MMORPG: Martial Gamer - ตอนที่ 220
Chapter 220: ผู้เชี่ยวชาญจากสตูดิโอ
ไม่ว่าไอเทมอะไรที่คุณขายมันในเกม ราคาของมันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด
ยกตัวอย่างเช่น สมญานามของสำนักงานกิลด์ ในช่สงต้นของเกมนั้นมีราคาที่ต่ำเป็นอย่างมาก ราวๆห้าร้อยทอง ตั้งแต่ที่มันไม่ได้มีกิลด์มากสักเท่าไหร่ที่สามารถใช้มันได้ ปัญหาเพียงอย่างเดียวของมันก็คือราคาของมันนั้นสูงเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ของเกม
แต่ในตอนนี้ มันมีผู้เล่นจำนวนมากที่มีระดับถึง 20 ด้วยเหตุนี้นี่เอง จำนวนของกิลด์ที่ต้องการสร้างสำนักงานกิลด์ของตัวเองนั้นก็เพิ่มขึ้นสูงอย่างคงที่ เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและมีทรัพยากรที่จำกัด ราคาของสมญานามในตอนนี้ก็ประมาณ 1000 ทอง
แต่เนื่องจากว่ามันหายาก มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเห็นมันขาย
ปัญหาของธงสงครามอันนองเลือดกับความต้องการของไร้ความกลัวนั้นไม่ใช่เพราะราคาที่สูงเกินไป แต่เขาต้องการ 500 ทองไม่ว่าพวกเขาจะเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จหรือไม่
ในความเป็นจริง ไร้ความกลัวนั้นได้คาดเดากับราคาที่สูงที่สุดของธงสงครามอันนองเลือดที่สามารถจะยอมจ่ายให้พวกเขาได้ นี่ก็ทำให้ธงสงครามอันนองเลือดตกสู่ความมึนงง
ไร้ความกลัวนั้นคนที่ฉลาดแกมโกงที่พยายามที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดเท่าที่เขาสามารถทำได้จากทุกสถานการณ์
“เฮ้ อย่างกไปหน่อยเลยหน่า มันก็แค่ 500ทอง! มันไม่ได้มากเกินไปสักเท่าไหร่ใช่ไหม?”ไร้ความกลัวถามอย่างไม่รีรอ
“มันไม่ได้มาก…”ธงสงครามอันนองเลือดพึมพำ
ปัญหาของมันนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินจริงๆ! ความกังวลของธงสงครามอันนองเลือดนั้นก็คือไร้ความกลัวต้องการที่จะได้รับเงินไม่ว่าเขาจะสำเร็จหรือไม่!
“คิดงี้ละกัน สมญานามของสำนักงานกิลด์ที่นายสามารถเอาได้จากบ้านประมูลนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่รอบๆเมืองรัตติกาล มันอาจจะอยู่กับเขตอื่นก็ได้…”ไร้ความกลัวตอบกลับอย่างไม่แยแส
“อ๊า? จริงเหรอ?”ธงสงครามอันนองเลือดนั้นไม่ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
“แน่นอน! ทำไมฉันจะหลอกนายกันละ? สุดท้ายแล้วนิกายซวนเฉินก็มีสำนักงานกิลด์ของพวกเราเองอยู่แล้ว”
ธงสงครามอันนองเลือดยังคงเงียบงัน ไร้ความกลัวนั้นสัมผัสถึงจุดที่เซนซิทีฟมากที่สุด หนึ่งในเหตุผลที่พันธมิตรอันนองเลือดต้องการที่จะสร้างสำนักงานกิลด์นั้นก็เป็นเพราะว่าพวกเขานั้นไม่ต้องการที่จะด้อยกว่านิกายซวนเฉิน
“พวกเราน่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวในเมืองรัตติกาลที่ต้องการจะช่วยนายนะ!”ไร้ความกลัวเพิ่ม
คำพูดนี้ทำให้ธงสงครามอันนองเลือดนั้นลังเลมากยิ่งขึ้น ไร้ความกลัวพูดถูก กิลด์อื่นในเมืองรัตติกาลจะสามารถเทียบกับผู้เชี่ยวชาญในนิกายซวนเฉินได้อย่างไรกัน?
“เอางี้เป็นไง ถ้าพวกเราไม่ได้สมญานามในการลงรอบแรก พวกเราจะช่วยนายจนกว่าพวกเราจะได้มัน เป็นยังไงละ?”ไร้ความกลัวก็แก้ไขเงื่อนไขสุดท้ายของเขาในที่สุด
“ตกลง!!!!”ธงสงครามอันนองเลือดตอบกลับอย่างฮึกเหิม มันเป็นข้อตกลงที่เขาชื่นชอบด้วยเช่นกัน
“โอเค ถ้างั้นเมื่อไหร่กันที่พวกเราจะลงดันเจี้ยน?”
“อีกสักพักหนึ่ง ดันเจี้ยนยังคงติดคูลดาวน์อยู่ 40 นาที!”ธงสงครามอันนองเลือดตอบกลับ
คูลดาวน์เวลาของดันเจี้ยนนั้นก็คือ 20 ชั่วโมง พันธมิตรอันนองเลือดนั้นได้ท้าทายดันเจี้ยนนี้ไปเมื่อวาน
“ โอเค ถ้างั้น งั้นฉันจะไปช็อปปิ้งเตรียมของไว้ก่อน นายสามารถที่จะมาด้วยเช่นกันนะ!”ไร้ความกลัวยิ้มออกมา และทำให้หัวใจของธงสงครามอันนองเลือดสั่นสะท้าน
“โอเค ตราบเท่าที่ฉันได้รับสมญานามนั่น…”
“เอาเถอะ พี่สะใภ้ พี่เตรียมของไว้ให้พวกเราบ้างไหม?”ไร้ความกลัวหันไปถามมู่จี่เซียน
“นายต้องการอะไร?”มู่จี่เซียนยิ้ม
“กาวสองเซ็ต….คบเพลิงสี่เซ็ต ยาแก้พิษสิบเซ็ต ยาฟื้นฟูระดับกลางสิบเซ็ต…”
ใบหน้าของธงสงครามอันนองเลือดมืดมนลง เมื่อไร้ความกลัวเพิ่มไอเทมใหม่ในรายชื่อ….ไม่ใช่ว่าผู้คนนั้นจะซื้ออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวสำหรับไอเทมพวกนี้อย่างงั้นเหรอ? ทำไมไอ้บัดซบนี่กรรโชกเขาโดยการสั่งมันเยอะๆอย่างงั้นเหรอ?
“ทำไมละ? นายไม่มีเงินงั้นเหรอ?”ไร้ความกลัวหัวเราะ
“ไม่…ซื้อต่อไปเถอะ…”ธงสงครามอันนองเลือดพึมพำ
“แค่นี้ละ ฉันจะกลับมาอีกครั้ง ถ้ามันไม่พอ”ไร้ความกลัวตอบกลับ
หลังจากที่เขาตั้งรายชื่อไอเทมทั้งหมดที่เขาต้องการเสร็จแล้ว ใบเสร็จของมันก็เท่ากับ 50 ทอง ธงสงครามอันนองเลือดก็จ่ายให้กับมู่จี่เซียนอย่างไม่เต็มใจ สำหรับไอเทมพวกนี้ มันไม่ใช่ธงสงครามอันนองเลือดนั้นไม่มีเงินที่จะจ่ายมัน แต่การกระทำอันหน้าด้านของไร้ความกลัวนั้นทำให้เขากราดเกรี้ยวอยู่ลึกๆ
“ทำไมนายจำเป็นต้องการไอเทมมากมายในการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้กัน?”หวังหยู่ถามอย่างเงียบๆกับไร้ความกลัว สำหรับชายที่ซื่อตรงอย่างเขานั้นก็ไม่เข้าใจถึงการกระทำของไร้ความกลัว
“ฉันไม่ได้ใช้..”
“ถ้างั้น ทำไมนายถึงซื้อมันมากขนาดนี้กัน…”
“เอาเถอะ พวกเราเคลียร์ดันเจี้ยนอยู่ทุกวัน มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีกว่าในการใช้เงินในการกักตุนเสบียงไว้”ไร้ความกลัวหัวเราะอย่างไม่ไยดี
“นายแม่งไอ้บัดซบไร้ยางอายจริงๆ!”หวังหยู่บ่น
“เฮ้ อย่าลืมว่านายก็ได้เงินด้วยเช่นกัน!”
“นายมันเป็นคนที่น่าชื่นชมมากจริงๆ..”หวังหยู่แก้
ถ้ำเฮอร์ริเคนนั้นเป็นดันเจี้ยนระดับ 20 และอยู่ในสถานที่ล่าระดับ 25 หุบเขาไวเปอร์
แม้ว่ามันจะเป็นมอนสเตอร์ประเภทงู มันก็ไม่ได้มีพลังป้องกันที่สูงมากนัก พวกเขานั้นก็จัดการกับมันได้อย่างยากเย็น กับความจริงที่พวกมันนั้นต่างมีพิษ งูพวกนั้นก็มีปัญหาอย่างมากกับพิษที่พวกมันทิ้งไว้ลง หลังจากที่พวกมันตาย
เมื่ออ่านไปถึงตำนานของมันนั้น ราชินีงูแองเจล่านั้นเป็นผู้นำของเผ่าโดยกำเนิดในหุบเขา แต่เธอนั้นถูกลงโทษโดยเทพเจ้าแห่งแสงและถูกกักขังในถ้ำเฮอร์ริเคน
มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนั้นก็เป็นสมาชิกของเผ่าเธอ ในขณะที่มอนสเตอร์ในหุบเขาไวเปอร์นั้นเป็นลูกหลานของเธอ
ยิ่งหวังหยู่อ่านเกี่ยวกับตำนานใน {REBIRTH} มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเทพเจ้าแห่งแสงนั้นไม่มีเหตุผล…เขาเป็นคนใจแคบและลงโทษกับใครบางคนที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับอาณาจักรของเขาแบบนั้นนี่นะ?
เมื่อพวกเขามาถึง หวังหยู่ก็พบปาร์ตี้จากพันธมิตรอันนองเลือดนั้นรอคอยมาสักพักหนึ่งแล้ว
ผู้เล่นพวกนี้มีการแสดงออกที่ซับซ้อนบนใบหน้าของพวกเขา เมื่อพวกเขามองไปยังหวังหยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกสวรรค์ เขานั้นแทบจะวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเขาเห็นหวังหยู่…โชคดีที่สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดจับเขาทัน และป้องกันไม่ให้เขาเสียหน้าไปมากกว่าเดิม
“มันกลับกลายเป็นว่าผู้นำอันนองเลือดนั้นเชิญผู้เล่นคนอื่นมาด้วยเช่นกันงั้นเหรอ? นายไม่เชื่อมั่นในตัวสตูดิโอของเรางั้นเหรอ?”นักรบคนหนึ่งก็พูดขึ้นมา มันเป็นที่เด่นชัดว่าเขานั้นไม่พอใจกับหวังหยู่ที่มาที่นี่
“พวกเขาคือใครกัน?”ไร้ความกลัวถาม
“พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจากสตูดิโอรุ่งอรุณ ฉันได้ชวนพวกเขามา…”
“สตูดิโอรุ่งอรุณ?”ไร้ความกลัวเลิกคิ้วขึ้นแล้วเขาก็ถาม “ทำไมนายถึงไปถามหาความช่วยเหลือจากพวกขยะนี่กันละ? นายสามารถที่จะถามฉันได้ ถ้านายขาดกำลังคน!”
“ฮ่าๆๆ มันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจแล้วที่พวกนายทั้งสองคนยินยอมที่จะช่วยฉัน พวกเราไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างปัญหาให้กับคนที่เหลือ…”ธงสงครามอันนองเลือดหัวเราะ
“เหี้…เอ้ย มันมีราคา 500 ทองสำหรับฉันในการชวนพวกนายทั้งคู่แล้ว นายจะขอฉันมากเพิ่มอีกสักเท่าไหร่กัน ถ้าฉันต้องการที่จะให้สมาชิกที่เหลือของกิลด์นายนั้นจะมาช่วยฉันกัน?”ธงสงครามอันนองเลือดด่าอย่างเงียบงัน