รักลิมิเต็ดของคุณชายเลอค่า - บทที่ 326 คุณธิชาหวังให้ลูกไม่มีพ่อเหรอ
หัวใจของธิชาสั่นไหวอย่างหนัก
เธอไม่กล้าคิดว่าประโยคนี้ของดนัยกฤตประชดมากขนาดไหน จริงจังมากแค่ไหน
ศพของธาวิน……
เธอได้ยินสี่คำนี้ก็รู้สึกกลัว
ตอนที่เธอโกรธแค้นธาวินมากๆ คิดอยากให้เขาตายจริงๆ
แต่ส่วนมาก……
เธอรู้สึกว่าจิตใจของตัวเองกับธาวินน่าจะไม่ต่างกันมาก
ต่างก็อยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดี แต่พอเห็นอีกฝ่ายมีชีวิตดี ในใจก็รู้สึกไม่สบาย
แต่อย่างน้อย ละความแค้นและความสัมพันธ์ที่พัวพัน
เธอหวังอยากให้มีชีวิตอยู่
ถึงขั้นพูดได้เลยว่า ถ้าหากมีวันหนึ่ง ธาวินมีความเกี่ยวพันกับความตาย เธอทำไม่ได้ที่จะนั่งมองเฉยๆ ไม่สนใจ
…………
อย่างไรก็ตามเธอน่าจะไม่สามารถเข้าใจได้
เธอล้มอยู่บนพื้นแล้วจับขากางเกงของเขา ท่าทางกลัวและขอร้องอ้อนวอน
อยู่ในสายตาของดนัยกฤต โกรธจนอยากใช้มีดหมื่นเล่มเชือดเฉือนผู้ชายคนนั้นจริงๆ
ธิชากำลังตั้งครรภ์
เขาเตะเธอออกไม่ได้
และทำใจไม่ได้
ดนัยกฤตยื่นนิ่งเป็นเวลานาน
สุดท้ายเขาย่อตัวลง ดึงธิชาลุกจากพื้น
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประชด น้ำเสียงกลับนิ่งสงบ ถามเสียงเรียบนิ่ง “เธอจะปกป้องธาวินใช่ไหม? เพราะอะไร?”
ธิชากัดริมฝีปาก ตอบแบบไม่ทันคิด “มันไม่คุ้ม! เกิดสงครามใหญ่กับธาวิน……เพราะผู้หญิงคนเดียว ไม่คุ้มจริงๆ ต่อให้นายชนะ ชนะอย่างสวยงาม แต่ราคาที่ต้องจ่ายล่ะ? ราคาที่ต้องจ่ายกับชัยชนะนั้นหนักหนามาก ยิ่งกว่านั้น……นายเป็นพ่อของลูก ฉันหวังอยากให้นายมั่นคงปลอดภัย ไม่ทำเรื่องที่เสี่ยง”
ดนัยกฤตพูดด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “ถ้าฉันต้องการให้เขาตายล่ะ”
สีหน้าของธิชาขาวซีด ชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนไม่รู้ว่าควรตอบกลับอย่างไร
เขาจึงพูดต่อ “ถ้าวันนี้ฉันบอกเธอ ฉันต้องการให้ธาวินตาย ไม่ว่าจะพิจารณาจากทางธุรกิจ หรือความขุ่นเคืองส่วนตัว ฉันจะให้เขาตาย เธอจะทำยังไง?”
ธิชาก็ไม่รู้ว่าตัวเองเอาความมั่นใจมาจากไหน
แต่ความคิดที่ออกจากปาก กลับเป็นความจริง เหมือนมีพลังบางอย่างให้แรงบันดาลใจกับเธอ
มือของเธอกุมท้องน้อย “คำถามนี้เมื่อก่อนนายไม่เคยถามฉัน แต่ว่าตอนนี้นายถามแล้ว ถ้าจะให้ฉันตอบจริงๆ ฉันก็พูดได้แค่ว่า……ฉันเคยโกรธแค้นธาวินจริงๆ และไม่รักเขาแล้ว แต่เขาเป็นพี่ชายของฉัน ตระกูลธนาภูวนัตถ์……มีพระคุณเลี้ยงดูฉัน ฉันไม่สามารถมองดูธาวินตายต่อหน้าต่อตาได้ ถ้านายจะเอาชีวิตเขา ฉันอาจจะ……ไม่สามารถใช้ชีวิตกับนายต่อไปได้ ยิ่งไม่สามารถคลอดลูกของนาย”
ดนัยกฤตยิ้มด้วยสีหน้าแข็งทื่อ “พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันกับธาวิน เธอเลือกเขา”
ธิชาส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต “ไม่ได้เลือกเขา! ฉันไม่สามารถมองดูเขาตายได้! ดนัยกฤตฉันขอร้องนาย ทำเหมือนเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้ไหม……”
ผู้ชายเงียบไปนาน
เขาอุ้มธิชา วางร่างเล็กของเธอไว้บนเตียง
……
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ
ธิชารู้สึกหวาดกลัวกับบรรยากาศนี้จนทำให้ในใจของตื่นตระหนก
ความสงบอย่างผิดปกติของดนัยกฤตทำให้เธอหวาดกลัว
เขาเดินไปแล้ว
เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะก้าวเท้าตามไป
เธอพุ่งเข้าไปกอดเอวของเขาจากด้านหลัง
ร้องไห้ไปด้วยพูดไปด้วย “ไม่โกรธแล้วได้ไหม ฉันสัญญากับนายว่าจากนี้จะไม่เจอเขาอีก ฉันไม่เจอเขาแล้วได้ไหม……”
ดนัยกฤตไม่ได้หันกลับมา
เพียงแค่พูดเสียงมืดครึ้ม “ธิชา ความหมายแบบนี้ของเธอ ก็เหมือนกับบอกฉันว่า เธอโดนธาวินล่วงละเมิดขณะที่ท้อง ขอร้องให้ฉันยกโทษ ขอร้องให้ฉันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สัญญาว่าครั้งหน้าจะไม่ให้เขาแตะต้องเธออีก”
ธิชาถูกเขาบีบบังคับจนกระวนกระวาย
เธอไม่เคยพบเจอดนัยกฤตที่สื่อสารยากขนาดนี้
เธอถึงขั้นไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำให้เขาโกรธขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่ารุนแรงถึงขั้นมีความคิดจะฆ่าคนแล้ว
เธอค่อยๆ วางแขนลง ปล่อยเอวของเขา
“ดนัยกฤต นายต้องทำให้ฉันอับอายด้วยคำพูดหยาบคายเช่นนี้ ดูหมิ่นแม่ของลูกนาย ฉันรู้สึกเสียใจมาก นายไปเถอะ ถ้านายรังเกียจฉันจริงๆ ก็อย่ากลับมาหาฉันอีก”
ดนัยกฤตหมุนตัวอย่างแรง ยกมือขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ธิชาสั่นเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่บนฝ่ามือที่เขายกสูง
เขาคิดจะตบเธอ
จู่ๆ ธิชาก็ร้องไห้อย่างหนัก
ตลอดเวลาที่ผ่านมานาน……
ดนัยกฤตและเธอเคยทะเลาะกัน และเคยทะเลาะกันอย่างหนัก
แต่เขาไม่เคยลงไม้ลงมือ
ธิชาถึงขั้นคิดว่า ดนัยกฤตไม่มีวันจะตบเธอ
ดวงตาเปียกชื้นของเธอ จ้องมองฝ่ามือของเขา
พูดทีละประโยค “ท่านดนัยจะตบฉันใช่ไหม? ฉันคิดว่าความขัดแย้งระหว่างเรา ไม่ใช่แค่ธาวิน ยังมีปัญหามากมายที่ค่อยๆ สะสมไว้……บางทีท่านดนัยอาจจะเบื่อฉันตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าฉันท้อง แสดงออกมาไม่ได้ ใช่ไหม?”
“ฉันจำได้ว่าตอนที่ท่านดนัยให้ปุณิกาออกไป ก็ลงไม้ลงมือ ตอนนี้……ก็เตรียมจะให้ฉันออกไปแล้วมั้ง”
ธิชาจะสำลักกับคำพูดของตัวเอง
ดนัยกฤตกลับลดมือลงอย่างเย็นชา พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “ช่างเถอะ มือฉันจะได้ไม่สกปรก”
…………
คนใช้ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลภักดิภูมิเมธีรู้
คุณธิชาที่ท้องใหญ่ ทะเลาะกับท่านดนัย
ทำให้ท่านดนัยโมโหจนออกไป
จากนั้นทั้งอาทิตย์
ท่านดนัยไม่กลับมาเลย
เหตุการณ์แบบนี้ หลังจากที่คุณธิชาตั้งครรภ์ ไม่เคยเกิดขึ้น
แรกๆ ธิชาก็ทนไว้
ยังไงก็ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนไม่เคยทะเลาะ
เธอก็เข้าใจแล้ว
ดนัยกฤตแค่ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่พอต้องใช้อารมณ์ ก็เหมือนเด็กที่ไม่โต
รอเขาหายโกรธก็กลับมาเอง
……
ธิชาไม่รีบร้อน แต่น้าปวีณากลักังวลแล้ว
น้าปวีณาก็พอจะรู้สาเหตุที่พวกเขาทะเลาะกัน
ท้ายที่สุดก็เพื่อพี่ชายที่ไม่มีสายเลือดคนนั้นของธิชา
ในความเป็นจริงก็ทะเลาะกันเพราะแฟนเก่า
นี่ก็เป็นปัญหาที่พบบ่อยในความสัมพันธ์ของชายหญิง
สามวันแรก น้าปวีณาไม่ได้พูดอะไร เวลาก็ผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เห็นว่าธิชาไม่กังวลแม้แต่นิด เธอก็ทนไม่ไหวแล้ว
น้าปวีณาอยากกระตุ้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของเธอ จึงพูดอย่างตรงประเด็น “คุณธิชามีนิสัยไม่รีบร้อน ท่านดนัยไม่กลับมาหลายวัน คุณก็ไม่กังวล แต่ว่าคุณรู้ไหมคะว่าหลายวันนี้ท่านดนัยไปไหน?”
ธิชาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “เขาอยากที่ไหนก็ไป ฉันยุ่งไม่ได้หรอกค่ะ”
น้าปวีณาจึงพูด“ได้ยินมาว่าหลายวันมานี้ท่านดนัยพักอยู่ที่บ้านส่วนตัวของคุณอี๊ฟ”
สีหน้าของธิชาแข็งทื่อ แต่ก็ยังยกยิ้มมุมปาก “อ้อ ไปอยู่เป็นเพื่อนอี๊ฟแล้วเหรอ? ฉันคิดว่าหารักใหม่แล้ว”
น้าปวีณาพูดอีก “คุณธิชายังสาวและสวย ไม่มีอะไรให้ห่วงจริงๆ ถ้าเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน ฉันก็ไม่กังวลแทนคุณหรอกค่ะ ถึงยังไงพูดไม่แบบไม่น่าฟัง ต่อให้คุณเลิกกับท่านดนัยแล้ว ไปหาผู้ชายอื่น ใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปก็ได้แล้ว ผู้หญิงที่สวยอย่างคุณธิชา ไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ใช่ว่าจะมีชีวิตที่ไม่ดี”
“แต่ว่าตอนนี้ คุณมีลูกแล้ว และยังสามเดือนกว่าแล้ว คุณหวังอยากทะเลาะกันแล้วเพิกเฉยต่อกัน ให้เด็กคนนี้เกิดมาแล้วไม่มีพ่อเหรอคะ?”
สีหน้าของธิชายิ่งอยู่ยิ่งแย่ แต่ก็ไม่ได้ใส่อารมณ์ เพียงแต่นิ่งเงียบ
ฟังน้าปวีณาพูดโน้มน้าวจบ เธอก็พูดนิ่งๆ “คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”
…………
ชีวิตแบบนี้ผ่านไปเจ็ดวัน
คนขับรถก็ส่งธิชาไปที่ศูนย์อบรมการตั้งครรภ์ตามปกติ
แม้เธอจะอารมณ์ไม่ดี แต่คิดว่าตัวเองก็ต้องใช้ชีวิตตามปกติ
เห็นได้ชัดว่าดนัยกฤตกับเธอไม่มีทางรักกันเหมือนวันแรก เขามีความเป็นไปได้ที่จะไปหาผู้หญิงคนอื่นได้ตลอดเเวลา แต่ตัวเองมีลูก ไม่ว่าอย่างไร ต้องดูแลตัวเองและลูกให้ดี
ธิชาคิดว่าตัวเองสามารถเข้าเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องที่เธอกับทะเลาะกัน ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองแล้ว
ศูนย์อบรมการตั้งครรภ์มีแม่ลูกอ่อนคนหนึ่งเหมือนจะเป็นภรรยาของประธานบริษัทสาขาย่อยของภักดิภูมิเมธีกรุ๊ป
เธอรู้ดีเกี่ยวกับข่าวของดนัยกฤตที่สุด
ตอนที่เข้าเรียนแรกๆ ก็เป็นเธอที่เอาใจธิชาอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ธิชาไป เห็นได้ชัดว่าคุณนายคนนั้นตีตัวออกห่าง
ธิชารู้สึกได้ แต่ขี้เกียจถกเถียง ก็เรียนของตัวเอง
จากนั้นเธอไปดื่มน้ำที่ห้องรับรอง
ขณะที่กลับมาได้ยินพวกหล่อนรวมตัวกันแล้วแอบกระซิบกระซาบกัน
คุณนายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงบาดลึกเสียดแทง “หลังจากนี้ก็ออกห่างคุณธิชาหน่อย ไม่ใช่ว่าเลือกปฏิบัติกับคนอย่างไม่มีชื่อเสียงและตำแหน่งแบบเธอ เพียงแต่เธอดูไม่มีประโยชน์ เพิ่งจะท้องได้สามเดือนกว่า ได้ยินมาว่าตกกระป๋องแล้ว”
คุณนายอีกคนถามอย่างตื่นตะลึง “จริงเหรอ? ทำไมฉันได้ยินมาว่า……ธิชาเป็นคนที่ท่านดนัยโปรดปรานมากที่สุด ผู้หญิงคนอื่นไม่เคยท้องเลย”
คุณนายที่ตั้งใจเมินธิชาพูดเยาะเย้ย “ธิชาตั้งครรภ์ พูดได้ว่าหล่อนแค่โชคดี แต่เสียดายที่ไร้สมอง ตอนที่เป็นที่โปรดปรานที่สุดไม่รู้จักรักษาตำแหน่ง เท่าที่ฉันรู้ ตำแหน่งของคุณอี๊ฟต่างหากที่สูงที่สุด นานมานี้ ท่านดนัยตามใจคุณอี๊ฟ งานเลี้ยงวันก่อนฉันเจอท่านดนัย เขาพาคุณอี๊ฟออกงาน……ท่าทางรักกันมาก ยังมีข่าวลือว่าอี๊ฟกับธิชาไม่ถูกกัน ตั้งใจกดขี่ธิชา ดังนั้นตอนนี้ฉันจึงไม่กล้าติดต่อธิชามากเกินไป เพื่อไม่เผลอขัดใจอี๊ฟโดยไม่รู้ตัว……ถ้าเกิดอนาคตอี๊ฟเป็นคุณนายแห่งตระกูลภักดิภูมิเมธีจริงๆ ฉันกับสามีฉันก็โชคร้ายสิ”
อีกเสียงพูดเสียดสี “ธิชาเป็นนายหญิงแบบนี้ เมื่อตกกระป๋อง เด็กเกิดออกมาก็ไม่มีแม้แต่พ่อ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฐานะและชื่อเสียง”
มือที่เปิดประตูขอวธิชา แข็งทื่อเป็นเวลานาน
แต่สุดท้ายเธอก็เปิดอย่แรง ถือแก้วน้ำเข้าไปอย่างเคร่งขรึม
เธอกวาดตามองด้วยใบหน้านิ่ง ท้ายที่สุดใช้สายตาคมมองแรงคนสุดท้ายที่พูด
“ได้ยินว่า……พวกคุณกำลังวิจารณ์ลูกของฉัน เกิดมาไม่มีพ่อ?”
คุณนายหลายคนมองหน้ากัน
จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะนินทาเป็นการส่วนตัว และโดยพื้นฐานแล้วจะพูดถึงสิ่งที่ดีและไม่ดีมากมาย
แม้จะบังเอิญเจอ แต่ก็น้อยมากที่จะประจันหน้ากันแบบจังๆ
ท่าทางแบบนี้ของธิชาเห็นได้ชัดว่าทำให้ทุกคนทำตัวไม่ถูก
คุณนายที่เปิดประเด็นยิ้มและพูดเกลี้ยกล่อม “เปล่าค่ะเปล่า คุณธิชา……ทุกคนแค่พูดเล่นๆ ไม่มีเจตนาร้าย คุณอย่าเอาใส่ใจเลย
ธิชากวาดตามองท้องของเธอ “แช่งให้ลูกของฉันไม่มีพ่อ……แต่ดนัยกฤตยังมีชีวิตอยู่ พวกคุณสาปแช่งเขาเหรอ?”
สีหน้าของผู้หญิงหลายคนแย่ลงเรื่อยๆ
ธิชาพูดทีละคำด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “กลุ่มสตรีลิ้นยาวเรียนรู้การดูแลครรภ์ กลับสอนลูกในครรภ์ของตัวเองแบบนี้? ฉันรู้สึกสงสารลูกของพวกคุณจริงๆ”