รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 351 เป็นคนสำคัญของทั้งสองพี่น้อง
ธิชาขมวดคิ้วขึ้นมาทันที แต่พอกลับมาคิดดูอีกที ตอนนี้คนที่ควรจะควรจะอับอายและเจ็บปวดควรจะเป็นอี๊ฟ ไม่ใช่เธอ
พอคิดได้แบบนี้ ธิชาก็ยิ้มหวานอย่างมีเสน่ห์ แล้วพูดขึ้นมาก่อน “ที่แท้คืนนี้คุณก็มาแสดงความยินดีกับฉันด้วย ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ คืนนี้มีแขกมาเยอะเกินไป ฉันไม่ทันสังเกตเห็นคุณ”
อี๊ฟยกยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูแข็งกระด้างมาก
เธอคงรู้สึกว่าตอนนี้แสร้งทำต่อก็ไม่มีความหมาย เธอจึงยิ้มเยาะ ก่อนจะยกมือกอดอก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความหมาย “วันนี้เป็นช่วงเวลาที่คุณธิชาภาคภูมิใจที่สุด คุณกับฉันถือว่ารู้จักกัน ทำไมฉันจะไม่มาแสดงความยินดีกับคุณธิชาล่ะคะ”
ธิชารู้ดีอยู่แล้วว่าคนคนนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่แน่นอนอยู่แล้ว ถ้ามีการทะเลาะวิวาทกันในวันธรรมดาเธอคงไม่กลัว แต่วันนี้ไม่เหมาะสมที่จะทะเลาะกับอีกฝ่าย ที่สำคัญนี่เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของเธอ แล้วทำไมถึงต้องอารมณ์เสียเพราะผู้หญิงคนนี้ด้วย
ธิชาลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนออกมาผ่านชุดราตรีสวยหรูของเธอ แล้วพูดยิ้มๆ “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขอบคุณมากนะคะ”
เธอก้าวขาเดินจากไป
อี๊ฟมองไปที่หน้าท้องของเธอ แววตาของเธอแฝงไปด้วยความโศกเศร้า
ผู้หญิงคนนี้อาจไม่รู้อะไรเลย… แม้แต่ชุดบนตัวของเธอก็ยังถูกออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังล่วงหน้า
ดนัยกฤตให้ความสำคัญกับเธอมาก
เพราะกลัวว่าเธอจะคิดหนักที่น้ำหนักขึ้นหลังตั้งท้อง แม้แต่ชุดราตรีที่คงได้ใส่แค่ครั้งเดียวก็ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และเตรียมชุดไว้ล่วงหน้า
อี๊ฟรักดนัยกฤตมาแปดปี แต่กลับไม่เคยได้รับดูแลเอาใจใส่แม้จะแค่สามส่วนของเธอเลย
ช่วงวัยสาวที่สวยที่สุดของเธอ…ตอนนี้กลับดูไร้ค่ามาก
อี๊ฟเดินไปข้างหน้า และขวางทางเดินของธิชา สายตาของเธอโศกเศร้าเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอก็ปิดบังไม่อยู่ “คุณธิชาคงจะไม่ทราบ ฉันก็เป็นหนึ่งในคนที่จัดการงานเลี้ยงวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ของคุณอยู่เบื้องหลัง แม้ว่าจะมีคนที่มีความสามารถมากมายรอบๆ ตัวท่านดนัย แต่สุดท้ายเขาก็คิดว่า ฉันเป็นผู้หญิง ทำงานละเอียดกว่า และเข้าใจความชอบของผู้หญิงมากกว่า ดังนั้นเขาจึงขอให้ฉันเตรียมงานนี้เพื่อทำให้คุณพอใจ”
ธิชาถอยหลังอย่างระวังตัว เธอไม่รู้ว่าทำไมอี๊ฟถึงต้องบอกเรื่องพวกนี้กับเธอด้วย
บนใบหน้าของเธอยังคงรักษามารยาทพื้นฐานไว้ “อย่างนี้นี่เอง คุณอี๊ฟ ลำบากคุณแล้วนะคะ”
อี๊ฟยกยิ้มมุมปาก “ตอนนี้คุณธิชาคงจะภูมิใจมากใช่ไหมคะ คงจะคิดว่าฉันน่าเวทนามาก ผู้หญิงที่อุทิศความรักมาตลอดแปดปี แต่เธอกลับไม่เคยได้รับความโปรดปรานเหมือนคุณมาก่อน และยังขัดขวางเขาขอคุณแต่งงานไม่ได้ สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง คงไม่มีอะไรน่าเศร้าเท่านี้มาก่อน”
ธิชาอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้
อี๊ฟเป็นคนจิตใจดี มักจะทำตัวเป็นคนใจกว้างและมีคุณธรรมตลอด
ตามหลักเหตุผลแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับดนัยไปถึงขั้นไหน อี๊ฟน่าจะรู้ดี
ถึงแม้เธอจะไม่พอใจ แต่ก็น่าจะเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว เรื่องราวมาถึงจุดนี้ได้ยังไง มาถึงจุดที่ย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว ก็เลยเอาความโมโหและอัดอั้นใจมาลงที่เธออย่างนั้นเหรอ
ท่าทางแบบนี้ ธิชารู้สึกเหมือนเป็นการปกปิดความอ่อนแอ ปกติผู้หญิงเราไม่เต็มใจที่จะแสดงจุดอ่อนต่อหน้าคู่แข่งหรอก นับประสาอะไรกับอี๊ฟ
ธิชาสงสัยว่าจะมีกับดักวางไว้รอเธอ เธอจึงรีบมองอย่างระมัดระวังมากขึ้น และพูดอย่างเย็นชา “คุณอี๊ฟ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับดนัยกฤต ไม่ใช่สิ่งที่ฉันสามารถตัดสินได้ จากที่คุณรู้จักฉันมาคุณน่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขาดี ส่วนใหญ่มันขึ้นอยู่กับเขาเลือกฉัน ไม่ใช่ฉันเลือกเขา หากคุณรู้สึกไม่ยุติธรรม คุณควรไปอาละวาดกับผู้ชายของคุณ ไม่ใช่มาหาฉัน”
อี๊ฟจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอ และนิ่งเงียบไปสักพัก
ในขณะที่ธิชาเริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ ว่า “คุณคิดว่าที่ฉันกำลังพูดกับคุณ เพราะอยากระบายความไม่ยุติธรรมของฉันเหรอคะ ฉันว่าคุณคงคิดมากไปแล้ว…เรื่องที่ท่านดนัยตัดสินใจแล้ว ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้เถียง เขาอยากจะแต่งงานกับคุณ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเถียง แต่ว่านะธิชา ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคุณใช้ไม้ตายไหนถึงทำให้ผู้ชายลุ่มหลงขนาดนี้ แม้แต่ธเนษฐก็ตกหลุมพรางไปด้วย”
ธิชาขมวดคิ้ว แล้วสงสัยว่า ธเนษฐพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปหรือเปล่า
เสียงหัวเราะของอี๊ฟทำให้บรรยากาศที่เงียบสงบในห้องน้ำดูน่าขนลุกขึ้นมา
“ท่านสองไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน ครั้งแรกที่เขาเห็นคุณ ก็รู้ว่าคุณเป็นตัวปัญหา ท่านสองมักจะถือว่าผู้หญิงที่เขาเกลียดเป็นมด ที่สามารถเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าคุณทำยังไงถึงได้ทำให้เขาตกหลุมพรางของคุณด้วย ธิชา คุณนี่ร้ายกาจมาก ก่อนหน้านี้ถือว่าฉันดูถูกความสามารถของคุณไป ฉันนับถือคุณจริงๆ ที่แม้แต่ธเนษฐก็ลุ่มหลงในตัวคุณ แผนนี้ยอดเยี่ยมมาก จากนี้ไป คุณกับท่านสองอยู่บนเรือลำเดียวกัน คงจะทำอะไรคุณไม่สะดวกแล้ว ไม่อย่างนั้น ความผิดโทษฐานแอบมีอะไรกับพี่สะใภ้ของตัวเอง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำลายอนาคตอาชีพการงานของเขาได้แล้ว…”
สีหน้าของธิชาเริ่มแย่ขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถทนฟังได้อีกต่อไป
เธอหน้าบึ้งตึง ต่อว่าเธอด้วยน้ำเสียงต่ำ “หยุดนะ! คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่ อี๊ฟ ฉันไม่รู้ว่าคุณได้ยินเรื่องไร้สาระพวกนี้มาจากไหน แต่ฉันจะบอกคุณไว้เลยเรื่องราวมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดไว้ ธเนษฐกับฉันไม่ถูกกันทุกคนต่างก็รู้ดี ที่คุณพูดดูถูกฉันก่อนหน้านี้ ฉันจะไม่ใส่ใจ แต่ถ้าคุณยังคิดจะใส่ร้ายฉันอีก อี๊ฟ ถ้าถึงตอนนั้น คุณจะได้รู้ถึงความร้ายกาจของฉัน”
ธิชาหายใจเข้าอย่างแรง และสงบอารมณ์ลง
เธอพูดอย่างเฉยเมย “ดนัยกฤตอยู่กับคุณมาแปดปี ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่คนดีมีคุณธรรมสูงส่งอะไร เมื่อก่อนฉันไม่เคยคิดจะแก่งแย่งอะไรกับคุณ ตอนนี้ก็เหมือนกัน ฉันต้องการแค่การแต่งงานที่มั่นคง เด็กน้อยควรจะเติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ฉันขอแค่นี้เท่านั้นเอง ฉันไม่เคยคิดจะกำจัดคุณ หวังว่าคุณ อย่ารังแกกันมากเกินไป”
ธิชาไม่มีอาการลังเลเลย แล้วรีบเดินออกไป
รองเท้าส้นสูงที่อยู่ข้างหลังเดินตามมาจนทันอย่างรวดเร็ว
เสียงของอี๊ฟนั้นเบาลงมาก อาจเพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน และเสียงของเธอกลับคืนสู่ความสุภาพอ่อนโยนและมีมารยาทของเธอตามเดิม
“คุณธิชากำลังท้องอยู่ เพราะฉะนั้นเดินช้าลงหน่อยจะดีกว่านะคะ ระวังลื่น เพราะตรงนี้เลียบแม่น้ำ รองเท้าจะเปียกแฉะได้ ถ้าไม่มีหลักฐานจริง ๆ ฉันก็ไม่กล้าเอาความสัมพันธ์ที่น่ารังเกียจระหว่างคุณกับท่านสอง ไปฟ้องท่านดนัยหรอกค่ะ ตอนนี้คุณเป็นคนสำคัญของพวกเขาทั้งสองพี่น้อง ด้วยสถานะของฉัน ฉันจะกล้าเสี่ยงทำให้เจ้านายทั้งสองโกรธได้ยังไงกัน แต่ว่านะ คุณใจกล้ามากขนาดนี้ ทางที่ดีคุณควงระวังตัวบ้าง มีคนจำนวนมากจับตามองมาที่คุณ และถ้าหลักฐานรั่วไหลออกมาหากคุณไม่รวบรวมเข้าด้วยกันแล้วแม้แต่เทพเจ้าคงช่วยคุณไม่ได้”
ธิชางุนงงกับคำพูดของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ได้หันกลับไปมอง เธอจงใจเดินช้าลง เพื่อแอบฟังทุกอย่างจนลง
…………
งานเลี้ยงวันเกิดจบลงตอนห้าทุ่ม
ธิชารู้สึกเหนื่อยมาก เธอไม่สนใจอะไรแล้ว เธอรีบกลับเข้ามาในห้องของเธอเพื่ออาบน้ำและพักผ่อน
ดนัยกฤตกลับเข้ามาบ้านพักหลังจากส่งแขกทั้งหมดกลับไปหมดแล้ว เขาเปิดประตูเดินเข้ามา เพราะกลัวว่าจะทำให้ว่าที่คุณแม่ที่หลับอยู่สะดุ้งตื่น
เขาคิดว่าธิชาคงจะเหนื่อยและนอนหลับไปแล้ว
แต่พอเขาเดินไปที่ข้างเตียงอย่างแผ่วเบา ก็พบว่าถึงแม้เธอจะนอนอยู่บนเตียง แต่โคมไฟข้างเตียงก็ยังเปิดอยู่ และเธอกำลังจับโทรศัพท์เล่นอย่างจริงจังอยู่
ดนัยกฤตพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ แล้วแย่งโทรศัพท์มือถือของเธอออกมาวางไว้ข้างๆ
แล้วแสร้งทำเป็นไม่พอใจ เขาพูดตำหนิ “ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่านอนดึก ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว แต่คุณยังจะเล่นโทรศัพท์อยู่ สนุกมากไหม สนุกมากจนลืมลูกในท้องไปเลยใช่ไหมไหม!”
ธิชาย่นจมูกและแสร้งทำเป็นไม่พอใจ “ชิ ตอนนี้ในสายตาของท่านดนัยมีแต่ลูกสาวเพียงคนเดียว ส่วนภรรยาสามารถตำหนิได้สินะคะ”