รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่222 ทั้งที่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองท้องไม่ได้
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย ดนัยกฤตโน้มตัวลงมาช้าๆ แล้วเชยคางของเธอขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ทั้งที่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองท้องไม่ได้ แล้วจะใส่ถุงทำไม?”
ธิชาอึ้งพูดไม่ออก
เธอท้องไม่ได้เป็นเรื่องจริง และเป็นความเจ็บปวดในใจของเธอมาตลอด
เพราะยังไงเธอก็เพิ่งจะสิบเก้า สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดอาจจะไม่ใช่การที่ตัวเองจะไม่ได้เป็นแม่อีกต่อไป
แต่คือคนที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ต่างหาก เป็นชายคนที่เธอใช้เวลาสิบเอ็ดปีไปรักและนับถือ
ธิชาไม่ใช่คนที่ชอบทรมานตัวเอง
ในเมื่อเป็นความจริงแล้ว น้อยครั้งที่เธอจะย้อนกลับไปคิด
แต่ตอนนี้ดนัยกฤตกลับพูดถึงมัน หัวใจเธอเหมือนถูกกระแทกอย่างจัง รู้สึกเจ็บจนทนไม่ไหว
และเธอเห็นแววตาที่แสนจะเยือกเย็นของชายหนุ่ม
ความเยือกเย็นนี้ทำเอาเธอจิตใจเย็นวูบไปหมด
เธอกัดริมฝีปากแล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันท้องไม่ได้ก็จริง แต่คุณทำแบบนี้ฉันไม่ค่อยสบาย……”
ดนัยกฤตมองดูเธอด้วยรอยยิ้ม แล้วถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ไม่สบายจริงเหรอ?”
ธิชาฟังน้ำเสียงที่เรียบเฉยของเขา บวกกับแววตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขา
ก็รู้สึกสงสัยว่าตัวเองอ่อนไหวหรือคิดมากเกินไปหรือเปล่า
แววตาที่ลึกซึ้งของเขาเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน เหมือนกำลังหยอกล้อเธอจริงๆ
ธิชาปัดมือของเขาที่เชยคางตัวเองออกไป แล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า: “คุณออกไปก่อนเถอะ ฉันเหนื่อยมากแล้วจริงๆ อยากจะแช่อีกหน่อย”
ดนัยกฤตไม่กวนเธออีก เขาโน้มตัวลงไปจุ๊บหน้าผากเธอแล้วพูดว่า “เธอแช่ไปก่อน แต่อย่าแช่นานล่ะ ถ้าหิวล่ะก็ รีบออกมากินอาหารมื้อดึกล่ะ”
…………
แผลที่แขนข้างซ้ายของธิชาพักฟื้นอยู่ประมาณครึ่งเดือนเต็มๆ
ครึ่งเดือนนี้บอกได้เลยว่าซึมเซามาก
นอกจากกินแล้วก็นอน ทุกคืนก็เฝ้าอยู่ตรงหน้าต่างรอรถของดนัยกฤตกลับมา
ชีวิตแบบนี้ทำเอาธิชารู้สึกภวังค์มาก
เหมือนว่าตัวเองได้เป็นภรรยาของเขา ใช้ชีวิตน่าเบื่อที่ต้องรับใช้สามีและเลี้ยงดูลูกอย่างเดียว
แต่เธอกลับว่างกว่าภรรยาที่แต่งงานแล้วหลายเท่า เธอไม่มีทั้งสามีที่ต้องรับใช้ และไม่มีลูกที่ต้องเลี้ยงดู
ยังดีที่พอแผลเธอหายดีแล้ว ดนัยกฤตก็ถึงปล่อยเธอไปเรียนได้ตามปกติ
ตอนเช้าวันนี้ ธิชาอารมณ์ดีจึงไปเรียนคาบเช้าทัน
เพราะเกิดอุบัติเหตุรถชน ก่อนหน้านี้เธอส่งรถสปอร์ตคันใหม่ไปซ่อมเรียบร้อย ตอนนี้ยังไม่เสร็จเลย ดนัยกฤตไม่วางใจ ก็เลยไม่อนุญาตให้เธอขับรถอีก ไม่ว่าจะไปไหน ก็ต้องมีคนขับรถไปส่งเท่านั้น
ธิชาลงรถแล้วก็เดินเข้ารั้วมหาลัย J เหมือนเดิม คนแปลกหน้ารอบด้านกลับมองมาที่เธอกันหมด
เธอจึงหันไปสบตากับคนที่มองมา คนพวกนั้นก็รีบหันหน้าหลบสายตากันหมด ทำท่าเดินไปข้างหน้าเร็วๆ แต่ไม่นานก็สุมหัวกันนินทาอีกเหมือนเดิม
ธิชาถ่อมตัวมากในมหาลัย ไม่ค่อยเข้าสังคมในมหาลัยด้วย แทบจะไม่ค่อยได้คุยกับคนในมหาลัยเลยด้วยซ้ำ พอมีคนมามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ากะทันหัน เธอก็รู้สึกแปลกใจมาก
ก่อนขึ้นตึกเธอก็ไปห้องน้ำส่องกระจกดู เพื่อให้แน่ใจว่าไม่อะไรเปื้อนเสื้อผ้าอยู่
หลังจากที่ตัดข้อสงสัยอื่นๆออกไปแล้ว เธอเข้าไปในห้องเรียนด้วยความสงสัย
คาบแรกเป็นวิชาเอก เป็นวิชาที่มีคนเรียนเยอะ ในห้องเรียนมีคนเต็มไปหมด เธอหาที่นั่งว่างนั่งลง เพิ่งดื่มน้ำได้คำเดียว ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“นี่คือธิชาที่เรียนคณะนิติศาสตร์กับพวกเราใช่ไหม? ไม่เจอหล่อนนานเลย วันนี้มาเรียนด้วย”
“มาเรียนแล้วแปลกตรงไหน เธอก็รู้ดีนี่ว่ามหาลัยเรา ตรวจการเข้าเรียนเข้มงวดมาก ถ้าเข้าเรียนไม่ครบจำนวนก็จะหมดสิทธิ์สอบปลายภาค จะจบช้ากว่าคนอื่น”
“ตรวจเรื่องการเข้าเรียนฉันรู้อยู่แล้ว ฉันหมายความว่า ได้ยินว่ามีเศรษฐีคนหนึ่งเลี้ยงเธออยู่นี่? ไม่ได้มาเรียนนาน ฉันคิดว่าหล่อนดรอปไปแล้วเสียอีก”
“ชิ คณะนิติศาสตร์ไม่ได้เข้าง่ายขนาดนั้นหรอกนะ ถูกเศรษฐีรับเลี้ยงเป็นอีกเรื่อง ส่วนการเรียนก็อีกเรื่อง รออีกสองสามปีจบไปแล้ว นักศึกษาดีเด่นของคณะนิติศาสตร์แห่งมหาลัย J คุณสมบัตินี้จะทำให้คุณค่าของเราสูงขึ้นมากเลยล่ะ”
“ฉันว่าแปลกมากเลยนะ หล่อนยังกล้ามาอีกได้ยังไง ชื่อเสียงป่นปี้ซะขนาดนั้น ยังไม่รีบไปหลบหน้าอีก”
“เธอไร้เดียงสาไปไหน ชื่อเสียงแย่แล้วยังไง หล่อนไม่ฟังก็จบแล้ว ตอนกลางวันทำตัวเป็นนักศึกษาวัยใส กลางคืนก็แหวกขาหาเงินเป็นกอบเป็นกำ ชีวิตสบายจะตายไป”
ตอนนี้เวลาเริ่มเรียนเหลืออีกสามสี่นาที ศาสตราจารย์ยังไม่เข้ามา
ดังนั้นเสียงนินทาของผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่เบาเลย นี่มันนินทาคนอื่นโดยเปิดเผยชัดๆ
ธิชาได้ยินเต็มสองหู บวกกับตอนที่ถูกคนจ้องตั้งแต่เข้ารั้วมหาลัย เธอก็เริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอลาไปแค่สองอาทิตย์ แค่สองอาทิตย์เองนะ เธอก็กลายเป็นคนที่ถูกคนที่คณะนิติศาสตร์จับตาขนาดนี้เลยเหรอ?
ธิชาใช้ชีวิตแบบถ่อมตัวมาโดยตลอด เธอไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยจริงๆ
ศาตราจารย์เข้ามาเริ่มทำการสอน เธอไม่มีกะจิตกะใจฟังเลย อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรงๆ