รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่298 ขอโทษด้วยที่ทำลายเรื่องราวดีๆของท่านดนัย
มีสุภาษิตหนึ่งกล่าวไว้ว่า มีเพียงสตรีที่เข้าหาได้ยาก
วินาทีนี้ ทันใดนั้นธิชาก็เข้าใจความหมายของคำนี้ทันที
ไม่ใช่ว่าผู้หญิงงี่เง่าหรือเรียกร้องความสนใจอะไรหรอก
และด้วยเรื่องบางเรื่อง ทั้งที่ผู้หญิงรู้ดีว่ามันเป็นความจริงที่อาจจะทำให้ตัวเองเจ็บช้ำ ถ้าเธอถอยออกไป อาจจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้ แล้วปล่อยให้มันผ่านไป
แต่เธอกลับไม่ยอมแกล้งโง่หรืออดทน
ทั้งที่รู้ว่าถ้าค้นหาความจริงต่อไปจะทำให้เธอต้องเจ็บปวดจนรับไม่ได้ แต่เธอกลับไม่ห้ามใจตัวเองไว้
สีหน้าของน้าปวีณามีความอึดอัดและลำบากใจ เป็นสีหน้าที่ธิชาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
ธิชาสีหน้าซีดเซียว เธอยื่นมือไปลูบหน้าท้องที่แบนราบของตัวเอง แล้วถามพึมพำว่า: “น้าปวีณา ทำไมไม่พูดล่ะคะ ไหนน้าบอกว่า น้าเป็นคนของฉัน ภักดีกับฉันแค่คนเดียว?”
น้าปวีณาพูดอย่างร้อนรนว่า: “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ คุณหนู……”
ธิชาแสยะยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “ดนัยกฤตอยู่ที่ไหนกันแน่?”
“ท่านดนัย……น้า…น้าไม่แน่ใจ……ในเมื่อท่านดนัยไม่อยู่ในห้องหนังสือ ก็น่าจะออกไปแล้ว คุณหนู น้าไม่ได้สังเกตจริงๆ เอาแต่ทำความสะอาดอยู่ข้างล่าง คุณหนูไปนอนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวตื่นมาแล้ว ท่านดนัยก็กลับมาเอง”
ธิชายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ยิ้มอย่างขมขื่น
ทุกคนคิดว่าเธอโง่มากหรือไง
ตั้งแต่เข้ามาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากปกติ
รวมไปถึง……น้าปวีณาที่พยายามหลบสายตา
“ฉันออกไปแล้ว ในบ้านมีคนนอกเข้ามา ใช่ไหม?”
สีหน้าของน้าปวีณาซีดขาว
เธอไม่แน่ใจเลยว่าธิชาแม่หนูคนนี้เป็นคนยังไง
บอกว่าเธออายุน้อย เธอก็อายุน้อยจริงๆ และความไร้เดียงสาบริสุทธิ์บนตัวเธอ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะแสดงออกมาได้
แต่ว่า……ถ้าบอกว่าเธอไร้เดียงสา ก็ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น
ในตอนที่เธอควรจะฉลาดและเก่ง ก็เก่งและเจ้าเล่ห์เสียจนเหมือนจิ้งจอก
น้าปวีณารู้ดีว่าปิดไว้ได้ไม่นาน เธอจะบ้าตายอยู่แล้ว
เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่ก็ต้องจำใจทนรับต่อไป “ไม่ค่ะ คุณธิชา เวลานี้คุณควรจะนอนได้แล้วนะคะ เดี๋ยวน้าช่วยดูแลตอนอาบน้ำนะ”
ธิชาอยากจะร้องไห้มาก
เพราะลางสังหรณ์และความรู้สึกกำลังบอกเธอว่า เธอเดาถูกแล้ว
เธอไม่พูดอะไรแล้วผลักน้าปวีณาออกไป จากนั้นก็เดินลงบันได เดินเข้าไปในห้องนอนอย่างรวดเร็ว
เธอยกมือขึ้นเคาะประตูแรงๆ เคาะจนประตูไม้มีเสียงดังปึงปัง
ในห้องไม่มีคนขานรับเลย ธิชาอยากจะด่าคน พอเปิดปากแล้ว ลำคอก็จุกไปหมด
มันขมขื่นมากจริงๆ
เธอตะโกนไม่ออก
เธอชะลอสักพัก จากนั้นก็เคาะประตูต่อ และไม่ยอมฟังคำเสียงห้ามปรามของน้าปวีณา
ครั้งนี้ธิชาเคาะประตูไปด้วย แล้วตะโกนไปด้วยว่า: “ดนัยกฤต นายออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ไม่รู้ว่าอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ ในตอนที่ธิชาน่าจะเคาะจนฝ่ามือชาไปหมดและแทบจะสิ้นหวังอยู่แล้ว
ประตูห้องที่ปิดแน่น
ทันใดนั้น
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
ประตูเปิดออกแล้ว
คนที่เดินออกมาคืออี๊ฟ
อี๊ฟแต่งหน้าบางๆ ลิปสติกสีนู้ดทำให้เธอดูอ่อนโยนและสวยมากขึ้น
ธิชากวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
อี๊ฟใส่รองเท้าแตะขนสัตว์ขนาดใหญ่ คู่สีน้ำเงิน เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นของดนัยกฤต
บนตัวเธอก็ยังถือว่าเรียบร้อยดี
สวมชุดกระโปรงสีอมชมพู ร่างกายผอมเพรียวได้สัดส่วน
แต่ธิชาแค่สังเกตดูดีๆ ก็เห็นว่าเธอไม่ได้สวมชั้นใน
……
ธิชาจ้องที่หน้าอกเธอด้วยแววตาอาฆาต
ฟางเส้นสุดท้าย ปรากฏขึ้นแล้วล่ะ
ธิชามองค้อนอี๊ฟ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชังว่า “เธอมาอยู่นี่ได้ยังไง?!”
สีหน้าของอี๊ฟดูใจเย็นมาก
ยังคงมีสีหน้าอ่อนโยนและถ่อมตัวเหมือนปกติ
สายตาที่เธอมองมา กลับดูเย็นชามาก
ธิชาไม่เพียงแต่รับรู้ได้ถึงความเย็นชา แต่ยังเป็นเหมือนการดูถูกด้วย
ความดูถูกนั้น เต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่แทงทะลุหัวใจ
ธิชารู้สึกทั้งน่าขำและเศร้าใจ
ในใจเธอระแวงอี๊ฟอยู่แล้ว
คิดว่าผู้หญิงคนนี้อาจจะไม่ได้ใจดีเหมือนใบหน้าของเธอ
การคาดเดาแบบนี้ นอกจากจะมาจากสิ่งที่ธิชาสรุปตอนอยู่กับเธอ
ยิ่งกว่านั้น มาจากลางสังหรณ์ของผู้หญิงมากกว่า
ไม่มีผู้หญิงคนไหน ชอบแบ่งปันผู้ชายของตัวเองให้คนอื่นหรอกนะ
แม้จะเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและถ่อมตัว ก็ไม่ได้เช่นกัน
ธิชาก็สงสัยครั้งก่อนที่ในห้องทำงาน เธอได้ยินอี๊ฟกับผู้หญิงที่ชื่อนันทญาคุยกันโดยบังเอิญ
ที่จริงนั่นไม่ใช่ความบังเอิญเลย
ตอนนี้เธอมองดูสายตาของอี๊ฟ มันดูเยาะเย้ยและจองหอง
ทันใดนั้นเธอก็รู้ว่า นั่นไม่ใช่ความบังเอิญ ต้องไม่ใช่แน่ๆ
งั้นครั้งนี้ที่มาถึงห้อง เป็นการแสดงอำนาจของอี๊ฟงั้นเหรอ?
อี๊ฟมีสีหน้าเรียบเฉย และพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นว่า “ฉันมาส่งเอกสารให้ท่านดนัยน่ะ เดี๋ยวจะกลับแล้ว”
เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดูสะอาดและอ่อนโยนมาก
น้ำเสียงที่เรียบเฉย เป็นเหมือนกับว่ามาทำงานจริงๆ
ถ้าไม่ได้เห็นเองกับตา……ถ้าไม่ได้ผ่านการห้ามปรามของน้าปวีณามา
ธิชาก็คงจะเชื่อไปแล้วล่ะ
เธออดไม่ไหว ยกมือขึ้นผลักไหล่ของอี๊ฟ ผลักจนอี๊ฟต้องหันข้างมา
ธิชาพุ่งเข้าไปในห้อง นอกจากไฟบนหัวเตียงที่เปิดอยู่ ก็เป็นไฟที่สว่างขึ้นในห้องน้ำ ด้านในมีเสียงน้ำดังขึ้น
ในใจเธอก็ยิ่งเยือกเย็นและแข็งทื่อไปหมด
แข็งเสมือนเหล็กก็มิปาน
“อ้อ พี่อี๊ฟ แค่มาส่งเอกสารเองเหรอคะ?”
ธิชาโน้มตัวลงไปหยิบชั้นในที่ทิ้งอยู่บนพรม
เธอใช้นิ้วมือเรียวยาวนั้นเกี่ยวขึ้นมา แล้วหมุนรอบ จากนั้นก็โอนไปที่หน้าของอี๊ฟ
แต่โยนไม่แม่นเท่าไหร่ โดนแค่ไหล่ของเธอ แล้วตกลงมา
อี๊ฟมีสีหน้าที่เย็นชาและใจเย็น เธอไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธอะไรด้วย
ธิชาโกรธจนไม่รู้ว่าตัวเองควรพูดอะไรแล้ว
ควรจะพูดในฐานะอะไร
เธอรู้สึกว่าตัวเองอดทนได้
เธอหัวใจแล้วเดินไปหาอี๊ฟอีกครั้ง แล้วแสยะยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา “ฉันไม่เก่งเหมือนพี่อี๊ฟ ไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจเท่าไหร่ ฉันแค่สงสัยน่ะว่า ต้องเป็นเอกสารเร่งด่วนแค่ไหน ไม่มีแบบส่งอีเมลเหรอ? จำเป็นต้องมาตอนที่ฉันไม่อยู่บ้าน แล้วมาส่งตอนกลางคืนแบบนี้เลยเหรอ?!”
อี๊ฟยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์ เหมือนกำลังทำท่าอดทนต่อคำดูถูกและความโกรธของธิชา
แต่ธิชากลับรู้สึกว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งและประชดประชันที่โหดร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว!
อี๊ฟไม่ตอบอะไร ธิชาก็แสยะยิ้มเย็นชาและพูดหนักกว่าเดิม “อี๊ฟ เธอก็น่าจะอายุแค่ยี่สิบสี่ใช่ไหม? เหมือนว่าอายุก็ยังน้อยอยู่นะ น่าจะยังไม่ถึงอายุที่หิวผู้ชายขนาดนั้นหรอกนะ? ฉันออกไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง เธอก็รีบมาขนาดนี้เลยเหรอ? หื้ม?!”
ในที่สุดอี๊ฟกวาดตามองธิชาเหมือนกำลังมองเด็กน้อยด้วยแววตาที่เย็นชา
จากนั้นก็พูดว่า: “ธิชา เธออย่าโกรธมากเลย เธอยังท้องอยู่ เป็นห่วงลูกในท้องของเธอเถอะ ดูแลครรภ์เป็นเรื่องสำคัญของเธอในตอนนี้นะ”
ธิชาไม่อยากอาละวาดจริงๆ
เพราะเธอรู้สึกว่าภาพตรงหน้าของเธอมันน่าอัปยศอดสู่มาก คนผิดยังเป็นผู้ชายที่อยู่ในห้องอาบน้ำนั่นอีก
แต่เธอก็ไม่มีความกล้าพอที่จะพุ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำ
เธอจึงทำได้แค่รอ รอดนัยกฤตออกมาเอง
“บอกให้ฉันอย่าโมโหงั้นเหรอ? ผู้หญิงที่มานอนเตียงฉันในตอนที่ฉันท้อง……เธอบอกให้ฉันอย่าโกรธเลยงั้นเหรอ? อี๊ฟ เธออิจฉาปุณิกามากเลยเหรอ อยากเป็นปุณิกาคนที่สองหรือไง?!”
อี๊ฟสูดหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้นก็เดินมาตรงหน้าธิชา จากนั้นก็พูดเสียงเบาชนิดที่ว่าได้ยินกันแค่สองคน: “ปุณิกาเป็นใคร ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ ที่อันจริงธิชา เธอกับปุณิกาก็ไม่ต่างกันเลย ตอนนี้เธอก็แค่ท้อง ส่วนเรื่องที่นอนบนเตียงเธอ……เธอแน่ใจเหรอว่านั่นคือเตียงของเธอ? ฉันอยากจะแนะนำเธอว่าอย่าโกรธไปเลยนะ เรื่องท้องสำคัญกว่า เดี๋ยวจะไม่ดีต่อเด็กในท้อง แม้เธอจะยังสาว แต่ยังไงก็เป็นแค่นักศึกษา สมองน่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะ”
“ธิชา ท่านดนัยไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ฉันอยู่กับท่านดนัยมาหลายปี เธอล่ะ แค่ไม่กี่เดือน? เธอท้องแล้วก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ฉันดีใจแทนท่านดนัย แต่รบกวนเธอช่วยตั้งสติหน่อยนะ อย่าคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นหงส์ซะล่ะ นั่นมันน่าอายมากเลยนะ”
ธิชาโกรธจนเนื้อตัวสั่นเทา
เธอรู้ว่าตัวเองข่มความโกรธอีกไม่ไหวแล้ว
ในตอนที่อี๊ฟกำลังจะถอยออกไป
ธิชาก็ยกฝ่ามือขึ้น ตบไปที่เธออย่างแรง——
“ไสหัวออกไป อย่ามาทำให้ฉันสะอิดสะเอียนแถวนี้!”
‘แอ๊ด’ เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก
ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีขาว ผมยังมีน้ำไหลออกมาอยู่เล็กน้อย
เขามองธิชาด้วยสีหน้าเข้มงวด เดินไปแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เธอกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?”
ดนัยกฤตบีบไหล่ของธิชาเบาๆ แต่กลับถูกธิชาสะบัดออกไปเสียก่อน “นายคงอยากให้ฉันตายอยู่ข้างนอกมากสิท่า แบบนี้ฉันก็จะได้ไม่ต้องมาทำลายเรื่องราวดีๆของท่านดนัยอีก?!”