MMORPG: Martial Gamer - ตอนที่ 224
Chapter 224: หลบมัน ถ้านายไม่สามารถป้องกันมันได้..
พร้อมกับรูปแบบ 1-5 ของไร้ความกลัว กลุ่มทั้งกลุ่มก็กวาดล้างฝูงงูไปได้ทั้งหมดในเวลาสั้นๆ
สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นก็ยังคงตกตะลึงอยู่ ถ้ามันไม่ได้มีศพงูอยู่บนพื้นแล้วละก็ พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะเชื่อว่าพวกเขาฆ่ามอนสเตอร์พวกนี้หมดแล้วได้
ใครก็ตามก็รู้ว่า เมื่อพันธมิตรอันนองเลือดมาที่นี่และเผชิญหน้ากับงูพิษพวกนี้ พวกเขาก็พยายามอย่างดีที่สุดและเกือบที่จะโดนกวาดล้างไปหลายต่อหลายรอบ อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ทีมของพวกเขานั้นเปลี่ยนสมาชิกแค่สองคน แต่พวกเขานั้นผ่านได้แบบแทบไร้รอยขีดข่วน
สิ่งทีน่าตกตะลึงมากที่สุดก็คือความจริงที่ยาฟื้นฟูนั้นแทบจะไม่ได้ใช้เลย…
เมื่อคิดกลับไป หวังหยู่ช่วยแค่ทำความเสียหายจากแถวสองเพียงเท่านั้นและความสามารถในการรักษาของไร้ความกลัวนั้นก็เท่ากับนักบวชอีกสองคนที่เหลือ ด้วยเหตุนี้นี่เอง มันจึงแทบไม่ได้แตกต่างไปจากทีมเมื่อวานเลย แต่ต้องขอบคุณรูปแบบนี้ ช่องหว่างขนาดใหญ่ระหว่างการเข้าดันเจี้ยนทั้งสองครั้งจึงเกิดขึ้น
สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดที่ยังไม่มีความสุขกับไร้ความกลัว ในตอนนี้นั้นมีความนับถือกับเขามากยิ่งขึ้น
ผู้นำของนิกายซวนเฉินนั้นไม่ได้น่าผิดหวังจริงๆ เขานั้นมีวิธีการในทำสิ่งต่างๆตามแบบฉบับของเขา
อย่างไรก็ตาม ไร้ความกลัวก็ยังมองไปที่กลุ่มนี้อย่างดูถูก เมื่อเขาพูดกับหวังหยู่ว่า “นี่มันกลุ่มของไอ้โง่เง่า ถ้ามันเป็นสมาชิกของนิกายซวนเฉินของพวกเราแล้วละก็ มันไม่จำเป็นที่จะต้องจัดการอย่างยิ่งใหญ่แบบนี้เลย…”
หวังหยู่พยักหน้า “อื้ม พวกเรานั้นเหนื่อยยากเพราะพวกเขา…”
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขา ความนับถือของสมาชิกทั้งหมดของพันธมิตรอันนองเลือดที่มีต่อไร้ความกลัวก็หายไปอย่างสมบูรณ์แบบ เขานั้นภาคภูมิใจมากเกินไป! นี่มันอะไรกันเนี่ย!
หลังจากที่กำจัดมอนสเตอร์งูหมด ทุกคนนั้นก็เคลื่อนที่ไปหาบอสตัวแรกต่อไป
บอสตัวนี้หน้าตาน่าเกลียดมาก มันมีหัวเป็นงู ร่างเป็นมนุษย์และมันถูกปกคลุมไปด้วยเกราะทั้งร่าง ในมือของมันนั้นมีหอกยาวและในปากของมันนั้นก็มีเมล็ดอะไรบางอย่างอยู่ มันจ้องมาที่กลุ่มคนอย่างโกรธเคืองและตะคอก “ดังนั้นพวกนายเป็นคนที่สังหารพลเมืองของฉันงั้นเรอะ?”
{แจ้งเตือนระบบ : คุณได้กระตุ้นดันเจี้ยนเควส “หายนะของไพธอนป่า” สังหารนายพลไวเปอร์ แจ็ค 0/1 รางวัลความสำเร็จของเควส 25%}
{นายพลไวเปอร์ แจ็ค (ระดับ 35) (บอส)}
พลังชีวิต : 500000
มานา : 20000
สกิล : [โจมตีสามครั้ง] [เข่ากวาด] [โจมตีฉับพลัน] [ร่างงูเนเธอร์]
ตามสถานะมันแล้ว นายพลไวเปอร์นั้นเป็นบอสประเภทนักรบ และมันมีสกิลที่ทำให้หวังหยู่ค่อนข้างที่จะผ่อนคลาย เนื่องจากว่ามันไม่มีสกิลการโจมตีทางพิษที่เป็นลักษณะพิเศษของมอนสเตอร์ประเภทงู เพราะเหตุนี้นี่เอง มันจึงเป็นเรื่องที่น่าจะง่ายในการจัดการกับมัน
แต่ธงสงครามอันนองเลือดก็จ้องไปที่มันอย่างกังวลใจและพูดขึ้น “บอสตัวนี้จัดการไม่ง่ายเลย!”
“มันดูค่อนข้างจะอ่อนแอไม่ใช่เหรอ?”หวังหยู่พูดโพล่งออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“ดูค่อนข้างจะอ่อนแองั้นเหรอ?”สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดอุทานขึ้นมา “สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นเทพเจ้ากระทิงเหล็ก แม้แต่บอสพวกนี้ก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับเขา”
ธงสงครามอันนองเลือดก็รีบพูดเพิ่มเข้าไป “พี่กระทิง อย่าดูถูกบอสตัวนี้ มันโจมตีด้วยความเสียหายจริง ดังนั้นแท็งค์จึงไม่สามารถที่จะทนมันได้!”
หวังหยู่หัวเราะแล้วเขาก็ตอบกลับ “ถ้านายไม่สามารถทนมันได้แล้วละก็ ทำไมนายไม่หลบมันละ…ไม่สงสัยเลยที่ไร้ความกลัวบอกพวกนายว่าเป็นพวกปัญญาอ่อนกันทั้งหมด…”
กลุ่มที่เหลือหันกลับไปจ้องไร้ความกลัวอย่างโกรธเคือง พวกเขานั้นไม่พอใจกับคำพูดของหวังหยู่อย่างเงียบๆ
หลบมัน….นี่มันไร้สาระอะไรกัน บอสตัวนี้นั้นถือหอกยาวและพร้อมกับที่จะปัดกวาดทุกคนในระยะ 6.5เมตรและ 360 องศารอบตัวเขานั้นจะได้รับความเสียหาย ดังนั้นใครจะหลบมันได้กัน?
เมื่อดูใบหน้าของคนพวกนี้แล้ว ไร้ความกลัวก็รู้ว่ามันไม่มีทางที่จะถามพันธมิตรอันนองเลือดให้ช่วยพวกเขาอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม บอสตัวนี้ก็ค่อนข้างที่น่าขยะแขยง ความเสียหายจริง…มันไม่ใช่หมายความว่าเกราะหนักของผู้พิทักษ์นั้นพิจารณาว่ามันเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ โดยปราศจากการตั้งรูปแบบป้องกัน ไม่สำคัญว่าคุณจะมีพลังชีวิตมากเท่าไหร่ มันก็ไม่เพียงพอที่จะทนการโจมตีของบอส
สำหรับการฟาร์มดันเจี้ยน มันมีผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวก็คือ แท็งค์ไม่สามารถที่จะทนความเสียหายได้ โดนกวาดล้าง…
“บอสไร้ความกลัว วางแผนเถอะ พวกเรานั้นจะจ่ายห้าร้อยทอง เมื่อพวกเราผ่านดันเจี้ยนนี้ไป”ธงสงครามอันนองเลือดพูดแล้วเขาก็เดินไป
500ทอง ธงสงครามอันนองเลือดพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจน เขานั้นเตือนไร้ความกลัวว่าพวกเขาทั้งสองคนนั้นถูกจ้างโดยห้าร้อยทอง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางที่จะปะทะกับพวกเขาได้ มิฉะนั้น ห้าร้อยทองนั้นก็จะเป็นการจ่ายอันไร้ค่า
“พวกเรานั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าไปด้านใน”ไร้ความกลัวถอนหายใจและถามอย่างอ่อนโยนกับหวังหยู่ “เฒ่ากระทิง ดึงแอคโกรมันได้ไหม?”
“ให้ผมลองละกัน!”หวังหยู่ตอบกลับและก็พุ่งเข้าใส่นายพลไวเปอร์
“เอ๋? พี่กระทิง ทำไมพี่ถึงไปที่นั่นกัน?”เมื่อเขาเห็นหวังหยู่เคลื่อนที่ไปด้านหน้าคนเดียว ธงสงครามอันนองเลือดก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
“ดึงแอคโกรบอสไง!”หวังหยู่ตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
“ดึงแอคโกรบอสงั้นเหรอ?”สมาชิกทุกคนของพันธมิตรอันนองเลือดมึนงง มันมีนักต่อสู้บางคนที่ทำตัวเป็นแท็งค์ แต่พวกเขาทั้งหมดต่างเพิ่มแต้มไปยังพลังชีวิตและสวมชุดเกราะหนักโดยปราศจากข้อยกเว้น
แต่หวังหยู่เป็นยังไงละ? พร้อมกับความเร็วอันรวดเร็วและพลังโจมตีอันสูงส่ง ใครก็ตามก็สามารถที่จะตัดสินได้ในทันทีว่าเขานั้นได้เพิ่มค่าไปในพลังโจมตีและความคล่องแคล่ว นอกจากนี้ชุดที่หวังหยู่สวมมันก็ไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย (ชุดเกราะผ้าสวรรค์นั้นเป็นเสื้อกั๊ก…) ด้วยเหตุนี้นี่เอง มันก็เหมือนกับการหาที่ตายในการสู้กับมอนสเตอร์เพียงคนเดียว?
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าหวังหยู่นั้นเป็นคนที่น่าประทับใจอย่างมาก คู่ต่อสู้นั้นก็เป็นบอส บอสระดับสูงนั้นสามารถที่จะทำความเสียหายที่แท้จริงได้ พร้อมกับพลังชีวิตที่น้อยนิดของหวังหยู่แล้วนั้น มันก็ไม่สำคัญว่าเขานั้นเก่งกาจแค่ไหน มันก็เป็นแค่ครั้งเดียว
เมื่อเผชิญหน้ากับการกระทำของหวังหยู่แล้ว ใบหน้าของแท็งค์ของพันธมิตรอันนองเลือดก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เพื่อผลักดันให้นักต่อสู้นั้นเป็นคนดึงแอคโกรมอนสเตอร์ พวกเขานั้นก็ทำตัวไร้ประโยชน์สำหรับการเป็นแท็งค์
“บอสกระทิงเหล็ก พี่สามารถทนมันได้ไหม? ถ้ามันเป็นไปไม่ได้แล้วละก็ ถ้างั้นได้โปรดสลับตำแหน่งกับผม…”นอกจากนกสวรรค์แล้ว มันก็มีผู้พิทักษ์อีกคนหนึ่งที่ชื่อกำแพงอันนองเลือดพูดขึ้น
หวังหยู่ก็หัวเราะ “นายคิดว่านายดีกว่าผมงั้นเหรอ?”
“มันไม่สำคัญว่าใครดีกว่ากัน พร้อมกับพลังชีวิตของผมแล้วละก็ ผมสามารถที่จะทนได้สามที ในขณะที่พี่นั้นสามารถที่จะทนได้เพียงแค่ครั้งเดียว!”กำแพงอันนองเลือดอธิบาย
“ทำไมผมจะต้องโดนโจมตีด้วยกัน?”หวังหยู่ถามอย่างสับสน
“ถ้างั้น พี่มีความคิดอะไรกัน?”
“ผมก็แค่หลบ!”หวังหยู่พูดถึงเรื่องหลบการโจมตีของบอสขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“…”กำแพงอันนองเลือดพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนที่จะพูดขึ้น “โอเคเลย พี่เป็นพระเจ้า ตามที่พี่พูดเลยละกัน”เมื่อเผชิญหน้ากับใครบางคนแบบเขาแล้วนั้น เขาก็ไม่ต้องการที่จะโต้แย้ง
ในช่วงการสนทนานี้ หวังหยู่ก็เข้าไปอยู่ในระยะแอคโกรของนายพลไวเปอร์ ด้วยเหตุนี้นี่เองมันจึงคำรามออกมาและก็ฟันใส่หวังหยู่ด้วยการใช้มือเคลื่อนไหวอย่างไหลลื่น
หอกยาวของนายพลไวเปอร์เหวี่ยงเข้าใส่เขาสามครั้งอย่างรวดเร็ว ที่ท้องน้อย หน้าอก และการเหวี่ยงครั้งสุดท้ายก็ที่หัวของหวังหยู่
หวังหยู่ก็กระโดดถอยหลังสามครั้งและหลบการโจมตีทั้งสามทีของนายพลไวเปอร์ ในขณะที่เขาอดที่จะประกาศออกมาไม่ได้ “ไม่เลวเลย นายมีความสามารถจริงๆ!”
นายพลไวเปอร์นั้นมีชื่อสมกับเป็นนายพล ด้วยเหตุนี้เนี่เอง การโจมตีของมันจึงเป็นการโจมตีที่ดุเดือด
การโจมตีทั้งสามรอบนั้นก็ค่อนข้างที่จะธรรมดาทั่วไป แต่มันก็ยังธรรมดามากยิ่งกว่าเรื่องเทคนิค ประสิทธิภาพของมันนั้นอันตราย
การโจมตีรอบแรกของนายพลนั้นเล็งเป็นท้องน้อยและถ้ามันโดนโจมตี การโจมตีครั้งที่สองนั้นก็จะเจาะทะลุลำคอของเป้าหมาย และแรงผลักดันจากนั้นก็จะทำให้ตัดหัวของเป้าหมายได้ในครั้งสุดท้าย
โชคดีที่คู่ต่อสู้นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างหวังหยู่ สำหรับอันตรายเหล่านั้นแล้ว สัญชาตญาณของเขานั้นบอกให้หลบเป็นอย่างแรกและจะป้องกันถ้ามันทำไม่ได้
ถ้ามันเป็นผู้เล่นธรรมดาทั่วไป พวกเขาก็จะรับการโจมตีสามครั้ง และด้วยค่าสถานะปัจจุบันของนายพลไวเปอร์ มันก็ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่จะทน [การโจมตีสามครั้ง] ได้เลย
“เขา เขาหลบมันได้จริงๆด้วย…”กำแพงอันนองเลือดคางแทบจะตกลงไปบนพื้นแล้วเขาก็จ้องไปที่ฉากด้านหน้าของเขาอย่างไม่เชื่อ