Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ - ตอนที่ 451
หลังจากที่ทรงกลมทั้ง 12 ลูกปรากฏขึ้นตรงใจกลางของแท่นบูชา พลังงานอันหนาแน่นของธาตุทุกชนิดก็แผ่ซ่านปกคลุมทั้งพื้นที่ที่เคยปราศจากธาตุใด ๆ
ตอนนั้นเอง สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ทั้ง 4 ตนที่อยู่บนแท่นบูชา แต่ละตนมีเขาทั้งหมด 5 เขา พวกมันรีบกรอกหัวใจและผลึกมนตราของสัตว์วิเศษจำนวนมหาศาลเข้าไปในปากอันใหญ่โตของพวกมันอย่างพร้อมเพรียง
ยังมีสิ่งมีชีวิตพวกเดียวกันอีกนับพันตนที่กำลังสักการะบูชาอยู่ที่ด้านล่างของแท่นบูชา ดวงตาสีเขียวของพวกมันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น พวกมันไม่เหมือนกับพวกคลั่งศาสนาอย่างที่หานซั่วเคยเจอ ซึ่งทั้งหัวรั้น และคลั่งไคล้ศรัทธาโดยปราศจากเหตุผล ร่างกายของพวกมันสั่นเทาเล็กน้อย ในขณะที่เสียงหึ่งดังระงมค่อย ๆ ดังมากขึ้นเรื่อย ๆ
หานซั่วที่กำลังเร้นกายอยู่ในพุ่มไม้หนาของต้นไม้ใหญ่ สามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในทะเลสาบอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า ที่จะได้ทรงกลมซึ่งบรรจุออร่าแห่งความตายอันแสนบริสุทธิ์ลูกนั้นมาไว้ในครอบครอง แต่อย่างไรก็ตาม หานซั่วก็ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่รู้สึกเช่นนั้น
สัตว์ประหลาดที่มีเขา 5 เขาเหล่านั้นต่างแผ่ออร่าอันทรงพลังซึ่งเทียบเท่ากับราชากิ้งก่าโบราณผู้ที่เป็นถึงครึ่งเทพ และหากทั้ง 4 ตนร่วมมือกันและล้อมหานซั่วเอาไว้ หานซั่วก็ไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าจะสามารถหนีออกมาได้แบบยังมีชีวิต
** Please note : หากท่านไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จากบล็อก https://gdk-th.blogspot.com/ แปลว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับคนที่กำลังสุขสบายกับการหาเงินง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วคลิกก๊อบผลงานแปลของเพจไปขายอีกต่อหนึ่ง **
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภของหานซั่วยังคงจับจ้องไปยังทรงกลมที่แผ่ออร่าแห่งความตายออกมาอย่างไม่วางตา ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมายเพื่อหาถึงวิธีการใด ๆ ที่จะได้มาซึ่งทรงกลมลูกนั้น
ทันใดนั้นเอง หานซั่วก็สัมผัสได้ถึงตัวตนที่ทรงพลังในระดับเทียบเท่ากันถึง 3 คน ซึ่งกำลังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ และการปรากฏตัวของพวกเขา ก็ทำให้หานซั่วผุดไอเดียดี ๆ อย่างหนึ่ง ขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจ
แล้วหานซั่วที่คอยเร้นกายอยู่ตั้งแต่แรก ก็ค่อย ๆ กล้ำกรายไปยังทิศทางของทั้ง 3 คน และปลดปล่อยจิตของตนเองมาทีละน้อย ซึ่งหากเป็นคนธรรมดาจะไม่มีทางสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาเลย
และก็เป็นจริงตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ทันทีที่จิตของเขาค่อย ๆ รั่วไหลออกไป เหล่ายอดฝีมือที่กำลังเข้ามาใกล้ก็สัมผัสได้ทันที พวกเขาแต่ละคนเดินทางเข้ามาในระยะโดยมีหานซั่วเป็นศูนย์กลาง และเพียงชั่วพริบตา ผู้ทรงพลังทั้ง 3 จากอาณาจักรแห่งความลึกล้ำก็มาพบกันโดยที่ยังห่างจากหานซั่วออกไปไม่ไกลนัก
“อ้าว? เจ้าปีศาจเฒ่า! เจ้านั่นเอง!”
ทันทีที่ชายชราผู้มีคิ้วดกหนายาวลงมาถึงคอเดินทางมาถึง เขาก็ร้องอุทานออกมาเบา ๆ พลางจ้องมองไปยังอดีตปรมาจารย์แห่งราชอาณาจักรเวอร์ดัน สตรัทโฮล์ม ด้วยความตกตะลึง
“เรย์โนลด์เจ้าวายร้าย! นี่เจ้ายังไม่ตายอีกรึ? ฮ่าฮ่า ดีจริง ๆ”
สตรัทโฮล์มผู้หล่อเหลาและมีเสน่ห์พูดแกมหยอกจอมขมังเวทย์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งสมาพันธ์พ่อค้าบรุท พลางยิ้มอย่างพออกพอใจ
สตรีสูงศักดิ์ผู้มีกลุ่มหมอกจาง ๆ ห่อหุ้มอยู่รอบกายเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง เธอเหลือบมองไปยังสตรัทโฮล์มและเอ่ยปากทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“สตรัทโฮล์ม ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“พี่หญิงทิอาน่า”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มทักทายพร้อมกับยิ้ม หลังจากโค้งคำนับสตรีสูงศักดิ์ที่หุ้มกายด้วยกลุ่มหมอกจากระยะไกล
สตรีสูงศักดิ์ที่ชื่อว่า ทิอาน่า พยักหน้ารับการทักทายของปีศาจเฒ่า ก่อนจะหันไปทางหานซั่วที่กำลังยิ้มระรื่น และเอ่ยถามด้วยสีหน้าฉงน
“และเจ้าคือ…?”
“ฮะ ๆ ๆ ข้าไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เอ่อ… ข้ามาจากจักรวรรดิแลนซล็อตน่ะ”
ขณะที่หานซั่วกำลังโค้งคำนับให้กับทั้ง 3 คนด้วยความสุภาพอ่อนน้อม เขาก็ต้องรู้สึกตกใจอย่างที่สุด เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าชายชราคิ้วยาวผู้นั้นจะเป็นจอมขมังเวทย์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เรย์โนลด์ ดิล่า แห่งสมาพันธ์พ่อค้าบรุท
** Please note : หากท่านไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จากบล็อก https://gdk-th.blogspot.com/ แปลว่าท่านกำลังจ่ายเงินให้กับคนที่กำลังสุขสบายกับการหาเงินง่าย ๆ ด้วยการใช้นิ้วคลิกก๊อบผลงานแปลของเพจไปขายอีกต่อหนึ่ง **
ในฐานะสมาชิกระดับสูงขององครักษ์ชุดดำ หานซั่วจึงรู้ถึงชื่อเสียงและกิตติศัพท์ของชายชราผู้นี้ในสมาพันธ์พ่อค้าบรุทเป็นอย่างดี แม้แต่บรรดาหัวหน้าสมาคมพ่อค้าหลัก ๆ ผู้ก่อตั้งสมาพันธ์พ่อค้าบรุทขึ้นมา ยังต้องแสดงความเคารพ และไม่มีทางทำตัวไร้กาละเทศะต่อหน้าเขาอย่างเด็ดขาด
เช่นนั้นแล้ว ท่ามกลางบรรดาคนทั้งสาม เขาจึงนับเป็นผู้ที่มีพลังอ่อนแอที่สุด
ซึ่งตรงกันข้ามกับปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มและสตรีสูงศักดิ์ที่ชื่อว่าทิอาน่าอย่างสิ้นเชิง เพราะจอมขมังเวทย์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์อย่างเรย์โนลด์ยังถือว่าด้อยกว่ามาก ไม่ว่าระดับจอมขมังเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะแข็งแกร่งสักเพียงใด แต่เขาก็อยู่ในระดับเพียงเท่านั้น
ในขณะที่หานซั่วสามารถสัมผัสได้ถึงออร่าอันทรงพลังของยอดฝีมือระดับครึ่งเทพได้จากร่างของสตรีสูงศักดิ์ทิอาน่าและปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์ม ซึ่งในส่วนของสตรัทโฮล์มนั้นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และหานซั่วเองก็เคยได้ยินเกี่ยวกับเขามาบ่อยครั้ง ว่าเขาคืออดีตปรมาจารย์แห่งราชอาณาจักรเวอร์ดันตั้งแต่เมื่อ 100 ปีที่แล้ว และเขาสามารถบรรลุสู่ระดับครึ่งเทพได้ เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วว่าความแข็งแกร่งของเขาน่าพรั่นพรึงเพียงใด
และปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มที่หน้าตาและอายุดูขัดแย้งกันอย่างมาก ก็ยังเรียกสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นว่า ‘พี่หญิงทิอาน่า’ แม้แต่หานซั่วที่เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงสุดขององครักษ์ชุดดำ ก็ยังไม่รู้เลยว่าสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้เป็นใคร แต่เมื่อสังเกตจากวิธีที่สตรัทโฮล์มกล่าวถึงเธอ หานซั่วก็คิดว่าผู้หญิงคนนี้คงจะมีอายุมากกว่าสตรัทโฮล์มอย่างแน่นอน
“จักรวรรดิแลนซล็อตงั้นรึ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่จักรวรรดิแลนซล็อตมียอดฝีมือที่อายุน้อยขนาดนี้?”
ทิอาน่าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด พลางมองไปยังปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มและจอมขมังเวทย์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เรย์โนลด์ด้วยสีหน้าสับสน
“ไบรอัน… เจ้าเมืองแห่งนครเบรทเทล ไบรอันคนนั้นใช่มั้ย?”
ทีแรก สตรัทโฮล์มขมวดคิ้ว แต่แล้วเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“ถูกต้องแล้ว!”
หานซั่วตอบรับ
“ไม่แปลกใจเลย ดูเหมือนว่าในข่าวลือจะมีความจริงอยู่บ้างเหมือนกัน ข้าล่ะนึกมาตลอดเลยมันว่าเป็นแค่เรื่องคุยโวโอ้อวดของจักรวรรดิแลนซล็อตที่บอกว่าเจ้าสามารถขับไล่ยอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์ไปได้ถึง 2 คน แสดงว่าเรื่องนั้นเป็นความจริงสินะ!”
ปีศาจเฒ่าพูดพลางพยักหน้า
เมื่อจอมขมังเวทย์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เรย์โนลด์ได้ยินหานซั่วยอมรับตัวตน เขาก็พุ่งความสนใจมาที่หานซั่วทันทีพร้อมกับมองเขาอย่างพินิจพิจารณา และพูดขึ้นด้วยสีหน้าแปลก ๆ
“ที่แท้ก็เจ้านี่เอง ช่างเป็นชายหนุ่มที่ใจกล้าไม่เลวเลย น่าสนใจจริง ๆ”
“เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ข้าเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้ดีกันอยู่แล้ว ในระหว่างนี้ พวกเราไม่ต้องกังวลกับภาพรวมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งข้าก็คิดว่าพวกเจ้าทุกคนคงรู้จักธรรมชาติของลูกแก้วทั้ง 12 ลูกนั้นแล้ว สหาย 5 เขาทั้ง 4 ตนที่อยู่ตรงนั้นมีพลังในระดับครึ่งเทพ และพวกเราทั้ง 4 คนก็ไม่มีใครเลยที่จะเอาชนะพวกมันได้ด้วยลำพังตัวคนเดียว พวกเจ้าทุกคนสนใจที่จะร่วมมือกันมั้ยล่ะ?”
สตรีสูงศักดิ์ทิอาน่าพูดแทรกขึ้นมา
“แน่นอน! ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มร้องตอบขึ้นมาคนแรก
ส่วนจอมขมังเวทย์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เรย์โนลด์ ดิล่า แห่งสมาพันธ์พ่อค้าบรุท ไม่เพียงแต่พยักหน้าตอบรับในทันที เขายังพูดเสริมอีกว่า
“ข้ารู้ขีดความสามารถของตัวเองดี ในบรรดาลูกแก้วทั้ง 12 ลูก ข้าขอแค่ คริสตัลต้นกำเนิดธาตุสายฟ้า ลูกเดียวก็พอ และนอกจากนี้ ข้าก็ขอเป็นคนคุมสถานการณ์ที่ตามมาภายหลังด้วย!”
“ตกลง หลังจากที่ทุกอย่างจบลงแล้ว คริสตัลต้นกำเนิดธาตุสายฟ้าจะเป็นของเจ้า ส่วนพวกเจ้าอีก 2 คน เราก็จะแบ่งผลพลอยได้ให้ตามผลงานที่พวกเจ้าทำได้ มีข้อคัดค้านอะไรมั้ย?”
ทิอาน่าพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลางมองไปยังปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มและหานซั่ว เห็นได้ชัดว่าเธอหวังจะให้หานซั่วยอมรับในข้อเสนอ
“ข้าไม่มีข้อคัดค้านอะไรหรอก ข้ามั่นใจว่าพี่หญิงทิอาน่าจะต้องมีความเป็นธรรมอย่างแน่นอน!”
สตรัทโฮล์มยักไหล่พลางตอบด้วยท่าทีผ่อนคลาย และตอนนั้นเอง เขาก็หันหน้ามามองหานซั่วและเอ่ยถาม
“แล้วเจ้าล่ะว่าไง?”
หานซั่วเองก็คิดว่าการร่วมมือกับพวกเขาก็เป็นสิ่งสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้จักธรรมชาติของทรงกลมทั้ง 12 ลูกเป็นอย่างดี มีเพียงหานซั่วเท่านั้นที่ไม่รู้เลยว่าพวกมันมีคุณสมบัติอะไรบ้างแม้ว่าจะสัมผัสได้ถึงพลังงานอันไร้ขอบเขตที่แฝงอยู่ภายใน เช่นนั้นแล้ว เมื่อสตรัทโฮล์มเอ่ยถามขึ้นมา หานซั่วจึงได้แต่ตอบไปอย่างกระอักกระอ่วน
“ข้าก็ไม่มีข้อคัดค้านเหมือนกัน เพียงแต่ว่า… เอ่อ… ท่านผู้อาวุโสช่วยบอกข้าหน่อยเถอะ ว่าทรงกลมทั้ง 12 ลูกพวกนั้นคืออะไรเหรอ?”
ทั้ง 3 คนนิ่งอึ้งไปทันที พลางจ้องมองหานซั่วอย่างไม่เชื่อสายตา แม้แต่สตรัทโฮล์มก็จ้องมองอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นพร้อมกับยิ้ม
“นี่เจ้าไม่รู้เลยจริง ๆ รึ?”
หานซั่วส่ายศีรษะ และยอมรับจากใจจริง
“ข้าไม่รู้เลย”
“พวกมันคือ คริสตัลต้นกำเนิดแห่งธาตุ ซึ่งถ้าได้หลอมรวมกับจิตวิญญาณของนักเวทย์คนใดคนหนึ่งแล้ว มันจะแปรเปลี่ยนวิญญาณธรรมดา ๆ ให้กลายเป็น วิญญาณแห่งธาตุนั้น ๆ และทำให้พลังในควบคุมธาตุของนักเวทย์เพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยเท่าตัว ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดที่สามารถผสานกันได้อย่างกลมกลืนกับพลังงานแห่งธาตุที่ตนเองครอบครอง – นักเวทย์ที่มี วิญญาณแห่งธาตุ จะสามารถร่ายเวทมนตร์ได้ทันทีดั่งใจนึก และอีกอย่าง มันจะช่วยทำให้นักเวทย์สามารถเรียนรู้และเข้าใจในพลังงานของธาตุนั้น ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เอ… ถ้าจะสรุปสั้น ๆ ผลประโยชน์ของมันคงร่ายยาวได้เป็นหางว่าวเลยล่ะ!”
ปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มอธิบายให้หานซั่วฟัง
“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือนักเวทย์ที่สามารถหลอมรวมจนก่อเกิดวิญญาณแห่งธาตุขึ้นมาได้ ก็เท่ากับว่าคน ๆ นั้นได้ครอบครองพลังและกลายเป็นเทพในเวทมนตร์แขนงนั้น ๆ ไปเลย เพราะ วิญญาณแห่งธาตุ และร่างกายแห่งธาตุ คือรากฐานของเหล่านักเวทย์ ในการกลายเป็นเทพยังไงล่ะ!”
สตรีสูงศักดิ์ทิอาน่าพูดเสริมต่อจากปีศาจเฒ่าสตรัทโฮล์มด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หลังจากที่ได้ยินคนทั้งคู่อธิบายให้ฟังแล้ว ดวงตาของจอมขมังเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เรย์โนลด์ก็เป็นประกายวาบขึ้นมาราวกับมีสายฟ้าแล่นอยู่ภายใน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตื่นเต้นถึงขีดสุด
ส่วนหานซั่วที่รู้สึกตกตะลึงพอ ๆ กันก็ถึงกับอุทานออกมาเบา ๆ ในที่สุดเขาก็เข้าใจสักทีว่าทำไมพวกเขาถึงดูตื่นเต้นและกระวนกระวายถึงเพียงนี้ หานซั่วหันไปมองทรงกลมทั้ง 12 ลูกที่อยู่ในระยะไกล หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง หานซั่วก็ถามขึ้นมา
“แล้วลูกแก้วอีก 4 ลูกที่ไม่ได้มีพลังงานธาตุบริสุทธิ์ใด ๆ อยู่เลยล่ะ พวกมันคืออะไรเหรอ?”
“เจ้านี่ช่างสังเกตดีจริง ๆ เลยนะ เวทมนตร์ในโลกนี้ ไม่ทั้งหมดหรอกที่ต้องพึ่งพาพลังงานแห่งธาตุ ตัวอย่างที่เห็นก็คือเวทย์ห้วงมิติและเวทย์อัญเชิญอสูรนั่นแหละ ภายในทรงกลมทั้ง 2 ลูกนั้นอยู่ในสถานะเหมือนกลุ่มก๊าซในอวกาศ ซึ่งถ้านักเวทย์ที่เชี่ยวชาญและมีความเข้าใจในเวทย์ห้วงมิติและเวทย์อัญเชิญอสูรอย่างลึกซึ้ง สามารถหลอมรวมวิญญาณของตนเองจนก่อให้เกิด วิญญาณแห่งรากฐาน ขึ้นมาได้ ซึ่งก็คล้ายกันกับวิญญาณแห่งธาตุ เพราะวิญญาณแห่งรากฐานจะเป็นสิ่งที่นักเวทย์สามารถใช้เพื่อทำให้ตนเองมีความรู้ความเข้าใจในปริศนาอันลึกซึ้งของห้วงมิติและศาสตร์การอัญเชิญ และทั้งหมดทั้งมวลนี้เองที่จะทำให้ผู้ที่เป็นนักเวทย์สามารถกลายเป็นเทพอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องเป็นเพียงครึ่งเทพอีกต่อไป”
สตรีสูงศักดิ์ทิอาน่าอธิบายหลังจากที่จ้องมองหานซั่วด้วยความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเธอค่อนข้างทึ่งมากทีเดียวที่เขามีสัมผัสยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
“ส่วนอีก 2 ลูกที่เหลือ ลูกหนึ่งบรรจุแสงรัศมีอันแก่กล้าของออร่าต่อสู้ทั้งหมดเอาไว้ เหมาะกับพวกนักดาบหรืออัศวิน และช่วยให้นักรบอย่างเราหล่อหลอม วิญญาณแห่งสงคราม ขึ้นมาได้ ถึงแม้จะดูแตกต่างจากลูกอื่น ๆ แต่แก่นแท้ที่อยู่ภายในก็ถือว่าเหมือนกัน – ซึ่งหากวิญญาณของเราสามารถครอบครองรากฐานแห่งพลังในการกลายเป็นเทพ ก็เท่ากับช่วยให้พวกเราประหยัดเวลาได้อีกเป็นร้อยปี หรือแม้แต่หลายร้อยปีในการฝึกฝนเลยทีเดียว ส่วนลูกแก้วลูกสุดท้ายที่บรรจุออร่าแห่งการทำลายล้าง เอ่อ… ก็เหมาะสำหรับพวกคนบ้าเท่านั้นแหละนะ ไม่มีคนสติดีที่ไหนคิดจะไปแตะต้องมันหรอก”
สตรัทโฮล์มพูดต่อ
“ไปกันเถอะ ไม่มีเวลาจะมาคุยเล่นกันแล้ว!”
และทันทีที่ทิอาน่าพูดจบ คทาเวทมนตร์สีฟ้าก็ปรากฏขึ้นมาในมือของเธอ
*********************