตระกูลเจ้าดูก็ใช้ได้แล้ว”
ผู้ดูแลรับเหรียญตรานั้นไปแล้วกลับมือสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่พูดอะไรมากอีก รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที
ในตระกูลฉินตอนนี้มีบรรยากาศตึงเครียด แม้ตระกูลฉินจะนับเป็นตระกูลใหญ่ในเมือง แต่ผู้นำตระกูลแต่งฮูหยินเพียงคนเดียวเท่านั้น สองสามีภรรยาเคียงข้างกัน มีบุตรชายสองคน บุตรสาวหนึ่งคนซึ่งขณะนี้บุตรชายคนรองนั้นกำลังป่วยหนักไร้ทางรักษา ทั่วทั้งตระกูลฉินจึงปกคลุมไปด้วยบรรยากาศของความโศกเศร้า
“ผู้นำตระกูล ผู้นำตระกูล!”
เสียงของผู้ดูแลดังมาจากข้างนอกด้วยความรีบร้อน ทำให้พ่อบ้านที่คอยท่าอยู่ในลานตวาดออกมาเสียงหนึ่ง “ไม่สำรวมเอาเสียเลย! ไม่เห็นหรือว่าที่นี่คือที่ใด ไยตะโกนเสียงดังขนาดนี้!”
“พ่อบ้านๆ ท่านรีบดูสิ่งนี้เร็ว!” อย่างไรเสียผู้ดูแลก็ยังเด็ก เมื่อตื่นเต้นขึ้นมาก็ย่อมไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ความคิด ตอนนี้พอถูกพ่อบ้านตวาดเข้า จึงรีบยื่นเหรียญตรานั้นไปข้างหน้า
พ่อบ้านรับมาดูแล้วก็ตกตะลึงอย่างอดไม่ได้ “ซี้ด! สิ่งนี้มาจากที่ไหน” นี่คือเหรียญตราปราชญ์โอสถ อย่าว่าแต่ในเมืองนี้ของพวกเขาไม่มีทางมีปราชญ์โอสถเลย เมืองใหญ่เมืองอื่นคิดจะหาปราชญ์โอสถก็ยังนับเป็นเรื่องยากยิ่งเช่นเดียวกัน
“ข้างนอกมีสตรีแปลกๆ อยู่นางหนึ่ง หน้าตางดงามมาก แต่กลับแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าขาด อีกทั้งเดินกะเผลก ในมือถือกิ่งไม้ต่างไม้เท้า นางเคาะประตูแล้วยื่นสิ่งนี้ให้ข้า บอกว่าต้องการพบผู้นำตระกูล” ผู้ดูแลกล่าวด้วยความตื่นเต้น จากนั้นจึงกล่าวอีกว่า “พ่อบ้าน นักปรุงยาระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์เก่งกาจมากใช่หรือไม่ ช่วยคุณชายรองได้ใช่หรือไม่”
พ่อบ้านถือเหรียญตรานั้นแล้วมือทั้งสองก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขารีบกล่าวว่า “เร็วเข้า เชิญคนไปที่โถงหน้าแล้วรับรองอย่างดี ข้าจะเข้าไปบอกกล่าวผู้นำตระกูลเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!” ผู้ดูแลรีบวิ่งไปยังด้านนอกประตูใหญ่ จากนั้นก็เชิญคนเข้ามาทันที
ฝ่ายพ่อบ้านก็เข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ยื่นเหรียญตรานั้นให้ผู้นำตระกูลดู “ผู้นำตระกูล ข้างนอกมีคนมาเยือน...”
……….
ตอนที่ 3233 ไม่ได้ป่วย
ได้ยินคำพูดของพ่อบ้านแล้ว อีกทั้งเห็นเหรียญตราที่เขายื่นมาให้ ในดวงตาของผู้นำตระกูลพลันทอประกายแห่งความดีใจออกมา “ปราชญ์โอสถ? ในเมืองของพวกเรามีปราชญ์โอสถอยู่หรือ ดียิ่งนัก! ดียิ่งนัก! ฮูหยิน หางเอ๋อร์มีคนช่วยแล้ว!”
ทันทีที่ได้ยิน ฮูหยินที่กำลังร้องไห้พลันชะงักงัน “ปราชญ์โอสถ? อยู่ที่ไหน คนอยู่ที่ไหน ปราชญ์โอสถอยู่ที่ใดกัน”
บุรุษและหญิงสาวในห้องเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบล้อมวงเข้ามา
“ฮูหยิน เจ้าดูสิ!” ผู้นำตระกูลฉินยื่นเหรียญตราไปข้างหน้า “นี่คือเหรียญตราปราชญ์โอสถ พวกเจ้าดูแลหางเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ข้าจะไปดูข้างหน้าหน่อย” พูดจบก็สาวเท้าก้าวใหญ่เดินออกไปทันที
เฟิ่งจิ่วในตอนนี้กำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่โถงหน้า สาวใช้ข้างๆ คอยรับใช้พลางชำเลืองมองนางเป็นระยะ ไม่นานนักชายวัยกลางคนที่ฝีเท้าราวกับเสือร้ายก็เร่งฝีเท้ามาถึง เฟิ่งจิ่วมองไปทางคนผู้นั้นพลางพิจารณาอีกฝ่ายเงียบๆ
ขณะเดียวกันทางด้านผู้นำตระกูลผู้นั้นก็พิจารณาคนที่นั่งอยู่ในห้องโถงเช่นเดียวกัน มองครั้งแรกเขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แม้จะได้ยินพ่อบ้านพูดว่าผู้มาเยือนคือหญิงงามคนหนึ่ง อายุไม่มาก ทว่าตอนเห็นเสื้อผ้าเก่าขาดทั้งตัวแล้วก็ให้ตะลึงลานอยู่บ้าง ตอนนี้เมื่อลองมองดูอีกครั้งก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ
แม้จะสวมเสื้อผ้าซอมซ่อทั้งตัว แต่กลิ่นอายของอีกฝ่ายกลับไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะดวงตาสีดำสุกใสคู่นั้น มันทอประกายแห่งความเย็นชาและน่าหวั่นเกรง เขาถอนสายตากลับมาในทันที ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประสานมือคารวะ
“ไม่ทราบว่าปราชญ์โอสถมาเยือน ข้าผู้แซ่ฉินมาต้อนรับล่าช้า หวังว่าปราชญ์โอสถจะไม่ถือโทษ”
“ผู้นำตระกูลฉิน” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ลุกขึ้นยืน เพียงนั่งมองเขาอยู่อย่างนั้น
ตอนนี้เองผู้นำตระกูลฉินประคองเหรียญตราไว้ด้วยสองมือ พร้อมกันนั้นก็ก้าวไปข้างหน้า “ปราชญ์โอสถ ข้าขอคืนเหรียญตราให้ท่าน”
เฟิ่งจิ่วรับเหรียญตรานั้นมา “ครั้งนี้ข้ามาเพราะได้ยินว่าตระกูลฉินมีเมตตา อีกทั้งได้ยินว่าคุณชายรองป่วยหนักมาก จึงตั้งใจมาดูสักครั้งหนึ่ง”
ได้ยินดังนั้นแล้วผู้นำตระกูลฉินก็ดีใจมาก “ขอบคุณปราชญ์โอสถ! ขอบคุณปราชญ์โอสถ!”
“เรียกข้าว่าภูตหมอเถอะ!” เฟิ่งจิ่วกล่าว ดื่มชาอึกหนึ่งแล้วยืนขึ้น “พาข้าไปดูคุณชายรองหน่อย!”
“ได้ๆ! ภูตหมอเชิญทางนี้” เขาต้อนรับและนำทางด้วยตนเอง พานางไปยังลานด้านหลัง
เมื่อถึงลานด้านหลังและเข้าไปในห้องนอนแล้ว ผู้นำตระกูลรีบแนะนำเฟิ่งจิ่ว “นี่คือฮูหยินของข้า ส่วนนี่คือบุตรชายคนโต และนั่นบุตรีคนเล็ก มาๆ พวกเจ้ามาทักทายภูตหมอเร็ว”
“คารวะภูตหมอ” สามคนเห็นผู้มาเยือนยังเยาว์วัยนัก อีกทั้งใบหน้างดงามนั่นก็ขัดกับเสื้อผ้าขาดวิ่นยิ่งนัก จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย เดินไปข้างหน้า มาถึงข้างเตียงด้านในนั้น เพื่อตรวจดูบุรุษที่อยู่บนเตียง เขายังคงนอนหลับ สีหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ขอบตาลึกโหล ลมหายใจอ่อนแรงคล้ายจะหมดลมหายใจได้ตลอดเวลา
หลังจากตรวจดูแล้ว เฟิ่งจิ่วเลิกหัวคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชักมือกลับมาด้วยความแปลกใจอยู่บ้าง ขณะมองบุรุษที่อยู่บนเตียงก็กล่าวกับหลายคนข้างเตียงว่า “คุณชายรองไม่ได้ป่วย”
ได้ยินประโยคนี้แล้ว คนตระกูลฉินพลันชะงักงัน โดยเฉพาะฮูหยินฉินที่พูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ไม่ได้ป่วย? เอ่อ เขาป่วยจนมีสภาพนี้แล้ว จะไม่ได้ป่วยได้อย่างไร ภูตหมอดูผิดหรือไม่”
“ฮูหยิน อย่าเสียมารยาท”
ผู้นำตระกูลฉินตกใจจึงรีบปราม จากนั้นก็กล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “คนในครอบครัวต่างก็เป็นกังวล ยามพูดจาจึงลืมคิดคำนึงไปบ้าง ขอภูตหมออย่ากล่าวโทษ” นางเป็นถึงปราชญ์โอสถ ใช่ว่าใครก็กังขานางได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางเพียงบอกว่าไม่ได้ป่วย ยังไม่ได้บอกข้อสรุปเลย!
เฟิ่งจิ่วมองฮูหยินผู้นั้นครั้งหนึ่ง “ไม่เป็นไร” นางลุกขึ้นยืน “ที่จริงมองดูแล้วเหมือนป่วยหนัก แต่คุณชายรองไม่ได้ป่วยจริงๆ”