ถ้าผมเกิดใหม่ใน RPG? (So What if it’s an RPG World !?) - ตอนที่ 31
ตอนที่ 31 กลไกตุ๊กตา
“หลอม
ผมเดินไปตรงหน้าภูเขาน้ําแข็งแล้วมองหัวหน้าโจรที่ HP เกลี้ยงหลอดที่อยู่ข้างใน ผมละลาย ก้อนน้ําแข็งให้ศีรษะของเขาโผล่ออกมา
“เอาละ ฉันรู้ว่าเพราะแกเชื่อมต่อกับตุ๊กตาอยู่ ตอนนี้เลยอยู่ในสภาวะระงับการเคลื่อนไหว ถ้ายังไม่อยากตายตอนนี้ ก็บอกสิ่งที่แกรู้มาให้หมด”
สําหรับเรื่องที่หลังจากเชื่อมกับตุ๊กตาแล้วจะเข้าสู่สภาวะระงับการเคลื่อนไหวได้นี้ ผมอ่านข้อ มูลพวกนั้นมาจากตระกูลสมิว แม้ว่าทีแรกจะอ่านเพื่อความสนุกเท่านั้น นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะได้ ใช้ประโยชน์
จะว่าไป ตุ๊กตานี้มีประโยชน์จริงๆ คนทั่วไปคงไม่รู้ด้วยซ้ําว่าเจ้าสิ่งนี้จะใช้พลังงานในตุ๊กตาแล้ วให้คนที่เชื่อมอยู่เข้าสู่สภาวะระงับการเคลื่อนไหวได้ ตราบใดที่ศีรษะไม่ถูกตัดก็จะไม่ตาย คนที่ ออกแบบเจ้านี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
แต่ถ้าอยากใช้สกิลร่างกายแบบนี้ ร่างกายของคนที่จะรวมร่างกับตุ๊กตาได้ก็ต้องผ่านการดัดแป ลงมาในระดับหนึ่ง ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนที่เลือกเป็นมนุษย์เทียมนี่จิตใจทําด้วยอะไร แต่คนที่เป ลี่ยนจากคนมาเป็นเทวดาศักดิ์สิทธิ์แห่งความตายอย่าางผมคงไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินพวกเขาหรอก
ปีกของเทวดาอย่างที่คิดเลย..เจ้าคือคนของวิหาร…”
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แต่นึกไม่ถึงว่าจะพูดประโยคนี้
ใช่แล้ว เมื่อกี้ผมใช้ปีกเทวดาตอนที่ฟื้น HP แล้วลืมเก็บมันไป
วิหาร..จะว่าไปตอนที่ค้นหาข้อมูลก่อนหน้านี้ก็เห็นวิหารมีข้อมูลเกี่ยวกับการดัดแปลงมนุษย์อ ยู่บางส่วน หรือว่าที่จริงแล้วตุ๊กตาของตระกูลสมิวกับการดัดแปลงมนุษย์ของวิหารจะเป็นอุตสาห กรรมเชิงแข่งขันกัน
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมก็หลอกเขาดีกว่า
“อ๋อ แล้วจะทําไม ต่อให้แกรู้แล้วจะทําอะไรได้ล่ะ”
อีกฝ่ายได้ยินคําพูดนี้ก็ตกตะลึง จากนั้นค่อยยิ้มออกมา
แปลกจริงๆ หมอนี่คิดจะทําอะไรกันแน่
“ข้าไม่รู้ทําไมแกถึงได้รู้แผนการฝึกฝนของพวกเราล่ะ…แต่ว่าสัตว์ประหลาดระดับเจ้าถูก ส่งตัวออกมา….พวกข้าก็รู้สึกประหลาดใจจริงๆ”
“อืม แหม ถ้าฉันบอกว่าฉันแค่บังเอิญโชคดีเลยมาเจอพวกแก แกจะเชื่อไหมล่ะ มีแค่นี้แหละ…”
“นี่คือการชี้นําของเทพเจ้าสินะ ฮีม มีแค่พวกหลอกลวงเช่นพวกเจ้านี่แหละที่พูดเรื่องไร้สาระ พวกนี้เ”
ฉันแค่อยากบอกว่ามันเป็นทางเลือกของประตูแห่งโชคชะตาทั้งนั้น แกจะแย่งบทฉันทําไม
“แค่กๆ เอาเถอะ งั้นพวกเราเลิกพูดไร้สาระกันดีกว่า บอกข้อมูลเกี่ยวกับโอยาโดะมา ถ้าไม่ อย่างนั้น ฉันจะควักแก่นตุ๊กตาแกออกมาละนะ”
“ฮ่าๆจริงหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ฟังให้ดี”
“หม”
“ต่อให้ข้าบอกเจ้า ข้าก็ตายอยู่ดี! จงเสียใจไปซะเถอะ!”
พูดจบ หัวตุ๊กตาที่ถูกเขาเสียบไว้ที่อกก็พุ่งออกไปบนฟ้าราวกับขีปนาวุธ! ผมหมุนตัวแล้วใช้โล่ น้ําแข็ง แต่กลับพบว่าของนั่นไม่ได้โจมตีมาที่ผม แต่ลอยออกไปไกล!
กล่องดําเหรอ
นึกไม่ถึงว่าจะมีระบบแบบนี้ด้วย ในข้อมูลที่เคยเห็นไม่มีบอกไว้นี่!
ธนูน้ําแข็งสามสิบดอก!
แสงสีครามบินไล่ตามหัวตุ๊กตาไป แต่บินไปได้ครึ่งทางจู่ๆ ก็หายไป!
แย่แล้ว เกินระยะเวทมนตร์!
เห็นของที่กําลังจะลอยออกไป ผมก็คิดดูแล้วหยิบธนูที่เอามาจากมิสสโนว์มันสเตอร์ออกมา จากนั้นก็ง้างมันออก
ลูกศรสีขาวดําปรากฏบนคันธนูทันที ผมเล็ง คาดการณ์ล่วงหน้า แล้วปล่อย แสงสีขาวดําเส้น หนึ่งก็วาดผ่านท้องฟ้า ไล่ตามหัวของตุ๊กตาที่ลอยออกไปทันที
ผมเห็นลูกศรเฉียดหัวตุ๊กตาไปได้แต่ไกล หัวตุ๊กตาก็หมุนควงกลางอากาศอยู่หลายครั้ง จากนั้น ก็ตกลงไปในปา
อืม แบบนี้ถือว่าแก้ปัญหาได้แล้วใช่ไหม
อ่านนิยายได้ที่ wwwcat2auto.com
ผมหมุนตัวมองมาร์ทที่อยู่ข้างหลัง แต่พบว่าศีรษะเขาพับลงมา HP ก็ไม่เหลือแล้ว
ตายแล้วเหรอ ที่แท้ร่างกายจริงๆ คือหัวของตุ๊กตาสินะ
ผมมองเขาแล้วคิดอยู่สักพัก จากนั้นจึงโบกมือปล่อยร่างกายของเขาออกมา เมื่อผมเดินไปที่ ข้างศพเขา ก็ถอนหายใจ แล้วค้นศพเขา
แกรักๆๆๆ! หลังจากเสียงดังเป็นชุด เปลือกนอกของตุ๊กตาก็กระเทาะออกจากศพ แล้วก ลับคืนรูปร่างดั้งเดิม แต่ตอนนี้มันแค่ไม่มีหัวแล้ว ดูไปก็ประหลาดสุดๆ
ผมจับมือศพขึ้นมา เหมือนกับที่เขียนไว้บนข้อมูลจริงด้วย บนนิ้วกลางกับนิ้วชี้ของทั้งสองมือ สวมแหวนไว้นิ้วละวง หลังจากถอดออกมา ผมก็โยนมันเข้าไปในแหวนเก็บของพร้อมกับร่างตุ๊กตา
แต่หาทั้งตัวแล้วก็ไม่เจอของอะไรที่เกี่ยวข้องกับโอยาโดะเลย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะซ่อนความลับไว้ดีมาก
มองรอบๆ บ้านที่เก็บกวาดไปได้ครึ่งหนึ่ง ผมก็คิดดูแล้วส่ายหน้า
ค้นของทุกอย่างเลยงั้นเหรอ ล้อเล่นกันแล้ว ของเยอะแยะขนาดนี้เชียว….
แต่ในเวลานั้นเอง จู่ๆ ก็มีแสงสีแดงยิงขึ้นฟ้าในที่ห่างไกล ผมหันกลับไปมอง ทางนั้นเป็นทาง ที่หัวนั่นไปไม่ใช่เหรอ หรือว่าเจ้านั่นจะมีกับดักอื่นอยู่ด้วย
ดังนั้นผมจึงรีบใช้เวทมนตร์เพิ่มความเร็วทั้งหมด แล้วกางปีกทั้งสองบินไปทางนั้น ยังไงซะที่นี่ ก็ไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว หลายวันที่ค้นหามาก็ทําให้ผมแน่ใจเรื่องนี้
การบินหลังจากเร่งความเร็วแล้วเหมือนกับขึ้นโรลเลอร์โคสเตอร์เลย แค่ไม่นาน ผมก็บินมาถึง ละแวกที่มีแสงสีแดงพุ่งขึ้นฟ้า ผมลดความเร็วไปด้วยพร้อมมองไปด้วย และเห็นว่าศูนย์กลางแสงสี แดงมีเงาคนอยู่คนหนึ่ง
“โอยาโดะ!”
วินาทีถัดมาผมก็มองตัวตนของเธอออกได้จากเสื้อผ้า ผมเลยดึงหัวลง พุ่งเข้าไปข้างๆ อีกฝ่าย
“นี่! โอยาโดะ!”
ไม่รู้ว่าทําไมในมือเธอถึงถือหัวตุ๊กตาตัวนั้นไว้ ดวงตาของตุ๊กตาส่องแสงสีแดง แสงที่ปล่อยออก มาล้อมรอบบริเวณที่โอยาโดะอยู่เอาไว้และยิ่งขึ้นไปบนฟ้า
พระเจ้า นี่มันอะไรกันเนี่ย ผมยื่นมือไปคิดจะดึงโอยาโดะออกมาจากในลําแสง แต่ยังไม่ทัน เข้าใกล้ก็ถูกไฟช็อตทันที
นี่มันบาเรียอะไรกันเนี่ย
หรือควรจะพูดว่า นี่มันอุปกรณ์อะไรกัน ทําไมหัวตุ๊กตาถึงมีฟังก์ชันประหลาดขนาดนี้ด้วย
ผมยังไม่ทันได้ประหลาดใจเสร็จ แสงสีแดงที่พุ่งขึ้นฟ้าก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง แล้วค่อยๆ กลับเข้า มาในดวงตาโอยาโดะ
เสียงดังเคร้ง หัวตุ๊กตาตกลงบนพื้น และไม่ส่องแสงอีก
ผมรีบพุ่งไปที่ข้างโอยาโดะ ตอนนี้ดวงตาของเธอยังคงมองไปที่ฟ้าอย่างไร้สติพร้อมกับแสงสีแดง
ผมของเธอก็กลายเป็นสีม่วง ดวงตากลายเป็นสีทองอย่างช้าๆ แล้วลูกตาก็หมุนมาทางผม
“ พี่ชายเหรอ”
“โอยาโดะ เธอไม่เป็นไรใช่ไหม”
“อืม โอยาโดะไม่เป็นไร แต่ว่าข้ารู้สึกเหมือนในหัวข้ามีบางอย่างเพิ่มเข้ามาอย่า…อย่านะ นี่ นี่มันอะไร!”
โอยาโดะแสดงท่าทางหวาดกลัว จากนั้นดวงตาทั้งสองก็กลอกหมุนแล้วสลบไป
“โอยาโดะ! โอยาโดะ!”
ผมเขย่าตัวเธอ แต่เธอกลับไม่มีการตอบสนองแม้แต่น้อย ผมจึงได้แต่ฝืนยิ้มอย่างจนปัญญา แล้วเก็บหัวของตุ๊กตาข้างๆ ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็อุ้มโอยาโดะไว้
ให้เธอพักผ่อนสักหน่อยแล้วกัน ผมคิดแบบนี้แล้วก็เดินตรงไปทางหมู่บ้าน